**ปฐมบทแห่งการร่วงหล่นท่ามกลางสายฝนกรดปราณ**
*เปรี้ยงงงงงง!*
ท่ามกลางความมืดมิดของตรอกแคบในเขต 'ปราการผู้ร่วงหล่น' (Fortressof the Fallen) สลัมเหล็กกล้าที่ตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของนครสวรรค์มิติกลางอากาศพลันบิดเบี้ยวและฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีรุ้งที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!แรงกระแทกจากการเทเลพอร์ตที่ไร้ความเสถียรซัดเอาร่างของชายหนุ่มสองคนร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นถนนที่เต็มไปด้วยแอ่งน้ำขังและคราบน้ำมันปราณดังกัมปนาท!
"อั่ก!"
เหยียนฟานกระอักเลือดสีเข้มออกมาคำโตร่างกายของเขากลิ้งไถลไปตามพื้นถนนที่เปียกแฉะหอกเพลิงในมือหลุดกระเด็นไปกระแทกกำแพงสนิมเขรอะเกราะเบาสีแดงของเขาแตกละเอียดแทบไม่เหลือชิ้นดีทว่าในอ้อมแขนของเขายังคงกอดรัดร่างของ 'หลินเทียน' เอาไว้แน่นประหนึ่งเป็นโล่กำบังให้สหายร่วมรบ
สายฝนกรดปราณ (Acid QiRain) โปรยปรายลงมาชะล้างคราบเลือดของทั้งสองแสงไฟนีออนสีแดงและม่วงจากป้ายร้านค้าที่กะพริบติดๆ ดับๆสาดส่องให้เห็นสภาพที่น่าสมเพชของบุรุษผู้เพิ่งจะสร้างตำนานสะท้านสวรรค์
หลินเทียนนอนแน่นิ่งไม่ได้สติร่างกายท่อนบนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อบัดนี้อาบชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงสดและรอยไหม้เกรียมที่เกิดจาก 'แสงแห่งการลบเลือน' ของทูตสวรรค์หกปีกบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกซ้ายลึกจนเกือบถึงขั้วหัวใจไอความร้อนสีขาวที่หลงเหลืออยู่ยังคงพยายามกัดกินเส้นชีพจรของเขาอย่างดื้อรั้นทว่า 'หัวใจมังกรคราม' ที่เต้นอย่างเชื่องช้าทว่าหนักหน่วงก็ยังคงแผ่ปราณสีม่วงทองออกมาต้านทานและสมานแผลอย่างเงียบเชียบ
"แฮ่ก... แฮ่ก..."เหยียนฟานพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เขามองซ้ายมองขวาด้วยความระแวดระวังโชคดีที่ตรอกนี้เปลี่ยวและมืดมิด ไม่มีพวกอันธพาลหรือนักล่าค่าหัวอยู่แถวนี้"รอดมาได้... ข้าพามันรอดกลับมาได้..."ชายผมแดงยิ้มกว้างทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นถนนข้างๆหลินเทียนด้วยความเหนื่อยล้าที่ทะลุขีดจำกัด
**ความโกลาหลเบื้องบนและประกาศจับแห่งสวรรค์**
ในขณะที่สองสหายกำลังซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของสลัมเบื้องล่างนครสวรรค์ชั้นในที่อยู่สูงขึ้นไปกลับกำลังลุกเป็นไฟ!
การล่มสลายของสมรภูมิสุดยอดดารา (StarlightZenith Arena) และภาพของ'ทูตสวรรค์ผู้คุมกฎ' ที่ถูกตัดปีกขาดกระจุยได้สร้างความตื่นตระหนกและหวาดผวาไปทั่วทุกหย่อมหญ้า!ไม่เคยมียุคสมัยใดที่สัญลักษณ์แห่งฟ้าดินถูกลบหลู่ถึงเพียงนี้!
ณ ท้องพระโรงหลักของ **'สภาผู้อาวุโสสูงสุด'** (GrandElder Council) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะหยกขาวที่สูงที่สุดของนครสวรรค์ผู้นำของสี่มหาอำนาจและผู้อาวุโสทั้งสิบสองคน กำลังประชุมกันด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะบีบอากาศให้แตกสลาย
"มันเป็นกบฏ!มันคือมารร้ายที่หลุดขึ้นมาจากขุมนรก!"ประมุขอัสนีม่วงทุบโต๊ะศิลาจนแหลกละเอียด ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น"มันทำลายรากฐานของบุตรชายข้า สังหารศิษย์เอกของพวกเราและบังอาจท้าทายเจตจำนงของสวรรค์! หากพวกเราไม่ลากคอมันมาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นนครสวรรค์แห่งนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
"ท่านพูดถูก ประมุขอัสนี"เจ้าสำนักเหมันต์ดับสูญเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ"พลังของมันก้าวล่วงวิสัยของมนุษย์สัจธรรมที่มันถือครองสามารถกลืนกินแสงสว่างของทูตสวรรค์ได้! หากปล่อยให้มันฟื้นตัว...มหาทวีปนี้จะต้องถึงคราวอวสาน!"
ผู้อาวุโสไป๋มู่ผู้ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ของวิหารพิสุทธิ์สวรรค์ ถอนหายใจยาว"พวกท่านลืมไปแล้วหรือ ว่าทูตสวรรค์หกปีกนั้นคือกลไกป้องกันตัวของค่ายกลปฐมกาล... การที่ระบบของนครสวรรค์ถูกบังคับให้เปิดการทำงานของทูตสวรรค์แสดงว่า **'องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์'** ที่หลับใหลอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสแห่งสวรรค์...เริ่มรู้สึกตัวแล้ว"
คำว่า 'องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์' ทำให้ทุกคนในห้องประชุมเงียบกริบแม้แต่ประมุขอัสนีม่วงที่เกรี้ยวกราดก็ยังต้องกลืนน้ำลายลงคอตัวตนที่แท้จริงของพระเจ้าผู้สร้างนครสวรรค์ ผู้ซึ่งจำศีลมานับหมื่นปีหากพระองค์ตื่นขึ้นมาและพบว่าสวรรค์ถูกมนุษย์ท้าทายหายนะที่จะตามมาย่อมไม่อาจจินตนาการได้
"ออกประกาศจับ... **'ประกาศจับระดับดาราดำ' (BlackStar Bounty)**" ผู้อาวุโสสูงสุดซึ่งเป็นประธานสภาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด"ตั้งค่าหัวของ 'นิรนาม' ด้วยโอสถอมตะระดับจักรพรรดิและสิทธิ์ในการขึ้นเป็นผู้นำขั้วอำนาจที่ห้า!ให้กองกำลังองครักษ์เกราะทองคำทั้งหมด พลิกแผ่นดินนครสวรรค์ทุกชั้น ทุกตรอกซอกซอยหาตัวมันให้พบ! จับตายเท่านั้น!"
พริบตาเดียว ภาพโฮโลแกรมปราณ (HolographicQi Posters) รูปใบหน้าของหลินเทียนที่มีดวงตาสีทองคำและรอยแผลเป็นก็ถูกฉายขึ้นไปทั่วทุกมุมเมืองของนครสวรรค์! ตั้งแต่เกาะหยกขาวชั้นบนสุดไปจนถึงสลัมไซเบอร์พังค์ชั้นล่างสุด ค่าหัวที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ผู้ฝึกตนทุกฝักฝ่ายนักล่าค่าหัว และอันธพาลทั่วเมือง ต่างตาลุกวาวด้วยความโลภ!
**การตื่นรู้ในความมืดและสัจธรรมแห่งการหลอมรวม**
ลึกลงไปในความมืดมิดของจิตสำนึก...หลินเทียนไม่ได้หลับใหลทว่าเขากำลังลอยเคว้งอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งความว่างเปล่า
ความเจ็บปวดจากบาดแผลของทูตสวรรค์ไม่ได้ทำลายเจตจำนงของเขา แต่มันกลับเป็นดั่ง 'ค้อน' ที่ทุบตีเหล็กกล้าให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นแสงแห่งการลบเลือนที่แฝงอยู่ในบาดแผล พยายามจะกัดกินสัจธรรมของเขาทว่าหลินเทียนไม่ได้ผลักไสไล่ส่งมัน
> **"เมื่อแสงสว่างพยายามจะลบเลือนความมืด...การต่อต้านมีแต่จะทำให้เกิดความสูญเสีย ทว่าสัจธรรมที่แท้จริง คือการเปิดรับ และ 'หลอมรวม' แสงสว่างนั้นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเงามืด!"**
ดวงตาสี sapphire ของหลินเทียนในห้วงจิตสำนึก ลืมขึ้นอย่างช้าๆร่างนิมิตของมังกรครามสีม่วงทองขนาดยักษ์ ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังเขามังกรตนนั้นอ้าปากกว้าง และ 'กลืนกิน' ละอองแสงสีขาวที่กำลังกัดกินวิญญาณของเขาเข้าไป!
การผสานพลังระหว่าง 'ปราณมังกร' และ 'แสงแห่งการชำระล้าง' ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในจุดตันเถียนของเขา!เกล็ดมังกรสีม่วงทองที่เคยดุดันบัดนี้มีขอบริ้วสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายศักดิ์สิทธิ์สัจธรรมของหลินเทียนก้าวข้ามขีดจำกัดของความมืดและแสงสว่าง ไปสู่ความ 'สมบูรณ์แบบ' ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของมหาทวีป!
*พรึ่บ!*
ในโลกแห่งความเป็นจริงหลินเทียนลืมตาขึ้น! ดวงตาของเขาไม่ได้ส่องประกายสีทองคำที่บ้าคลั่งอีกต่อไปทว่ามันกลับกลายเป็นสี sapphire ที่สงบนิ่ง ลึกล้ำและแฝงไปด้วยประกายดาราที่ส่องสว่างประหนึ่งท้องฟ้าในยามราตรี
เขาลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกสมานตัวปิดสนิทอย่างไร้ร่องรอยผิวหนังของเขากลับมาเรียบเนียนทว่าอัดแน่นไปด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์ออร่าของเขาถูกเก็บซ่อนไว้อย่างสมบูรณ์แบบ (Return toNatural State) หากมองผิวเผินเขาไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีลมปราณแม้แต่หยดเดียว!
"ตื่นแล้วรึ ไอ้หน้าตาย"เสียงของเหยียนฟานดังขึ้น ชายผมแดงนั่งพิงกำแพงสนิมเขรอะ โยนผลึกนีออนปราณขึ้นลงในมือเล่น"หลับไปตั้งสามวันเต็มๆรู้ตัวไหมว่าตอนนี้หน้าแกไปโผล่อยู่บนป้ายประกาศจับทั่วเมืองแล้วค่าหัวแพงลิบลิ่วจนข้าเกือบจะอยากตัดหัวแกไปขึ้นเงินเองแล้วเนี่ย"
หลินเทียนลุกขึ้นยืนเขาสะบัดฝุ่นออกจากกางเกง ก่อนจะหยิบ 'กระบี่มังกรพลิกฟ้า' ที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาเหน็บที่เอว"ถ้าเจ้าคิดว่าดาบของเจ้าคมพอ ก็ลองดูได้" หลินเทียนตอบด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก
เหยียนฟานหัวเราะร่วน "ขอบใจข้ายังไม่อยากถูกผ่าครึ่งเหมือนไอ้นักฆ่านั่นหรอกนะ... ว่าแต่ เราจะเอายังไงต่อ? ข้างนอกนั่นทหารองครักษ์เกราะทองคำเดินกันให้ควั่ก พวกนักล่าค่าหัวก็พลิกสลัมหาตัวแกอยู่เราคงซ่อนอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นาน"
หลินเทียนเดินไปที่ปากทางเข้าตรอกเขามองดูแสงไฟนีออนและโฮโลแกรมประกาศจับที่ลอยอยู่กลางอากาศ
> **"มังกร...ไม่เคยมีสัญชาตญาณของการ 'ซ่อนตัว' เมื่อท้องฟ้าเปิดกว้าง...การหลบซ่อนคือการยอมรับความพ่ายแพ้"**
"เราจะไม่ซ่อน"หลินเทียนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดังก้องอยู่ในใจของเหยียนฟาน"ในเมื่อพวกมันอยากได้หัวข้านัก... ข้าก็จะเอาไปประเคนให้พวกมันถึงที่"
**ผู้มาเยือนจากความหนาวเหน็บและความลับแห่งยอดเขาโอลิมปัส**
"เป็นความคิดที่โง่เขลาและฆ่าตัวตายที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมา"
เสียงสตรีที่เย็นเยียบและเย่อหยิ่งดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดที่ปลายตรอก!อุณหภูมิในบริเวณนั้นลดฮวบลงจนสายฝนกรดปราณกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ!
เหยียนฟานสะดุ้งสุดตัวรีบคว้าหอกเพลิงขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อม! ทว่าหลินเทียนกลับยืนนิ่งมือขวาของเขายังคงปล่อยตามสบาย ไม่ได้จับด้ามกระบี่
จากเงามืดนั้นร่างของสตรีในชุดผ้าไหมสวรรค์สีฟ้าอ่อนค่อยๆ ก้าวออกมา... **'เซียวเฉียน'** ผู้สืบทอดแห่งวิหารพิสุทธิ์สวรรค์!นางกางร่มกระดาษเคลือบน้ำมันที่แผ่รังสีป้องกันสายฝนใบหน้าที่งดงามดุจเทพธิดาของนางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและเย็นชา
"เจ้ามาที่นี่...เพื่อมาเอาค่าหัวของข้างั้นรึ?" หลินเทียนถามเสียงเรียบ
เซียวเฉียนแค่นเสียงหัวเราะ"โอสถระดับจักรพรรดิ ไม่มีค่าพอให้ข้าต้องลดตัวลงมาทำเรื่องสกปรกเช่นนั้น...ข้ามาที่นี่ เพราะข้าเป็นคนเดียวในวิหารพิสุทธิ์ที่รู้ว่า 'กลิ่นอายสัจธรรม' ของเจ้าเป็นอย่างไรและข้าสามารถตามรอยรอยแยกมิติที่พวกเจ้าหนีออกมาได้"
นางหุบร่มลง เกล็ดน้ำแข็งรอบๆ ตัวค่อยๆละลาย "ข้าไม่ได้มาจับกุมเจ้า หลินเทียน... แต่ข้ามาเพื่อ 'เตือน' เจ้า"
"เตือนข้า?" หลินเทียนเลิกคิ้ว"สวรรค์ที่ส่งทูตหกปีกมาฆ่าข้า บัดนี้กลับส่งเทพธิดามาเตือนข้างั้นรึ? ช่างเป็นเรื่องตลกที่ฝืดชะมัด"
เซียวเฉียนถอนหายใจแววตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย "ทูตสวรรค์นั่น ไม่ใช่เจตจำนงของวิหารพิสุทธิ์ทว่ามันคือ 'กลไกป้องกันตัว' ของนครสวรรค์ ที่ถูกกำหนดไว้โดยผู้สร้าง...เจ้าทำลายโครงสร้างของสมรภูมิดารา สัจธรรมของเจ้าเป็นภัยต่อ 'แกนกลาง' ของทวีปนี้"
นางเดินเข้ามาใกล้หลินเทียนกลิ่นหอมของดอกบัวหิมะลอยมาเตะจมูก "เจ้าจงฟังข้าให้ดี หลินเทียน...สี่มหาอำนาจที่ประกาศจับเจ้านั้น เป็นเพียงแค่ 'เปลือกนอก' ของนครสวรรค์เท่านั้น ตัวตนที่แท้จริงที่ปกครองและดูดกลืนพลังชีวิตของมหาทวีปนี้อยู่ คือ **'องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง' (The ApexEmperor)** ซึ่งจำศีลอยู่บน**'ยอดเขาโอลิมปัสแห่งสวรรค์'** (MountOlympus of the Heavens) ใจกลางเกาะชั้นสูงสุด!"
"จักรพรรดิที่แท้จริง..."หลินเทียนนึกถึงภาพโฮโลแกรมที่เขาพบในหอคอยชั้นที่หนึ่งร้อย
"การตื่นขึ้นของทูตสวรรค์ บ่งบอกว่าองค์จักรพรรดิกำลังจะตื่นจากการจำศีล..."เซียวเฉียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวาดกลัว"หากพระองค์ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เจ้าที่จะตายแต่ทั้งมหาทวีปจะถูก 'รีเซ็ต' (Reset) เพื่อล้างบางสิ่งแปลกปลอมทั้งหมด!ทุกชีวิตจะถูกดูดกลืนกลับไปเป็นพลังงานให้พระองค์!"
เหยียนฟานหน้าซีดเผือด"ล้อเล่นใช่ไหม... รีเซ็ตมหาทวีป? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!พระเจ้านั่นคิดจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเราเพื่อรักษาบัลลังก์ของตัวเองเนี่ยนะ!"
"นั่นคือความจริงของสวรรค์ที่ข้าเพิ่งค้นพบ..."เซียวเฉียนก้มหน้าลง "ข้า... ข้าไม่อยากเห็นโลกนี้ถูกทำลายและข้ารู้ว่าสี่มหาอำนาจก็เป็นเพียงหุ่นเชิดที่โง่เขลา... หลินเทียนเจ้าเป็นตัวแปรเดียวที่ไม่ได้อยู่ในแผนการของสวรรค์ เจ้าคือ 'ความผิดปกติ' ที่อาจจะหยุดยั้งเรื่องนี้ได้"
> **"ในที่สุด...ความลับของสวรรค์ที่เน่าเฟะ ก็ถูกเปิดเปลือกออกจนหมดสิ้น"**หลินเทียนยกยิ้มเย็นชา ดวงตาสี sapphire ทอประกายความมุ่งมั่นที่ทะลวงผ่านสวรรค์ชั้นฟ้า**"สวรรค์ที่หวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงจนต้องทำลายทุกสิ่งเพื่อรักษาความนิ่งงัน... มันก็เป็นได้แค่ 'หลุมศพ' ที่รอวันกลบฝังตัวเอง"**
หลินเทียนเดินสวนเซียวเฉียนไปทางปากตรอกเขาเงยหน้ามองขึ้นไปยังความสูงที่ไร้ขีดจำกัดของนครสวรรค์ที่ซึ่งยอดเขาโอลิมปัสซ่อนตัวอยู่ในหมู่เมฆสีทอง
"ข้าไม่สนใจเรื่องการกอบกู้โลกหรือการเป็นวีรบุรุษ" หลินเทียนเอ่ยเสียงหนักแน่น"แต่ข้าเกลียดพวกที่ชอบมองลงมาจากที่สูง และคิดว่าตนเองสามารถตัดสินชีวิตคนอื่นได้ตามอำเภอใจ...ในเมื่อพระเจ้าของพวกเจ้ายอมตื่นขึ้นมาแล้ว..."
หลินเทียนหันกลับมามองเซียวเฉียนและเหยียนฟานรังสีปราณที่ถูกซ่อนไว้พลันปะทุขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีทว่ามันกลับรุนแรงและบริสุทธิ์จนทำให้น้ำฝนกรดปราณระเหยหายไปในรัศมีร้อยก้าว!
"ข้าก็จะขึ้นไป... สับบัลลังก์ของมันให้แหลกเป็นเศษฝุ่น!"
การเดินทางที่แท้จริงเพื่อโค่นล้มสวรรค์และบดขยี้พระเจ้า ได้เปิดฉากขึ้นแล้วจากจุดที่ต่ำต้อยที่สุดของปราการผู้ร่วงหล่น สู่ยอดสูงสุดของยอดเขาโอลิมปัส!
**จบบทที่ 56 (การตื่นรู้ในเงามืด)**