หลังจากที่อันนานำเื่ที่จะให้เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีไปรับงานต่อที่คาเฟริมหาด คู่รักที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศก็ตอบรับอย่างยินดี และพวกเขายังมีเื่ที่อยากขอความช่วยเหลือจากอันนาด้วยว่าพวกเขาเหลือเวลาที่จะอยู่บนเกาะอีกแค่ไม่กี่วัน หากเป็ไปได้พวกเขาก็อยากจะให้เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีรีบมารับ่ต่อโดยเร็ว เพราะคู่รักทั้งสองอยากใช้เวลา่สุดท้ายเดินเที่ยวรอบเกาะเพื่อเก็บไว้เป็ความทรงจำ
เช้าวันรุ่งขึ้นอันนาจึงโทรศัพท์ไปเชิญให้เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีมาพบที่แผนกประชาสัมพันธ์
“สวัสดีค่ะคุณเหอ คุณฮั่ว เชิญนั่งก่อนสิคะ” อันนากล่าวทักทาย
ฮั่วเฉินซีเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เหอหลี่น่านั่งก่อน จากนั้นเขาค่อยนั่งตามหลังเธอ
อันนายิ้มพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียน “คราวก่อนที่ได้คุยกัน พวกคุณยังเป็แค่เพื่อน แต่ตอนนี้สถานะคงเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหมคะ”
“ผมอยากให้เปลี่ยนแต่คุณคนสวยเขายังไม่ยอมน่ะครับ ่นี้ผมก็เลยต้องใช้ความพยายามให้มากสักหน่อย เผื่อว่าคุณเขาจะเห็นใจจะได้เปลี่ยนสถานะให้ผมเร็วๆ” ฮั่วเฉินซีบอก
“คุณอย่าพูดไร้สาระได้ไหม ไม่อายบ้างหรือไง” เหอหลี่น่าบิดเอวฮั่วเฉินซีอย่างหมั่นไส้ จากนั้นเธอก็หันไปยิ้มให้อันนา “คุณอันนาอย่าไปสนใจเขาเลยค่ะ เขาเป็ประเภทชอบพูดไปเรื่อย หาสาระอะไรกับคำพูดของเขาไม่ได้หรอกค่ะ”
“มีคนบอกว่าเวลาที่พวกคุณอยู่ด้วยกันจะทำให้คนรอบข้างมีความสุข ฉันชักจะเชื่ออย่างนั้นแล้วสิคะ”
“คนอื่นอาจจะมีความสุขแต่เขากลับทำให้ฉันปวดหัวมากเลยล่ะค่ะ”
“ที่รัก! คุณไม่สบายเหรอ ถ้าอย่างนั้นเรากลับบ้านกันดีไหม วันหลังเราค่อยมาหาคุณอันนาใหม่ก็ได้” ฮั่วเฉินซีรีบเอาหลังมือแตะหน้าผากหญิงสาวเพื่อวัดอุณหภูมิ
“พี่อันนา พี่ดูเขาสิคะ ทำเป็เล่นอยู่ได้ทั้งวัน” เหอหลี่น่าบอก จากนั้นเธอก็ขอโทษอันนา “ฉันขอโทษนะคะ เสียมารยาทจนเผลอเรียกคุณว่าพี่ไปแล้ว”
อันนายิ้มให้สองหนุ่มสาว “ต่อไปพวกคุณเรียกฉันว่าพี่ก็ได้ค่ะ ฟังดูเป็กันเองดี ส่วนฉันขอเรียกพวกคุณว่าเฉินซีกับนาน่าก็แล้วกันนะคะ”
“ยินดีเลยค่ะ” เหอหลี่น่ายิ้ม “ว่าแต่พี่อันนาเรียกเราสองคนมาทำไมคะ”
“คืออย่างนี้ พวกเธอคงเคยไปใช้บริการที่คาแฟริมหาดแล้วใช่ไหม คู่รักที่ทำงานอยู่ที่นั่นถึงกำหนดที่ต้องเดินทางกลับประเทศของพวกเขาแล้ว พี่เห็นว่าพวกเธอสองคนเหมาะกับการไปทำงานที่นั่น พี่อยากถามว่าพวกเธอสนใจจะไปรับงานต่อจากพวกเขาไหม”
“ฉันสนใจค่ะ! บอกพี่ตามตรงเลยนะคะว่าฉันอยากหาอะไรทำอยู่พอดี ตอนแรกได้เที่ยวเล่นแบบไม่คิดอะไรก็ดีอยู่หรอกค่ะ แต่หลังๆ รู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้ว” เหอหลี่น่าเหล่ตามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ “หรือฉันกำลังเบื่อใครบางคนก็ไม่รู้”
“ต้องเป็พี่อันนาแน่ๆ” ฮั่วเฉินซีรีบพูดเสริม “ผมคิดว่านาน่าต้องเบื่อพี่อันนาแน่ๆ เลยครับ เพราะั้แ่วันที่พี่พูดถึงตุ๊กตาคู่รัก เธอก็มองผมแปลกไป”
“แล้วตอนนี้เธอมองนายดีขึ้นบ้างหรือยังล่ะ” อันนาถาม
ฮั่วเฉินซียิ้มจนหน้าบาน “หลังจากเจอตุ๊กตาคู่รักอีกครั้ง เธอก็ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ความจริงใจเพื่อเปลี่ยนสถานะเลยล่ะครับ”
“หืม...พวกเธอเห็นตุ๊กตาคู่รักอีกครั้งแล้วเหรอ” อันนาทำหน้าแปลกใจ “ปกติแล้วตุ๊กตาคู่รักไม่ได้จะเจอกันได้ง่ายๆ นะ แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่วันพวกนายก็ได้เจอตุ๊กตาคู่รักเป็ครั้งที่สองแล้ว สงสัยชาตินี้พวกนายคงแยกกันไม่ได้แล้วล่ะ บอกเลยนะว่าตุ๊กตาคู่รักของที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก แม้แต่ฉันที่บ้านเกิดอยู่อีกซีกโลกหนึ่งยังได้มาเจอคนรักแถมยังได้ย้ายจากบ้านเกิดแล้วมาอยู่ที่นี่เป็การถาวรอีก”
“คนรักของพี่เป็คนที่นี่เหรอคะ ดีจัง! ตอนพวกพี่พบรักกันคงโรแมนติกมากเลยสิคะ” เหอหลี่น่ายิ้มถาม
“เราตกหลุมรักกันั้แ่แรกเห็นเลยล่ะจ้ะ แล้วเขาก็เป็คนที่โรแมนติกมาก ั้แ่รู้จักกับเขาชีวิตของฉันก็มีความสุขทุกวันเลยล่ะ” อันนายิ้มเขิน “ไม่พูดแล้ว เรามาพูดเื่งานกันต่อดีกว่า”
ทั้งสามคนนั่งปรึกษากันต่อสักพัก จากนั้นอันนาก็พาเหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีไปที่คาเฟริมหาด สี่หนุ่มสาวคุยกันอย่างถูกคอ วันนั้นทั้งเหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีจึงเริ่มฝึกงานที่คาเฟเลย เป็เพราะสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย เหอหลี่น่าเคยทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟมาก่อน เธอจึงเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนฮั่วเฉินซีก็รับงานต่อได้อย่างไวไม่แพ้กัน เพราะตอนที่เขายังอาศัยอยู่กับตระกูลฮั่ว เขากับน้องชายสอบเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยกันทั้งคู่ แม้ผลการเรียนหรือรางวัลในการประกวดผลงานของเขาจะออกมาได้เป็อันดับหนึ่งของคณะหรือแม้แต่อันดับหนึ่งในระดับประเทศ แต่ด้วยความที่คุณพ่อลำเอียงรักแต่น้องชาย พอเห็นว่าน้องชายเสียใจที่ไม่เคยเอาชนะเขาได้ คุณพ่อก็เริ่มตัดค่าใช้จ่ายและบอกให้เขาไปหาเงินเรียนเอง
ตอนนั้นจางฟานก็ทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านกาแฟ จางฟานจึงแนะนำให้เขาไปทำงานที่ร้านกาแฟด้วยกัน เ้าของร้านรับฮั่วเฉินซีเข้าทำงานโดยไม่ได้ซักถามอะไร เมื่อทำงานไปได้สักพัก เ้าของร้านที่มีดีกรีเป็ถึงแชมป์บาริสต้าระดับเทศยังใจดีสอนวิธีคัดเลือกเมล็ดกาแฟ วิธีคั่ว วิธีบด วิธีสกัดกาแฟ การชงเครื่องดื่มชนิดต่างๆ การทำลาเต้อาร์ต รวมถึงการแนะนำรสชาติกาแฟให้ถูกใจลูกค้า โดยเ้าของร้านให้เหตุผลว่าถ้าฮั่วเฉินซีกับจางฟานเรียนจบแล้วยังหางานทำไม่ได้ ทั้งสองคนจะได้มีวิชาชีพติดตัวเพื่อไปประกอบอาชีพอิสระของตัวเอง ฮั่วเฉินซีกับจางฟานจึงมีวิชาชีพพิเศษติดตัวมาั้แ่ตอนนั้น
“น้องชาย! นายทำลาเต้อาร์ตเป็ด้วย! เคยเรียนบาริสต้ามาก่อนหรือเปล่าเนี่ย” โจวิฮุ่ยถามอย่างแปลกใจ “ดูสิ ทำลวดลายออกมาได้สวยกว่าแก้วที่ฉันทำเสียอีก”
หวงเหมยลี่รีบเดินเข้ามาดู “จริงด้วย! สวยกว่าที่ิฮุ่ยทำตั้งเยอะ”
“สมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟมาก่อนน่ะครับ ตอนนั้นเ้าของร้านใจดีก็เลยสอนให้ผมทำ” ฮั่วเฉินซีตอบ
“ถ้างั้นวันนี้ฉันสอนวิธีลงบัญชีกับเช็คสต๊อกให้นาย เท่านี้ฉันกับเหมยลี่ก็วางมือได้แล้วใช่ไหม” โจวิฮุ่ยพูดอย่างดีใจ “ฉันจะได้เอาเวลาที่เหลือพาเหมยลี่ไปถ่ายรูปเพื่อเอาใช้ในงานแต่งงานของเรา”
“ได้เลยครับ” ฮั่วเฉินซีตอบรับก่อนจะถามต่อ “พี่กับพี่เหมยลี่มาจากประเทศ C ใช่ไหมครับ แล้วพวกพี่มาจากเมืองไหน ผมกับนาน่ามาจากเมืองกวางิ”
“ฉันมาจากเทียนิ ส่วนเหมยลี่มาจากหยางิ เฮ้อ...ว่าจะไม่เล่าเื่อดีตแล้วนะแต่มันอดใจไม่ได้” โจวิฮุ่ยถอนหายใจ
“คุณไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่าสิ จะให้น้องๆ มาฟังเื่ไม่ดีทำไม” หวงเหมยลี่บอก
โจวิฮุ่ยไม่สนใจ เขาหันไปถามฮั่วเฉินซี “ที่พวกนายมาอยู่ที่นี่คงไม่ใช่เพราะที่บ้านกีดกันไม่ให้พวกนายคบกันหรอกนะ”
“ไม่นะครับ ผมกับนาน่าเพิ่งได้เจอกันแล้วเราก็เพิ่งตัดสินใจคบกันตอนมาอยู่ที่นี่แล้ว”
“อย่างนั้นก็ดี พวกนายจะได้ใช้เวลาทุกนาทีอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เวลาห้าปีอาจจะนานสำหรับใครบางคน แต่ถ้าเราได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนรักเวลาแค่นี้มันก็สั้นนิดเดียวเอง” โจวิฮุ่ยพูดเสียงเศร้า
“คุณพูดมาขนาดนี้แล้วก็เล่าให้น้องๆ ฟังให้จบเถอะค่ะ อย่าพูดให้พวกเขาสงสัย เดี๋ยวพวกเขาจะไม่สบายใจคิดว่าการมาอยู่ที่นี่มันเป็ปัญหา” หวงเหมยลี่พูดกับคนรักก่อนจะหันไปมองฮั่วเฉินซีกับเหอหลี่น่า “ฉันกับิฮุ่ยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทียนิด้วยกัน ิฮุ่ยเป็คุณชายฐานะดี ส่วนฉันเป็นักเรียนทุนยากจน แถมยังเป็คนต่างเมืองที่อยู่คนละสังคมกับเขาอีก
ปีที่เราจบการศึกษา ิฮุ่ยพาฉันไปแนะนำกับครอบครัวของเขา แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะก้าวเท้าเข้าประตูรั้วด้วยซ้ำ คนทั้งตระกูลโจวก็เดินมาขวางแล้วก็เริ่มด่าทอฉัน หาว่าฉันเป็พวกเกาะกิน หาว่าฉันเป็คนหลอกลวง บางคนพูดแรงถึงขนาดบอกว่าพ่อแม่สั่งสอนให้ฉันหาเงินด้วยการจับผู้ชายรวยมาแต่งงาน แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าฉันเป็นักเรียนทุนทั้งยังเรียนจบเกียรตินิยมเหรียญทอง และที่ิฮุ่ยเรียนจบเกียรตินิยมมาได้ก็เพราะการช่วยเหลือของฉัน ไม่ใช่ว่าเขาเรียนไม่เก่ง แต่เขาถูกครอบครัวบังคับให้เรียนในสาขาที่เขาไม่ชอบ ถ้าไม่มีฉัน ิฮุ่ยคงถูกรีไทร์ก่อนที่จะขึ้นปีสองแล้วด้วยซ้ำ
ที่ฉันไม่พูดเื่นี้ต่อหน้าพวกเขาเพราะฉันคิดว่าด้วยอคติที่พวกเขามีต่อฉัน สุดท้ายแล้วพวกเขาคงมองว่าเื่นี้มันเป็แค่เื่เล็กน้อย ต่อให้ไม่มีฉัน ิฮุ่ยก็เรียนจบอยู่ดี แต่เปล่าเลย...ฉันไม่ได้แค่ช่วยให้กำลังใจและไม่ได้เป็แค่เพื่อนอ่านหนังสือ แต่ฉันยังทำให้เขาค้นพบพร์ที่เขามี พวกเธอเคยได้ยินชื่อซินฟาซูเปอร์มาร์เก็ตหรือเปล่า”
ฮั่วเฉินซีพยักหน้า “เป็โครงการพัฒนาหมู่บ้านเกษตรแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็การเลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกมาจากหมู่บ้านแห่งนี้จะเป็สินค้าออร์แกนิคที่ส่งขายให้กับซินฟาซูเปอร์มาร์เก็ตเพียงแห่งเดียว ได้ยินว่าโครงการนี้ทำให้ชาวบ้านมีความเป็อยู่ดีขึ้นมากเลยนะครับ ผมยังได้ยินมาอีกว่าโครงการนี้จะขยายไปที่เมืองหยางิกับเมืองกวางิด้วย โครงการนี้เป็ของพวกพี่เหรอครับ”
“ใช่ เป็โครงการที่ฉันกับเหมยลี่ทำร่วมกันั้แ่สมัยเรียน ฉันตั้งใจว่าจะเอาความสำเร็จอันนี้ไปบอกกับครอบครัวเพื่อจะให้พวกเขายอมรับกับการแต่งงานของเรา แต่ไม่คิดว่าฉันยังไม่ทันจะได้พูดอะไรพวกเขาก็ต่อว่าเหมยลี่โดยที่ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตอบโต้ด้วยซ้ำ ฉันโมโหก็เลยซื้อตั๋วเดินทางมาประเทศ S กันสองคน กลับไปครั้งนี้ ต่อให้พวกเขาไม่ยอมรับ ฉันก็จะแต่งงานกับเหมยลี่ให้ได้” โจวิฮุ่ยโอบไหล่คนรัก “ต่อให้พวกเขาจะตัดฉันออกจากตระกูลฉันก็ไม่สน ตราบใดที่มีเหมยลี่ ฉันก็พร้อมที่สู้ไปกับเธอ”
“พี่ิฮุ่ย ผมขอถามหนึ่งคำถาม” ฮั่วเฉินซีพูดขึ้น
“เอาสิ นายอยากถามอะไร”
“พี่เป็พี่ชายของโจวเชี่ยนเชี่ยนใช่ไหมครับ”
“หืม...นายรู้จักน้องสาวฉันด้วยเหรอ” โจวฮุ่ยิมองฮั่วเฉินซีอีกครั้ง คราวนี้เขาถึงกับตาโตด้วยความใ “นายคือคุณชายฮั่วใช่ไหม ไม่ใช่ว่านายเป็คู่หมั้นของน้องสาวฉันเหรอ?”
ฮั่วเฉินซียิ้ม “ตอนนี้คู่หมั้นของโจวเชี่ยนเชี่ยนเป็น้องชายของผมแล้วครับ แต่เื่นั้นมันไม่สำคัญหรอกครับ เพราะเื่สำคัญคือซินฟาซูเปอร์มาร์เก็ตกับหมู่บ้านเกษตรของพี่ถูกตระกูลโจวจับตาเข้าแล้ว ถ้าพวกเขารู้ว่าโครงการนี้เป็ของพี่กับพี่เหมยลี่ พี่คิดว่าพวกเขาจะยอมจ่ายเงินซื้อหรือจะยึดกิจการของพี่ไปเป็ของพวกเขาเอง”
โจวิฮุ่ยขมวดคิ้ว “พวกเขาก็ต้องยึดกิจการของฉันแล้วอ้างว่าเป็บุญคุณและค่าเลี้ยงดูน่ะสิ แต่ฉันไม่ยอมหรอก โครงการนี้เป็ของฉันกับเหมยลี่ที่สร้างร่วมกันมานะ พวกเขาจะมาชุบมือเปิบไปง่ายๆ ได้ยังไง”
“พี่ิฮุ่ย พี่กับโจวเชี่ยนเชี่ยนแตกต่างกันมาก นิสัยอย่างโจวเชี่ยนเชี่ยนมองยังไงก็เป็คนตระกูลโจว แต่พี่ดูยังไงก็ไม่ใช่” ฮั่วเฉินซีตบไหล่โจวิฮุ่ยอย่างให้กำลังใจ “ผมถูกตระกูลฮั่วตัดขาดแล้วยังถูกถอนหุ้นในชื่อของตัวเองไปจนหมด ผมไม่เคยเสียใจเพราะตอนนี้ผมมีกิจการเป็ของตัวเอง และที่สำคัญ...ชีวิตส่วนตัวของผม พวกเขาก็จะไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
โจวิฮุ่ยจ้องฮั่วเฉินซีก่อนหัวเราะอย่างชอบใจ “ฉันเข้าใจแล้ว ยอมสละสิ่งของนอกกายเพื่อจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ใช่ไหม นายมันแน่มากจริงๆ”
เมื่อไม่ต้องออนไลน์กับ Devil เหอหลี่น่าก็เปลี่ยนมาเป็จดบันทึกจากบทสนทนาในแต่ละวัน เธอตั้งใจจะเรียนรู้ข้อคิดจากทุกคน ‘พี่ิฮุ่ยยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อคนรัก พี่เหมยลี่ก็พร้อมที่จะสู้ไปกับคนรัก ส่วนฉันก็ขอให้ความรักของพวกเขาสมหวัง’