ทริสตันกล่าวต่อ “เลนอร์... เมื่อเจ้าจัดการเรื่องการเพาะปลูกในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จงเริ่มดำเนินแผนการทำนาเกลือต่อในทันที สำหรับทรัพยากรบุคคลและวัตถุดิบทั้งหมดที่เจ้าได้ระบุไว้ในรายงานนั้น เราได้อนุมัติและจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้เจ้าจนครบถ้วนแล้ว”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเน้นย้ำถึงมาตรการที่รัดกุมขึ้น “ยิ่งไปกว่านั้น เราจะส่งกำลังทหารฝีมือดีอีกจำนวนหนึ่งติดตามไปเพื่ออารักขาคนทำงานและดูแลพื้นที่ยุทธศาสตร์ตรงนั้นอย่างเข้มงวด เจ้าจงลงมือได้อย่างเต็มกำลัง... ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย”
เด็กสาวขานรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงเกินวัย ทริสตันระบายยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะเบนสายตาคมกริบไปยัง เคลเลน เขายื่นซองจดหมายลับที่ปิดผนึกอย่างดีส่งให้อีกฝ่าย
“เคลเลน... ในจดหมายฉบับนี้มีรายละเอียดของ สิ่งของ ที่เราต้องการให้เจ้าผลิตขึ้นมา พร้อมระบุจำนวนที่ต้องทำให้ครบตามกำหนดการ เมื่อกลับไปถึงโรงงานแล้วจงเปิดอ่านและลงมือทำตามทุกถ้อยคำที่เราเขียนไว้อย่างเคร่งครัด”
เคลเลนยื่นมือที่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นในภาระหน้าที่ออกมารับจดหมายฉบับนั้นไว้ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกระดาษ เขาก็รีบโน้มตัวคำนับจนสุดตัวพลางขานรับเสียงดังฟังชัด “ผู้น้อยน้อมรับบัญชา! จะรีบกลับไปดำเนินการตามที่ท่านสั่งการไว้ทุกประการครับ!”
ทริสตันพยักหน้าด้วยความพึงพอใจในท่าทีอันกระตือรือร้นนั้น ก่อนจะเคลื่อนสายตาที่ไปหยุดอยู่ที่ แคสเปียน เป็นคนต่อไป
“แคสเปียน... จากรายงานที่เจ้าเสนอมา เรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มผู้อพยพชุดใหม่ โดยใช้นโยบายผ่อนชำระในระยะยาวนั้น ข้ากำชับให้เจ้าและลูกน้องดำเนินการอย่างรัดกุมและยุติธรรมที่สุด จงอธิบายเงื่อนไขให้คนเหล่านั้นเข้าใจอย่างถ่องแท้ อย่าให้เกิดข้อครหาหรือการร้องเรียนตามมาภายหลังเด็ดขาด เพราะความสงบสุขของชาวเมืองเริ่มต้นที่ความเป็นธรรมในเรื่องที่ดิน”
จากนั้นเขาก็หันไปสบตากับ เอลีเนีย กำชับด้วยคำสั่งที่เด็ดขาดไม่แพ้กัน “เอลีเนีย... หน้าที่ของเจ้าคือการจัดเก็บรายชื่อและประวัติเชิงลึกของผู้อพยพทุกคนอย่างละเอียดถี่ถ้วน ห้ามมีใครตกสำรวจแม้แต่คนเดียว ข้อมูลส่วนนี้สำคัญมาก หากในวันหน้าเราจำเป็นต้องตรวจสอบใคร ข้อมูลของเจ้าต้องพร้อมเรียกใช้งานได้ทันที... จำไว้ ทั้งสองหน่วยงานในบางเรื่องต้องประสานงานกันให้ดี ห้ามมีช่องโหว่ให้ใครแทรกแซงได้”
แคสเปียนและเอลีเนียขานรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง ทริสตันพยักหน้าให้ทั้งคู่เป็นการทิ้งท้าย ก่อนที่เขาจะฉุกนึกถึงประเด็นสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้ ชายหนุ่มปรบมือเข้าหากันดัง หนึ่งทีเพื่อดึงความสนใจของทุกคนกลับมาอีกครั้ง
“จริงสิ... เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเลย เกี่ยวกับโครงการตลาดใหญ่ที่เราเพิ่งไปตรวจตรามาด้วยตัวเอง อาร์วิน…เรา ต้องขอชมเชยเจ้าจากใจจริงที่หาพื้นที่ตั้งได้ดีทั้งจัดระเบียบพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม การวางโซนสินค้าต่าง ๆ ดูเหมาะสมและเอื้อต่อการค้าขายมาก แม้แต่ทหารที่ประจำการอยู่ตรงนั้นก็ขยันขันแข็งและเปี่ยมไปด้วยวินัย ฝากเจ้าส่งต่อคำชมของข้าไปถึงทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานนี้ด้วยนะ”
ทริสตันเว้นจังหวะพลางเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อยขณะกำชับเพิ่ม “แต่อาร์วิน... เจ้าต้องสั่งการให้ทหารลาดตระเวนเมืองกวดขันให้หนัก อย่าให้ใครบังอาจนำแผงค้ามาตั้งวางระเกะระกะนอกพื้นที่ตลาดใหญ่เป็นอันขาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองคือหน้าตาของเรา และเราจะไม่ยอมให้ความไร้วินัยเพียงเล็กน้อยมาทำลายภาพลักษณ์ของซิลเวอร์เรสเด็ดขาด”
อาร์วินที่ได้ฟังก็ตอบ “ผู้น้อยจะกำชับลูกน้องให้ดูแลในส่วนนี้ ไม่ไห้มีหลุดไปได้ครับ”
ทริสตันพยักหน้าช้า ๆ ก่อนที่ใบหน้าจะพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง เขาทอดสายตาคมกริบไปยัง ไซรัส จนอีกฝ่ายถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ในใจหวั่นเกรงว่าตนได้กระทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือไม่
“ไซรัส... เรามีแผนจะสร้างคลังเสบียงขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อสำรองอาหารไว้ใช้ในยามวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนาวอันยาวนาน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งยามศึกสงครามที่อาจมาถึงโดยไม่คาดคิด”
น้ำเสียงของทริสตันทวีความเข้มขรึมและหนักแน่นขึ้นตามลำดับ “คลังแห่งนี้จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือคลังบนดินสำหรับการใช้งานทั่วไป และส่วนที่สองคือ คลังเสบียงใต้ดินสำรองฉุกเฉิน ซึ่งจะถูกเปิดใช้เฉพาะในยามสงครามเท่านั้น เจ้าต้องจัดทำบัญชีอย่างละเอียดถี่ถ้วนและกำหนดรหัสลับในการเข้าถึงพื้นที่ส่วนนี้อย่างเข้มงวดที่สุด”
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไซรัสเพื่อย้ำเตือนความสำคัญ “ไม่ว่าจะเป็นคลังส่วนไหน เจ้าต้องคัดเลือกผู้ทำงานอย่างเข้มงวดที่สุด อาหารทุกชิ้นที่เข้าออกต้องผ่านการตรวจสอบและบันทึกที่มาอย่างแม่นยำ แม้แต่บุคลากรที่เข้าพื้นที่ก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน... จำไว้ให้มั่น เรื่องปากท้องคือความเป็นตายของเมือง ใครก็ตามที่บังอาจละเมิดกฎหรือทุจริตในหน้าที่ เราจะลงโทษอย่างหนักโดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น!”
บรรยากาศในห้องประชุมพลันเย็นเยียบลงจนน่าใจหาย น้ำเสียงเฉียบขาดของทริสตันสะกดให้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนสัมผัสได้ถึงความกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของผู้ปกครองหนุ่ม ทว่าทริสตันไม่ได้ใส่ใจปฏิกิริยาเหล่านั้น เขายังคงดำเนินการตามแผนการที่วางไว้
“ไซรัส... เจ้าจงคัดเลือกช่างฝีมือและแรงงานที่ไว้ใจได้ที่สุดเพื่อเริ่มโครงการนี้ เราได้ร่างแบบแปลนของคลังเสบียงไว้ให้เรียบร้อยแล้ว จงสร้างตามพิมพ์เขียวนี้อย่างเคร่งครัด ห้ามบิดเบือนแม้แต่น้อย”
เขายื่นม้วนกระดาษแผ่นหนาให้อีกฝ่ายพลางกำชับเสียงเรียบ “ส่วนเรื่องพื้นที่ในการก่อสร้าง เราได้ระบุตำแหน่งที่ตั้งไว้ให้ในนั้นแล้ว ทันทีที่เจ้าไปถึงพื้นที่เป้าหมาย จะมีหน่วยทหารลับที่เราส่งไปวางกำลังล่วงหน้าเป็นผู้ชี้จุดและอธิบายรายละเอียดเชิงลึกให้เจ้าเอง”
ไซรัสยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยออกมารับม้วนกระดาษนั้นราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ เขาโน้มตัวลงจนหน้าผากเกือบจรดโต๊ะประชุมพลางขานรับด้วยความยำเกรง “ผู้น้อยน้อมรับคำบัญชา... ผู้น้อยจะสร้างคลังเสบียงแห่งนี้ให้แข็งแกร่งและไร้รอยโหว่ ตามเจตนารมณ์ของท่านผู้ปกครองทุกประการครับ!”
ทริสตันกวาดสายตามองคนสนิทและข้าราชการทุกคนในห้องประชุมอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขาเยือกเย็นและจริงจังจนบรรยากาศโดยรอบคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแต่ละคนก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าสะเทือนขวัญ
“ทุกท่าน... เราไม่ได้มองแค่การพัฒนาเมืองไปวัน ๆ แต่เรามองเห็นเค้าลางบางอย่างที่กำลังก่อตัว ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้... ซิลเวอร์เรสอาจจะต้องเผชิญกับไฟแห่งสงครามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”
สิ้นคำประกาศนั้น เสียงอื้ออึงพลันดังขึ้นทั่วห้องประชุมราวกับผึ้งแตกรัง ข้าราชการหลายคนหน้าถอดสี ลอบสบตากันด้วยความตื่นตระหนกพร้อมเสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ทริสตันนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม เขาไม่ได้เอ่ยขัดหรือตำหนิ แต่ปล่อยให้ความจริงอันโหดร้ายนั้นซึมลึกเข้าไปในใจของทุกคนอยู่ครู่หนึ่ง
จนกระทั่งเมื่อจังหวะเวลาสุกงอม เขาจึงเค้นเสียงเข้มกังวานตบข่มทุกเสียงกระซิบให้เงียบกริบลงในทันที!
ทริสตันลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่วงท่าเปี่ยมด้วยอำนาจสะกดสายตาทุกคู่ให้ตรึงอยู่กับที่ เขาผายมือออกไปนอกหน้าต่างพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันปลุกเร้า
“แต่พวกเจ้าจงมองดูสภาพกำแพงเมืองของเราในตอนนี้สิ! สิ่งที่ใช้ปกป้องชีวิตพวกเจ้าและประชาชนยังเป็นเพียงรั้วไม้ผุ ๆ ที่แค่คนกลุ่มใหญ่รุมกระแทกก็พร้อมจะพังครืนลงมา แล้วรั้วพรรค์นั้นน่ะหรือ... ที่จะปกป้องพวกเราจากการรุกรานของศัตรูได้!”
เขาเว้นจังหวะ สายตาเป็นประกายกล้า “การเจรจาที่เอเธลการ์ดทำให้เรามีเงินในคลังจำนวนมาก และเราขอยืนยันว่าในอนาคตอันใกล้ ว่าทรัพย์สินเหล่านั้นจะยิ่งทวีคูณขึ้นอีกหลายเท่าตัว! ดังนั้น... ในนามของเรา ทริสตัน วินด์สเกล ขอประกาศที่ตรงนี้ว่า เราจะทำลายรั้วไม้ไร้ค่านั่นทิ้งเสีย แล้วสร้าง กำแพงหินอันแข็งแกร่ง ขึ้นมาโอบล้อมซิลเวอร์เรสให้กลายเป็นป้อมปราการที่ไม่มีวันล่มสลาย! เพื่อตอกหน้าใครก็ตามที่บังอาจคิดมารุกรานแผ่นดินของพวกเรา!”
เสียงคำรามกึกก้องของเขาปลุกเลือดในกายของทุกคนให้เดือดพล่านประหนึ่งเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำกลางใจ
คำพูดอันดุดันของทริสตันเปรียบเสมือนคลื่นยักษ์ที่ซัดสาดเข้าใส่จิตใจของทุกคนในห้องประชุม เมื่ออารมณ์เริ่มสงบลง ความเป็นจริงอันหนักอึ้งก็เริ่มก่อตัวเป็นคำถามในใจของเหล่าข้าราชการ
เอลีเนีย ขยับตัวอย่างประหม่า สีหน้าของเธอฉายชัดถึงความกังวลที่ปิดไม่มิดขณะตัดสินใจเอ่ยทัดทานด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อย
“เรียนท่านผู้ปกครอง... ผู้น้อยมิได้มีเจตนาจะขัดความตั้งใจอันแน่วแน่ของท่าน” เธอเว้นจังหวะพลางลอบสบตาผู้นำหนุ่ม “จริงอยู่ที่ตอนนี้คลังของเรามั่งคั่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าการก่อสร้างกำแพงหินล้อมเมืองเป็นอภิมหาโครงการก่อสร้างที่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลเหลือคณนา ผู้น้อยเกรงว่า... ต่อให้เราทุ่มเงินจนหมดคลังในเวลานี้ ก็อาจจะยังไม่เพียงพอต่อค่าแรงและวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดเสียด้วยซ้ำค่ะ”
ชายหนุ่มระบายรอยยิ้มบางที่มุมปาก แววตาที่จดจ้องเอลีเนียไม่มีวี่แววของความโกรธเคือง
“เราเข้าใจถึงข้อกังวลของเจ้าดี เอลีเนีย... จริงอยู่ที่งบประมาณในคลังยามนี้อาจจะดูห่างไกลจากมูลค่าการก่อสร้างทั้งหมด แต่นั่นมันก็แค่ ในตอนนี้ เท่านั้น”
เขาขยับกายเล็กน้อยพลางอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น “เจ้าลืมที่พูดไปแล้วเหรอ คลังของซิลเวอร์เรสในอนาคตนั้นมีแต่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นกำไรจากแร่ที่เราจะระบายขายออกในรอบถัดไป ภาษีที่กำลังจะเก็บเกี่ยวได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือแม้แต่กลุ่มพ่อค้าจากเอเธลการ์ดที่จ้องจะเข้ามาลงทุนในบ้านเมืองของเรา คนพวกนี้แหละที่จะนำพาเงินมหาศาลมาสมทบในคลังจนเจ้าคาดไม่ถึง”
ทริสตันเว้นจังหวะสบตาเธอตรง ๆ ก่อนจะทิ้งไพ่ใบสำคัญ “นี่ยังไม่นับรวมถึง เกลือ ที่หากครั้งนี้เลนอร์ทำสำเร็จตามที่เราคาดการณ์เอาไว้ มันจะกลายเป็นสินค้าส่งออกล้ำค่าที่ทำกำไรมหาศาลยิ่งกว่าสิ่งใด และที่สำคัญที่สุด... การสร้างกำแพงหินไม่ได้เสร็จสิ้นเพียงชั่วข้ามคืน ทว่ามันคือการลงทุนระยะยาวที่จะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นพร้อมกับความมั่งคั่งของพวกเรา เจ้าจงเชื่อมั่นในตัวเราเถอะ”
ไซรัสที่นิ่งฟังอยู่ครู่ใหญ่ขยับตัวอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะตัดสินใจถามออกไปด้วยความกังวลในฐานะผู้ควบคุมงานก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ทั้งซิลเวอร์เรส
“ท่านผู้ปกครองครับ... การสร้างกำแพงหินที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จำต้องระดมแรงงานมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผู้น้อยเกรงว่าหากเราเกณฑ์คนจำนวนมากขนาดนั้นมาลงแรงที่กำแพงเมืองเพียงอย่างเดียว มันจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อโครงการอื่น ๆ ที่เรากำลังทำอยู่ รวมถึงแผนการในอนาคตที่ท่านเคยวางไว้ด้วยนะครับ”
เขามองหน้าผู้ปกครองหนุ่มด้วยแววตาหนักใจ “เราอาจจะขาดแคลนกำลังคนจนงานส่วนอื่นชะงักงันได้ครับ”
ทริสตันส่ายหน้าช้า ๆ พลางยกยิ้มน้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น
“ไซรัส... โครงการที่ดำเนินอยู่ก่อนแล้วให้ผู้รับผิดชอบและแรงงานทำหน้าที่ของตนต่อไปตามปกติ ไม่ต้องดึงตัวมาสมทบที่กำแพงเมือง ส่วนโครงการใหม่ที่กำลังจะเริ่ม เราต้องการให้มีการส่วนกำลังคนให้ชัดเจนแยกขาดจากกัน เป็นงานใครงานมันไม่ต้องเกี่ยวข้องกันให้วุ่นวาย”
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางกล่าวต่อ “ลืมไปแล้วหรือว่าเราเพิ่งได้กลุ่มผู้อพยพจากเอเธลการ์ดมาไม่น้อย? นั่นแหละคือขุมกำลังสำคัญของเรา เจ้าจงประกาศคัดเลือกคนตามความถนัด ใครมีฝีมือช่างก็ใช้ในงานโครงสร้าง ใครมีแรงกายก็ให้ลงแรง ข้อดีของการมีประชากรหนาแน่นก็คือเราจะมีทรัพยากรมนุษย์ให้เลือกใช้อย่างมหาศาล และนี่จะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้พวกเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้นในดินแดนใหม่แห่งนี้ด้วย”
ทริสตันหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเข้มงวดสบประสานกับสายตาของไซรัสโดยตรง “แต่จำไว้ให้มั่น... เรื่องค่าแรงเจ้าต้องจ่ายให้ครบถ้วนและตรงเวลาห้ามขาดตกบกพร่องเด็ดขาด เราไม่ต้องการได้ยินเรื่องร้องเรียนการกดขี่หรือการค้างจ่ายค่าจ้างมาถึงหูเราเป็นอันขาด เจ้าเข้าใจใช่ไหม?”
“ผู้น้อยขอรับประกันว่าจะไม่ยอมให้เกิดข้อผิดพลาดเช่นนั้นเด็ดขาดครับ! ผู้น้อยจะเร่งเฟ้นหาแรงงานที่มีฝีมือและจัดสรรกำลังคนลงสู่โครงการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะมหาโครงการก่อสร้างกำแพงเมืองที่ต้องอาศัยทั้งแรงงานจำนวนมากและระยะเวลาอันยาวนาน ส่วนเรื่องงบประมาณค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงคนงาน ผู้น้อยจะรีบทำสรุปรายละเอียดทั้งหมดเพื่อรายงานต่อท่านผู้ปกครองโดยเร็วที่สุดครับ”
ไซรัสค้อมตัวลงต่ำ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า แตกต่างจากความประหม่าในคราแรกอย่างเห็นได้ชัด
“ดีมาก! เรื่องงบประมาณเจ้าจงวางใจได้ ขอเพียงเจ้าทุ่มเทคัดสรรคนฝีมือดีและควบคุมการก่อสร้างให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดก็พอ จำไว้ว่ากำแพงหินแห่งนี้คือหัวใจสำคัญที่จะชี้ชะตาความอยู่รอดของซิลเวอร์เรสในอนาคต ขอให้เจ้าตระหนักถึงภาระอันหนักอึ้งนี้ไว้ให้มั่น... อ้อ แล้วเราจะลงไปตรวจตราความคืบหน้าการทำงาน ที่หน้างานด้วยตัวเองเป็นระยะด้วย”
ทริสตันเว้นจังหวะพลางกำชับทิ้งท้ายด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยการตรวจสอบ “ไซรัส... ทันทีที่เจ้าออกแบบผังกำแพงเมืองเสร็จสมบูรณ์ จงส่งมาให้เราพิจารณาก่อนเป็นคนแรก หากตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่มีปัญหาไร้ข้อบกพร่อง เมื่อนั้นเจ้าจึงจะเริ่มก่อสร้างได้”