(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 77 การทดสอบของทันย่า คนที่ 4

            บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดและตะลึงงัน เศษฝุ่นค่อยๆลอยคลุ้งในอากาศจากแรงปะทะที่ทิ้งไว้


            หลี่จิ้งและเหล่าราชันสงครามที่ยืนดูอยู่ต่างเงียบงัน ไม่มีใครกล้าขยับตัวหรือเอ่ยคำใด ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างของเบลาลินที่ถูกพลังของทันย่าซัดกระเด็นไปกระแทกกำแพง แรงปะทะที่มากจนทำให้แม้แต่ผนังโลหะที่หนาแน่นก็ยังพังทลายลง


            ในตอนนั้นชายชราได้มองฉากนี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แม้เขาจะเห็นการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน


            แต่สิ่งที่ทันย่าทำในวันนี้ยังคงสร้างความตื่นตะลึงให้กับเขา ความรุนแรงที่หลอมรวมกฎต้นกำเนิดกับพลังจิตอันทรงพลังจนสามารถทะลวงผ่านการป้องกันของเบลาลิน มันเกินกว่าที่หลี่จิ้งคาดคิด แม้จะพยายามรักษาท่าทีสงบสุขุม แต่ในใจกลับพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น


            “พลังมหาศาลขนาดนี้...”


            หลี่จิ้งพึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากเขากระตุกเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มจางๆ


            “บะ..เบลาลินมีพลังถึงระดับ 4 ดาวเลยนะ แต่เขากลับ..”


            “ร้ายกาจเกินไป! พลังจิตของทันย่าในจังหวะสุดท้ายเหมือนจะแตกต่างไปจากโจมตีอื่นๆ”


            “เทคนิคพิเศษงั้นเรอะ? ข้าเห็นชั่วครู่นึงว่าพลังจิตของทันย่าได้ก่อตัวเป็นแสงที่ขุ่นมัว?”


            คนอื่นๆที่ยืนอยู่ต่างก็มีสีหน้าหวาดหวั่นและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น ไม่มีใครคาดคิดว่าทันย่าที่เพิ่งเข้าร่วมสมาพันธ์โลกและท้าชิงอันดับได้เร็วถึงเพียงนี้ จะสามารถปลดปล่อยพลังที่น่ากลัวได้ถึงขนาดนี้ เสียงซุบซิบและสายตาอันตกตะลึงทำให้บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้ง


            “การทลายพันธะของราชันสงคราม รอบที่ 3 ผู้ชนะคือทันย่า”


            “ต่อไปคือรอบที่ 4 ผู้ที่ถูกท้าทายคือ ราชันสงครามลำดับที่ 60 อัสนีผู้ยิ่งใหญ่”


            ไม่รอให้ทันย่าได้พักหายใจ หลี่จิ้งก็ประกาศก้องถึงคู่ต่อสู้ลำดับถัดไปในทันที


            “เบลาลินก็ยังพ่ายแพ้..”


            ตอนนั้นชายร่างใหญ่คนนึงก็ได้กุมดาบบริเวณด้านหลังเอาไว้แน่น พร้อมกับสีหน้าแววตาที่ดูจริงจังและเคร่งเครียด


            “อย่าให้เสียเวลา ฉันต้องการหลุดจากพันธะทั้งหมดของสมาพันธ์โลก!”


            ทันย่าเวลานี้กำลังคึกคัก ร่างกายของเขาเสมือนลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง เซลล์ภายในร่างเหมือนกำลังตื่นเต้นอย่างถึงขีดสุด


            เมื่อทันย่าท้าทายราชันสงครามลำดับที่ 60 ชายร่างใหญ่ที่ทุกคนรู้จักกันดีในนาม อัสนีผู้ยิ่งใหญ่ เสียงซุบซิบของเหล่าผู้แข็งแกร่งรอบด้านดังก้องในอากาศ บ่งบอกถึงความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นจากการเผชิญหน้าระหว่างสองผู้ใช้กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้า


            “ทั้งสองคนใช้กฎแห่งสายฟ้าเหมือนกัน มันจะเป็นการปะทะของสายฟ้ากับสายฟ้า”


            “ขณะที่ทันย่ามีพลังจิตอยู่ในระดับ 4 ดาว อัสนีผู้ยิ่งใหญ่ก็มีดัชนีพลังระดับ 4 เช่นกัน”


            เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้ชมที่กำลังจับจ้องอย่างไม่กระพริบตา


            “กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าของอัสนีผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใคร แม้แต่ในกลุ่มราชันสงครามด้วยกันเอง!”


            อีกคนนึงก็ได้กล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาเบิกกว้างและไม่กระพริบปิดลงเลยซักนิด


            “เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!”


            ราชันสงครามลำดับที่ 60 อัสนีผู้ยิ่งใหญ่ยืนอยู่ท่ามบริเวณกึ่งกลางด้วยร่างกายที่ใหญ่โตและเปี่ยมไปด้วยกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้า


            ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรงราวกับเหล็กกล้า แผ่ออร่าแห่งความแข็งแกร่งและการคุกคาม ดาบเหล็กขนาดใหญ่ที่เขาถืออยู่ในมือเรืองแสงเป็นสีฟ้าสว่างเจิดจ้า ประจุไฟฟ้าจากดาบขนาดมหึมาพุ่งออกมาเป็นประกายลั่นไปรอบตัว


            ทันย่าก้าวขึ้นไปยืนประจันหน้ากับเขา รอบตัวของเธอมีมีดบินจำนวน 20 เล่มลอยอยู่ราวกับดาวที่หมุนรอบจักรวาล พวกมันเรืองแสงประกายสีทองและส่งเสียงกรีดร้องในห้วงอากาศ พร้อมกับสายฟ้าที่แผ่ออกมาจากมีดบินพลังจิตเข้มข้น ทำให้บรรยากาศรอบตัวสั่นไหว


            ทั้งสองต่างเป็นผู้ใช้กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้า


            แต่ในทันทีที่เริ่มการต่อสู้ มันกลายเป็นการทดสอบว่าใครจะสามารถควบคุมพลังนี้ได้เหนือกว่า


            ทันย่าเป็นผู้เริ่มต้นการโจมตีก่อน เขาโบกมือเพียงครั้งเดียว มีดพลังจิตทุกเล่มต่างพุ่งออกไปพร้อมกัน ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากท้องฟ้า พุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายประหนึ่งเป็นแสงวาบ


            “หึ? ถ้าเป็นสายฟ้าข้าก็ไม่แพ้ใครหรอก!”


            อัสนีผู้ยิ่งใหญ่เห็นแบบนั้นก็ไม่สะทกสะท้าน เขายกดาบใหญ่ขึ้น กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าเริ่มแผ่ขยายออกจากดาบ


            สร้างเป็นเกราะพลังสายฟ้าที่ล้อมรอบร่างกายของเขา มีดบินของทันย่าปะทะเข้ากับเกราะสายฟ้านั้น แต่ทุกครั้งที่มีดสัมผัสกับเกราะ ก็เกิดเสียงระเบิดดังลั่นขึ้น สายฟ้าของทั้งสองฝ่ายกระทบกันจนเกิดประกายไฟฟ้าที่แตกกระจายไปทั่ว


            ผู้ชมที่ยืนอยู่รอบสนามมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น


            ขนาดมีดบินของทันย่าที่เสริมพลังสายฟ้าอย่างหนักหน่วง ยังไม่สามารถทะลวงเกราะสายฟ้าของราชันสงครามได้เลย


            อัสนีผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่แค่ผู้ใช้สายฟ้า แต่เขาคือผู้ครอบครองกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าระดับสูง


            “ปัง!ปัง!ปัง!”


            การปะทะระหว่างสายฟ้าทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป อัสนีผู้ยิ่งใหญ่ได้ฟาดดาบใหญ่ลงมาที่ทันย่า


            “เปรี๊ยง!”


            ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและหนักแน่น เสียงดาบใหญ่ถูกฟาดลงมาดังสนั่น ทันย่าเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว หลบหลีกการโจมตีได้อย่างง่ายดาย มีดพลังจิตยังคงพุ่งเข้าหาอัสนีอย่างต่อเนื่อง แต่การโจมตีทั้งหมดก็ยังถูกเกราะสายฟ้าของเขาสกัดไว้ได้ทั้งหมด


            “ทันย่าไม่สามารถทะลวงเกราะนั้นได้...”


            ราชันสงครามคนอื่นๆเริ่มกระซิบกระซาบด้วยความไม่มั่นใจ


            [เอายังไงศิษย์รัก? ตอนนี้เจ้าเพิ่งควบคุมกฎต้นกำเนิดได้ไม่นาน ยังไม่อาจเทียบกับอัสนีผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้ งั้นก็คงมีทางเดียวเท่านั้นแล้วแหละ]


            ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็หยุดการโจมตี เขาประจักษ์แล้วว่าการใช้กฎต้นกำเนิดในระดับเดียวกัน ไม่สามารถเอาชนะราชันสงครามลำดับที่ 60 ได้ ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเฉียบคม สายฟ้าที่ล้อมรอบร่างเธอค่อยๆจางลง


            และแทนที่ด้วยพลังงานใหม่—กฎต้นกำเนิดดั้งเดิมแห่งอวกาศ


            ภายในห้องโถงเงียบสงัดลงทันที ผู้แข็งแกร่งที่มองดูต่างตื่นตระหนก พลังแห่งอวกาศเป็นสิ่งที่หาได้ยากและทรงพลังอย่างมหาศาล มันเป็นกฎต้นกำเนิดที่สามารถควบคุมทุกสิ่งในจักรวาลได้


            เพียงแค่มันปรากฏออกมา ก็ทำให้พลังอำนาจของทันย่าต้องแปรเปลี่ยนไป


            “นั่นคือ.. กฎต้นกำเนิดแห่งอวกาศ—?!!”


            หลี่จิ้งอุทานขึ้นเสียงดัง หลายคนได้ยินแบบนั้นก็เริ่มตื่นตระหนก ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าทันย่าจะครอบครองกฎต้นกำเนิดแห่งอวกาศได้


            “กฎต้นกำเนิดดั้งเดิมแห่งอวกาศ เป็นหนึ่งในกฎที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล เพราะมันไม่ใช่แค่การควบคุมพลังงานหรือสสารในลักษณะพื้นฐาน แต่เป็นการบังคับบัญชา และควบคุมมิติต่างๆที่สร้างความเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดในทุกสิ่ง กฎนี้ถือเป็นแก่นแท้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในด้านการควบคุมเวลา พื้นที่ และการรับรู้ รวมถึงการสร้างและทำลายมิติ กฎแห่งอวกาศจึงถือเป็นพลังดั้งเดิมที่เกินขีดจำกัดของผู้ใช้กฎต้นกำเนิดธรรมดา”


            “ไม่คิดเลยว่าทันย่าจะสามารถรู้แจ้่งถึงมันได้ แล้วนี่มันรูปแบบอะไร การบิดเบือนพื้นที่หรือการสร้างภาพลวงตา!”


            หลี่จิ้งได้กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม


            ยิ่งทำให้ราชันสงครามคนอื่นๆต่างเปิดโลกและประสบการณ์ของตนมากยิ่งขึ้น


            ในตอนนี้มีดบินของทันย่าซึ่งเคยถูกปกคลุมด้วยกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้า ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก พวกมันดูเหมือนจะหายไปจากสายตาของทุกคน แต่ความจริงพวกมันยังคงอยู่ภายในห้องและบินวนอยู่รอบๆตัวของทันย่า


            กฎต้นกำเนิดดั้งเดิมแห่งอวกาศได้เริ่มบิดเบือนการรับรู้ของทุกคน ทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหนหรือกำลังเคลื่อนไหวอย่างไร


            [คิกคิก กฎต้นกำเนิดแห่งอวกาศย่อมมีรูปแบบมากมายให้ฝึกฝน]


            [การบิดเบือนพื้นที่และเวลา, การควบคุมมิติ, การเคลื่อนย้ายในพริบตา, การบิดเบือนความเป็นจริง, การดูดกลืนพลังงานและสสาร, การสร้างและทำลายมิติย่อย, หรือการควบคุมพลังที่เหนือความเข้าใจ ทั้งหมดก็ต่างเป็นรูปแบบพิเศษที่ผู้ยิ่งใหญ่มากมายล้วนถวินหา]


            [ใครจะไปคาดคิดละว่าสัตว์อวกาศในระดับขั้นดาวเคราะห์ตนนึงจะมีกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมที่พิเศษเช่นนี้ได้]


            อัสนีผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกถึงความผิดปกติ เขาหรี่ตามองไปยังทันย่าอย่างเคร่งเครียด


            “เจ้าใช้พลังแห่งอวกาศ...”


            น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ยอมรับในฝีมือของทันย่า ขณะที่จิตใจเองก็สั่นไหวและเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก


            ทันย่าไม่ตอบอะไร แต่ยกมือขึ้นและปลดปล่อยพลังจิตของเขาที่ควบคุมมีดบินทั้งหมด พุ่งตรงไปที่ชายวัยกลางคนอย่างไม่หยุดยั้ง คราวนี้การปะทะไม่ได้เกิดขึ้นในระดับปกติ


            มีดบินที่เสริมด้วยกฎต้นกำเนิดแห่งอวกาศทะลวงผ่านเกราะสายฟ้าอย่างง่ายดาย ราวกับว่ามันสามารถแทรกซึมผ่านทุกสิ่ง


            “เปรี๊ยง!”


            เสียงระเบิดดังสนั่นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นเสียงของเกราะสายฟ้าที่แตกกระจาย


            ราชันสงครามอย่างอัสนีผู้ยิ่งใหญ่ถูกผลักไปข้างหลัง ร่างใหญ่ของเขาสั่นสะเทือนและดาบใหญ่ในมือของเขาเริ่มสั่นไหว


            “นี่มัน... พลังที่เหนือกว่าสายฟ้า!”


            ทันย่าไม่ยอมหยุดการโจมตี มีดบินทั้งหมดของเขาพุ่งตรงเข้าหาอัสนีผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง


            พวกมันสร้างบิดเบือนในอวกาศรอบตัว ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนไป การโจมตีนี้รุนแรงและไร้การป้องกัน อัสนีไม่สามารถตั้งตัวรับมือได้อีกต่อไป ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากการปะทะที่ไม่อาจมองเห็นได้


            “อึก! นี่ข้าพ่ายแพ้แล้วจริงๆ—?!!”


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน