แม็กซ์ยืนสงบกลางลานกว้าง แม้จะได้เปรียบ เพราะเพิ่งล้มไฟท์เตอร์มือดีมาหมาดๆ แต่เขาก็ไม่บุกไปตีป้อมของคู่ต่อสู้
“ ลูกพี่ เราจะทำยังไงกันดี ” สมาชิกร่างสูง ผู้มีผิวดำปานถ่าน เอ่ยถามลูกพี่ใหญ่
ใบหน้าแข็งกระด้างของอินอสต้ากระตุกเล็กน้อยเป็นเชิงใช้ความคิด ครู่หนึ่ง เขาก็ได้ไอเดีย
“ ลองรุมตีทั้งสามทาง ถึงเป็นแม็กซ์ก็ยากจะรับมือ เพราะแทงค์ส่วนใหญ่มักจะพลิกกายหรือกลับตัวได้ช้ากว่าตำแหน่งอื่น”
พอลูกทีมได้ฟังแผนอันแยบคาย กำลังใจก็เริ่มกลับคืน นักสู้ทั้งสามจึงกระชับสามง่าม แล้วก้าวไปข้างหน้า เพื่อต่อสู้ โดยมีอินอสต้ายืนบัญชาการอยู่แนวหลัง เมื่อทุกคนในทีมพร้อม กัปตันทีมผิวสีก็ตะโกนสั่งการ
“ แยกออกเป็นสามทาง คนที่หนึ่งอยู่ด้านหน้า คนที่สองฉากไปซ้าย คนสุดท้ายย้ายไปมุมขวา ”
สามไฟท์เตอร์กระจายกำลังตามคำสั่ง เพียงพริบตา พวกเขาก็เข้าประจำตำแหน่ง ทว่าแทงค์มือหนึ่งก็ยังไม่แสดงอาการใดๆ เขายังคงยืนนิ่ง ราวกับถูกเสกให้กลายเป็นรูปปั้น
อินอสต้าดูการกระจายกำลังของลูกทีม ท่าทางพอใจ ก่อนจะออกคำสั่งต่อไป
“ แผนรบฉาบฉวย สลับกันตี ปฏิบัติ ”
ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง ชายฉกรรจ์ด้านหน้า ก็พุ่งเข้าไปเสียบแมกซ์ด้วยสามง่าม แทงค์ร่างยักษ์จึงยกขวานขึ้นปัดป้อง
" เคร้ง "
เสียงอาวุธสองชิ้นปะทะกันดังสนั่น ด้วยความแรงในการปัด ทำให้ชายฉกรรจ์เซถลาจนเกือบล้ม
พอแม็กซ์เห็นชายฉกรรจ์เสียหลัก เขาก็เหวี่ยงขวานไปที่ศีรษะ หวังปิดเกม ทว่าชายฉกรรจ์ทางด้านซ้ายได้พุ่งเข้ามาจู่โจมอย่างรวดเร็ว แทงค์ร่างยักษ์จึงต้องเปลี่ยนมาป้องกันแทน
" เคร้ง "
แม็กซ์เริ่มรู้สึกลำบาก เพราะต้องต่อสู้กับสองยอดฝีมือจนหลงลืมนักสู้คนสุดท้าย
“ ฉึก ”
เสียงของมีคมพุ่งทะลุเนื้อดังขึ้น พร้อมเลือดแดงฉานที่กระฉูดออกมา เมื่อแม็กซ์หันกลับมาดู ก็พบว่าที่หัวไหล่มีสามง่ามเสียบอยู่ มันเป็นของชายฉกรรจ์คนที่สามซึ่งประจำอยู่ทางด้านขวา
“ ฮึ่ม..... ”
แม็กซ์คำรามในลำคอ พร้อมยกขวานขึ้นสูง หวังฟาดชายฉกรรจ์คนที่สาม แต่นักสู้คนนั้นกลับถอยฉากออกไป ส่วนไฟท์เตอร์อีกสองนายก็ล่าถอยเช่นกัน
อินอสต้ายิ้มเล็กน้อย เพราะการต่อสู้เบื้องหน้าเป็นไปตามที่คาด ถึงแม็กซ์จะเก่งยังไง แต่ถ้าโดนล้อมทั้งสามด้าน แล้วรุมตี ก็ยากจะต้านทาน กัปตันทีมหน้าตายเริ่มนึกถึงชื่อเสียงที่กำลังเข้ามา พวกเขาอาจเป็นทีมแรกในรอบแปดปีที่สามารถล้มราสก็เป็นได้
“ หึๆ โทษทีนะ พวกนายดันประมาทเอง ”
เหล่าชายฉกรรจ์กำสามง่ามในมือ สายตาจับจ้องไปที่แม็กซ์
“ ย่ะ ” ไฟท์เตอร์ด้านซ้ายเปิดฉากด้วยการพุ่งเข้าใส่ แต่พอแม็กซ์หันไปรับศึก นักสู้ผู้นั้นก็หยุดโจมตี กลายเป็นฝ่ายชายที่อยู่ด้านหน้าจู่โจมแทน
“ เคร้ง ”
แม้ว่าแม็กซ์จะถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เขาก็ยกขวานหินมากันได้ทัน ทว่าไม่อาจหนีสามง่ามของไฟท์เตอร์ที่ด้านขวา
“ ฉั้ว ”
เหล็กคมพุ่งถากเนื้อ พร้อมเลือดสดที่สาดออกมาจากท่อนแขนล่ำสัน
“ อีกนิดเดียว ก็โดนเต็มๆแล้ว ” อินอสต้านึกเสียดายที่แทงโดนแค่เฉียดๆ ด้วยแม็กซ์อาศัยสัญชาตญาณดิบ เบี่ยงแขนหลบสามง่ามได้อย่างหวุดหวิด
ทันใดนั้นเอง ชายฉกรรจ์ด้านซ้ายก็สานต่อด้วยการสืบเท้าเข้าไปเสียบ เป้าหมายคือแผ่นหลังอันกว้างใหญ่
“ ฉึก ”
เสียงเหล็กเสียบเนื้อดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมเลือดแดงที่พุ่งกระฉูดออกมา ราวกับน้ำพุที่ผุดจากบ่อน้ำ
“ อย่างนั้นแหละ ” อินอสต้าแสยะยิ้ม เขาดีใจที่เห็นสามง่ามปักเข้าไปที่กลางหลังของแม็กซ์ โอกาสชนะในเกมนี้มีมากกว่าครึ่งแล้ว
แม็กซ์ผงะหนึ่งจังหวะ ก่อนถอยหลังไปสามก้าว นับว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยาก เพราะที่ผ่านมา แทงค์มือดีไม่เคยเสียท่าให้ใคร ทั่วทั้งอัฒจันทร์เลยเงียบกริบ
“ ดีมาก ไล่ตอดไปเรื่อยๆ อีกนิดเดียวก็จะล้มมันได้แล้ว ” อินอสต้าสั่งการ สีหน้าฉายแววลิงโลดอย่างชัดเจน
เหล่าลูกทีมต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พวกเขาดีใจที่แผนการได้ผลเกินคาด แทงค์ร่างยักษ์ได้รับไปถึงสามแผล จึงพร้อมใจกันรุกคืบ
แม็กซ์หยัดกายยืนตรง ดวงตาแข็งกร้าวกวาดมองมวลหมู่อริ ใบหน้ายาวใหญ่ยังคงนิ่งขึงและไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวด คล้ายว่าสามแผลที่ได้รับ เป็นเพียงรอยขีดข่วน ด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม ทำให้สามไฟท์เตอร์เริ่มลังเลใจ
เหล่านักสู้หันมามองหน้ากันเอง ไฟท์เตอร์ร่างผอมสูงจึงกล่าวกับเพื่อนอีกสองคนด้วยเสียงกระซิบ
“ ดูท่าทางมันไม่เป็นอะไรเลย ทั้งที่น่าจะเจ็บหนักจากการโจมตีของพวกเรา ”
ไฟท์เตอร์อีกสองคนไม่ตอบคำ แต่ภายในนึกแย้งเล็กน้อย อาการน่ะไม่ใช่แค่เจ็บหนักหรอก แต่น่าจะเข้าขั้นสาหัสเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่ามันยังยืนได้ยังไง
บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครกล้ารุกเข้าไปจู่โจม ทำให้อินอสต้าร้อนใจ เลยปลุกขวัญลูกทีมด้วยเสียงตะโกน
“ อย่ากลัว ตั้งสติให้ดี แล้วรุมตีพร้อมกัน ต้องชนะแน่”
เมื่อลูกพี่ใหญ่พูดจบ สีหน้าของเหล่าลูกทีมก็ดีขึ้น พวกเขากำสามง่ามเอาไว้แน่น เพื่อเตรียมเผด็จศึกครั้งสุดท้าย ฝ่ายแม็กซ์ก็เริ่มขยับกายช้าๆด้วยการก้มตัวเล็กน้อย
“ ลุย ” อินอสต้าให้สัญญาณ
เหล่าไฟท์เตอร์บุกจู่โจมจากทุกทิศทุกทาง สามง่ามในมือพุ่งเข้าเสียบแม็กซ์อย่างไม่ลังเล แต่ก่อนคมเหล็กจะเข้าถึงตัว ชายร่างยักษ์ก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ เสร็จข้าล่ะ ”
ทันใดนั้นเอง ร่างมหึมาของแทงค์มือหนึ่งก็เปล่งประกายสีแดง เขากางสองแขนกำยำออก แล้วหมุนตัวเป็นวงกลม มันเร็วจัดจนดูคล้ายลูกข่างขนาดใหญ่
“ เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย ” สามลูกทีมตกใจ แต่พวกเขาไม่อาจถอยหลัง ด้วยโถมกายเข้าใส่ศัตรูทั้งตัว เมื่อเหล่านักสู้ปะทะกับลูกข่างยักษ์ ก็เกิดประกายไฟสีส้มแลบออกมา พร้อมเสียงระเบิดที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
“ ตูม..... ”
สิ้นเสียงระเบิด ร่างของสามไฟท์เตอร์ได้ลอยละลิ่วออกมา จากนั้นก็ร่วงลงไปนอนกองกับพื้นตามทิศเดิมที่เคยประจำ เรียกได้ว่ามาจากทางไหน ก็กลับไปทางนั้น ทุกนายล้วนตาเบิกโพลง อันบ่งบอกว่าสลบล้านเปอร์เซ็นต์
ลูกข่างยักษ์สีแดงค่อยๆลดความเร็วลง ในที่สุด มันก็หยุดหมุน เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของแม็กซ์ คิ้วดกบนใบหน้าขรึมดูจะกระตุกนิดๆเป็นเชิงสงสัยว่าจบรึยัง
จังหวะที่แม็กซ์หยุดหมุนตัว ร่างของเหล่าไฟท์เตอร์ก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้า พริบตาต่อมา แสงนั้นก็พลันหายไป พร้อมสามนักสู้
แม็กซ์หันหน้ามาทางอินอสต้า จากนั้นก็ประกาศชื่อกระบวนท่าที่ใช้เมื่อครู่นี้
“ วงล้อมรณะ ”
ทั้งสนามเงียบกริบไปชั่วขณะ การต่อสู้ที่รุนแรงและเหนือจินตนาการ สามารถสะกดให้ผู้คนตกตะลึง แต่พอตั้งหลักได้ พวกเขาก็เริ่มส่งเสียงเฮ มันทวีความรุนแรงจนดังกึกก้องไปทั่วโคลอสเซียม
“ เฮ......สุดยอด แม็กซ์โคตรจะเก่งเลย นายคือแทงค์มือหนึ่ง เฮ..... ”
อินอสต้าถึงกับนิ่งอึ้ง เหงื่อไหลโชกโทรมกาย กัปตันทีมเจ้าถิ่นไม่คิดไม่ฝันเลยว่าแทงค์ชื่อดังจะมีกระบวนท่าที่น่ากลัวแบบนี้ สมองอันแหลมคมจึงใคร่ครวญอยู่นาน ในที่สุด เขาก็คิดแผนใหม่ออก
“ ลองเปลี่ยนมาโจมตีระยะไกล ”
………………………….
มาวินยืนอ้าปากค้าง ราวกับลิงหกกะล้ม เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงความห่างชั้นของฝีมือ ว่ากันตามจริง ต่อให้ร่วมมือกับเหมยลี่ พวกเขาก็ยังแพ้ปีศาจตนนี้อยู่ดี กายเล็กเพรียวจึงเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
เหมยลี่สังเกตเห็นอาการของมาวิน เธอจึงยิ้มเล็กน้อย แววตาเปล่งประกายเห็นใจ ไม่ว่าใครที่ได้เห็นการต่อสู้ของแม็กซ์ ย่อมต้องขลาดกลัวด้วยกันทั้งนั้น
“ ยัยโย่ง ไอ้ถึกนี่ทำไมโคตะระเก่งขนาดนี้ ” มาวินเอ่ยถามเสียงสั่น
“ ถ้านายเคยดูราสแข่งมาก่อน ก็จะรู้ แม็กซ์น่ะตัวแข็งอย่างกับเหล็ก แถมเหมือนไม่รู้จักเจ็บปวด พละกำลังก็ว่ากันว่าเท่ากับผู้ชายสิบคน เพราะแบบนี้ทุกคนถึงเรียกเขาว่าแทงค์ปีศาจ ” เหมยลี่ตอบรัวเร็วจนผิดวิสัย ถ้าให้เดา น่าจะเป็นเพราะความตื่นเต้นของเธอ
“ เหอๆ แล้วไอ้หน้าแหลมนั่นจะเอาอะไรไปสู้ล่ะเนี่ย ” มาวินหัวเราะแห้งๆ พลางชี้ไปที่อินอสต้า
เหมยลี่ก็คิดตรงกับมาวิน ถ้าสู้กันตัวต่อตัว แม็กซ์น่าจะชนะได้ไม่ยาก เพราะถึงอินอสต้าจะเป็นไฟท์เตอร์ระดับสูง แต่เขาก็โดดเด่นด้านวางแผนและสั่งการเท่านั้น ระหว่างที่วัยรุ่นทั้งสองจมดิ่งกับภวังค์ เสียงประกาศจากโฆษกสนามก็ดังขึ้นมา
“ ทีมมัฟฟินขอเปลี่ยนตัวสี่คน ผู้เล่นที่เข้ามาใหม่คือแครี่สาม แทงค์อีกหนึ่ง ”
สิ้นเสียงประกาศ คิ้วของเหมยลี่ก็กระตุกเล็กน้อย เพราะกะไว้แล้วว่ากัปตันทีมผิวสีจะใช้แผนนี้
“ อืม.....เป็นการแก้เกมที่น่าสนใจ แม็กซ์จะรับมือได้มั้ย ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
