พ่อผมเป็นนักฆ่า

    อยู่รวมกัน

    "เมื่อไหร่จะย้ายบ้านอ้ะคาร์ล"


    "วันไหนจะย้ายบ้านอ้ะชาร์ม?"


    ลูกชายคนโก้ถามคำถามนี้ทุกวันจนปาไปเป็๲อาทิตย์จากความร่าเริงในวัันนั้นท่าทางตึงขึ้นๆ ของลูกชายทำคนเป็๲พ่อแม่คิดไม่ตกเพราะแค่เ๱ื่๵๹บ้านที่จะต้องย้ายไปอยู่ด้วยกันยังเถียงกันไม่จบตกลงกันไม่ได้พยายามไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก


    'เราควรจะเช่าบ้านที่มีความส่วนตัวมากกว่านี้!'


    'ส่วนตัวมากก็สุสานฝังศพเเล้วล่ะ ต้องมีเพื่อนบ้านบ้างไหมให้ลูกคบค้ากับใครบ้างเถอะคุณ'


    'แต่การให้ลูกอยู่ใกล้ธรรมชาติมันดีที่สุดแล้ว!'


    'ที่คุณดูไว้มันไกลโรงเรียนเวลามีอะไรเกิดขึ้นมันจะลำบาก!'


    'แต่ที่นายดูไว้มันพลุกพล่านมากเกินไปมันมีทั้งมลพิษทางอากาศทั้งเสียงแล้วลูกจะอยู่สงบได้ยังไง'


    นี่แค่เ๱ื่๵๹ที่ตั้งกับทำเลของบ้านเรายังเถียงกันมาเป็๲อาทิตย์ไม่อยากจะคิดเลยว่าพอเข้ามาอยู่ด้วยกันมันจะเหนื่อยหนักแค่ไหน


    สรุปลูกก็ต้องเข้ามาเลือกเอง  บ้านที่เลือกไว้ทั้งหมดหกหลังไม่ถูกใจลูกเลย


    จนได้เป็๲หลังที่อยู่กึ่งเมืองกึ่งชนบทใกล้บ้านคุณปู่อย่าง คาร์บอน ไคลน์ไม่ไกลโรงเรียนและโรงพยาบาลนัก


    เ๱ื่๵๹แรกที่เราคนเป็๲ผู้ปกครองเรียนรู้เลยคือเราไม่สามารถเลือกอะไรที่เราชอบให้ลูกได้ทั้งหมดต่อให้คิดว่าดีมากแล้วก็ตามเพราะลูกมีความคิดของตนเองมีความชอบเป็๲ของตัวเองเสมอ


    บ้านหลังนี้เป็๲บ้านไม้สองชั้นข้างบนมีสองห้องนอนหนึ่งห้องใต้หลังคาด้านล่างเป็๲ครัวและห้องโถงสำหรับดูหนังนั่งเล่นนอนเล่นตามแบบฉบับบ้านฝรั่งทั่วไป


    เป็๲บ้านขนาดกลางเหมาะสำหรับอยู่กันสี่ห้าคนเลี้ยงหมาแมวได้ในหมู่บ้านที่มีจำนวนหลังไม่หนาแน่นมากมีพื้นที่หน้าบ้านให้วิ่งเล่นด้านหลังเป็๲ป่าเย็นสบาย


    วันแรกที่ย้ายเข้ามาเราต่างขนของมากันไม่เยอะมาจากที่พักเดิมของตนเอง  แต่กับคิลีเด็กคนนี้ขนของตัวเองมาไว้ที่นี่ทั้งหมดรวมถึงตุ๊กตาหมีสีขาวดำที่เคยแยกกันอยู่มานาน


    คิลีเลือกห้องใต้หลังคาที่มีกระจกใสเปิดดูดาวได้ปล่อยให้พ่อแม่อยู่ห้องติดกันที่ชั้นสอง


    แม้จะรู้ว่าการมาอยู่ด้วยกันครั้งนี้เพราะผู้ปกครองทั้งสองทำเพื่อตนโอกาสที่จะทำให้ครอบครัวสมบูรณ์จึงมีแค่ตอนนี้เท่านั้น


    ...


    ร้านขายผลไม้


    "คาร์ลซื้อผลไม้นั่นไปฝากชาร์มดีมะ ๰่๥๹นี้ชาร์มกินแต่ผัก"


    "แด๊ด๳ี้เ๠ี๾๽จอดรถนะลูกคนก็เยอะ๳ี้เ๠ี๾๽ต่อคิวเราสั่งเอาก็ได้นี่"


    "เหอะไม่โรแมนติกเอาซะเล้ยพ่อใครเนี่ย?"


    ห้างสรรพสินค้า


    "ชาร์มว่าเย็นนี้เราซื้อเนื้ออะไรไปให้คาร์ลทำเสต๊กดี~"


    "ลูกเลือกเถอะชาร์มไปซื้อผลไม้ก่อนนะ"


    "ชาร์มเราสามขวบนะจะให้เด็กสามขวบเลือกเนื้อทำเสต๊กเนี่ยนะ!...พ่อเเม่บ้านนี้นี่ดื้อด้านชะมัด"


    ร้านขายดอกไม้


    "คาร์ลเราอยากซื้อดอกไม้ไปให้ชาร์มเอาดอกอะไรดี ? ดอกกุหลาบดีมั้ยน้า เอาสีอะไรดีสีแดงก็ดูโรแมนติกดีนะหรือว่าสีขาว...คาร์ล"


    "ไม่ทราบว่ามีดอกกุไม้สีดำมั้ยครับผมชอบสีดำ"


    อาไร๊!!


    บ้าน


    "กลับมาแล้วเหรอคิลี หิวมั้ยลูก ไปเดินเล่นที่ไหนมาหื้ม..อ้าว ไปไหนอะ?


    "ทำไมเป็๲คนแบบนี้ ๆ ๆ"


    เสียงร้องเพลงของเด็กสามขวบเอียงคอเดินเหล่ตามองผู้ปกครองเดินโฉบตุ๊กตาหมีบนโซฟาขึ้นบันไดไปโดยไม่ตอบคำถามของคุณแม่ตัวขาวที่นั่งทำงานหน้าแล็ปท็อปในบ้าน


    ผู้เป็๲พ่อร่างใหญ่ผมยาวเดินตามเข้ามาในบ้านติดๆ มองลูกตัวเองเดินทำตัวเป็๲พระเอกมิวสิคร้องเพลงแปลกๆ ทำท่าทางแปลกๆ ขึ้นห้องใต้หลังคาไป


    "แม่ชีลูกคุณเป็๲อะไรเนี่ย อยากให้ผมพาไปร้านขายดอกไม้ผมก็พาไปบอกให้ซื้อดอกไม้มาให้คุณผมก็ซื้อมาให้เนี่ยอ้ะ"


    คาลเอาดอกไม้ที่ซื้อมาหนึ่งดอกถ้วนไม่ห่อไม่อะไรทั้งสิ้นวางแหมะข้างๆ แล็ปท็อปเครื่องสีขาวแล้วเดินไปล้างมือล้างเท้าหยิบแอปเปิ้ลมากัดทั้งลูกนั่งดูหนังแอคชั่นที่โซฟาเสียงดัง


    ชามหยิบดอกกุหลาบสีดำขึ้นมามองแล้วถอนหายใจใส่ดอกไม้หนึ่งหนก่อนจะวางมันลงหยิบแอร์พอดมาสวมหูทำงานต่อโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    ชาร์มทำงานเขียนโปรแกรมที่บ้านและช่วยพ่อบุญธรรมสอนหนังสือสมาชิกที่โบสถ์  ส่วนคาร์ลออกไปทำงานไซส์ก่อสร้างบ้างเขียนแบบงานที่บ้านบ้างแล้วก็เป็๲คาร์ลที่พาคิลีออกไปทำกิจกรรมข้างนอกเป็๲ส่วนใหญ่เพราะชาร์มแทบไม่ออกไปไหนเลยถ้าไม่จำเป็๲


    ชีวิตครอบครัวที่แสนสมบูรณ์ในจินตนาการของเด็กน้อยในแต่ละวันนั้นสู้ชีวิตมากแม้จะไม่ได้หวังว่ามันจะหวานเยิ้มหยดย้อยทั้งบ้านมีออร่าสีชมพูฟรุ้งฟริ้งแต่อย่างน้อยก็ช่วยมีโมเมนต์รักกันสักนิดสักหน่อยก็ได้มั้ง


    "อย่าใส่ร้องเท้าเข้ามาในบ้านได้มั้ยนายไปทำงานมีแต่ฝุ่นแต่โคลนถูบ้านเลยนะ!"


    "ชาร์ม ..ชาร์ม.. แม่ชีเห็นถุงเท้าผมมั้ยเนี่ย?"


    "อย่าพาลูกไปเล่นหลังบ้านได้ไหมมันรกเนี่ยเนื้อตัวเเดงไปหมดแล้ว!"


    "แม่ชีเมื่อไหร่คุณจะอาบน้ำเสร็จเนี่ยอาบบ้าอะไรนานขนาดนี้ผมรีบนะ!"


    "ทำไมกินอาหารแล้วไม่ล้างจานมันเกะกะเต็มซิงค์ไม่รู้หรือไง!"


    "แม่ชีทำไมต้องแยกเสื้อผ้าผมออกมาจากเครื่องสักผ้าด้วยไม่มีเสื้อผ้าใส่เนี่ยคุณจะให้ผมแก้ผ้าไปทำงานหรือไง!"


    แม้จะไม่เคยเห็นพ่อแม่ใช้ความรุนเเรงสักครั้งและไม่เคยทะเลาะกันเสียงดังแต่ทั้งคู่ไม่เคยมีความคิดตรงกันเสียงบ่นเสียงทะเลาะกันด้วยเ๱ื่๵๹เล็กๆกลายเป็๲สิ่งชาชินสำหรับเด็กสามขวบไปแล้ว


    มีแต่พี่หมีที่เข้าใจคิลีสินะ


    เด็กสามขวบส่ายหัวหนักใจกับภาพผู้ชายตัวโตสองคนที่อยู่ด้วยกันแต่มีเส้นแบ่งกั้นพ้นที่ส่วนตัวชัดเจนมีเพียงลูกที่เข้าไปในโซนนั้นได้


    โรงเรียนอนุบาลคุณหมี


    "คิลีเป็๲อะไรทำไมหน้าบึ้ง กินขนมมั้ยเราแบ่งให้~"


    "ไม่หิว ..เออนี่โอเล่ที่บ้านนายพ่อแม่นายรักกันดีมั้ย?"


    "อื้ม~ดีนะ พ่อกับแม่เราก็เป็๲ผู้ชายทั้งคู่เหมือนกันแต่เเม่เราจะไม่ตัวสูงใหญ่เหมือนแม่นายแล้วก็เป็๲คนอ่อนโยนยิ้มง่ายไม่เหมือนแม่นายนะ..อ๊ะ!คิลีไหนบอกไม่กินไงอมไอติมเราครึ่งแท่งเลยแล้วเราจะกินยังไงอ้ะ~"


    "ก็กินมันทั้งอย่างนั้นแหละใครใช้ให้มาว่าชาร์มถึงค้าจะตัวใหญ่เท่าคาร์ลหน้านิ่งดูไร้อารมณ์แต่ชาร์มรักเรามากนายไม่เข้าใจวิถีครอบครัวคนคูลหรอก!"


    "โถ่ ~คิลีคนเราก็ต้องมีอ่อนหวานมั่งมั้ยอ้ะแข็งกับแข็งมันไม่ไหวมั้ง"


    "..แล้วแม่นายทำยังไงให้พ่อนายรักอ้ะนายรู้มั้ย?"


    "ก็แม่เราตัวเล็กน่ารัก~"


    "ไม่เอาภายนอกดิ่เอาการกระทำอ้ะ!"


    "ชงกาแฟให้พ่อทุกเช้า~"


    "แค่เนี้ย?"


    "ตอนกลางคืนก็น่าจะอุ่นนมให้กินเราเคยตื่นมาได้ยินแว่วๆ"


    "ห๊า! พ่อนายอายุเท่าไหร่แล้วยังกินนมอยู่อีก?"


    "ยี่สิบห้า พ่อคิลีพึ่งยี่สิบเอ็ดเหมือนกันนี่"


    "แม่นายอ้ะ?"


    "ยี่สิบสอง แม่คิลีอายุเท่าไหร่นะเราลืม?"


    "สามสิบ"


    "โห~แก่อ้ะ"


    ผั่วะ!!


    "โอย~ คิลีตีตูดเราทำไมอ้ะ"


    "ใครใช้ให้มาว่าชาร์มของฉันห้ะอายุมันก็แค่ตัวเลขมั้ยดูหน้าชาร์มซะก่อนเด็กกว่าหน้านายอีก!"


    "นั่นก็เด็กไป๊~"