ยามหัวค่ำ ณ อาคารสำนักงานการค้าเกษตรขนาดใหญ่ ‘คาร์เนเทล’ กลางย่านเศรษฐกิจ เขตเมืองหลวงชั้นใน
โดมินิก หนุ่มใหญ่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกำลังเดินลงชั้นใต้ดินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังเพิ่งฟังรายงานผลประกอบการที่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย ทั้งที่เริ่มผูกขาดสินค้าจากแคว้นฮาเวนดอร์ได้แล้ว
“พวกมันยอมเสียเงินเพิ่ม เพื่ออ้อมทางผ่านทางเซฟิเรียนอย่างนั้นรึ… ข้าจะรอดูว่าพวกเจ้าจะทนได้นานแค่ไหน”
เขาพึมพำอย่างขุ่นเคืองตลอดทางลงบันได
โดมินิกไม่ใช่เพียงพ่อค้าใหญ่ทั่วไป หากแต่คือหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ซินเดรสเทรล และเป็นเจ้าของของกลุ่มการค้า 'คาร์เนเทล' ที่แปลว่า เครือข่ายเนื้อสัตว์ หนึ่งในผู้นำด้านผลผลิตทางการเกษตรของทั้งจักรวรรดิ
วันนี้เขาเพิ่งกลับจากการตรวจสอบอาคารที่ใช่ซ่อนตัวของทาสปีศาจที่จะออกปฏิบัติการ แล้วใช้เวลาทั้งบ่ายไปกับกองเอกสารและรายงานจนถึงหัวค่ำ โดยแทบไม่เหลียวแลสถานะของ “ทาส” เหล่านั้นเลย
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลง เขาจึงลงมายังห้องใต้ดินที่แม้แต่คนสนิทยังไม่รู้ เพื่อตรวจสอบสถานะของทาสปีศาจที่ถูกส่งไปกวาดล้างวิญญาณและซากศพในป่า
ประตูเหล็กดำบานใหญ่ตั้งขวางอยู่เบื้องหน้า โดมินิกยกตราสัญลักษณ์เท่าฝ่ามือแนบกับผิวเย็นเยียบทันที เส้นแสงสีเขียวแตกแขนงออกจากขอบตรา หมุนวนเป็นวงกว้างเต็มบานประตู อักขระโบราณหลายสิบตัวเรืองขึ้นและเคลื่อนที่ไปมาอย่างมีชีวิต
เสียง “คลิก” ดังสะท้อน ก่อนที่บานประตูจะเปิดอ้า เผยเพียงความมืดมิดภายใน เขาก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล
ประตูปิดลงอย่างช้า ๆ แสงสลัวค่อย ๆ ปรากฏเผยให้เห็นห้องกว้าง ด้านซ้ายและขวามีร่างทาสปีศาจในชุดดำยืนนิ่งราวกับรูปสลักนับสามสิบตน ข้างในสุดคือแท่นหินขนาดใหญ่ มีรูปสลักเทพปีศาจตั้งตระหง่าน
เบื้องหน้ารูปสลักนั้น เรียงรายด้วยแก้วผลึกใสห้าสิบลูก ปกติภายในจะมีดวงไฟสีเขียววูบไหว แต่บัดนี้กว่า ยี่สิบลูกกลับว่างเปล่า ไร้ไฟปีศาจอยู่ภายใน
“สารเลว…กล้าทำลายแผนของข้า! เช่นนั้นก็รับผลที่ตามมาเถอะ!”
เสียงคำรามสะท้อนก้องในความเงียบ ดวงตาโดมินิกแดงฉาน เส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ ขากรรไกรขบแน่นด้วยโทสะ
เขาควักหินสีเขียวเข้มเท่าลูกมะนาวออกมา กดยัดใส่ปากทาสปีศาจสิบห้าตัว ก่อนกางม้วนเวทแล้วร่ายคาถา อากาศในห้องเย็นเฉียบจนลมหายใจกลายเป็นไอ
ดวงตาที่ปิดสนิทพลันเบิกโพลง แสงไฟปีศาจสีเขียวลุกโชนในเบ้าตา โดมินิกแบ่งพวกมันออกเป็นสองกลุ่ม ห้าตนและสิบตน พร้อมยื่นตะเกียงปีศาจสองอันให้พวกมัน
“พวกเจ้าทั้งห้าตนออกไปทางลับที่หนึ่ง จากนั้นลอบเข้าไปทางอาคารที่แปดสังหารทุกคนในนั้นและใช้เส้นทางใต้ดินไปเก็บทุกชีวิตในอาคารหนึ่ง นำวิญญาณและร่างมาให้หมด ทำลายเส้นทางลับแล้วกลับมาทันที!”
ทาสปีศาจทั้งห้าก้าวหายไปในความมืดอย่างไร้สุ้มเสียง
“ส่วนอีกสิบ แบ่งเป็นสามทีม แยกกันแล้วมุ่งไปพื้นที่ยากจนทางตะวันตก เก็บกวาดครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย รีบกลับทันที แล้วนำวิญญาณและศพพวกนั้นกลับมา”
สิ้นคำ ทาสปีศาจสิบตนแยกย้ายออกไปตามเส้นทางลับที่เชื่อมสู่ตึกและบ้านเรือนหลายแห่งภายนอก ตึกเหล่านั้นภายนอกดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับคาร์เนเทลแม้แต่น้อย หากวันหนึ่งถูกสืบพบ เพียงทำลายเส้นทางลับเหล่านี้ ก็จะไม่เหลือหลักฐานใดโยงกลับมาได้
กลุ่มทาสปีศาจกระจายตัวออกไปจากหลายเส้นทาง หากติดตามอย่างต่อเนื่องยังพอคาดทิศทางได้ และทั้งหมดไม่รอดพ้นสายตาของหน่วยลาดตระเวนตัวน้อยที่นิโคลัสปล่อยไว้
นกน้อยทยอยบินกลับสู่โรงฝึกหลังโรงแรมสโตนบริดจ์ ส่งข่าวต่อเนื่อง
“พบกลุ่มคนชุดดำสี่กลุ่ม สามกลุ่มแรกกลุ่มละสามถึงสี่คน บนถนนสายหนึ่ง สี่ และเจ็ด มุ่งหน้าตะวันตก… กลุ่มสุดท้ายห้าคน บนถนนสายสี่ มุ่งลงใต้”
ข่าวถูกรวบรวมและส่งต่อถึงหน่วยพิทักษ์เมืองแทบตลอดเวลา นับจากที่คนชุดดำกลุ่มแรกปรากฏขึ้น
นิโคลัสไม่ต้องฝากอีรินไปบอกต่ออีกแล้ว เพราะทางการได้มอบ แผ่นเวทสื่อสาร สำหรับติดต่อด่วน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยรับข้อมูลจากเขาโดยเฉพาะในสำนักงานที่ห่างออกไปหนึ่งช่วงตึก
ไม่นานเขาได้รับข้อความจากนกอีกตัว รีบส่งต่อทันที
“กลุ่มที่ลงใต้ เข้าไปในอาคารสองชั้น เขตเมืองชั้นใน ห่างจากเป้าหมายหลักแปดหลัง”
“รับทราบ”
เสียงตอบกลับสั้นชัด
เมื่อสิ้นการติดต่อ นิโคลัสวางแผ่นเวทสื่อสารลง สีหน้าครุ่นคิดเคร่งเครียด อีรินซึ่งคอยอยู่ด้านหลังก็เอ่ยเบา ๆ
“นายน้อย… คืนนี้ท่านคงไม่ได้พักแล้ว พรุ่งนี้เว้นฝึกไปก่อนดีไหม?”
นิโคลัสหันไปสบตาเธอ
“รอดูอีกสักหน่อย หากดึกเกินไป ข้าคงไม่ไหว… พรุ่งนี้เช้ามืดยังมีนัดกับฝูงนกอีก”
เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่ออย่างหนักใจ
“ท่านพี่กลับไปพักเถอะ ตอนนี้ศัตรูยังไม่รู้เรื่องข้า คงไม่มีอันตราย แต่ต่อไป… คงต้องระวังมากกว่านี้แล้ว”
อีรินกัดริมฝีปาก มองสีหน้าเคร่งเครียดของนายน้อย
“ท่านควรปรึกษาท่านพ่อด้วย ในหน่วยพิทักษ์เองก็มีหลายคนรู้เรื่องท่านแล้ว หากข้อมูลรั่วไหล ศัตรูอาจสาวมาถึงเราได้”
นิโคลัสพยักหน้ารับ แม้พยายามเก็บอารมณ์ แต่ในดวงตายังแฝงความกังวลลึก ๆ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงข่าวกรองอีกต่อไป แต่หมายถึงความปลอดภัยของทั้งตนเองและทุกคนที่อยู่ข้างกาย
อีรินโค้งเล็กน้อยก่อนถอยไปพักยังห้องด้านนอก ทิ้งให้นายน้อยอยู่กับความคิดและสหายตัวน้อยของตนเอง
หน่วยพิเศษที่ปักหลักเฝ้าอาคารมานานเริ่มเอะใจ
“หัวหน้า ข่าวล่าสุดบอกว่ามีคนชุดดำเข้าไปในตึกที่ห่างออกไปแปดหลัง เวลาผ่านมากว่ายี่สิบนาทีแล้ว… ที่นี่เงียบผิดปกติ ปกติยังพอได้ยินเสียงขยับข้างใน แต่นี่เงียบสนิทมาสิบนาที”
นักรบคนหนึ่งรายงาน
หัวหน้าหน่วยหน้าตึง รีบหยิบแผ่นเวทสื่อสารขึ้นมา
“ขออนุญาตจู่โจม เป้าหมายถูกคลุมด้วยเวทกั้นเสียงเกินสิบนาทีแล้ว คาดว่าเกิดเหตุขึ้น”
เสียงจากอีกฝั่งเว้นไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบรับสั้นชัด
“ลงมือได้ แจ้งหมู่ที่เฝ้าอีกตึก หากพวกมันออกมาให้เข้าสกัดทันที”
“รับทราบ”
เขาเก็บแผ่นเวท หันไปสั่งลูกน้อง
“หมู่หนึ่งไปเสริมเฝ้าอาคารนั้น ถ้ามันออกมาให้โจมตีทันที!”
เจ้าหน้าที่สิบคนพุ่งตัวออกไปทันที
หัวหน้าหน่วยยกนกหวีดขึ้น เป่าสัญญาณกระชั้น เสียงแหลมสะท้อนในความมืด ก่อนชักดาบออกมาตะเบ็งเสียงก้อง
“บุก!”
ขณะเดียวกัน กิลด์เขี้ยวอัสดงเพิ่งกลับมาถึงนอกกำแพงเมือง แต่ยังไม่ทันเข้าประตู ก็ได้รับข่าวล่าสุดจากหน่วยประสานงานบนป้อมเมือง จอมเวทรอยหันมาสั่งทันที
“เปลี่ยนทาง—เข้าประตูตะวันตก!”
สิ้นคำ เขาควบม้าไปด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า การควบม้านอกกำแพงยังเร็วกว่าถนนแคบในเมือง แม้ยามราตรีก็ตาม
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มทาสปีศาจสามสายกำลังเร่งฝีเท้าเข้าใกล้เขตตะวันตก ซ่อนพลังชีวิตจนยากแก่การตรวจจับ หากเป็นสถานการณ์ปกติคงเล็ดรอดหน่วยพิทักษ์ไปได้แน่… แต่ครั้งนี้ “ดวงตา” ของนิโคลัสบนท้องฟ้าเกาะติดทุกฝีก้าว
โครม! เพล้ง!
ประตูและหน้าต่างอาคารเป้าหมายแตกกระจาย หน่วยพิเศษพุ่งเข้าอาคารเป้าหมายตามคำสั่ง
อัศวินและนักรบโล่พุ่งเข้าไปจัดแนวป้องกัน ทว่าเบื้องในกลับว่างเปล่า มีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาเอง
“รีบค้นหา!”
หัวหน้าสั่งกระชับ
คนกว่าสามสิบกระจายกำลังค้นทั่วตึก แต่สิ่งที่พบมีเพียงคราบเลือดสดใหม่ที่สาดไปทั่ว ไม่ปรากฏซากศพแม้แต่ร่างเดียว
“เราเข้ามาช้าเกินไป…”
ใครบางคนพึมพำเสียงต่ำ
บึ้ม!
เสียงระเบิดดังสะท้อนจากอีกหลายช่วงตึก หัวหน้าหันตวาดเสียงทันที
“หมู่ห้า! ตรวจหาหลักฐานในนี้ ส่วนที่เหลือ ตามมา!”
ยี่สิบคนพุ่งออกไปตามเสียงระเบิด
แสงเวทหลากสีสาดปะทะกันกลางถนน อาวุธในมือปะทะจนเกิดประกายไฟ ลูกธนูพุ่งกระจายเต็มฟ้า
แม้ทาสปีศาจจะมีเพียงห้าตน แต่ทุกตนคือเทียร์สาม หน่วยพิเศษยี่สิบคนที่เฝ้าบริเวณนี้ มีเพียงหัวหน้าหมู่สองคนที่เป็นเทียร์สามขั้นต้น ที่เหลือทั้งหมดเป็นเพียงเทียร์สองขั้นสมบูรณ์ พวกเขาแทบไม่อาจต้านทานได้
เสียงกรีดร้องและแรงปะทะหนักหน่วงทำให้หลายคนเริ่มถอยร่น จนไม่ทันสังเกตว่ามีหนึ่งในทาสปีศาจแยกตัวหายไปตั้งแต่เมื่อใด
เพียงครู่เดียว หน่วยเสริมจากอาคารเป้าหมายก็สมทบเข้ามา เทียร์สามอีกสามคนโถมเข้ากดดัน ศึกพลิกกลับอย่างรวดเร็ว ทาสปีศาจทั้งสี่ถูกโอบล้อมและสังหารภายในหนึ่งนาที ทว่าหน่วยพิเศษบาดเจ็บสาหัสหลายราย และสูญเสียกำลังไปไม่น้อย
หัวหน้าหน่วยหอบหายใจ มองซากทาสทั้งสี่แล้วกัดฟัน
“ทำไมมีแค่สี่?!”
รายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาตามมา
“คงหนีออกไปตอนที่พวกเราถูกเวทไฟบังสายตา… ตอนนั้นเราสู้มันไม่ได้เลย”
หัวหน้าหน่วยเงียบงัน ก่อนรายงานผ่านแผ่นเวทสั้น ๆ
“ยืนยัน ทาสปีศาจสี่ ถูกทำลาย หนึ่งหนีรอด ไม่มีผู้รอดชีวิตในอาคารทั้งสองหลัง”
เสียงตอบรับสั้นห้วนดังกลับมาเพียง
“รับทราบ”
เขาหันไปสั่งการเสียงเข้ม
“ตรวจหาทางลับให้ทั่ว! นักล่าออกตามหาผู้หลบหนี นักเวทค้นหาผู้เห็นเหตุการณ์ แล้วลบความทรงจำพวกเขาให้หมด”
ด้านโดมินิกที่เฝ้าลูกแก้ววิญญาณอยู่ในห้องใต้ดิน กำหมัดแน่น
“บัดซบ… เสียไปอีกสี่แล้ว พวกมันดักที่ตึกนั้นอยู่จริง ๆ”
เขาหยิบกระดาษเวทเก่า ๆ สองแผ่น เขียนคำสั่งสั้น ๆ ลงไปต่างกัน ก่อนหยิบลูกแก้ววิญญาณสองลูกขึ้นมา
ลูกหนึ่งเป็นของทาสที่หนีรอดและกำลังกลับมา อีกลูกของทาสที่กำลังเคลื่อนไปตะวันตก
กระดาษถูกเผาเป็นควันซึมเข้าแก้ววิญญาณทีละลูก แววตาโดมินิกแข็งกร้าว
“อย่าว่าข้าใจร้ายเลย… พวกเจ้าบังคับข้าเอง”
ทาสปีศาจที่กำลังหลบหนีพลันสะดุ้งเมื่อร่างกายร้อนวูบขึ้น ก่อนเสียงคำสั่งก้องกังวานดังแทรกในจิต
“ฆ่ามนุษย์สิบชีวิต แล้วนำตะเกียงซ่อนไว้ที่ประตูทางออกอาคารสาม จากนั้นตามไปสมทบทางตะวันตก”
มันไม่ลังเล กระโจนข้ามกำแพงเข้าสู่บ้านใกล้เคียง มีดเงาวับเฉือนผ่านความมืด เสียงกรีดร้องสั้น ๆ ถูกดับสิ้น ผู้คนในเรือนถูกสังหารอย่างเงียบเชียบในยามหลับใหล ก่อนข้ามไปสู่บ้านถัดไป
อีกสี่ตนที่กำลังเร่งฝีเท้าอยู่ชะงักไปพร้อมกัน คำสั่งใหม่ซึมเข้ามาในจิต พวกมันสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนแยกตัวเข้าไปในอาคารที่อยู่ข้างทาง เหลือเพียงหกตน ที่แยกไปบนถนนสายหนึ่งและสี่ ยังคงมุ่งหน้าสู่เขตตะวันตกตามแผนเดิม
บนกำแพงเมือง หน่วยพิเศษหนึ่งหมู่ประจำการดักรออยู่ อีกหมู่กำลังไล่ตามทาสปีศาจมาจากด้านหลังไกล ๆ
เสียงรายงานดังขึ้นจากเวทสื่อสาร
“เป้าหมายอยู่ห่างสองร้อยเมตรที่ถนนสายหนึ่งและสี่… แต่สายเจ็ดไม่พบร่องรอย”
“รับทราบ”
หัวหน้าหน่วยตอบสั้น ก่อนหันไปสั่งลูกน้องข้างกาย
“นำหมู่สองไปตรวจสายเจ็ด ล่าพวกที่หายไปสี่ตนให้เจอ”
“รับทราบ”
เขาสูดหายใจลึก แล้วออกคำสั่งเสียงดัง
“เตรียมพร้อม โจมตีระยะไกลยื้อเวลา รอหน่วยสนับสนุน! ปิดประตูเมือง ปิดบันไดทางขึ้น!”
บานประตูไม้หนาหนักถูกเลื่อนปิด เสียงโซ่เหล็กขึงตึง ยามบนกำแพงประจำจุดรบเต็มกำลัง
ลูกธนูหลายสิบดอกพุ่งจากยอดกำแพงใส่ทาสปีศาจหกตนที่กรูกันเข้าลานกว้างเบื้องล่าง แม้จะรวมความได้เปรียบจากที่สูงแต่คมศรเหล่านั้นกลับไร้ค่า ไม่อาจเจาะทะลุเกราะพลังของพวกมันได้แม้แต่น้อย
มิหนำซ้ำยังมีลูกธนูจากด้านล่างยิงสวนขึ้นมา ทำให้ยามหลายคนล้มลง
หัวหน้าหน่วยที่เป็นนักเวทเทียร์สามเพียงคนเดียวบนกำแพงกัดฟันร่ายเวทวายุใส่กลุ่มศัตรู แต่คลื่นใบมีวายุกลับถูกทาสนักเวทสร้างผนังดินกั้นขวางทันควัน
ข้าง ๆ ยังมีทาสเวทอีกตน ร่ายเวทไม้แตกกิ่งกลายเป็น “บันได” ให้ทาสปีศาจปีนขึ้นกำแพงอย่างอุกอาจ มือธนูด้านข้างเขาสองคนก็ไม่อาจทำอะไรได้มากนักเพราะติดเถาวัลย์สกัดกั้นไว้หมด
เพียงเพื่อให้ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความลับ กำลังพลที่ใช้จึงมีจำกัด แนวป้องกันจึงบางตาเกินไป เมื่อทาสปีศาจสามตนปีนขึ้นถึงยอดกำแพง การตะลุมบอนจึงเริ่มต้น
คมดาบอาบคลื่นพลังดำขลับปะทุพลังมืดหม่น ฟาดเข้าหาหน่วยพิเศษเจ็ดนายและยามสิบกว่าคนที่รีบโอบล้อมเข้าต้าน แต่ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับเหว แรงปะทะเพียงครั้งแรกทำให้ยามหลายคนกระเด็นร่วงไปทั้งแถว บางคนศีรษะขาดสะบั้นในพริบตา หน่วยพิเศษเองก็แตกกระจาย เลือดไหลนองบนหินกำแพง
หน่วยพิเศษเทียร์สองทั้งเจ็ดคนกัดฟันต้านทานได้ไม่กี่ท่าก็เริ่มล้มลงทีละคน
นักธนูข้างหัวหน้าหน่วยพยายามยิงช่วยแต่ก็โดนศรจากทาสนักธนูที่ขึ้นมายืนที่ขอบกำแพงเมืองปักเข้ากลางอกสิ้นใจทันที
หัวหน้าหน่วยที่เหลือรอดเพียงหนึ่งในไม่กี่คน ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสยอง
เขาตระหนักว่าพวกเขาวางแผนผิดพลาดโดยสิ้นเชิง ไม่คิดว่าทาสปีศาจด้านนี้จะมีจำนวนมากกว่าที่อาคารเป้าหมาย และยังแฝงทั้งเวทธาตุดินกับไม้ทำให้ได้เปรียบพวกเขาจนขึ้นบนกำแพงเมืองได้โดยง่าย
เสียงกรีดอากาศของดาบมืดหม่นพุ่งเข้าประชิดในระยะสุดท้าย เขาแทบไม่มีแรงป้องกัน ทำได้เพียงหลับตาลงด้วยใจหนักอึ้ง
รอรับชะตากรรมที่กำลังจะฟาดฟันลงมา…