รถทหารยังคงเคลื่อนที่ไกลออกมาจากนครที่ถูกทิ้ง เข้าสู่เขตของป่าสนที่มีถนนตัดผ่านป่าใหญ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย และพวกผีดิบ! ที่เดินอยู่บนท้องถนน พวกมันมุ่งหน้าไปที่ไหนกันนะ? เคทีคิด พวกเขายังคงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดพัก ท้องฟ้าเริ่มมืดลงทุกครา ตะวันเริ่มจะลับขอบฟ้า ส่งแสงสีทองอมส้มประกายเจิดจ้าอยู่เต็มท้องฟ้า มันจะดีมากถ้าพวกเธอสามารถนอนดูดาวบนท้องฟ้า ได้อย่างปลอดภัยที่ข้างนอกนั่น
ตู๊มมมม!..........
รถทหารที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน พลิกคว่ำอย่างกะทันหัน โดยที่คนในรถไม่ทันได้ตั้งตัว วิ้งงงงงๆๆๆๆๆ แรงะเิที่ดั่งลั่นส่งผลให้แก้วหูของพวกเขาอื้อไปชั่วขณะ ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!
ในขณะที่พวกเขากำลังตกอยู่ในอาการมึนงงอยู่นั้น เคทีก็พยายามลืมตาและเพ่งมองออกไปข้างนอก ผ่านกระจกรถที่มีรอยแตกร้าวเพราะเกิดจากแรงะเิเมื่อกี้นี้ สิ่งที่เธอเห็นหลังจากควันเริ่มจางลง พวกมัน! พวกผีดิบ.. แต่ทำไมละ? พวกมันไม่น่าทำอะไรแบบนี้ได้? เมื่อเธอเริ่มหายจากอาการมึนงง เธอจึงรีบคลานเข้าไปหา แอนนา และเอ็มม่า ทันที
"แอนนา เอ็มม่า เป็ยังไงบ้าง" เคทีถามพวกเธอ ในขณะที่มืออีกข้างกำอาวุธคู่กายเอาไว้แน่น และกวาดสายตามองเพื่อนร่วมชะตากรรมคนอื่นๆ
"ไม่เป็ไร" พวกเธอทั้งสองตอบ สายตาประเมินค่าความเสียหาโดยรอบ ริค จิม โทมัส และทหารคนอื่นๆ ต่างก็ได้รับบาทเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"พวกคุณเป็อะไรมากไหม?" ริคถามพวกของสาวๆ และหันไปสำรวจร่างกายคนตัวเล็กว่าเธอเป็อะไรไหม ก่อนที่ริคจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าเคทีไม่มีอาการาเ็ใดๆ
สถานการณ์ข้างนอกยังไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่เพราะพวกเขายังไม่ปักใจเชื่อว่าเื่ที่เกิดขึ้นนี้เป็ฝีมือของพวกผีดิบพวกนั้น พวกเขายังคงอยู่นิ่งภายในตัวรถที่พลิกคว่ำและพยายามกวาดสายตามองสำรวจรอบบริเวณเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากผีดิบพวกนี้
"เราควรออกไปจากที่นี่" โทมัสกล่าว เพราะเขาเองก็เริ่มไม่ไว้วางใจกับอะไรบางอย่าง ภารกิจของเขามันน่าจะเป็ความลับซิ ไม่น่าจะมีคนนอกล่วงรู้ถึงการมาของพวกเขาได้
"ใช่" จิมว่าและหันไปมองหน้าเพื่อนเป็อันตกลงว่าพวกเขาจะออกไปจากตรงนี้กันเสียทีเมื่อเป็อันตกลงกันเป็ที่เรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ค่อยๆ พากันคานออกจากซากรถที่ถูกแรงะเิจนภายนอกบุบบู้บี้ไปหมด
"ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง" จิมบอกกับเพื่อนๆ ของเขาในขณะที่เขาก็พยายามกวาดสายตามองออกไปยังรอบบริเวณพื้นที่แห่งนี้
"แต่เราก็ไม่ควรจะอยู่ที่นี่นาน" ริคเสริม
เพราะเวลานี้พื้นที่โดยรอบก็ถูกปกคลุมดัวยความมืดมิดที่ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ พวกเขาต่างช่วยกันเก็บข้าวของที่จำเป็เพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อไป
เคทียังคงระแวดระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับทุกคน ในความมืดมิดที่ปกคลุมมันทำให้การมองเห็นของเธอดูแคบลงไปถนัดตา
ไม่ไกลจากจุดที่เกิดการะเิ ภายในพุ่มไม้ที่อยู่ไกลออกไป กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบนายพร้อมกับอาวุธครบมือกำลังซุ่มรอดูราดราวอยู่ภายในพุ่มไม้ นิ้วชี้ของเขาเหนี่ยวไว้ที่ไกลปืน เมื่อมองเห็นเป้าหมายชัดเจนแล้วจึงลั่นปืนยิงออกไปอย่างไม่ลังเล เป้าหมายคือจับตาย
ปัง!.........
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่าฝูงนกต่างแตกฮือบินหนีกันจ้าระหวั่น
"ระวัง!"
เคทีะโออกไปทันทีพร้อมกับที่ร่างบอบบางของเธอที่พุ่งเข้าไปผลักร่างกายของริคให้พ้นวิถีทางของลูกะุปืนที่พุ่งมาด้วยความรวดเร็วหวังจะปลิดชีพภายในนัดเดียว
มันเป็ความโชคดีของเธอในขณะที่คนอื่นๆ ลดความระมัดระวังตัวลงแต่เคทีนั้นยังตื่นตัวอยู่เสมอ ก่อนที่เสียงปืนจะดังนั้น เธอสังเกตได้ถึงจุดสีแดงเล็กๆ ที่อยู่บนหน้าฝากของริค ด้วยสัญชาติญาณมันบอกให้เธอต้องวิ่งเข้าไปและผลักริคให้พ้นวิถีของะุปืน
"คุณเป็อะไรไหม?" เคทีถาม
"ไม่ผมไม่เป็ไร" ริคบอกกับเธอ สายตาก็เพ่งเล็งไปยังจุดที่เสียงปืนดังมา
"พวกคุณไม่เป็อะไรนะ?" โทมัสถามเพื่อนๆ ของเขา
ทุกคนต่างก็มองหน้ากันไปมา และพยายามหมอบให้ต่ำอยู่กับพื้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"เราจะทำยังไงกันดี ?" เคทีถามออกไป
"เราไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางต่อไปได้มันไม่ปลอดภัย และอีกอย่างพาหะนะของเราก็ไม่มีแล้ว ถ้าเรายังดันทุรังมุ่งหน้าไปตามเส้นทางนี้ คงจะไม่ปลอดภัยแน่แล้ว" ริคกล่าว ก่อนจะหันหน้าไปทางโทมัสเพื่อขอความคิดเห็น
"ก็จริงอย่างที่นายว่ามานะ ริค แต่เราก็ยังโชคดีที่ยังมีความมืดมิดเป็เพื่อนอยู่ "
ในตอนที่ทุกคนต่างก็พยายามใช้ความคิดกันอย่างเต็มที่นั้น ท้องฟ้ายามราตรีที่เคยมืดมิด เพราะโดนหมู่เมฆบดบังดวงจันทร์เอาไว้ ก็ค่อยๆ สาดส่องแสงสว่างลงมายังพื้นดิน พอให้มองเห็นสิ่งมีชีวิตในยามราตรีนี้ได้
"ชิบหายละ! พวกมันมองเห็นเราแน่" จิม ว่า และหันไปมองหน้าเพื่อนๆ
ทุกคนต่างตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และต่างก็ต้องตัดสินใจ ระหว่างถนนเส้นตรง ที่มุ่งหน้าไปยังแอเรียที่ 7 หรือ การเดินอ้อมเข้าไปในป่าที่มืดมิด และไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้าง ที่รอพวกของเขาอยู่ข้างในป่าฝั่งตรงข้าม
“เราควรจะเข้าไปในป่าฝั่งตรงข้ามนะ อย่างน้อยพวกเราก็มีป่าเป็ที่กำบังให้เราใช้หลบซ่อนตัวได้” โทมัสกล่าว พลางขอความเห็นจากเพื่อนของเขา
“นายคิดว่ายังไง” ริค ถามออกไป
“.......” จิมพยักหน้าเป็เชิงบอกว่าเขาตกลงที่จะไปทางนี้
เมื่อถามความเห็นของพวกหนุ่มๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้าจึงหันไปขอความคิดเห็น จากกลุ่มของเคที ว่าพวกเธอนั้นเห็นด้วยกันกับเขาไหม ที่จะใช้เส้นทางนี้ หรือถ้ามีความคิดเห็นที่ดีกว่านี้ พวกเธอสามารถบอกพวกเขาได้เช่นกัน
“ตกลง...” หลังจากที่ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว เคทีจึงตอบตกลงกับพวกเขาไป
“โอเค! เมื่อผมนับ 1-3 เมื่อไหร่ให้พวกคุณทุกคนวิ่งเข้าไปยังป่าฝั่งตรงข้ามได้เลยนะ พร้อมนะ หนึ่ง สอง สามมมม” ริคกล่าว
เมื่อสิ้นเสียงการให้สัญญาณ พวกเขา ต่างก็พากันวิ่งไปยังทิศทางเดียวกัน นั่นคือภายในป่าที่เงียบสงัดและดูวังเวง เสียงฝีเท้านับสิบคู่ที่เหยียบย่ำลงบนผืนป่าที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้ กิ่งไม้ ดังกร๊อป แกร๊บ ไปตามทางที่พวกเขาก้าวผ่านไป
ทางด้านของกลุ่มที่ซุ่มโจมตีอยู่นั้น ก็กำลังหัวเสียอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ที่พวกเขาทำให้เป้าหมายหลุดมือไปได้
“พวกมึงจะรออะไรเล่า! ตามพวกมันไปซิ!” หัวหน้ากลุ่มตวาดลั่น เป็เหตุให้ลูกน้องทั้งหลายต่างพากันกลัวหัวหดไปตามๆ กันและพากันวิ่งหายเข้าไปในป่าแทบจะทันที
“ถ้าพวกมึงจับมันกลับมาไม่ได้ พวกมึงไม่ต้องโผล่หน้ามาให้กรูได้เห็นอีกเป็ครั้งที่สองไป!”