บทที่ 3
ชายขี้เมา
เสียงลมพัดเบาๆ พาเอากลิ่นฝุ่นและฟางแ่ผ่านถนนหินของเมืองลูมิเอล
ตอนนี้แสงอาทิตย์เริ่มอ่อนลง เคลิออนมารอส และมีล่า เดินออกมาจากหอการค้าพร้อมข้าวของมากมายเต็มรถม้า แขวนจนแทบจะหล่น
“ฟู่... นายน้อยข้าคิดไม่ผิดเลยจริง ๆ ว่าท่านเกิดมาเพื่อสร้างความวุ่นวาย”
มารอสกล่าวพลางลูบเหงื่อจากหน้าผากหลังเหตุการณ์ที่เคลิออนะโเข้ากำราบม้าพยศกลางคอกอย่างไม่คิดชีวิต
มีล่าหัวเราะเบาๆ “แต่ก็ดีที่ออร์เฟียสยอมสงบลงนะเ้าคะไม่งั้นเราอาจได้ถูกเหวี่ยงกันทั้งสามคน”
“ฮึ! เห็นไหมล่ะ นี่แหละพลังของข้าเคลิออน วัลธีอาร์ — ผู้เชื่องม้าด้วยเสน่ห์ ไม่ใช่แส้!”
ชายหนุ่มยกอกขึ้นอย่างภูมิใจท่ามกลางสายตาส่ายหัวของทั้งคู่
“นายน้อย...แล้วเราจะเอายังไงต่อดีเ้าคะ” มีล่าถามขณะจัดผ้าคลุมที่ถูกลมพัดปลิว
“ข้าว่าเราควรไปหาคนขับรถม้าก่อนนะ”มารอสกล่าว
“อย่างน้อยถ้ามีคนช่วยดูทางกับดูแลม้าได้พวกเราก็จะเดินทางได้เร็วขึ้น”
เคลิออนพยักหน้าเบาๆ ก่อนยิ้ม
“ดี งั้นไปที่กิลด์นักผจญภัยกันที่นั่นน่าจะมีคนรับงานประเภทนี้อยู่บ้าง”
ทั้งสามคนขับรถม้าไปตามทางหลักของเมืองผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงพ่อค้าแม่ค้าขายของดังระงม
ภาพทั้งสามที่นั่งบนรถม้าคุยกันพลางถูกลมเย็นพัดผ่าน
ภายในกิลด์นักผจญภัยเมืองลูมีเอล
เสียงจอกไม้กระทบกัน เสียงหัวเราะเสียงเหล็กกระทบเกราะดังระงมไปทั่ว
โต๊ะไม้ยาวเรียงรายเต็มห้องโปสเตอร์ภารกิจติดอยู่บนผนังเก่า ๆ หลายแผ่น
ประตูไม้เปิดออกพร้อมเสียงเอะอะ
“ขอทางหน่อย!ผู้เนรเทศผู้สง่างามมาถึงแล้ว!”
เสียงของเคลิออนดังขึ้นเรียกสายตาทั้งห้องหันมามองเป็ตาเดียว
“นายน้อย...เบาเสียงหน่อยเถอะเ้าคะ”มีล่าพูดเบา ๆ พลางดึงชายเสื้อเขา
“เบาเสียงไม่ได้หรอกมีล่านี่มันที่ประกาศศักดิ์สิทธิ์แห่งการหาคนขับรถม้านะ!” เคลิออนตอบอย่างภาคภูมิ
มารอสส่ายหัวเงียบๆ แล้วเดินไปสอบถามเ้าหน้าที่กิลด์
“ขอโทษนะท่าน ข้า้าประกาศหาคนขับรถม้าสักคนเดินทางไกลข้ามทวีป”
เ้าหน้าที่หญิงยิ้มสุภาพ“่นี้มีคนว่างงานอยู่ไม่กี่คนเ้าค่ะ... อ้อ มีคนนึงพอดีเลย ขับรถม้าเก่งแต่ดูจะ...เอ่อ...ขี้เมานิดหน่อย”
“ดี! ข้าไม่ถือเื่สุรา ขอแค่ไม่ขับรถม้าตกเหวก็พอ”เคลิออนตอบทันที
พนักงานสาวพยักหน้าก่อนเดินหายเข้าไปทางประตูด้านหลัง เคลิออนเอนตัวพิงเคาน์เตอร์มือเคาะโต๊ะเป็จังหวะ
“ขี้เมาเหรอ...ฟังดูเข้ากับกิลด์ดีนี่” เขาว่า พลางกวาดสายตามองรอบห้อง“นี่มันที่รวมคนเก่งกับคนเพี้ยนจริง ๆ สินะ”
มารอสถอนหายใจ“ข้าแค่หวังว่าเขาจะไม่เพี้ยนถึงขั้นนั่งควบม้ากลับหัวก็พอ”
“เฮอะ ถ้าทำได้แบบนั้นก็น่าสนใจดีออก”เคลิออนหัวเราะ
กลิ่นสาบหมูและฟางชื้นคละคลุ้งอบอวลอยู่ทั่วคอกเสียงหมูร้องอื๊ดอ๊าดแ่เบาปะปนกับเสียงลมหายใจหนักของชายคนหนึ่งที่นอนพิงรั้วไม้เก่าๆ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตยับย่นและเสื้อคลุมเก่าที่เต็มไปด้วยคราบดินและคราบเหล้าเขาคือ เบรก ชายผู้มีดวงตาขุ่นมัวและแววตาไร้ประกายราวกับแสงในชีวิตได้ดับมานานแล้ว
เสียงสาดน้ำ“สาด!!” ดังขึ้นท่ามกลางลานคอกหมูเงียบสงัดกลิ่นฟางชื้นกับเหล็กเก่าผสมกันในอากาศยามบ่ายแก่ ๆ
“ตื่นได้แล้วเบลก...”
หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแต่แฝงความเป็ห่วงมือเธอถือถังไม้ที่น้ำยังหยดลงเป็สาย
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่า เบลก ค่อย ๆ ลืมตา
เส้นผมยาวยุ่งเหยิงปิดบางส่วนของใบหน้าดวงตาสีหม่นคล้ายคนที่ไม่ได้นอนมาเป็คืน ๆ มองขึ้นไปเงียบ ๆ
“อีกแล้วเหรอ...ข้ายังไม่ตายหรอก ไม่ต้องปลุกแรงขนาดนี้ก็ได้”
เสียงของเขาแหบแ่แต่ทุ้มลึกน้ำเสียงนั้นไม่ใช่ของคนขี้เมาไร้สาระ — แต่มันคือของคนที่เหมือนแบกบางสิ่งไว้ในใจ
“เ้ารู้นี่ว่าข้ายังใจดีอยู่ถึงได้ให้เ้าพักที่นี่” หญิงคนนั้นพูดพลางเท้าเอว“แต่ถ้ายังไม่ยอมทำงานอีก หนี้ของเ้าก็จะไม่มีวันหมด!”
เบลกค่อย ๆลุกขึ้นพิงรั้วไม้ เสียงไม้ดังเอี๊ยด
“งานที่ไหน...” เขาถามเรียบ ๆ ไม่สบตา
“ที่กิลด์นักผจญภัยนั่นแหละ!มีคนมาหาคนขับรถม้าพาข้าม ข้าบอกไว้ก่อน ถ้าเ้าพลาดงานนี้อีกข้าจะไล่เ้าออกไปนอนข้างนอกจริง ๆ ด้วย!”
เบลกนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนยกมือขึ้นลูบใบหน้า — เคราครึ้มเต็มคางบดบังร่องรอยความเหนื่อยล้าในแววตา
“...คนขับรถม้างั้นเหรอก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยมันก็ดีกว่านอนอยู่ตรงนี้”
เขาพึมพำเสียงเบาก่อนหยิบเสื้อคลุมเก่าที่พาดอยู่ข้างรั้วมาสวม เดินออกจากคอกไปโดยไม่พูดอะไรอีก
หญิงเ้าของคอกมองตามแผ่นหลังของเขาถอนหายใจเงียบ ๆ
“เ้านั่น... ถ้ายังมีหัวใจอยู่จริง ๆก็ขอให้เจองานที่พอจะทำให้ลืมอดีตได้บ้างเถอะ...”
ไม่นานร่างสูงในเสื้อคลุมขาด ๆ ก็เดินเข้ามาในห้อง
ใบหน้าเรียบเฉย ตาเศร้าขยับทุกก้าวอย่างเฉื่อยชา
เบลก — ชายผู้ถูกเรียกว่า “คนขับรถม้าตกอับ”ในหมู่ชาวเมือง
“นี่เหรอคนขับของเรา?” เคลิออนยกคิ้วขึ้น“ดูไปดูมา ข้าก็ไม่แน่ใจว่าเ้าเป็คนขับรถม้า หรือคนที่รถม้าขับลากมา”
เสียงหัวเราะบางส่วนในกิลด์ดังขึ้นเบาๆ แต่เบลกกลับไม่แม้แต่จะขยับสีหน้า
“ถ้าท่านไม่ไว้ใจ ก็ไปหาคนอื่นเถอะ”เขาตอบเสียงเรียบ “ข้าขับได้ ไม่พูดมาก ไม่ถามมาก และไม่สนว่าท่านเป็ใคร”
เคลิออนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “พูดตรงดี ข้าชอบ เ้าได้งาน”
“ข้าไม่ได้้าให้ท่านชอบข้าแค่้าเงิน”
“ดีเลยงั้นเราสองคนจะเข้ากันได้ดีแน่!”
มีล่ามองทั้งคู่สลับกันสีหน้าเหมือนจะพูดว่า “นี่มันจะเข้ากันได้ยังไง”
มารอสเพียงถอนหายใจ“ข้าว่าการเดินทางนี้คงไม่เงียบแน่...”
เคลิออนยื่นมือไปข้างหน้า“ข้าคือ เคลิออน วัลธีอาร์ ส่วนเ้าล่ะ?”
“เบลก” เขาตอบสั้น ๆก่อนจะจับมือกลับอย่างไม่เต็มใจนัก
“ดี...งั้นก็ถือว่าตกลงกันแล้ว” เคลิออนพูดพร้อมดีดนิ้ว
เ้าหน้าที่กิลด์หญิงรีบยื่นถุงเงินเล็กๆ มาทางเบลก
“นี่เป็เงินล่วงหน้าสำหรับค่าเตรียมการเดินทางเ้าค่ะจากผู้ว่าจ้าง”
เบลกรับไว้เงียบ ๆน้ำหนักในมือบอกได้ทันทีว่ามันไม่ใช่จำนวนมาก แต่ก็พอให้กินอยู่ได้สักพัก
“ข้าจะไม่ถามว่าท่านจะไปไหน...แต่ถ้ามันพาไปไกลกว่าขอบทวีป ข้าขอคิดเพิ่ม”
“ข้าชอบคนพูดตรง ๆ แบบนี้”เคลิออนยิ้มกว้าง “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ให้เ้าขับฟรีแน่”
มีล่ามองทั้งคู่แล้วส่ายหัวเบาๆ “พรุ่งนี้เช้าเตรียมรถม้าที่คอกหลังเมืองนะเ้าคะ เราจะออกเดินทางก่อนแดดขึ้น”
“คอกหลังเมือง...” เบลกพึมพำ“เข้าใจแล้ว ข้าจะอยู่ที่นั่น”
เขาเก็บถุงเงินไว้ในเสื้อคลุมก่อนหมุนตัวเดินออกจากกิลด์โดยไม่พูดอะไรอีก
เสียงประตูไม้ปิดลงตามหลัง
ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสุราอ่อน ๆและความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก
เคลิออนเท้าแขนลงบนโต๊ะ“เ้าคิดว่าไง มารอส ดูจากสายตาแล้ว คนคนนั้นเคยผ่านอะไรมามากแน่”
มารอสพยักหน้า “ใช่... คนแบบนั้นถ้าไม่เคยสูญเสียอะไรบางอย่าง ก็คงไม่เงียบขนาดนั้น”
“ดี... ข้ายิ่งอยากรู้เลยว่าชายที่ดูเหมือนตายไปแล้วข้างใน จะขับพาเราไปถึงไหน”
เคลิออนพูดพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
และนั่นคือจุดเริ่มต้น—
ของการเดินทางที่ไม่มีใครคาดคิด
เด็กหนุ่มผู้ถูกเนรเทศกับชายผู้หนีอดีต
แสงและเงา...ที่กำลังจะเดินทางร่วมกัน
กิลด์นักผจญภัยแห่งลูมีเอล
1. กิลด์นักผจญภัย(Adventurer’s Guild)
คือองค์กรกึ่งอิสระที่ตั้งขึ้นโดยสภากลางของอาณาจักรเพื่อควบคุม จัดการ และสนับสนุนการทำภารกิจนอกกฎหมายของทางราชการ เช่นการล่ามอนสเตอร์ ค้นหาสมบัติ รักษาความปลอดภัย หรือเก็บข้อมูลพื้นที่อันตราย
▪ โครงสร้างและการดำเนินงาน
2. กิลด์แบ่งออกเป็“สาขา” ตามแต่ละเมือง โดยมี หอหลักของกิลด์ (Guild Hall) ตั้งอยู่กลางย่านการค้า ทุกสาขาจะมี“กระดานภารกิจ” สำหรับติดประกาศงาน — ั้แ่ระดับง่ายอย่างส่งของไปจนถึงภารกิจชั้นสูงที่เกี่ยวพันกับอสูรและเวทต้องห้าม
รายได้หลักของกิลด์มาจาก ค่าธรรมเนียมสมาชิกและค่าหักส่วนแบ่งภารกิจ ซึ่งจะถูกนำไปใช้บำรุงสาขาและให้รางวัลกับนักผจญภัยผู้มีผลงานโดดเด่น
▪ ระบบแรงก์นักผจญภัย
3. นักผจญภัยทุกคนจะถูกจัดลำดับแรงก์ตามความสามารถและชื่อเสียง
4. F → E → D → C → B → A → S → SS
เริ่มจากแรงก์ F ซึ่งเป็ระดับฝึกหัดและจะไต่ขึ้นตามผลงานที่ทำสำเร็จ