บทที่41 เมตตาชี้นำ คุณธรรมค้ำจุน
เห็นแววตาที่หมดหวังและเสียงที่พร่ำบ่นอย่างตัดพ้อต่อโชคชะตาของสตรีวัยกลางคนฮุ่ยจวินมันก็ยกสองมือขึ้นที่เบื้องหน้าของนาง
“จะกลัวอันใดกับชะตาฟ้า ในเมื่อคนเราก็มีสองมือ"
สตรีกลางคนส่ายศีรษะ
“ข้าสู้มามากพอ จนจะสู้ไม่ไหวแล้ว”
ฮุ่ยจวินลดมือลง จ้องหน้าสตรีกลางคนแล้วกล่าว
“แต่นั่นก็หมายความว่ายังสู้ไม่ถึงที่สุดมิใช่หรือ"
เห็นแววตาที่เด็ดเดี่ยวมิยอมแพ้ของบุรุษหนุ่มสตรีวัยกลางคนก็พลอยได้รับพลังใจหนุนเสริมอย่างบอกไม่ถูก นางมองฮุ่ยจวิน
“แต่แพทย์ทั้งปฐพีมิอาจช่วยได้ พวกมันล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีแต่เทพดาเร้นกายเท่านั้นซึ่งตอนนี้ยากนักที่จะหาตัวแพทย์ที่ราวกับภูติพรายนั่นพบ”
ฮุ่ยจวินกล่าวอย่างหนักแน่น
“แม้นตัวมิอยู่ แต่วิชาแพทย์ของมันมิใช่จะมิอยู่”
“เจ้าจะบอกว่ามันตกทอดวิชาแพทย์ไว้หรือ"
ก่อนที่นางจะมองฮุ่ยจวินด้วยแววตาที่เป็นประกาย
“หรือเจ้าเป็นศิษย์ของมัน”
ฮุ่ยจวินส่ายศีรษะ
“ข้ามิใช่ศิษย์ของท่านผู้เฒ่า แต่ข้าก็พอที่จะครูพักลักจำในวิชาแพทย์ชั้นสูงของท่านมาบ้าง”
ราวกับได้เห็นประกายแสงเล็กๆ ท่ามกลางมรสุมที่หนาหนักมืดมิดสตรีกลางคนรีบทิ้งตัวต่อหน้าฮุ่ยจวิน
“เช่นนั้นโปรดรักษาบุตรชายข้าด้วย หากเจ้าเมตตาทรัพย์สินที่ข้ามีทั้งหมดนี้จะยกให้แก่เจ้า"
ฮุ่ยจวินนึกถึงสตรีแปลกหน้าที่ช่วยเหลือมันและพี่ใหญ่ด้วยไมตรีนางนี้มันก็พลันยิ้มน้อยๆ ออกมา รอยยิ้มนี้กลับเป็นรอยยิ้มที่หายไปบนใบหน้าของมันนานแล้ว
“เพียงข้าวต้มสองถ้วยในคืนนั้น ก็นับเป็นค่าตอบแทนที่มากพอแล้ว"
สตรีกลางคนไม่คิดว่าจะได้เจอแพทย์ที่มากด้วยคุณธรรมเช่นนี้ในชีวิตเพราะเสมอมาแพทย์ส่วนใหญ่มักเรียกค่าตอบแทนจำนวนไม่น้อย หากไร้ซึ่งทรัพย์สินก็แทบจะมิได้รับการเหลือบแลยิ่งแพทย์คนใดมีชื่อเสียงแลฝีมือ ก็ยิ่งเข้าถึงตัวได้ยาก ทั้งต้องยอมจ่ายด้วยทรัพย์สินจำนวนมากมันถึงจะยอมรักษา
ฮุ่ยจวินก็ไม่ชักช้า เมื่อสตรีกลางคนยินยอมให้มันรักษาบุตรของนางมันก็ลงมือในทันที มันตรวจดูอาการของเด็กชายที่มีวัยเพียงหกขวบ แต่รูปร่างแคระเกร็นจนแทบจะเห็นแต่กระดูกเนื่องเพราะถูกพิษสะสมมิได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีตัวขาวซีดสั่นงันงก ปากคล้ำจนจะกลายเป็นสีม่วง เมื่อถูกอากาศเย็นมันก็จะไอออกมาอย่างรุนแรงบางครั้งก็จะไอจนโลหิตไหลซึมออกมา
ฮุ่ยจวินรักษาอาการเบื้องต้นตามอาการ นำยาสมุนไพรที่มีผสมเข้ากับสุราบางชนิดที่ถูกกลั่นและหมักมาจากข้าวได้ยาฤทธิ์ร้อนขึ้นมาขนานหนึ่งให้เด็กชายได้ดื่มกิน ผ่านไปสองวันหลังจากได้ดื่มยาที่ถูกผสมขึ้นโดยแพทย์ไร้นามอาการไอของเด็กชายก็ลดลง ไม่มีเลือดปนออกมา แม้อากาศหนาวเย็นในยามวิกาลก็ไม่ส่งผลต่อมันเหมือนแต่ก่อนสร้างความประโลมใจแก่สตรีกลางคนเป็นอย่างมาก
การรักษาตามอาการของฮุ่ยจวินเป็นไปได้ด้วยดีตอนนี้เพียงรอสมุนไพรที่มันไหว้วานปู้ชิงเถารวบรวมมาเท่านั้น ส่วนตัวยาบางตัวที่สตรีวัยกลางคนหามาได้นางก็ไปจัดการซื้อหามาให้ฮุ่ยจวินจนหมดสิ้น
คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ฮุ่ยจวินทำการรักษาอาการของเด็กชายจนเสร็จสรรพมันออกมาจากห้องด้านในพบว่าตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เหลาสุราที่ไม่ค่อยมีลูกค้าร้านนี้ถูกปิดลงแต่โต๊ะมุมห้องโต๊ะหนึ่งก็ยังไม่ถูกจัดเก็บเช่นเดิมเหมือนทุกครั้ง มันอยู่ที่เหลาสุราแห่งนี้มาสามคืนแล้วมันก็ยังเห็นภาพนี้อยู่ทุกคืน คิดถามสตรีกลางคนนางนั้นด้วยสงสัย แต่ทุกคนล้วนมีเหตุผลในตัวที่ยากทำใจจะเปิดเผยในตอนนี้มันเองก็มี เช่นนั้นมันจึงไม่ออกปากกล่าวถามจากนาง
เช้าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครา วันนี้ปู้ชิงเถาได้กลับมาพร้อมกับสมุนไพรป่าจำนวนมากฮุ่ยจวินไม่ชักช้ารีบทำการคัดเลือกเอาส่วนสำคัญของสมุนไพรแต่ละชนิด บางส่วนนำไปตากแห้งบางส่วนนำไปบด บางส่วนนำไปต้มเอาน้ำ บางส่วนก็นึ่งเอาไอ แล้วค่อยนำแต่ละองค์ประกอบมาผสมเป็นตัวยาบ้างก็ทำยาลูกกลอนบำรุงร่างกาย บ้างก็ทำยาแก้บอบซ้ำภายใน บ้างก็ปรุงยาสำหรับถอนพิษใช้เวลาอีกสามวันมันก็ได้ยาสมุนไพรชั้นสูงที่หาได้ยากจากร้านขายยาทั่วไปมาหลายขนาน
ค่ำคืนนี้เป็นเวลาที่ฮุ่ยจวินต้องทำการฝังเข็มเพื่อขับพิษที่สะสมพิษบางส่วนก็ได้โอสถที่มันปรุงขึ้นช่วยสลายไปอย่างช้าๆ แล้ว แต่ยังมีพิษบางส่วนที่แทรกซึมไปที่เส้นชีพจรลมปราณชีวิตมีเพียงแต่ต้องฝังเข็มชั้นสูงและใช้ยาสลายพิษที่ถูกต้องจึงจะกำจัดพิษอย่างหมดจดได้
ฮุ่ยจวินผ่านการฝังเข็มขับพิษช่วยชีวิตฮุ่ยไป๋มาแล้วพิษนั้นนับว่าร้ายกาจยิ่งกว่าพิษที่เด็กชายได้รับมากมายนัก ทว่าการจะรักษาพิษบางอย่างก็ต้องทราบที่มาแลชนิดของพิษร่วมด้วยจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ฮุ่ยจวินจึงกล่าวถาม
“บุตรท่านมิทราบได้รับพิษชนิดใด และได้รับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"
สตรีผู้นั้นมีสีหน้าที่ลังเลไม่อยากเอ่ยปู้ชิงเถาที่คอยเป็นลูกมือให้แก่ฮุ่ยจวินจึงกล่าวว่า
“หากท่านมัวแต่อ้ำอึ้งมิเอ่ยออกมา ยิ่งจะไม่เป็นผลดีต่อบุตรท่าน"
เพราะความเป็นห่วงบุตร นางจึงเดินไปที่ถุงผ้าข้างผนังแล้วล้วงเอาของสิ่งหนึ่งออกมา
“ข้าก็ไม่รู้ว่าพิษที่บุตรข้าได้รับคือพิษใดแต่พวกมันจะส่งยาระงับพิษนี้มาให้ทุกหนึ่งปีเพื่อประคองชีวิต ข้าได้แบ่งออกมาเสี้ยวหนึ่งเผื่อมีแพทย์คนใดรู้จักและช่วยปรุงมันเพื่อรักษาแก่บุตรข้าแต่สุดท้ายก็เปล่าประโยชน์ ไม่มีแพทย์คนใดรู้และทำได้ ซ้ำข้ายังได้รับคำขู่จากเงามืดมิให้เปิดเผยยานี้อีก”
ฮุ่ยจวินรับมาดมดู ส่วนปู้ชิงเถาขมวดคิ้วมองใบหน้าที่คล้ายทุกข์ร้อนของสตรีกลางคน
“พวกมัน? ท่านถูกบังคับขู่เข็ญอยู่หรือ"
เห็นว่าบุรุษทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณ และช่วยเหลือบุตรนางอย่างตั้งใจนางจึงกล่าวโดยไม่ปิดบัง
“พวกมันมิได้ข่มขู่ข้าเสียทีเดียว แต่มันต้องการให้สามีข้าเป็นมือเป็นเท้าเพื่อทำในสิ่งที่ชั่วช้าแทนพวกมันสามีข้าไม่ยอม พวกมันจึงใช้วิธีสกปรกลอบเล่นงานบุตรของพวกเราโดยใช้พิษที่มิทราบชนิดและยากที่จะรักษานี้แล้วพวกมันก็ยื่นข้อเสนอว่าทุกหนึ่งปีจะส่งยาถอนพิษที่จะช่วยประคองชีวิตบุตรของพวกเราให้มีชีวิตสืบไปทำให้สามีข้าไร้ทางเลือก จึงต้องทำตามข้อเสนอของพวกมัน"
ปู้ชิงเถาได้ฟังถึงกับเดือดดาลมีโทสะ
“สารเลวยิ่งนัก ท่านรู้หรือไม่ว่าคนพวกนั้นเป็นใคร"
สตรีกลางคนส่ายศีรษะ
“พวกมันมีตัวตนดั่งเงามืด ยากรู้ตัวตนเช่นเดียวกับสามีข้าตอนนี้ที่มิรู้เป็นตายร้ายดีประการใด เพราะนับแต่นั้นมา นอกจากยาระงับพิษที่ถูกส่งมาในทุกปีข้าก็ไม่เคยพบเจอสามีอีกเลย"
ฮุ่ยจวินได้คิด
“หรือโต๊ะตัวนั้นถูกวางไว้เพื่อรอสามีของนาง…โลกนี้กลับซุกซ่อนด้วยสิ่งที่ชั่วร้ายแลหดหู่มากมายนัก”
ยิ่งได้ฟังเรื่องราว ฮุ่ยจวินยิ่งมีความคิดที่อยากจะเอาชนะต่อกลุ่มคนชั่วช้าเหล่านั้นมันพิสูจน์ดูตัวยาที่สตรีกลางคนเก็บไว้ แต่เพราะมันมีส่วนผสมที่ผิดแผกจากตำรายาที่ควรจะเป็นอย่างมากจึงยากที่จะแยกแยะออกได้ว่ามันคือยาถอนพิษชนิดใด ใช้กับพิษแบบไหน มิแปลกที่แพทย์ทั้งหลายจะจนปัญญาเหล่าคนชั่วช้าที่สร้างพิษและยาประคองชีวิตได้เช่นนี้นับว่าพวกมันไม่ธรรมดาเลยซักนิดแต่การใช้ความสามารถพิเศษเพื่อเอาเปรียบแลทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้ นับเป็นผู้ที่น่ารังเกียจยิ่งนัก
ฮุ่ยจวินเองก็มิอาจแยกแยะตัวยาพิสดารที่ใช้ระงับพิษนี้ได้โดยง่ายแต่มันไม่ยินยอมที่จะพ่ายแพ้ต่อคนชั่วช้าจึงตั้งใจว่า
แม้นไม่รู้ว่าพิษนี้สร้างขึ้นมาจากส่วนผสมใดแต่มันจะแก้ไขด้วยวิธีของมันให้ได้!
พิษบางส่วนได้ถูกระงับแลกำจัดไปไม่น้อยแล้วแต่พิษที่สะสมมานานปีจนแทรกซึมไปตามเส้นชีพจรลมปราณนั้นยากกำจัดให้หมดโดยเร็ว ชนิดของพิษก็ยากแยกแยะได้ในทันทีแต่การรักษาได้ดำเนินมาถึงจุดสำคัญแล้วจะชะงักไว้ตรงนี้ก็ไม่ได้ ฮุ่ยจวินจึงใช้วิธีฝั่งเข็มไล่ลมปราณที่มีพิษให้แผ่กำจายไปที่ปลายนิ้วซ้ายของเด็กชายทิ้งเวลาจนพิษเริ่มกระจายจากลมปราณไปที่ปลายนิ้ว โลหิตเริ่มมีสีคล้ำ มันจึงใช้ปลายเข็มเจาะปลายนิ้วเอาโลหิตนั้นออกมาเก็บไว้
จากนั้นก็เริ่มนำโอสถที่ปรุงเสร็จก่อนหน้านำมาปรับปรุงแลผสมผสานกันใหม่เพื่อให้เหมาะสมต่อการสลายพิษผสมเสร็จมันก็แบ่งเอาโลหิตที่ได้จากปลายนิ้วของเด็กชายมา ทดลองหยดยาสลายพิษที่ปรับปรุงขึ้นพร้อมใช้เข็มเงินจุ่มลงไปเพื่อตรวจสอบว่าพิษหายไปจากโลหิตหรือไม่
ฮุ่ยจวินทดสอบตัวยาขนานแล้วขนานเล่า ปรับปรุงตัวยาอีกหลายขนานผสมสูตรสมุนไพรและตัวยาโอสถสำเร็จรูปใหม่ๆ เข้ามา จนเวลาผ่านไปอีกสองวันเต็ม ชายหนุ่มก็ได้ยาถอนพิษสูรตพิเศษที่มิว่าจะเป็นพิษชนิดใด ยาสูตรพิเศษของมันนี้ก็สามารถสลายพิษได้ทั้งสิ้น
ถ้วยพิษจำนวนสิบถ้วยที่ถูกรวบรวมมาโดยฮุ่ยจวินประกอบด้วย พิษงูเห่า พิษงูจงอาง พิษแมลง พิษสัตว์ใหญ่ พิษสมุนไพร พิษของป่า และพิษอันพิสดารอีกสี่ขนานที่ถูกปรุงขึ้นให้ร้ายกาจที่สุดพิษทั้งสิบถ้วยนี้เพียงถูกหยดด้วยตัวยาชนิดพิเศษที่ฮุ่ยจวินปรุงขึ้นมาด้วยมันสมองแลน้ำพักน้ำแรงก็พลันบังเกิดควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับพิษที่สลายหายไปจนไม่เหลือตกค้างแม้เพียงเสี้ยว
ปู้ชิงเถายกยิ้มแลปรบมือฉาดใหญ่ด้วยความยินดี
“ยอดเยี่ยม น้องรองเจ้านับเป็นแพทย์เทวะที่กลับชาติมาเกิดแล้ว"
ฮุ่ยจวินยกมือปาดเหงื่อบนใบหน้า คนหันไปมองสตรีวัยกลางคนที่ปรากฏน้ำตาที่รื้อชื้นเต็มข้างแก้มเมื่อเห็นน้ำตานี้ จิตใจของฮุ่ยจวินยิ่งได้รับการปลอบประโลม หรือชีวิตของมันเกิดมาเพื่อช่วยเหลือผู้คนยิ่งได้คิดจิตใจก็ยิ่งพองโต ทุกครั้งที่มันได้ช่วยคน มันเหมือนได้ฉุดรั้งตนให้ขึ้นมาจากซอกหลืบความมืดความผิดหวัง และการสูญเสียทีละนิด ซึ่งผลแห่งความดีที่มันทำมานี้ มันก็ระลึกแลอุทิศให้กับท่านลุงของมันฮุ่ยไป๋ ทั้งยังรวมถึงเจ้ากรรมนายเวรที่คอยเป็นเงาเกาะกุมชีวิตของมันด้วย
ฮุ่ยจวินแย้มยิ้มออกมาอีกครั้งให้แก่สตรีวัยกลางคนตรงหน้า
“ลูกท่านจะต้องแข็งแรงแลมีชีวิตที่เป็นสุขดั่งคนทั่วไป"
สตรีวัยกลางคนถึงกับน้ำตาไหลพราก นางไม่คิดถึงความอาวุโสรีบทิ้งกายคุกเข่าโขกศีรษะต่อหน้าของฮุ่ยจวิน
“ท่านเป็นแพทย์เทพดาที่มาโปรดสัตว์อย่างแท้จริง"
ฮุ่ยจวินรีบเข้าไปรับการคารวะจากนาง แล้วส่ายศีรษะ
“วิชาแพทย์นี้แท้จริงเป็นของเทพดาเร้นกายทั้งสิ้นข้าเพียงบังเอิญโชคดีหยิบยืมวิชาของท่านมาเท่านั้น"
ฮุ่ยจวินครั้งหนึ่งเคยบอกต่อตั้วซุนหงว่าจะใช้วิชาแพทย์นี้สร้างชื่อให้แก่ท่านเป็นการตอบแทนเสมอมาตั้วซุนหงไม่ค่อยมีชื่อเสียงด้านดีเท่าไหร่นัก หากมิใช่ช่วยเพราะความถูกชะตาก็ต้องช่วยด้วยผลประโยชน์ที่แอบแฝง นี่อาจเป็นครั้งแรกที่มีผู้คนนึกถึงมันอย่างซาบซึ้งจากก้นบึ้งของจิตใจซึ่งทั้งหมดก็เป็นเพราะบุรุษหนุ่มที่มันทุ่มเทความรู้แลประสบการณ์ทั้งหมดที่มีถ่ายทอดวิชาแพทย์ตกทอดให้
สตรีกลางคนหันหน้าไปทางทิศเหนือ จากนั้นก็คุกเข่าโขกศีรษะเป็นการขอบคุณเทพดาเร้นกายอย่างซาบซึ้งสตรีกลางคนนางมิได้ซาบซึ้งในวิชาแพทย์ของมัน แต่นางซาบซึ้งที่มันได้ส่งต่อวิชาแพทย์ถูกคนจนก่อให้เกิดแพทย์ที่มากด้วยความเมตตาและคุณธรรมซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของนางนี้
ฮุ่ยจวินไม่กล่าวสิ่งใดอีก เมื่อมันได้ตัวยารักษาพิษที่สามารถเอาชนะพิษอันพิสดารของกลุ่มคนชั่วช้าได้แล้วมันก็นำไปฝังเข็มรักษาบุตรของสตรีวัยกลางคนต่อทันที