แสงเช้าของเมืองจิ่นหลิงอ่อนโยนกว่าวานนี้เล็กน้อยดวงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านหมอกคลอ ราวกับภาพวาดหมึกที่มีแสงทองอ่อน ๆ ไล้ขอบูเาเสียงนกร้องกับเสียงน้ำจากลำธารใกล้ ๆ ประสานกันเป็ท่วงทำนองของวันใหม่แต่บรรยากาศสงบนิ่งนั้นกลับถูกทำลายด้วยกิจกรรมที่ไม่ธรรมดา—การทำความสะอาดครั้งใหญ่ที่หัวใจของเมือง
ถนนหน้าโรงเตี๊ยม “เมฆอุ่น”แปลงกายเป็สนามรบของไม้กวาดและฝ่ามือ
ผู้ฝึกยุทธ์นับร้อยพากันกวาด ซับ ถู และลูบพื้นอย่างตั้งใจ บางคนหน้าตาเครียดเหมือนกำลังปะทะกับปีศาจบางคนทำท่าทางเหมือนกำลังนั่งสมาธิไปพร้อมกัน
หลินเทียนยืนอยู่กลางถนนกวาดไม้กวาดด้วยท่าทางที่ผสมระหว่างความสง่างามและความจริงจังมือของเขาเคลื่อนไหวเป็จังหวะดั่งจังหวะหัวใจของจักรวาลในดวงตาเต็มไปด้วยเปลวปราณสีเหลืองอ่อน คล้ายกับคนที่ค้นพบภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์
“ท่านทั้งหลาย!” เขาเอ่ยเสียงดังด้วยความจริงจังระดับเทพนิยาย“ท่านอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสัจธรรม ได้มอบคำชี้แนะแก่พวกเราแล้ว—‘จัดระเบียบ’ และ‘เรียบร้อย’!”
คนรอบข้างเงียบ แล้วค่อย ๆ ทำหน้างุนงง ก่อนที่บางคนจะร้อง “โอ้โฮ!”ด้วยความเข้าใจในระดับแปรผล
หลินเทียนอธิบายความหมายด้วยภาษาที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและคำศัพท์หนักแน่น:
· “จัดระเบียบ” (整理 — Zheng Li) — ไม่ใช่แค่การกวาดเศษใบไม้ แต่คือการจัดระเบียบจิตใจ ปราณและััต่อโลกภายนอก การเรียงลำดับความคิดและทิศทางของปราณให้ตรงตามหลัก
· “เรียบร้อย” (整齊 — Zheng Qi) — เป็การกลับสู่ความสมดุลของธรรมชาติ ภายนอกสะอาด ภายในสงบจิตใจบริสุทธิ์จึงสามารถรับพลังได้อย่างสมบูรณ์
“นี่คือหลักการบูรณะวิถีเต๋า!”หลินเทียนประกาศราวกับผู้เผยคำสอนโบราณ
คนฟังก้มศีรษะด้วยความเคารพ ราวกับได้ยินคำคัมภีร์ครั้งหนึ่งในชีวิต
หลินเทียนหยิบไม้กวาดจากหน้าร้านน้ำชาอย่างเป็พิธีการกวาดพื้นด้วยการเคลื่อนไหวเรียบง่ายแต่หนักแน่นพรมน้ำใจราวกับกำลังกวาดสิ่งไม่ดีออกจากโลก
ภาพนั้นทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ หัวใจหนักแน่นขึ้น
หนึ่งเสี้ยวท่าทางของหลินเทียนกลายเป็แบบอย่าง
ในเวลาไม่กี่อึดใจ ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งวิ่งไปหยิบไม้กวาดชักชวนอีกคน แล้วอีกคน จนกลายเป็ขบวนการกวาดถนนแบบพร้อมเพรียง
บางคนถึงกับใช้มือเปล่าจับเศษขยะด้วยหน้าตาจริงจังราวกับกำลังบูชายัญบางคนก้มลงดึงต้นหญ้าที่งอกแทรกหินออกอย่างใจจดใจจ่อ
ถนนที่เคยมีฝุ่นและเศษใบไม้หายไปในพริบตาเหลือเพียงหินปูพื้นเรียบเนียนเงาวับ
ในห้องชั้นสอง หน้าต่างเปิดรับลมเช้า เจียงฟานนั่งบนเตียงไม้แข็งผ้าแถบเล็ก ๆ ของเสื่อยังคงรอยยับจากการคดหน้าเมื่อวานเขาหยิบกระดาษที่มีรอยพับและเริ่มลูบให้เรียบด้วยฝ่ามือ—ท่าทางเล็ก ๆที่ไม่ขึ้นอยู่กับเต๋าหรือปราณใด ๆแต่เป็การกระทำที่เต็มไปด้วยความตั้งใจในแบบของเขาเอง
หลินเทียนเงยหน้ามองเข้าไปทางหน้าต่างเห็นภาพเจียงฟานลูบกระดาษด้วยความตั้งใจ กลับตีความเป็การแสดงออกทางวิชาฝ่ามือ
“อ๊า!” หลินเทียนครางออกมาเบา ๆ เสมือนพบคำตอบของจักรวาล
“ท่านอาจารย์กำลังใช้ SupremeSoft Palm Technique!” เขาะโให้ฝูงชนได้ยิน
ฝูงชนอุทานด้วยความตื่นเต้น
“ฝ่ามือนุ่ม…ฝ่ามือนุ่มคือการฝึกใจ!”
แล้วฝ่ามือของคนทั้งร้อยก็ยื่นลงสู่พื้น
พวกเขาไม่พอที่จะกวาดอีกต่อไปแต่ต้องลูบพื้นด้วยฝ่ามือตัวเองด้วยท่าทางตั้งใจราวกับกำลังไถใจกับหินปูถนน
ถนนที่สะอาดดีอยู่แล้วก็ยิ่งเงาวับขึ้นอีกจนคนผ่านทางต้องสะดุ้ง
เจียงฟานมองลงไปแบบอึ้ง ๆ
เขาคิดในใจว่า “นี่มันลัทธิอะไร...ฉันแค่ลูบกระดาษเฉย ๆ นะเฟ้ย”
ปรมาจารย์กู่หย่งซานกับคณะผู้ตามยืนอยู่หนึ่งมุมเขายกมือขึ้นและหลับตาเหมือนกำลังได้รับประจุความศักดิ์สิทธิ์
“โอ้…ท่านอาจารย์ทรงใช้พลังแห่งความนุ่มนวลเพื่อให้ดินเคลื่อนได้…”เขาพึมพำ
ผู้ตามยิ่งกว่าเดิม
“ต้องขอจดบันทึก! ต้องใช้วิชานี้รักษาเข่า!”
คนแก่คนหนึ่งล้วงถุงหยิบยาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้หลินเทียนราวกับบรรณาการ
หลินเทียนรับมาโดยไม่ลังเล ใบหน้าเปื้อนยิ้มเหมือนได้รับมอบหมายศักดิ์สิทธิ์อีกอย่าง
เจียงฟานถอนหายใจยาวความ้าความสงบกลับกลายเป็ความวุ่นวายมากขึ้นทุกที
เขาลุกขึ้น เดินไปหน้าโต๊ะ เขานึกถึงแผนการหนึ่ง—แผนการหลบหนีแต่ก่อนจะทันได้คิดละเอียด ฝูงชนด้านล่างก็ส่งเสียงเรียกร้องอีกครั้ง
“ท่านอาจารย์! ขอคำชี้แนะ! ขอรับคำสอนอีกเถิด!”เสียงดังอย่างพร้อมเพรียง
เจียงฟานหัวเราะแห้ง ๆ ในลำคอ
“ถ้าพวกเขายังคิดว่าแค่กวาดถนนแล้วได้ผลลัพธ์เวทมนตร์ฉันคงต้องหางานพาร์ทไทม์เป็คนกวาดต่อไป…” เขาพึมพำกับตัวเอง
ในขณะที่แผนการหลบหนียังอยู่ในสมอง
หลินเทียนที่ลงมาจากถนนแล้ว ยืนที่ด้านหน้าประตูโรงเตี๊ยมหันมามองเจียงฟานด้วยสายตาเต็มไปด้วยศรัทธาและความมุ่งมั่น
“ท่านอาจารย์—” เขากล่าวเสียงดังด้วยความกะทันหัน“หากท่านประสงค์ให้ศิษย์ทำงานใด ข้าพร้อมจะปฏิบัติทุกประการเพื่อปกป้องท่านและเผยแผ่คำสอนของท่าน!”
เจียงฟานมองลงไป แววตาพลันเปลี่ยนเป็เหนื่อยหน่ายอย่างสุดขีดแต่ขณะเดียวกันก็ซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ อยู่มุมปาก
ความเฮฮาในสถานการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยน้อยลงบ้าง—เพราะอย่างน้อยที่สุดเขายังมีผู้คนที่ตั้งใจทำตามคำสั่งแปลก ๆ ของเขาอยู่ใกล้ ๆ
เมื่อผู้คนเบาลง เจียงฟานนั่งลงที่โต๊ะ เขาเปิดกระดาษของตัวเองคิดแผนการหลบหนีที่เรียบง่ายแต่มีเหตุผล
“ต้องหาเงินให้พอเป็ค่าเดินทาง” เขาคิด“ต้องหาเส้นทางไปยังเมืองท่าหรือจุดที่มีการเดินทางระหว่างมิติ—หรือบางที…อาจมีคนในโลกนี้รู้เื่การข้ามโลกก็ได้”
แต่ก้าวแรกของแผนนั้นคือสิ่งง่าย ๆที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยง—ต้องอดทนกับฝูงชนที่เชื่อคำพูดของเขาและต้องหาเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง
เขาวางปากกาไม้ลง พับกระดาษรูปนกที่เหลือไว้ในมุมโต๊ะและถอนหายใจอีกครั้งหนึ่ง
“เอาล่ะ…แผนการหลบหนี…เริ่มพรุ่งนี้เช้า” เขาพึมพำอย่างแน่วแน่(แม้ว่าจะไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าพรุ่งนี้จะสงบพอให้เขาหนีหรือเปล่า)
ถนนที่เงาวับในยามพระอาทิตย์ขึ้นเป็ป้ายบอกเล็ก ๆว่าวันนี้โลกเซียนจะมีเื่ให้น่าหัวเราะอีกมาก
และเจียงฟาน…ชายผู้หลงทางที่ไม่อยากเป็ฮีโร่แต่ถูกยึดเวลาโดยชะตา…ก็ยังคงนอนคว่ำบนเตียงอ่อนๆ คิดแผนการของเขาต่อไป