ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 94 งานชุมนุมพ่อค้า

            บทที่ 94

            งานชุมนุมพ่อค้า

            งานชุมนุมพ่อค้าที่ถูกจัดขึ้นบริเวณด้านหน้าจางหยวนเตรียมใจอยู่สักพักแล้วก็เดินเข้าไปบริเวณด้านในงาน

            เมื่อเท้าของเขาเดินไปจนถึงประตูที่มีพวกผู้คุ้มกันมากมายรอตรวจตราคนเข้าไปในงาน

            จางหยวนมีรูปลักษณ์ของมีรูปลักษณ์ของคุณชายสง่างามแต่เขากลับเดินด้วยท่วงท่าที่พิการมันเลยทำให้พวกมันต่างพากันแสดงแววตาที่ประหลาดใจ

            เหล่าผู้คุ้มกันพวกนี้แสดงแววตาฉงนมองตรงมาที่เขาอย่างสงสัย

            มองดวงตาของพวกมันที่กำลังจ้องมองมาที่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าความมั่นคงกำลังถามกับตัวเองอยู่ภายในใจว่าเขามาทำอะไรที่สถานที่แห่งนี้

            เหล่าผู้คุ้มกันพวกนี้ไม่เคยมองเห็นเขามาก่อนพวกพ่อค้าที่ถูกรวบรวมมางานในครั้งนี้ล้วนแล้วเป็นพ่อค้าที่อยู่ในช่วงวัยกลางคน

            ในวัยสามสิบกลางพ่อค้าที่ประสบความสำเร็จยังหาได้น้อยยิ่งนัก

            แต่ในตอนนี้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าเป็นเพียงแค่บุรุษหนุ่มวัยประมาณย่างเข้าสิบเก้าปีเท่านั้นเอง

            พวกมันจึงบังเกิดความคิดว่าคนผู้นี้น่าจะเดินเข้ามาผิดที่

            หนึ่งในผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่ด้านหน้าพูดเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว “ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ของเจ้าออกไปซะ”

            จางหยวนยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาและพูด “ ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาและพูดใจเย็นๆก่อนขอรับข้าเดินทางมาที่สถานที่อยากมีเพื่อที่จะมาเข้าร่วมงานตามคำเชิญ”

            พวกมันหันมองหน้ากันไปมาแสดงแววตาที่สงสัย

            ก่อนที่หนึ่งในพวกมันจะหันมาที่เขาและเอ่ยถาม “ บอกว่าเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมงานอย่างนั้นหรือ”

            “ เจ้าเป็นผู้ใด?”

            จางหยวนพูดออกไปอย่างนอบน้อม “ ข้าเชื่อว่าจางหยวนเดินทางมาจากเมืองจินหยวนเป็นพ่อค้าขอรับ”

            “ เมืองจินหยวนอย่างงั้นรึเมืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเมืองหลวง ”

            “ ได้ยินว่ามันเป็นเมืองที่มีการค้าขายใหญ่โตเช่นเดียวกัน ”

            “ แต่ว่าชื่อของเจ้าข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน ” มันจ้องมองด้วยแววตาที่สงสัย

            ในตอนนี้บนใบหน้าของมันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

            มันกำลังสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของเขาเพราะว่ามันร้องตรวจตรารายชื่อดูแล้วไม่เคยพบเห็นว่ามีรายชื่อของจางหยวนอยู่ภายในนั้น

            อีกทั้งถ้าเป็นพ่อค้าที่ถูกเชิญมาร่วมงานก็น่าจะมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง

            มันไม่เคยได้ยินชื่อของคนผู้นี้มาก่อนไม่เคยรู้ด้วยว่าเป็นพ่อค้าเรื่องชื่อจากเมืองจินหยวน

            จางหยวนล้วงมือของตนเองเข้าไปภายในเสื้อนำเอาจดหมายเทียบเชิญที่ได้รับจากพ่อค้าเหอออกมา

            เมื่อเขานำมันออกมาก็ได้ยื่นไปให้กับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            ผู้คุ้มกันที่ทำการรักษาความปลอดภัยภายในงานแห่งนี้รับมันเอาไว้หลังจากที่รับมันเอาไว้มันก็ใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองดูอย่างสงสัย

            ใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองดูลองอ่านเนื้อหาใจความภายในนั้น

            “ เทียบเชิญจากพ่อค้าเหองั้นรึ? ”

            “ ขออภัยด้วยผู้น้อยไม่รู้ว่าท่านเป็นแขกของพ่อค้าเหอ? ” เมื่อมันรู้ว่าเขาโดนชักชวนมาจากผู้ได้ก้มศีรษะของตัวเองลงอย่างรวดเร็ว

            พวกมันก้มศีรษะและขออภัยเกี่ยวกับเรื่องที่เสียมารยาทก่อนหน้านี้ไปอย่างรวดเร็ว

            จางหยวนพยักหน้าจางหยวนมองเห็นแบบนั้นก็รู้ได้ในทันทีว่าพ่อค้าเหอคงจะมีฐานะที่ไม่ธรรมดา

            ที่กล่าวว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ที่จัดงานในครั้งนี้คงจะเป็นเรื่อง

            จางหยวนแสดงรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรกล่าวกับผู้ที่อยู่ด้านหน้าออกไป “ ไม่เป็นอันใดขอรับตัวของข้าไม่ถือสาอันใดเกี่ยวกับเรื่องนั้น”

            “ ถ้าเช่นนั้นก็เชิญเข้าไปขอรับ ” มันผายมือชักชวนเขาเดินเข้าไปบริเวณด้านใน

            จางหยวนเดินเข้าไปบริเวณด้านในงานเท้าของเขาก้าวผ่านประตูจวนเข้าไปด้านใน 

            แต่เสียดายว่าพวกคู่ติดตามไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปบริเวณด้านในเหล่าผู้ติดตามที่ติดตามพวกพ่อค้าม้าแต่ละคนต่างพากันโดนสกัดเอาไว้ด้านนอก

            ภายในนั้นจะมีเพียงแค่เหล่าพ่อค้าที่เดินทางเข้าไปเข้าร่วมงานชุมนุมในครั้งนี้เท่านั้น

            จางหยวนไม่ติดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนั้นเพราะว่าพวกพ่อค้าที่เดินเข้ามาภายในงานก็ล้วนแล้วแต่เดินเข้ามาโดยตัวเปล่าไม่พกอาวุธและก็ไม่มีผู้ติดตามด้วยกันทั้งสิ้น

            เมื่อเขาเดินเข้ามามีสาวใช้มารอต้อนรับและก็นำพาเขาเดินไปยังงานชุมนุมที่จัดขึ้นลานกว้างใจกลางจวน

            ไปบริเวณด้านหน้าพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาภายในสถานที่อย่างนี้มีความใหญ่โตเป็นอย่างมาก

            หลังจากที่ได้ลองเดินเข้ามาภายในสถานที่อย่างนี้ก็พบเห็นว่าจวนแห่งนี้ถูกจัดสร้างขึ้นอย่างปราณีตมันน่าจะหรูหรามากกว่าจวนของตระกูลขุนนางใหญ่เสียอีก

            การเป็นพ่อค้าร่ำรวยกว่าพวกขุนนางอย่างเห็นได้ชัด 

            สาวใช้ผู้ที่เดินนำหน้านำพาเขาเดินมุ่งตรงไปยังงานดูเหมือนว่าระบบจัดการภายในงานแห่งนี้จะถูกจัดวางเอาไว้เป็นอย่างดี

            พวกเหล่าแขกที่เดินทางมาถึงล้วนแล้วมีสาวใช้ที่คอยรับใช้ตลอดทั้งงานพี่สาวที่คอยรับใช้จางหยวนเป็นหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆนางมีรูปลักษณ์ที่ดูดีสมกับเป็นสาวใช้ของตระกูลใหญ่เครื่องเเต่งกายเองก็แต่งกายอย่างสุภาพแสดงใบหน้าเป็นมิตร

            จางหยวนในขณะที่กำลังเดินอยู่บนทางเดินก่อนจะไปถึงงานชุมนุมสายตามองไปบริเวณรอบๆ

            บนทางเดินแห่งนี้ทางด้านซ้ายและขวาเป็นสระบัวที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงาม 

            พี่สาวที่เดินอยู่ด้านหน้าเอ่ยถาม “ คุณชายท่านนี้ไม่ทราบว่าเดินทางมานานชุมนุมแทนผู้เป็นบิดาหรือ?”

            จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปากตอบกลับไป “ ท่านพ่อของข้าตายไปแล้วขอรับ”

            ท่านพ่อของเขาหายสาบสูญไปตั้งแต่ยังเด็กตอนนี้ก็เทียบเท่ากับว่าสถานะคนตาย

            “ แล้วถ้าเช่นนั้นท่านเดินทางมาเข้าร่วมงานแทนผู้ได้? ” นางแสดงใบหน้าสงสัย

            “ ไม่ได้แทนผู้ใดทั้งสิ้นขอรับค่าเดินทางมาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วยตัวของข้าเอง”

            “ แสดงว่าท่าน.. ”

            “ ข้าเป็นพ่อค้าขอรับเดินทางมาจากเมืองจินหยวน ” จางหยวนกล่าวออกไปอย่างภาคภูมิใจ

            พี่สาวท่านนั้นดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนกตกใจแน่นอนว่าพ่อค้าที่ถูกเชิญมาร่วมงานในครั้งนี้อายุเช่นนี้หาได้ยากยิ่งแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ

            งานนี้ถูกจัดมาแล้วหลายต่อหลายครั้งนางเองก็ต้อนรับแขกมาไม่น้อยเพิ่งเคยพบเห็นพ่อค้ารุ่นเยาว์ถูกเชิญมา

            หลังจากนั้นก็สนทนากันต่อเพียงแค่ไม่กี่ประโยคสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ 

            เขาก็เดินทางมาถึงงานชุมนุมมันถูกจัดขึ้นบริเวณตัวเรือนหลักมันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางจวน

            สาวใช้ผู้นี้จะรับหน้าที่เป็นคนที่คอยต้อนรับเขาตลอดทั้งงาน 

            นางนำพาเขาเดินเข้ามาบริเวณด้านในเดินทางไปยังตำแหน่งที่นั่งที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ตามป้ายชื่อ 

            จางหยวนนั่งแถวสองบริเวณตำแหน่งด้านหน้าตำแหน่งตรงนี้ดูไม่เลวสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งงานไม่อยู่ด้านหลังเกินไปและก็ไม่ได้อยู่ด้านหน้าเกินไปจนเป็นจุดเด่น

            พ่อค้าที่มารวมตัวกันภายในสถานที่แห่งนี้ก็มีเยอะพอสมควรแล้วแต่ก็ยังมีที่นั่งที่ถูกวางเอาไว้อยู่อีกเป็นจำนวนมากแสดงว่ายังขาดแขกที่เดินทางมาถึงอีกมาก

            พวกที่ถูกเชิญมาร่วมงานในครั้งนี้ล้วนแล้วเป็นพ่อค้าที่แต่งกายดูดีพวกมันมีสาวรับใช้ของจวนแห่งนี้คอยต้อนรับ

            จางหยวนนั่งลงตำแหน่งที่นั่งของตนเองด้านหน้ามีอาหารและก็น้ำชาถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อย

            จางหยวนกลับไม่ได้แตะน้ำชาพวกนั้นหรืออาหารเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยเขาแสดงท่าทางที่สงบนิ่งจ้องมองบริเวณรอบๆพลางประเมินวิเคราะห์ 

            “ งานชุมนุมแห่งนี้ใหญ่โตจริงๆพวกที่เดินทางมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีฐานะ”

            “ พวกมันคงจะเป็นเศรษฐีทำการค้าขายจนตนเองนั้นเติบโตมีเงินทองมากมาย”

            “ ตอนนี้พวกที่เดินทางมาถึงยังไม่ถึงครึ่งของงานที่ควรจะเดินทางมาด้วยซ้ำ”

            “ แต่ว่าพวกเศรษฐีที่อยู่รอบๆมันก็เริ่มพูดคุยกันแล้วการเข้าสังคมสินะถ้าแบบนั้นตัวของข้าก็ควรเข้าสังคมบ้าง ” จางหยวนเริ่มเห็นว่าภายในสถานที่แห่งนี้เหล่าพ่อค้าเริ่มมีการสนทนากันอย่างสนุกสนาน

            ในสถานที่แห่งนี้เขาเดินทางมาเพื่อตั้งใจจะเข้าสังคมตั้งแต่ในตอนแรกตอนนี้จึงกลั้นใจและเตรียมตัว

            แต่ในขณะที่กำลังจะหันไปหาคนที่พอจะสนทนาเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง “ โหมีพ่อค้ารุ่นเยาวเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ด้วยงั้นรึ” 

            จางหยวนหันไปมองด้านหลังจึงพบเข้ากับชายผู้หนึ่ง 

    จบบท