เว่ยเมิ่งกลับไปบอกลาตงฟางซานเขาบอกกับชายชราว่าอีกหนึ่งเดือนจะหลับมาใหม่ร่างของเว่ยเมิ่งจากไปท่ามกลางความรู้สึกเสียดายของจักรพรรดชิงจักรพรรดิชิงมองดูเว่ยเมิ่งจากไปก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้มันหันมามองตงฟางซาน
“ท่านผู้เฒ่าข้ามีเรื่องที่จะปรึกษาท่านซักเล็กน้อย”
ตงฟางซานหยักหน้า“ท่านเป็นกังวลเรื่องตำหนักเทวะหรือ?”
จักรพรรดิชงฝืนยิ้ม“ใช่......ข้าเกรงว่าการตายของผู้เฒ่าอินทรีทองจะไม่ใช้เรื่องเล็กๆแล้ว ทางตำหนักเทวะคงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆแน่นอนตอนนี้ข้าทำได้แต่เพียงดูแลคุณหนูต้วนจากตำหนักเทวะไม่ให้บุบสลาย” จักรพรรดิรู้สึกมึนหัวเมื่อนึกถึงปัญหาที่ตามการที่ตงเจี้ยนสือสังหารผู้เฒ่าอินทรีทองได้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของจักรพรรดิเดิมทีเขาคิดว่ายอดฝีมือผู้นี้คงจะทำได้เพียงแค่เสมอกับผู้เฒ่าอินทรีทองแท้ๆ
ตอนนี้หนึ่งในสามคนจากตำหนักเทวะก็ตายไปแล้วเหลือเพียงคุณหนูต้วนที่โดนจับเป็นตัวประกันและคุณชายฉินที่หลบหนีไปได้ตอนนี้จักรพรรดิชิงก็ทำได้เพียงแต่ดูแลคุณหนูต้วนให้ดีเพื่อเป็นการบอกกับตำหนักเทวะว่าแคว้นชิงไม่ต้องการเป็นศัตรูกับพวกมัน
“ท่านไม่ต้องเป็นกังวลใจไปนักหรอก”ตงฟางซานกล่าว “ปล่อยเรื่องของตำหนักเทวะให้เป็นเรื่องของพวกข้าเอง”ตงฟางซานมีรอยยิ้มที่ลี้ลับปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ร่างของเว่ยเมิ่งพุ่งทะยานไปราวกับดาวตกใช้เวลาไม่นานเขาก็ออกมาจากเมืองหลวงของแคว้นชิงได้แล้ววิชาตัวเบาเว่ยเมิ่งนั้นไม่ด้อยไปไปกว่าวิชาการต่อสู้เลยซักนิด ไม่นานเขาก็มาถึงเมืองชายแดนที่เคยแวะซื้อเสื้อและหยางหยางพริบตานั้นหยางหยางที่อยู่ในเสื้อของเขาก็บินออกมาผีเสื้อสีดำบินไปมาเหมือนจะบอกให้แวะที่นี่หน่อย
เว่ยเมิ่งถลึงตาให้ใส่หยางหยาง“ไม่ต้องมาอ้อนเลยน่ะ ครั้งนี้ข้าไม่ตามใจเจ้าแล้วตอนนี้ข้ากำลังรีบเอาไว้ว่างๆเดี่ยวข้าค่อยพาเจ้ามาใหม่แล้วกัน”ไม่สนท่าทางเง้างอนของหยางหยางเว่ยเมิ่งคว้าจับผีเสื้อสีดำยัดลงในเสื้อและออกเดินทางต่อทิ้งเมืองชายแดนที่ตอนนี้อาจจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นไว้เบื้องหลัง
เว่ยเมิ่งใช้วิชาตัวเบาอย่างไม่หยุดพักในที่สุดเขาก็กลับมาถึงที่ๆคุ้นเคย กำแพงไม้ขนาดใหญ่ที่ดูเก่าแก่และป่าไม้สีเขียวขจีปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเว่ยเมิ่งหยางหยางบินออกมาจากเสื้อบินวนรอบเว่ยเมิ่งเหมือนจะถามว่าที่นี่ที่ไหน?
“ยินดีตอนรับสู่บ้านของข้า”เว่ยเมิ่งหยักคิ้วให้กับหยางหยางชายหนุ่มเดินเข้าในหมู่บ้านที่ตอนนี้น่าจะมีเพียงแค่เสวี่ยฟางและท่านปู่ฟงและเว่ยเมิ่งก็ไม่ผิดหวังเมื่อเดินผ่านประตูหมู่บ้านมาได้ซักพัก เขาก็เห็นคนๆหนึ่งนอนอยู่ใต้ต้นไม้เป็นชายชราที่มีผมสีขาวโพลนหากทว่าร่างกายกับยังดูกำยำแข็งแรงราวกับบุรุษชายฉกรรจ์ข้างๆของชายชรามีไหสุราที่ส่งกลิ่นหอมไปไกลวางกราดเกลื่อนอยู่สองสามไห
ปู่ฟงหรือผู้ดูแลหอตำราแห่งหมู่บ้านน้ำตกสวรรค์กำลังงีบหลับสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้ ชายชราดันตัวลุกขึ้นมานั่ง
“อ่าวเจ้ากลับมาแล้วเหรอ? ข้านึกว่าเจ้าจะอยู่เที่ยวเล่นที่แคว้นชิงแล้วกลับมาพร้อมพวกคนอื่นซะอีก”ปู่ฟงอ้าปากหาวคำโต
“ไม่ล่ะที่นั้นไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยซักนิด....ตอนนี้พวกท่านปู่กำลังเตรียมตัวอยู่อีกซักหนึ่งเดือนก็คงเริ่มออกเดินทางกลับมาแล้วล่ะ”เว่ยเมิ่งกล่าว “ว่าแต่พี่สาวข้าล่ะ?”
“ไม่รู้สิข้าไม่ได้เจอนางมาหลายวันแล้วเหมือนกัน”
“หืม?” เว่ยเมิ่งขมวดคิ้ว พริบตานั้นร่างขายหนุ่มก็หายวับไปเหลือไว้เพียงชายชราที่กำลังนั่งหาวอยู่ปู่ฟงหยิบสุราขึ้นมาดื่มอีกหนึ่งก่อนจะพึมพำเบาๆ “เจ้ามาช้าเกินไปแล้วเว่ยเมิ่ง”ชายชรามองไปยังทิศทางที่เว่ยเมิ่งมุ่งไปก็ส่ายศีรษะ
เว่ยเมิ่งกลับที่บ้านของตนอย่างรวดเร็วทว่าที่นั้นไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ เว่ยเมิ่งไล่หาไปทีละห้องห้องเสวี่ยฟาง ห้องของตนเอง ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องของแม่ ทุกห้องที่อยู่ในบ้านไร้ซึ่งวี่แววของเสวี่ยฟางเว่ยเมิ่งเริ่มร้อนใจ ตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาแทบจะไม่ห่างจากเสวี่ยฟางเลยแม้แต่น้อยการที่นางอยู่ๆก็หายไปโดยไม่บอกกล่าวทำเอาใจของเขาเริ่มเต้นรั่ว
เว่ยเมิ่งเมื่อไล่หาจนทั่วบ้านแล้วไม่เจอร่องรอยใดๆก็ออกมานอกบ้านเขาเกร็งลมปราณไปที่เท้า ร่างของเว่ยเมิ่งกระโดดขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว ร่างของชายหนุ่มทะยานขึ้นท้องฟ้าสายตาคมกริบของเว่ยเมิ่งกวาดมองทิวทัศน์ที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ชายคาดหวังว่าจะเจอเบาะแสบางสิ่งที่พี่สาวทิ้งไว้ให้
สายตาของเขาหยุดลงที่ต้นไม้ใหญ่ไกลๆต้นหนึ่งร่างของเว่ยเมิ่งล่วงลงตามตามแรงโน่มถ่วงของโลกปลายเท้าของเว่ยเมิ่งลงสัมผัสพื้นอย่างแผ่วเบา ไม่รอให้เสียเวลา เว่ยเมิ่งรีบพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วพื้นใต้เท้าของเว่ยเมิ่งพังทลายเป็นวงกว้างเพราะทนแรงพุ่งตัวของเว่ยเมิ่งไม่ไหว
บูม!
คล้ายกับดาวตกที่พุ่งลงมาเว่ยเมิ่งหยุดลงที่หน้าต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่เขาเลือกว่าที่นี่ก็เพราะในความทรงจำของเขา ต้นไม้ต้นนี้ไม่เคยปรากฏขึ้น! เขาจำทุกอย่างรอบๆหมู่บ้านได้ดีและมันไม่เคยมีต้นไม้ต้นนี้อยู่เลย นั้นหมายความว่าต้นไม้ต้นจะต้องปรากฏขึ้นในเวลาที่เขาไม่อยู่ในหมู่บ้าน
เว่ยเมิ่งเงยหน้าสำรวจต้นไม้สูงใหญ่เฉียดฟ้าชายหนุ่มหรี่ตาลงเมื่อสังเกตเห็นว่าบนกิ่งก้านมากมายของต้นไม้มีกิ่งก้านหนึ่งที่ถูกผูกไว้ด้วยผ้าสีแดงเว่ยเมิ่งกระโดดขึ้นไปดู ใต้ผ้าที่มัดอยู่รอบกิ่งไม้มีจดหมายฉบับหนึ่งถูกสอดไว้เว่ยเมิ่งแกะดูอย่างไม่ลังเลลายมือไก่เขี่ยยังดูดีกว่าที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมาในจดหมาย
‘ว่าง......ไม่มีอะไรทำ........แวะไปสะสางเรื่องเก่าๆ.......เดี่ยวกลับมา’
นี่คือสิ่งที่เว่ยเมิ่งพอจะอ่านออกจากจดหมายของเสวี่ยฟางทั้งๆที่หน้ากระดาษก็เต็มไปด้วยตัวอักษรแท้แต่อนิจจาที่เว่ยเมิ่งสามารถแกะลายมือของพี่สาวได้เท่านี้
“........................”
“........คอยดูเถอะถ้ากลับมาล่ะก็......ข้าจะตีก้นให้ก้นบวมเลย” เว่ยเมิ่งพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ฮะฮัดชิ้ว!” หญิงสาวนางหนึ่งขยี้จมูกหลังจากตามครั้งใหญ่ “ข้าสัมผัสได้....ต้องมีใครกำลังพูดถึงข้าอยู่แน่ๆ”เสวี่ยฟางเช็ดน้ำลายที่พุ่งออกจากปาก
“ข้าว่าไม่น่าจะใช่แค่พูดถึงหรอกแต่น่าจะกำลังแช่งให้เจ้ากระดูกหักเสียมากกว่า”เสียงบุรุษนุ่มกังวานดังมาจากดังมาจากไหลของนาง นกอ้วนตัวสีฟ้ากำลังนั่งที่ไหลของเสวี่ยฟางมันทำหน้าเบื่อๆและอุทานเมื่อหญิงสาวจับมันเขวี้ยงออกไป
“นับวันเจ้ายิ่งทำตัวน่าตายขึ้นเรื่อยๆน่ะไอ้นกผีเอางี้ไหมเดียวข้าจับเจ้าย่างเกรี้ยมๆแล้วฉีกเป็นชิ้นๆแล้วเอาไปแจกให้พวกขอทานน่าจะได้บุญเยอะเชียวล่ะ” เสวี่ยฟางท้าวคางอย่างเบื่อหน่าย
ปักษาแห่งท้องทะเลไห่เมิ่งที่บินอยู่กลางอากาศสายคอตันๆ“เจ้าคิดจะทำเช่นนี้จริงๆเจ้าอาจจะแข็งแกร่งขึ้นแต่เจ้าพวกนั้นมันก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันอย่างน้อยข้าว่าเจ้ากลับไปตามน้องชายเจ้ามาด้วยเถอะ-” ไห่เมิ่งยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเสวี่ยฟางยกมือขัดไว้ก่อน
“เรื่องของข้าๆก็ต้องเป็นผู้ที่ต้องสะสางเอง”เสวี่ยฟางส่ายหน้าพูดอย่างจริงจัง “และข้าก็ไม่ต้องการให้เว่ยเมิ่งเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วย”
“แต่...”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น”เสวี่ยฟางพูดอย่างเฉียบขาด
ปักษาตัวอวบอ้วนถอนหายใจมันบินกลับมานั่งที่ไหล่ของเสวี่ยฟางเหมือนเดิมหญิงสาวเหลือบมองไปยังสหายต่างเผ่าพันธุ์ “เจ้าไม่ต้องห่วงไปหรอกน่าข้าไม่ได้คิดจะไปเปิดศึกเอาชีวิตกับพวกเสียหน่อยก็แค่จะไปทักทายเท่านั้นเอง”เสวี่ยฟางยิ้มอย่าลี้ลับ
ไห่เมิ่งเหลือบมองรอยยิ้มนั้นก็ส่ายหน้า“ถ้าพวกมันเห็นพวกเราแล้วไม่คิดว่ามีกองทัพมาโจมตีสิแปลก” นกตัวอ้วนพูดเบา
เสวี่ยฟางที่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเสียงดังนางตบไปที่‘พื้น’เบื้องล่างสองสามที “ลดระดับหน่อยเจ้าตัวใหญ่”สายลมกระโชกแรงพุ่งเข้าปะทะใบหน้าของนาง เส้นผมสีดำปลิวสยายงดงามอย่างน่าตกใจตอนนี้นางไม่ได้อยู่บนพื้นดินหากทว่าอยู่กลางท้องฟ้า!
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็สิ่งที่นางกำลังนั่งอยู่กลับเป็นปลาวาฬขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง!
ขนาดตัวของวาฬใหญ่เทียบเท่าได้กับภูเขาลูกเล็กๆตามร่างกายมีร่องรอยแผลเป็นหลายจุดวาฬขนาดใหญ่แหวกว่ายไปตามอากาศอย่างรวดเร็วจนน่าขนลุกนี่คือสัตว์วิเศษที่ไม่ได้ถูกพบเห็นมานานหลายร้อยปี......เจ้าวาฬครองนภา!