หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    หวนคืนภาพแห่งความทรงจำ

    ด้านในหอคอยชั้นที่ห้า ร่างของลั่วอู่หลินมีแสงสีเขียวเป็นประกายเจิดจ้า ดวงดาวด้านหลังจากเดิมที่เคยมีหกดวงตอนนี้ได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามจากระดับวีรชนมาเป็นจอมปราชญ์ อีกทั้งยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมากๆถึงขนาดที่สั่นคลอนหอคอยมหาสมบัติได้

     

    เวลานี้ชายหนุ่มยังไม่ได้ออกจากห้วงสมาธิแต่อย่างใด ภายในทะเลแห่งจิตใจของเขาตอนนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากพื้นที่หมอกสีดำตอนนี้กำลังค่อยๆจางลงไปเรื่อยๆจนแทบไม่มีเหลือ เนื่องจากดูดซับพลังชีวิตของพฤกษาบรรพกาลจำนวนมากเข้าไป

     

    ด้านหน้าหมอกสีดำตอนนี้ร่างจิตของลั่วอู่หลินกำลังยืนมองด้วยความตื่นเต้น แน่นอนว่าไฉ่เยว่เอ่อร์ก็เหมือนกัน นางอยากจะรู้เสียจริงๆว่าจิตที่คุกคามนางตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามานั้นมันคืออะไร

     

    "หึหึ ช่างเป็นเด็กที่ไม่มีความอดทนเลยจริงๆ ถึงกับอัดพลังชีวิตของพฤกษาบรรพกาลมาให้ข้าถึงห้าส่วนเพื่อหมายจะรู้ถึงตัวตนของข้า"เสียงปริศนาที่ทรงพลังและสูงส่งดังขึ้นมาจากหมอกนั้น

     

    ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็ยังยืนอย่างมั่นคงไม่หวาดหวั่นก่อนจะกล่าวตอบออกไป "ตบะนั้นข้ายังสามารถหาโชควาสนาได้ใหม่ แต่ใครเล่าจะอยากให้มีตัวตนปริศนาที่ไม่รู้จักหน้าค่าตาแถมไม่รู้จุดประสงค์มาอยู่ในร่างกายของตนเอง ท่านว่าที่ข้ากล่าวจริงหรือไม่"

     

    "ฮ่าๆๆๆ หากเจ้าว่าเช่นนั้น ก็ได้!! ข้าจะทำให้เจ้าได้สมปรารถนา"เสียงปริศนาดังขึ้นมาอีกครั้ง หมอกสีดำค่อยๆหายไปจนผลให้เห็นแสงสีทองเรืองรองสว่างไสวยิ่งกว่าแสงของพฤกษาจรัสแสงถูกปลดปล่อยออกมา

     

    ลั่วอู่หลิน ไฉ่เยว่เอ่อร์ และลั่วปิงปิงต้องพากันหลับตา เนื่องจากแสงนั้นมันเจิดจ้าเกินไป แต่เมื่อลืมตาขึ้นลั่วอู่หลินและไฉ่เยว่เอ่อร์ถึงขั้นดวงตาสั่นสะท้าน ทว่าลั่วปิงปิงนั้นกลับกระโดดโลดเต้นมือน้อยชี้ไปยังเบื้องหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย

     

    สิ่งที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขาตอนนี้ คือมังกรสีทองขนาดใหญ่มหึมาหากนำมาเทียบกับราชันมังกรอัสนีบาตทรราชที่ตอนนี้กำลังนอนหมอบอย่างนอบน้อมก็เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับเม็ดฝุ่นและขุนเขา ลั่วอู่หลินกลืนน้ำลายเบาๆนี่เขาคิดผิดหรือคิดถูกกันที่เลือกจะปลดปล่อยตัวตนเช่นนี้ออกมาในเวลานี้

     

    "ท่านพ่อ ท่านแม่ มังกรตัวใหญ่ล่ะ ปิงปิงอยากขี่มังกร"ลั่วปิงปิงกล่าวอย่างตื่นเต้น ทั้งลั่วอู่หลินและไฉ่เยว่เอ่อรืถึงกับยิ้มเจื่อนให้บุตรสาว เขาจะให้นางขี่ตัวตนเช่นนี้ได้อย่างไร อีกฝ่ายมีเป้าหมายอะไรเขายังไม่รู้เลย

     

    "ปิงปิง เป็นเด็กดีนะลูก มาๆอยู่กับแม่"ไฉ่เยว่เอ่อร์อุ้มบุตรสาวตัวเองขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะมองไปยังมังกรตนนั้นเหมือนกับที่ลั่วอู่หลินมอง

     

    "ฮ่าๆๆอยากเห็นร่างจริงข้าไม่ใช่หรือ ทำไมถึงเงียบไปล่ะ?"มังกรสีทองกล่าวก่อนที่จะลงมายืนบนพื้นดิน ลั่วอู่หลินตอนนี้แม้จะสั่นสะท้านแต่ก็รวบรวมความกล้าและกล่าวถามออกไป "บอกมาท่านมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ที่มาอยู่ในร่างของข้าเช่นนี้"

     

    มังกรสีทองหัวเราะอย่างขบขันทันใดนั้นก็เกิดแสงเป็นประกายอีกครั้ง จากนั้นร่างมังกรขนาดมหึมาก็หายไปคงเหลือไว้ซึ่งร่างมนุษย์ซึ่งหากสังเกตุดูหน้าตาของเขานั้นเหมือนกับลั่วอู่หลินทุกประการจะมีเพียงดวงตาสีทองเท่านั้นที่แตกต่างออกไป

     

    "นี่มัน!!"ลั่วอู่หลินเมื่อได้เห็นก็อุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้

     

    "เป็นอย่างที่เจ้าคิด แท้จริงแล้วข้าก็คือเจ้า แต่เป็นเจ้าในอดีตไม่ใช่เจ้าในปัจจุบัน"ชายคนนั้นกล่าว น้ำเสียงดูเป็นกันเองยิ่งขึ้น ลั่วอู่หลินที่ได้ยินแล้วก็ผงะไป ก่อนที่จะตั้งสติได้และกล่าวถามอีกครั้ง

     

    "ท่านหมายถึงตัวข้าในชาติที่แล้วอย่างนั้นหรือ?"

     

    ชายอีกคนยกยิ้มบาง"เป็นเช่นนั้น แต่หากจะให้อธิบายคงจะกินเวลาเป็นปีเลยทีเดียว เช่นนั้นข้าจะส่งผ่านภาพความทรงจำให้กับเจ้าโดยตรง"

     

    เขากล่าวจบก็ชี้นิ้วไปยังลั่วอู่หลินพร้อมกับแสงสีทองเล็กๆที่พุ่งเข้าใส่ระหว่างคิ้วของชายหนุ่มอย่างจัง

     

    ลั่วอู่หลินเหม่อลอยราวกับตกอยู่ในภวังค์ สมองของเขาตอนนี้มีภาพความทรงจำมากมายในอดีตชาติที่ค่อยทยอยเข้ามา

     

    ซึ่งภาพเหตุการณ์นั้นจะเริ่มตั้งแต่ในอดีตเมื่อหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา เด็กน้อยคนหนึ่งที่เกิดในตระกูลจักรพรรดิมังกรทองซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเกิดมาร่างกายอ่อนแอจึงไม่มีใครในตระกูลสนใจแม้แต่บิดามารดาของตนเองก็ตาม ดังนั้นเด็กน้อยจึงหนีออกจากตระกูล แสวงหาโชคลาภ และความแข็งแกร่งเพื่อตนเอง

     

    จากนั้นไม่นานเขาก็ค้นพบว่าที่ร่างกายของตนเองอ่อนแอเช่นนี้เกิดขึ้นเพราะเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์ของเขาที่ยังไม่ตื่นขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงได้ศึกษาและพยายามแสวงหาทางฝึกฝนจนปลุกเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ จากนั้นชีวิตของมังกรทองตัวน้อยก็เปลี่ยนไปตลอดการณ์ เขาผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านศึกสงคราม จนกระทั้งกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในดินแดน แข็งแกร่งที่สุดในโลก และแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลตามลำดับ

     

    เมื่อถึงระดับพระเจ้าจักรพรรดิมังกรทองหนุ่มได้ค้นพบวิธีการยกระดับตนเองเป็นกลายเทพมังกร นั่นคือการกลืนกินดาวฤกษ์จำนวนทั้งสิ้นหนึ่งล้านดวงมาไว้ในร่างกาย แม้อัตราความสำเร็จจะเป็นหนึ่งในล้านแต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะทำมัน และการที่เขาทำเช่นนี้นั้นมันทำให้พระเจ้าสุริยันรวมไปถึงพระเจ้าอื่นๆในยุคนั้นออกตามล่าเขายกใหญ่

     

    ท่ามกลางการตามล่า จักรพรรดิมังกรหนุ่มหลบหนี หาที่ซ่อนก่อนจะเริ่มการดูดซับดาวกฤกษ์ทั้งหนึ่งล้านดวงที่อยู่ในร่างกาย แม้เขาจะเกือบตายเพราะโดนแผดเผาจากด้านในร่างกายแต่ทว่าในวินาทีสุดท้ายเขากลับทำสำเร็จและกลายเป็นเทพมังกรในที่สุด

     

    ส่วนพระเจ้าที่ตามล่าเขาก็พากันยอมแพ้ไปเนื่องจากเมื่อจักรพรรดิมังกรหนุ่มกลายเป็นเทพมังกรแล้ว เพียงแค่สบัดมือก็สามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นด้วยความที่ยังรักมีชีวิตจึงไม่มีพระเจ้าองค์ไหนกล้าไปหาเรื่องเทพมังกรอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

     

    "วาบ"

     

    ลั่วอู่หลินเมื่อทราบเหตุการณ์ทั้งหมดในใจก็พลันเต็มไปด้วยความหลากหลายยิ่ง พร้อมกับหน้าของเขาที่มุ่ยลงอย่างเห็นได้ชัด

     

    "ตัวข้าในอดีตแข็งแกร่งขนาดนั้น แต่กลับลงมาเกิดใหม่เพราะความเบื่อหน่ายเนี้ยนะ ทำไมถึงได้โง่เขลาเช่นนี้"ชายหนุ่มบ่นออกมา ทำให้ชายอีกคนหัวเราะยกใหญ่

     

    "ฮ่าๆๆนั่นเพราะข้าทำให้เจ้าได้เห็นแค่ภาพเหตุการณ์เท่านั้น แต่ยังควบคุมอารมณ์ของเจ้าเอาไว้ ให้เหมือนกับว่าเจ้ากำลังดูนิทานหนึ่งเรื่อง จึงไม่แปลกที่เจ้าในตอนนี้จะไม่เข้าใจความเหงาของตัวเจ้าในอดีต"

     

    "แล้วทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร?"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม

     

    "นั่นเพราะไม่อยากให้เจ้ายึดติดกับอดีตมากเกินไป และข้าอยากให้เจ้าใช้ชีวิตในฐานะของลั่วอู่หลินไม่ใช่เทพมังกรไร้สิ้นสุดในอดีตกาล"ชายหนุ่มหรือเทพมังกรกล่าวตอบอย่างไม่ลังเล

     

    "เหอะๆบอกไม่ให้ยึดติดแต่กลับส่งเจ้าที่เป็นจิตสำนึกแห่งพระเจ้ามาไว้ในร่างกายข้าพร้อมกับพลังของเทพมังกรเนี้ยนะ หากทำเช่นนี้สู้ให้ข้าไม่รับรู้อดีตชาติเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องคิดให้มากความอะไร"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างเหนื่อยใจยิ่ง

     

    เทพมังกรยกยิ้มเจื่อนและพยักหน้าราวกับเห็นด้วยในคำพูดนั้น "ข้าเป็นเพียงจิตสำนึกแห่งพระเจ้าเกิดขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ของตนเองเท่านั้น ซึ่งก็คือการคืนความทรงจำและมอบพลังของเทพมังกรให้กับเจ้า นี่ก็เพื่อเป็นใบเบิกทางในการกลายเป็นพระเจ้าไร้ขอบเขตในอนาคต"

     

    "อืมๆ ถึงข้าจะไม่ค่อยเข้าใจตัวเองในอดีตเท่าไรนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าความทรงจำเหล่านี้มีประโยชน์กับข้าในชีวิตนี้มาก มาเถอะทำทุกอย่างให้เสร็จไปเจ้าจะได้พักผ่อนเสียที"ลั่วอู่หลินกล่าว แม้จะถูกอีกฝ่ายจะควบคุมอารมณ์เอาไว้ขณะที่ดูภาพเหตุการณ์ แต่ลั่วอู่หลินก็เข้าใจดีว่ากว่าจะเป็นเทพมังกรได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันจึงไม่แปลกที่เทพมังกรไร้สิ้นสุดในอดีตจะเสียดายและส่งมอบพลังมาให้ตัวเองในชาติต่อมาหรือก็คือตัวเขา

     

    จิตสำนึกแห่งเทพมังกรยกยิ้มพร้อมพยักหน้า ตัวเขากลายเป็นแสงสีทองและพุ่งเข้าสู่ร่างของลั่วอู่หลินไปจนทำให้ร่างจริงมีแสงสีทองชโลมกาย

     

    ชายหนุ่มลืมตาขึ้นเขารีบพุ่งออกจากมิติไป ทันใดนั้นเเสงสีทองเข้าแทรกซึมร่างกายของลั่วอู่หลินจนหมดสิ้น จากนั้นเพียงเสี้ยวพริบตาลั่วอู่หลินก็พลันกลายเป็นมังกรสีทองขนาดใหญ่มหึมาที่มีห้ากรงเล็บหน้าเกรงขาม และนี่คือร่างจำแลงเทพมังกร สิ่งที่เขาได้มาจากการหลอมรวมกับจิตสำนึกแห่งพระเจ้าของเทพมังกรไร้สิ้นสุด

     

    "โฮกก!"

     

    ร่างจำแสงเทพมังกรกู่ก้องคำราม เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแต่เสียงนี้กลับดังไปไกลทั่วทั้งดินแดนโบราณแห่งความว่างเปล่าจนทำให้เหล่าอสูร ปีศาจ หรือแม้แต่มนุษย์พากันสั่นสะท้าน อีกทั้งเสียงคำรามนี้ยังก่อให้เกิดพายุขนาดใหญ่นับร้อยลูกที่ก่อตัวขึ้นมาโดยฉับพลัน

     

    ลั่วอู่หลินกลับคืนร่างเดิมและยกยิ้มอย่างพึงพอใจยิ่งก่อนที่จะเข้าไปเพื่อปรับสมดุลแห่งพลังให้คงที่ นับจากนี้ไม่เพียงเขาจะเป็นมนุษย์เท่านั้นแต่ยังมีสถานะอีกอย่างคือเทพมังกร

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน