สวี่หยุนยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนในทันทีก่อนจะกล่าวตอบหลินเสี่ยวโหยว..
"มันคือบุปผาหมอกราตรี..ส่วนมากใช้เป็นส่วนประกอบในการทำยาแก้พิษเหมันต์ทั้งหลาย..กลิ่นหอมของมันเกิดจากการดูดซับความชื้นในหมอกยามราตรีที่มีธาตุหยินมากเมื่อรวมตัวกับส่วนประกอบในดอกของมันทำให้เกิดกลิ่นหอมขึ้นมา.." สวี่หยุนกล่าวอธิบายออกมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นทันทีที่หันไปมองหลินเสี่ยวโหยว..
"บุปผาหมอกราตรี..กลิ่นของมันหอมมากเลย! ท่านแม่ของข้าคงชอบมันอย่างแน่นอน.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเจ็บปวดเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามากอดแขนของสวี่หยุน..สวี่หยุนยิ้มออกมาก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของเด็กสาว..
"เอาล่ะๆ น้องชายมีอะไรจะถามอีกหรือไม่? สำหรับเรื่องลูกแก้วสีดำนั่นไว้พรุ่งนี้น้องชายค่อยไปให้ท่านอาจารย์ดูเถอะ..วันนี้ท่านอาจารย์ค่อนข้างยุ่งเป็นอย่างยิ่งกับการเตรียมงานฉลอง.." หวงซือเหยียนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวที่ดูสนิทสนมกันดี...สวี่หยุนพยักหน้าให้หวงซือเหยียนเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา..
"ข้าอยากทราบเรื่องครอบครัวของศิษย์พี่หวงเหวิน.." สวี่หยุนกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง..หวงซือเหยียนไม่ได้มีอาการตกตะลึงแต่อย่างใดเพราะนางรู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าสวี่หยุนกำลังสงสัยในเรื่องนี้อยู่...
"เฮ้อ..ข้าบอกน้องชายได้แค่ตระกูลหลินเกิดสงครามขึ้นทำให้ตระกูลหลินบางส่วนแยกตัวออกมาจากตระกูลหลัก..ส่วนมากก็จะแยกตัวไปที่เมืองใหญ่ๆแต่บางส่วนก็เลือกจะมาที่เมืองเซี่ยหลงแห่งนี้..มีชายหนุ่มพี่น้องตระกูลหลินคู่หนึ่งเลือกจะเดินทางมาที่เมืองเซี่ยหลงแห่งนี้แต่ระหว่างทางกับโดนโจรปล้นชิงทรัพย์สินไป..โดยที่โจรพวกนั้นเป็นคนของสำนักกระบี่ล่องนภาที่แสนจะน่ารังเกียจพวกนั้น..หลังจากนั้นพี่น้องทั้งสองก็โดนไล่ล่าจากศิษย์ของสำนักกระบี่ล่องนภาจนสุดท้ายก็ยอมแพ้และกลายมาเป็นทาสของสำนักกระบี่ล่องนภา.." หวงซือเหยียนกล่าวออกมาพร้อมแววตาที่แสดงออกถึงความรังเกียจขณะกล่าวถึงโจรจากสำนักกระบี่ล่องนภา..
"..แล้วต่อจากนั้นล่ะ..?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย..เขาไม่เลือกที่จะถามว่าสองพี่น้องตระกูลหลินเป็นใครเพราะสวี่หยุนเริ่มจะพอเดาเรื่องบางอย่างได้บ้างแล้ว..แต่ทั้งคู่ตอนนี้ไปอยู่ไหนกันแล้ว?
"..ข้าเล่าให้น้องชายฟังได้แค่นี้..นอกจากนั้นเป็นความลับของสำนักกระบี่ล่องนภา..หากน้องชายแข็งแกร่งพอข้าก็จะเล่าเรื่องต่อจากนี้ให้น้องชายฟัง.." หวงซือเหยียนถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา..เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสวี่หยุนเลยแม้แต่น้อยทำให้หวงซือเหยียนต้องหาข้ออ้างมาเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามของสวี่หยุน..
"อืม..ขอบคุณพี่หญิงซือเหยียนมากจริงๆสำหรับเรื่องทั้งหมดของวันนี้" สวี่หยุนรับรู้ได้ว่าหวงซือเหยียนไม่ได้ต้องการให้เขาได้รับรู้ทำให้สวี่หยุนได้แต่บอกลาหวงซือเหยียนทั้งที่ในจิตใจยังเต็มไปด้วยความสงสัยก่อนจะจูงมือของหลินเสี่ยวโหยวเดินออกมาจากห้องหวงซือเหยียน..สวี่หยุนเดินเลือกโอสถระดับควบแน่นขั้นตํ่าเล็กน้อยเพราะเขาจำเป็นต้องใช้พวกมันในการศึกษาการหลอมโอสถของตัวเขาเอง..สวี่หยุนเลือกโอสถต่างชนิดกันมากมายก่อนจะเตรียมจ่ายหินลมปราณระดับตํ่าให้พนักงานของหอโอสถสวรรค์แต่พนักงานของหอโอสถสวรรค์ก็รีบพูดขึ้นมาโดยทันที...
"อะ..เอ่อ..ท่านเป็นถึงแขกผู้ทรงเกียรติของหอโอสถสวรรค์แห่งนี้..สำหรับโอสถเหล่านี้ทางหอโอสถสวรรค์จะคิดหินลมปราณกับท่านได้อย่างไร?" พนักงานของหอโอสถสวรรค์กล่าวออกมาด้วยความนอบน้อม..สวี่หยุนตกตะลึงไปเล็กน้อยก่อนจะพยายามจ่ายหินลมปราณให้ได้แต่สุดท้ายสวี่หยุนก็ต้องยอมแพ้และรับโอสถทั้งหมดมาฟรีๆ...
สวี่หยุนหยิบเอาโอสถทั้งหมดขึ้นมาดูก่อนจะยิ้มแห้งออกมา..นี่คงจะเป็นหนึ่งในค่าตอบแทนที่สวี่หยุนควรจะได้รับหลังจากโดนหวงเจี้ยนซุนเล่นงานทำให้สวี่หยุนลำบากมาหลายครั้ง..สวี่หยุนหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะเก็บเอาโอสถทั้งหมดลงไปในผลึกลมปราณธาตุและจับมือของหลินเสี่ยวโหยวเดินออกจากหอโอสถสวรรค์ไป..ในตอนนี้ท้องฟ้าเป็นสีแดงพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าไปเต็มทีแล้วสวี่หยุนจึงเลือกที่จะกลับไปยังโรงเตี๋ยมและเช่าห้องมาอีกหนึ่งคืนทันทีที่ออกมาจากหอโอสถสวรรค์...
"..เสี่ยวโหยวช่วยสร้างเข็มวารีแบบเมื่อตอนที่ต่อสู้กับหมาป่าทมิฬทั้งห้าให้ข้อดูได้หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาขณะอุ้มหลินเสี่ยวโหยวนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนโยน..
"อืม..ข้าทำให้พี่ชายดูได้อย่างแน่นอน! แต่พี่ชายต้องหานํ้ามาให้ข้าก่อน.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาที่ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง..สวี่หยุนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา..
"เสี่ยวโหยวต้องใช้นํ้าจากภายนอกเพื่อสร้างเข็มวารี? เสี่ยวโหยวควบแน่นความชื้นในอากาศด้วยลมปราณธาตุวารีไม่ได้หรือ?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย..
"หืม? ควบแน่นความชื้นในอากาศด้วยลมปราณธาตุวารี? ข้ามีลมปราณธาตุวารีด้วยหรือพี่ชาย?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามออกมาด้วยความงุนงงก่อนจะยกมือขึ้นมาและปล่อยลมปราณธาตุออกมา..สวี่หยุนมองเห็นลมปราณของหลินเสี่ยวโหยวก็รู้สาเหตุในทันที..หลินเสี่ยวโหยวปล่อยลมปราณออกมาถึงห้าธาตุ! ด้วยลมปราณทั้งห้าธาตุทำให้มันเข้มข้นเป็นอย่างยิ่งแต่ธาตุไม่นำธาตุอื่นๆออกไปก่อนการควบแน่นความชื้นในอากาศด้วยลมปราณทั้งห้าธาตุก็นับได้ว่ายากเย็นเป็นอย่างยิ่ง..
แต่สวี่หยุนก็ไม่สามารถช่วยเหลือเด็กสาวในเรื่องนี้ได้เช่นกันเพราะตัวเขาเองพึ่งจะมีลมปราณธาตุเพียงธาตุเดียวจึงไม่สามารถแนะนำเด็กสาวได้..สวี่หยุนสรุปร่างกายของหลินเสี่ยวโหยวออกมาคร่าวๆก็คือสามารถควบคุมธาตุภายนอกได้อย่างอิสระแต่ก็มีขีดจำกัดด้วยจำนวนลมปราณในร่างของเด็กสาวและไม่เป็นอันตรายต่อธาตุใดๆในธาตุทั้งห้าของหลินเสี่ยวโหยวแต่ร่างกายของหลินเสี่ยวโหยวก็มีข้อเสียตรงที่ถ้าไม่สามารถควบคุมลมปราณธาตุให้ออกมาได้เพียงธาตุเดียวก็จะไม่สามารถสร้างธาตุต่างๆจากในอากาศได้..ในอากาศต่างก็มีธาตุจำนวนมากเป็นองค์ประกอบอยู่การที่หลินเสี่ยวโหยวปล่อยลมปราณออกมาถึงห้าธาตุทำให้ธาตุต่างๆในอากาศสมดุลกันและไม่เกิดอะไรออกมา...
"งั้นเสี่ยวโหยวลองใช้ดรรชนีวารีไร้เงาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาเพราะต้องการทดลองสิ่งต่างๆเพื่อเพิ่มระดับความเข้าใจในธาตุต่างๆของตนเอง..
"อื้ม! ได้แน่นอน!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วและชี้ไปที่พื้นด้านล่าง..เวลาผ่านไปเล็กน้อยก็มีลำแสงสีฟ้าเจิดจ้าพุ่งทะลุพื้นห้องของโรงเตี๋ยมไป..ดรรชนีวารีไร้เงาของหลินเสี่ยวโหยวในตอนนี้อยู่ในขั้นเดียวกับสวี่หยุนที่อยู่ขั้น 3 ของรวบรวมลมปราณเหมือนกันนั่นก็คือระดับหนึ่งขั้นกลาง..สวี่หยุนตกตะลึงในความเข้มข้นของธาตุวารีในดรรชนีวารีไร้เงาของหลินเสี่ยวโหยวเล็กน้อยก่อนจะรับรู้ได้ว่ามันใช้ลมปราณของหลินเสี่ยวโหยวแค่หนึ่งในห้าเท่านั้น..
ไม่ใช่ว่าหลินเสี่ยวโหยวพยายามใช้พลังให้น้อยลงแต่วรยุทธดรรชนีวารีไร้เงาเป็นธาตุวารีทำให้มันสามารถใช้ได้แค่ลมปราณธาตุวารีของหลินเสี่ยวโหยวเท่านั้นนั่นก็คือหนึ่งในห้าของลมปราณทั้งห้าธาตุของหลินเสี่ยวโหยว..แต่ด้วยความเข้มข้นของธาตุวารีทำให้กลบจุดเสียตรงนั้นไปได้มิดชิดทำให้ความรุนแรงของมันน้อยกว่าตอนที่สวี่หยุนอยู่ในขั้น 3 ของรวบรวมลมปราณเล็กน้อย..สวี่หยุนยิ้มอย่างขมขื่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวอย่างอ่อนโยน..
"..เอาล่ะงั้นเสี่ยวโหยว..ข้าจะสอนวรยุทธเคลื่อนที่ให้เสี่ยวโหยวเอง..เสี่ยวโหยวอยากฝึกวรยุทธธาตุวายุหรือวรยุทธธาตุวารีล่ะ" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน..
"พี่ชายใช้วรยุทธนี้ธาตุอะไรหรือ?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามออกมาด้วยความคาดหวัง..
"ธาตุวารี.." สวี่หยุนกล่าวตอบออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะยกเท้าขึ้นหนึ่งข้างหลังจากนั้นก็มีหยดนํ้าจำนวนมากก่อตัวขึ้นมาเป็นที่รองเท้าให้สวี่หยุน..
"ว้าว! พี่ชายเก่งจริงๆ! ข้าจะฝึกฝนวรยุทธนี้ธาตุวารีอย่างแน่นอน!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยประกายเจิดจ้า..สวี่หยุนหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะอุ้มหลินเสี่ยวโหยวไปวางไว้ที่เตียงไม้..สวี่หยุนยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วให้อยู่ระหว่างคิ้วของหลินเสี่ยวโหยวก่อนจะถ่ายทอดเหยียบวารีท่องนภาให้กับเด็กสาว..
ทันทีที่สวี่หยุนถ่ายทอดวรยุทธให้หลินเสี่ยวโหยวเสร็จเด็กสาวก็ปิดตาลงและทำความเข้าใจในวรยุทธเหยียบวารีท่องนภาในทันที..สวี่หยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบเอาโอสถหลากหลายชนิดที่เขาได้มาจากหอโอสถสวรรค์และเริ่มศึกษาองค์ประกอบต่างๆของโอสถในทันที..
ในตอนนี้สวี่หยุนเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับพลังวิญญาณและการหลอมโอสถบ้างแล้ว..นักหลอมโอสถจะใช้พลังลมปราณในการควบคุมส่วนประกอบต่างๆในหม้อหลอมโอสถและใช้พลังวิญญาณในการควบคุมไฟเพื่อหลอมโอสถ..การกลั่นสะกัดวัตถุดิบบางชนิดก็จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณเข้ามาช่วยในการกลั่นสะกัดเช่นกัน..
สวี่หยุนในตอนนี้เริ่มจะเข้าใจในโอสถต่างๆจำนวนมากแล้ว..ในตอนนี้หากนับแค่ความรู้ในสมุนไพรต่างๆและความรู้ในการผสมสมุนไพรต่างๆให้กลายเป็นโอสถสวี่หยุนก็นับว่าเหนือกว่านักหลอมโอสถทุกคนในเมืองเซี่ยหลงแล้ว..แต่สวี่หยุนยังไม่เคยหลอมโอสถจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว..หม้อหลอมโอสถใบหนึ่งค่อนข้างแพงมันมีราคาถึงหินลมปราณระตํ่า 1000 ก้อนเลยทีเดียว..สวี่หยุนยังไม่ได้ทำการซื้อมันมาเลยแม้ว่าเขาจะมีเงินเพียงพอแล้วก็ตาม..ยังมีอาวุธและของต่างๆที่สวี่หยุนอยากไปเดินดูก่อนค่อยตัดสินใจซื้อของต่างๆ...
เวลาผ่านไปจนในตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นมาแล้วหลินเสี่ยวโหยวก็ยังไม่ได้สำเร็จระดับหนึ่งขั้นพื้นฐานของวรยุทธเหยียบวารีท่องนภาทำให้สวี่หยุนก็ยังคงตรวจสอบโอสถอยู่เช่นเดิม..เวลาผ่านไปจนในที่สุดพระอาทิตย์ก็ขึ้นไปถึงกึ่งกลางของท้องฟ้า..ตอนนี้เป็นยามเที่ยงวันแล้วในที่สุดหลินเสี่ยวโหยวก็ลืมตาขึ้นมา..หลังจากหลินเสี่ยวโหยวลืมตาขึ้นมาก็พุ่งไปกอดสวี่หยุนในทันที..
"ข้าไม่ได้นอนกอดพี่ชายเลยเมื่อคืน..วันนี้พี่ช่วยอุ้มข้าทั้งวันได้หรือไม่?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมกับเอาศีรษะมาคลอเคลียกับอกของสวี่หยุน..สวี่หยุนที่ออกมาจากภวังค์การตรวจสอบโอสถก็ยิ้มออกมาในทันที..
"แน่นอน..เสี่ยวโหยวน่ารักขนาดนี้ข้าจะปฏิเสธได้เช่นไร?" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะโบกมือหนึ่งครั้งเก็บเอาโอสถทั้งหมดไปแล้วอุ้มหลินเสี่ยวโหยวขึ้นมาในทันที...
"วันนี้เราจะไปทำอะไรกันหรอพี่ชาย?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มน่ารักสดใสและคาดหวังในบางอย่าง..
"อืม..ตอนแรกข้าก็จะไปซื้อของอะไรสักหน่อย..แต่เมื่อเสี่ยวโหยวอยากไปหาน้องลี่ผิงขนาดนั้นงั้นวันนี้เราไปหาน้องลี่ผิงกับท่านป้าชูหรงกันดีกว่า" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนทำให้หลินเสี่ยวโหยวเขินอายเล็กน้อยที่สวี่หยุนรู้ความคิดของนางได้..หลินเสี่ยวโหยวมีสีหน้าเขินอายออกมาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างยิ่งออกมา..
สวี่หยุนยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะก้าวเท้าออกจากโรงเตี๋ยมทั้งๆที่ยังอุ้มหลินเสี่ยวโหยวอยู่..สวี่หยุนสำรวจโดยรอบอย่างรวดเร็วก็พบว่าวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ..สวี่หยุนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะจำได้ว่าวันนี้เป็นวันที่หลานชายของหวงเจี้ยนซุนจะกลับมายังเมืองเซี่ยหลงแห่งนี้..
สวี่หยุนเดินไปตามทางและแวะซื้อวัตถุดิบต่างๆไปด้วยขณะที่เดินทางไปยังบ้านของหวงเหวินที่อยู่ในสำนักกระบี่ล่องนภา..สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวเดินไปเรื่อยๆจนในที่สุดสวี่หยุนจะเหลือบไปเห็นทางหนึ่งของเมืองเซี่ยหลง..เมื่อสวี่หยุนมองไปก็พบกับขบวนผู้ฝึกตนจำนวนมากกำลังเดินไปตามทางเดินของเมืองเซี่ยหลงอยู่..จำนวนของผู้ฝึกตนที่กำลังเดินอยู่นั้นนับคร่าวๆแล้วก็ดูจะเกินร้อยคนเห็นจะได้..
สวี่หยุนไม่ได้สนใจมากนักและเริ่มเดินทางต่อไปยังบ้านของหวงเหวินที่อยู่ในสำนักกระบี่ล่องนภา..แต่ระหว่างทางกับจำเป็นต้องเดินตัดหน้ากับขบวนร้อยผู้ฝึกตนทำให้สวี่หยุนเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวจะเกิดความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างได้..แต่ในขณะที่สวี่หยุนกำลังจะตัดหน้าขบวนร้อยผู้ฝึกตนนั้นเองจู่ๆสวี่หยุนก็ได้ยินเสียงบุรุษที่ไม่ได้อายุมากนักตะโกนออกมา...
"เฮ้ย!! สองคนนั้นน่ะหยุดเดี๋ยวนี้เลย!!!" เสียงนั้นดังออกจากจากจึงกลางขบวนร้อยผู้ฝึกตนทำให้สวี่หยุนยิ้มแห้งออกมาในทันที..อะไรอีกล่ะเนี่ย..!?
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โน๊ตจากผู้แต่ง : ถึงจะดูจบแบบไม่มีเหตุผลอะไรเท่าไหร่แต่จริงๆแล้วมีเหตุผลนะครับ! ไม่ใช่เพราะความโชคร้ายที่เกิดขึ้นเพราะเป็นพระเอกแล้วทำให้ตัวประกอบไม่พอใจนะ T^T