จักรพรรดิกระบี่โอสถ

    บทที่ 34 – ของฝาก หอสมุด และการเตรียมล่า

    หลังจากค่ำวันนั้นที่เซียฉินหลอมโอสถไม่สำเร็จเขาใช้เวลาทั้งคืนเขียนบันทึกสูตรที่ลองผิดลองถูก

    พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดผิดพลาดด้วยความตั้งใจ


    รุ่งเช้า…เขากลับเข้าสำนักชิงเหอทันก่อนประตูจะปิด

    ทันทีที่เหยียบย่างถึงลานกว้างของเรือนศิษย์ภายนอกเสียงเรียกคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

    “เจ้ากลับมาช้าเลยนะข้ารอมอบของอยู่นาน!”


    เซียฉินหันไปมองก็เห็น หงเทียนยืนอยู่พร้อมกล่องไม้ขนาดพอดีมือบนฝ่ามือ ใบหน้าที่มักเต็มไปด้วยรอยยิ้มคราวนี้ดูจริงจังกว่าปกติ

    “ของจากบ้านข้าเองกลิ่นแรงหน่อยนะ อย่าเปิดในห้องล่ะ” หงเทียนพูดยิ้ม ๆ แล้วยื่นกล่องให้

    เซียฉินรับไว้โดยไม่ถามอะไรมากกลิ่นน้ำมันพริกกับเนื้ออบสมุนไพรเล็ดลอดออกมาแม้ยังไม่เปิด…“กลิ่นแรง”ดูจะยังไม่พออธิบาย

    เซียฉินนั่งจัดสมุนไพรอยู่ตรงระเบียงจู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งเดินตรงเข้ามาพร้อมถุงผ้าเล็ก ๆ ในมือ


    ฉู่เหยียน ทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ พลางวางของลงตรงหน้า
    “เมื่อวานข้าแวะไปที่ร้านของน้องหลันมา นางฝากของมาให้เจ้า”

    เซียฉินรับห่อกระดาษบาง ๆที่ผูกอย่างเรียบง่ายขึ้นมา
    “ขนม?”

    “ขนมพื้นบ้านฝีมือนางเองข้าชิมแล้ว ไม่เลวเลยนะ”
    เขาพูดพลางยิ้มบาง ๆ แล้วก็หยิบอีกถุงที่ดูหนักกว่าขึ้นมาเขย่าเบา ๆ
    “ส่วนอันนี้ สมุนไพรพื้นบ้านข้าคิดจะลองปลูกไว้แถบหลังเรือนสัตว์เลี้ยงของสำนัก

    เห็นว่าสัตว์อสูรเล็ก ๆมันกินแล้วสงบขึ้นดี ข้าอยากฝึกให้มันเชื่อง”


    เซียฉินพยักหน้ารับ “ดีแล้วอย่างน้อยมันก็เป็นประโยชน์กับการฝึก”

    ฉู่เหยียนยิ้มมุมปากนิดหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นขอตัวไปดูสัตว์ในเล้า
    ทิ้งให้เซียฉินนั่งเงียบ ๆ อยู่ใต้เงาไม้ก่อนจะรู้สึกถึงใครบางคนเดินเข้ามาอีกคน

    เสียงฝีเท้าเบาและร่มเงาที่ยืนนิ่งตรงขอบเงื่อน


    ไป๋อี้หาน ปรากฏตัวเงียบ ๆ ชุดคลุมสีฟ้าขลิบขาวสะอาดสะอ้านใบหน้าเรียบสงบตามแบบฉบับคนไม่พูดมาก

    “ข้าได้ยินว่าเจ้าอยากออกไปล่าในวันออกจากสำนักรอบหน้า”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    เซียฉินพยักหน้า “ใช่ ข้าวางแผนไว้และอยากช่วยพวกเจ้าไปกับข้าด้วย”


    ไป๋อี้หานหยิบม้วนกระดาษขนาดเล็กส่งให้

    “แผนที่บางส่วนรอบนอกของป่าฉู่หมิง มีจุดพักที่คนไม่ค่อยรู้ ข้าคิดว่าคงได้ใช้ประโยชน์”

    เซียฉินรับไว้ด้วยความสงสัยแต่ไม่ปฏิเสธ “ขอบใจ ข้าจะดูให้ละเอียด”


    ไป๋อี้หานพยักหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปเงียบ ๆ
    ทิ้งไว้เพียงลมเย็นและแผนที่ในมือ

    หงเทียนเดินมาจากอีกทางเห็นเงาไป๋อี้หานหายลับตาพอดี
    “เขายังพูดน้อยเหมือนเดิมแฮะ”

    “เป็นคนที่เงียบแต่เป็นมิตรกว่าที่คิดนะ”

    เซียฉินเอ่ยเบา ๆ ก่อนจะเก็บแผนที่เข้าเสื้อด้านใน

     

    ระหว่างรอวันเปิดอนุญาตให้ออกนอกสำนักรอบถัดไป
    เซียฉินใช้เวลาส่วนใหญ่ใน หอสมุดชิงเหอ ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของสำนัก

    หอสมุดแห่งนี้แม้ไม่ใหญ่เท่าในตำนาน

    แต่ก็เต็มไปด้วยตำราเกี่ยวกับการฝึกปราณ สมุนไพรและโดยเฉพาะ — สัตว์อสูร


    “มู่หู่เหมันต์มักอาศัยในถ้ำเย็น ทนพิษได้ระดับกลาง”

    “แร้งหินเขี้ยวคมบินต่ำ เวลาล่าเหยื่อมักใช้กรงเล็บข่วนด้านหลัง”

    เซียฉินจดชื่อ ลักษณะ และพฤติกรรมสัตว์อสูรต่างๆ

    ลงในสมุดบันทึกที่เขาพกติดตัวตลอด แม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ

    แต่เขาเข้าใจว่าความรู้คืออาวุธอย่างหนึ่งในสนามต่อสู้


    สามวันต่อมา

    เสียงฆ้องของสำนักดังขึ้นอีกครั้งแจ้งข่าวเปิด

    “วันออกนอกสำนัก” สำหรับศิษย์ภายนอก

    เซียฉินปิดสมุดบันทึก เดินกลับไปยังเรือนพักแล้วเรียกเพื่อน ๆ มารวมตัว


    “พรุ่งนี้เช้าเราออกล่า” เขาพูดสั้น ๆ

    “แผนมีไหม?” หงเทียนถามพลางยกคิ้ว

    “มี…” เซียฉินยิ้มบาง ๆ“แต่ต้องฟังกันก่อนที่ป่าฉู่หมิง

    ข้าศึกษาเส้นทางใหม่ไว้แล้วมีจุดหนึ่งที่มีสัตว์อสูรระดับสอง-สามหมุนเวียน

    แต่ไม่อันตรายเกินไปสำหรับพวกเรา”

    หลี่เหยินกับหงเทียนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

    คืนนี้…แม้สายลมจะเย็นกว่าทุกวันแต่อากาศในกลุ่มเล็ก ๆ นี้กลับอบอุ่นอย่างประหลาด

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิกระบี่โอสถ ที่คุณอ่าน