“ฮัดชิ้ว!” จ้านเจียวจามทั้งๆ ที่ยังหลับเพราะฝุ่นจากผ้าห่มฟุ้งเข้าจมูก “ฮัดชิ้ว!”
นางลืมตาขึ้นพลางจามอีก “ฮัดชิ้ว!”
นางเห็นพ่อบุญธรรมห่มผ้าให้นางจึงผลักผ้าออก“มันสกปรก ฮัดชิ้ว!”
“อากาศหนาวต้องห่มผ้า”เ้าสำนักบอก จ้านเจียวจามอีก “ฮัดชิ้ว!ข้ายอมนอนหนาวดีกว่าห่มผ้าสกปรกๆ นี่ ฮัดชิ้ว!”
“เฮอะ! อ่อนแอซะจริง” เ้าสำนักด่า จ้านเจียวกลิ้งหนีผ้าห่มฝุ่นหนาผืนนั้นนางจามติดๆ กัน “ฮัดชิ้ว! ฮัดชิ้ว!ฮัดชิ้ว!”
เ้าสำนักถือผ้าห่มผืนนั้นค้างอยู่เขาขยับจะห่มให้อีก แต่พอเห็นนางจามไม่หยุดเขาจึงไม่ฝืนเอาผ้าห่มให้นางเขาร้องเรียก “เด็กๆ”
“ขอรับ”ขอทานขานรับแล้วรีบเดินไปหาทันที เ้าสำนักจึงสั่ง “เอาผ้านี่ไปซัก”
เขาโยนผ้าห่มให้ลูกน้องลูกน้องอึ้งงันไป “หา!”
“ฮัดชิ้ว! พวกนั้นด้วย”จ้านเจียวจามพลางชี้ไปที่เครื่องนอนที่เต็มไปด้วยฝุ่นที่นางดึงลงจากเตียงตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเอาไปซักให้สะอาดเชียว
“เอ่อ...”ขอทานอึ้งงันไป เ้าสำนักจึงสั่งน้ำเสียงดุ “ยังไม่รีบไปทำอีก!”
“อ่า...ขอรับๆ”ขอทานรับคำสั่งแล้วก้าวไปหอบเครื่องนอนออกไป
เ้าสำนักมองตามแล้วหันไปมองลูกบุญธรรมเขาล้มตัวลงนอนบนเตียงที่ไร้ฟูกนอนพลางบอก “มาๆ คืนนี้ข้านอนกอดเ้าไว้ก่อน”
จ้านเจียวจึงกลิ้งตัวไปหาพ่อบุญธรรมยอมให้เขากอด อย่างน้อยก็ยังอุ่นหน่อย ดีกว่านางต้องนอนคนเดียวหนาวๆ
เมื่ออยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆจ้านเจียวก็หลับไป เ้าสำนักมองลูกบุญธรรมตัวน้อยแล้วหลับตาลงนอนหลับ
จ้านเจียวอยู่ที่สำนักยาจกครบ 1 ปีแล้ว นางสูงขึ้นอีกหน่อยและยังก่อเื่ไม่เว้นแต่ละวันส่วนใหญ่แล้วเป็เื่ที่นาง้าให้คนในสำนักปัดกวาดเช็ดถูบ้านเรือนให้สะอาดซักเสื้อผ้าให้สะอาดสะอ้าน ต่อให้เสื้อผ้าจะเก่าขาดเพียงใดก็ต้องซักให้สะอาดอาหารการกินก็ต้องสะอาดเช่นกัน ใครใช้มือสกปรกๆ จับของกินเข้าปากจะถูกนางไล่ตีจนกว่าจะไปล้างมือเสียก่อนบรรดาขอทานแห่งสำนักยาจกทุกข์ทรมานเพราะเื่นี้ไม่น้อยพวกเขาจึงไปร้องเรียนต่อเ้าสำนักทุกวัน
“ท่านเ้าสำนักท่านห้ามปรามเ้าสำนักน้อยบ้างเถอะขอรับ พวกข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ นะขอรับ”ขอทานคุกเข่ากุมมือร้องเรียน เ้าสำนักนั่งอยู่ที่เก้าอี้พลางหยิบขนมกุ้ยฮวาใส่ปาก“เ้าจะร้องไห้ไปไย นางทำเพื่อสุขภาพของพวกเ้าทั้งนั้น ไม่ดีหรือไร?”
“ไม่ดีๆหากยังเป็เช่นนี้ต่อไปพวกเรายังจะเป็สำนักยาจกอีกหรือขอรับ?” ขอทานบ่น
“เ้าน่ะยังไม่ไปซักผ้าอีก” เสียงเล็กๆ ตวาดดังมาขอทานทั้งหลายที่กำลังร้องทุกข์พลันสะดุ้งเฮือก!
พวกเขาหันไปมองข้างหลังก็เห็นเ้าสำนักน้อยถือไม้เรียวไว้ในมือนางเดินอาดๆ เข้ามา ทำให้พวกเขาแตกกระเจิงกันทันที “อ้า!เ้าสำนักน้อยมาแล้ว!” / “มารน้อยมาแล้ว!”
พวกเขาวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทางไม่กล้าอยู่รอเ้าสำนักน้อยสักคนเดียว
“เฮอะ! เ้าพวกนี้มาฟ้องอะไรอีกล่ะ?” จ้านเจียวเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆกับพ่อบุญธรรมแล้วบ่นว่า “พวกเขาี้เีตัวเป็ขน สกปรกนัก!”
“สนุกพอหรือยัง?”เ้าสำนักถาม จ้านเจียวพลันสะดุ้งเฮือก “ง่ะ!”
นางรีบเผ่นหนีทันทีตึกๆๆๆ...
เ้าสำนักดีดเท้าทีหนึ่งก็เหินลอยไปหยุดตรงข้างหลังนางเขาคว้าคอเสื้อนางหิ้วขึ้นมาแล้วเดินอาดๆ ออกไป
“เฮ้อ...” จ้านเจียวหน้างอคอตกอย่างยอมรับสภาพนางสู้เขาไม่ได้จึงถูกเขาบังคับให้ฝึกวรยุทธ์ทุกวันเพื่อที่วันหน้านางจะได้มีวรยุทธ์เอาไว้ปกป้องคนในสำนักได้ ฝึกวรยุทธ์ก็ดีอยู่หรอกแต่นี่นางเพิ่งอายุ 2 ขวบกว่าเองนะ รอให้นางอายุมากกว่านี้แล้วค่อยฝึกไม่ได้หรือไร! อ๊ากกกก...คอยดูเถอะแค้นเหล่านี้ข้าจะเอาคืนเป็สิบเท่าร้อยเท่า!
หลังจากนั้นเ้าสำนักก็สอนลูกบุญธรรมฝึกวรยุทธ์อย่างเข้มงวดจนจ้านเจียวเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจตาย
วันเวลาผ่านไปอีกปี จ้านเจียวอายุ 3 ขวบกว่านางเติบโตเป็เด็กหญิงที่น่ารักยิ่งนักนางเดินไปทางไหนคนในสำนักล้วนชื่นชมความน่ารักของเ้าสำนักน้อยไม่ขาดปากแต่พอนางไล่ตีคน บังคับให้พวกเขารักษาความสะอาดพวกเขาพลันแตกกระเจิงกันไปคนละทิศคนละทางทันที
บางครั้งเ้าสำนักพาลูกบุญธรรมไปฝึกขอทานแต่พอดูสภาพเสื้อผ้าที่นางสวมใส่แล้วเขาได้แต่ส่ายๆ หน้า นี่มันขอทานที่ไหนกันมองอย่างไรก็เหมือนคุณหนูลูกผู้ดีมีสกุลชัดๆ แล้วอย่างนี้จะไปขอทานได้อย่างไร!
จ้านเจียวไม่ยอมเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าสกปรกๆเด็ดขาด นางยืนกรานจะสวมเสื้อผ้าสะอาดๆ ท่าเดียวต่อให้พ่อบุญธรรมจะบังคับขู่เข็ญอย่างไรนางก็ไม่ยอมเปลี่ยนเ้าสำนักทั้งขู่ทั้งทำโทษอย่างไรเ้าลูกบุญธรรมตัวร้ายก็ไม่ยอมท่าเดียว!
ทำเขาปวดหัวยิ่งนักทั้งๆ ที่เ้าเด็กนี่ชาติกำเนิดเป็เพียงลูกชาวนาแท้ๆไยนางจึงได้ทำตัวเหมือนคุณหนูลูกผู้ดีมีสกุลเสียล่ะเขาไม่ได้สอนให้นางเป็ลูกผู้ดีเลยนะ เขาสอนให้นางเป็ขอทานแต่นางกลับอยากเป็ลูกผู้ดีมีเงิน อ๊ากกกก...
สำนักยาจกเปลี่ยนไปมากนับั้แ่จ้านเจียวไปอยู่ที่นั่นสภาพที่อยู่อาศัยสะอาดสะอ้านขึ้นมาก สภาพเสื้อผ้าของทุกคนในสำนักก็สะอาดเนื้อตัวพวกเขาไม่มีกลิ่นเหม็นเพราะถูกบังคับให้อาบน้ำทุกวันใครี้เีจะถูกเ้าสำนักน้อยไล่ตี พวกเขาก็เคยชินกับความสะอาดมากขึ้นเรื่อยๆจนไม่อาจกลับไปทำตัวสกปรกอย่างเดิมได้อีก ความเปลี่ยนแปลงนี้จ้านเจียวพอใจมาก
วันเวลาผ่านไปอีกปีแล้ว จ้านเจียวอายุ 4 ขวบกว่า นางตามพ่อบุญธรรมไปขอทานแต่เ้าสำนักกลับขอทานใครไม่ได้สักคนเพราะว่าเนื้อตัวเขาสะอาดเกินไปแม้เขาจะใส่เสื้อผ้าขาดๆ แต่มันก็ยังสะอาดเกินไปอยู่ดีไม่มีใครมองว่าพวกเขาเป็ขอทานอีก นี่ทำให้เ้าสำนักอัดอั้นตันใจนัก “จบสิ้นแล้วๆสำนักยาจกจบสิ้นแล้ว!”
“ท่านพ่อหากท่านอยากขอทานให้ได้ท่านก็คลุกโคลนซิ ตัวจะได้สกปรกๆ หน่อยเท่านี้ท่านก็สามารถขอทานคนอื่นได้แล้ว” จ้านเจียวแนะนำอย่างไม่ใส่ใจนักต่อให้สำนักยาจกจะขอทานใครไม่ได้เลยนางก็ไม่เดือดร้อนเพราะนางวางแผนหาเงินไว้แล้วคนในสำนักมีตั้งมาก ให้พวกเขาช่วยกันค้าขายไยจะทำไม่ได้ล่ะนี่เป็หนทางหากินที่สุจริตและมีเกียรติดีกว่าเป็ขอทานตั้งหลายเท่า
“ข้า...”เ้าสำนักได้แต่ส่ายๆ หน้า จะให้เขาคลุกโคลนเหมือนเมื่อก่อน เขาก็ทำไม่ได้แล้วเขาติดนิสัยรักสะอาดไปแล้ว!
ที่เป็อย่างนี้เป็เพราะเ้ามารน้อยนี่เชียวบังคับให้เขาอาบน้ำทุกวัน ถ้าเขาไม่ยอมอาบนางก็ไม่ยอมให้เขาอุ้มเขาที่ติดใจเนื้อตัวนุ่มนิ่มของนางแล้วไม่ให้เขากอด เขาทนไม่ได้จริงๆ
“ท่านพ่อในเมื่อขอทานไม่ได้แล้ว ไยท่านไม่คิดทำมาหากินอย่างอื่นล่ะ?” จ้านเจียวเอ่ย
“เฮอะ!” เ้าสำนักจึงบ่น “จะทำมาหากินอะไรได้อีกนับั้แ่ข้าจำความได้ข้าก็เร่ขอทานกับเ้าสำนักคนก่อนแล้ว”
“มือเท้าท่านก็มีครบอีกทั้งยังเป็วรยุทธ์ ท่านไปรับจ้างคุ้มกันตามร้านค้าของคนรวยทั้งหลายยังได้เลย”จ้านเจียวแนะนำ
“ไม่ล่ะๆ” เ้าสำนักส่ายๆหน้า “ข้าไม่ชอบมีเ้านาย ข้าชอบชีวิตที่อิสระเสรี อยากทำอะไรก็ทำไม่ต้องฟังคำสั่งใคร คุ้มกันตามร้านอย่างเ้าว่าทำข้าไร้อิสระ ไม่เอาๆ”
“เฮ้อ...”จ้านเจียวถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ แล้วนางก็เสนอว่า “เช่นนั้นพวกเราเปิดร้านขายข้าวท่านคอยคุ้มกันร้านให้ข้า ข้าเก็บเงิน คนอื่นๆ ก็ขนข้าวเถอะ”
“ขายข้าว! เด็กอย่างเ้าเนี่ยนะจะเปิดร้านขายข้าว นังหนูเ้าฝันกลางวันแล้วฮ่าๆๆๆ...” เ้าสำนักหัวเราะเยาะ จ้านเจียวโมโหจึงบอก “ท่านพนันกับข้าไหมล่ะหากข้าเปิดร้านได้กำไร ท่านต้องทำตามที่ข้าบอกทุกอย่าง”
“แล้วถ้าเ้าขาดทุนล่ะ?”เ้าสำนักถาม จ้านเจียวจึงบอก “ข้าจะยอมล้างเท้าให้ท่านทุกคืนเลย”
“ได้ ตกลงตามนี้”เ้าสำนักตกลงแล้วยิ้มบางๆ เด็กตัวกระเปี๊ยกแค่นี้ริอาจค้าขายแล้วนางคิดว่าทำการค้าง่ายเหมือนกินข้าวหรือ เฮอะๆๆ...
“เช่นนั้นพวกเรากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”จ้านเจียวบอก เ้าสำนักจึงอุ้มจ้านเจียวขึ้นให้นางขี่คอเขาแล้วเดินกลับสำนักไป
เมื่อกลับถึงบ้านแล้วจ้านเจียวก็ให้พ่อบุญธรรมเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ไม่มีรอยขาดเ้าสำนักยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปหมุนตัวอวด “เป็อย่างไร?”
“ดูดีหน่อยค่อยมีท่าทางเหมือนเถ้าแก่หน่อย” จ้านเจียวชมแล้วไถลตัวลงจากเก้าอี้คว้ามือเขาพลางเอ่ย “ไปได้”
“ไปไหน?” เ้าสำนักถามจ้านเจียวตอบ “ก็ต้องไปซื้อร้านซิ”
นางพูดแล้วก็บอกว่า“ท่านเอาเงินติดตัวไปมากๆ หน่อยล่ะ จะได้พอซื้อร้าน”
“อืม”เ้าสำนักรับคำแล้วเดินไปเปิดหีบหยิบทองออกมาหลายสิบก้อน“เท่านี้พอไหมเ้ามารน้อย?”
“พอ”จ้านเจียวพยักหน้า เ้าสำนักยิ้มแล้วเก็บทองใส่ถุงผ้าถุงผ้านี้เป็ฝีมือเ้าลูกบุญธรรมเย็บให้เขา เขาชอบมันมากไม่เสียแรงที่เขาเลี้ยงนางเลย ฮ่าๆๆๆ...
จากนั้นสองคนพ่อลูกก็ออกจากสำนักไปที่ตลาดจ้านเจียวขี่คอพ่อบุญธรรม บอกให้เขาเดินดูให้ทั่วๆ ตลาดเจอร้านไหนกำลังประกาศขายพวกเขาก็เข้าไปถาม
จนกระทั่งไปเจอร้านหนึ่ง จ้านเจียวถามราคาแล้วตกลงซื้อทันทีเพราะเ้าของประกาศขายในราคาที่ถูกยิ่งนัก
“เ้ามารน้อยร้านนี้อยู่ติดกับร้านขายโลงศพ เ้ายังจะซื้ออีกรึ เห็นชัดๆว่าแค่เริ่มต้นข้าก็เห็นลางขาดทุนแล้ว” เ้าสำนักท้วงติง จ้านเจียวจึงบอก“รับรองว่าข้าทำไม่ขาดทุนแน่ เชื่อข้าซิ ท่านพ่อจ่ายเงินเถอะ”
เ้าสำนักจึงจ่ายเงินให้เถ้าแก่เถ้าแก่มอบหนังสือร้านให้แล้วรับเงินจากนั้นก็ขอตัวไปทันทีเขาดีใจยิ่งนักที่ขายร้านได้ ั้แ่เขาเปิดร้าน เขาค้าขายขาดทุนมาตลอดเป็เพราะร้านนี้อยู่ติดกับร้านขายโลงศพ ผู้คนจึงไม่มาแถวนี้เพราะกลัวว่าไออัปมงคลจากร้านขายโลงศพจะติดตัว
“เอ้าร้านนี้เป็ของเ้าแล้ว” เ้าสำนักยื่นหนังสือร้านให้ลูกบุญธรรมจ้านเจียวยิ้มแฉ่งรับหนังสือมาดูอย่างพอใจ นางส่งคืนพลางบอก “ท่านเก็บไว้ดีๆ ล่ะ”
เ้าสำนักรับคืนมายัดใส่อกเสื้อจ้านเจียวจูงมือเขาเดินออกจากร้าน “ไปๆ มีร้านแล้วก็ต้องมีข้าวพวกเราไปซื้อข้าวกัน”
“ได้”เ้าสำนักพยักหน้า ต่อให้ขายไม่ได้ก็ไม่เป็ไร คนในสำนักมีตั้งมากเขาไม่กลัวว่าข้าวที่ซื้อมาจะเสียเปล่าสักนิด
จากนั้นสองพ่อลูกก็ซื้อเกวียนและวัวตัวหนึ่งแล้วพาคนในสำนักตามไปด้วยอีก 5 คน ทุกคนล้วนเป็ผู้ชายรูปร่างแข็งแรงจ้านเจียวพาพวกเขาตระเวนไปตามหมู่บ้าน ขอซื้อข้าวเปลือกจากชาวบ้านบางบ้านมีแบ่งขายน้อย บางบ้านมีแบ่งขายมาก จนเย็นค่ำจึงได้ข้าวเปลือกมาครึ่งเกวียนจ้านเจียวจึงให้ขนข้าวเปลือกกลับสำนักก่อน
หลังจากกินมื้อค่ำอิ่มแล้ว จ้านเจียวก็นั่งกินผลไม้อยู่ข้างๆ พ่อบุญธรรมแล้วเอ่ยแผนการขั้นต่อไปว่า “ท่านพ่อ ข้าอยากทำนา”
“หา!” เ้าสำนักสำลักพ่นน้ำชาออกมา “แค่กๆ”
จ้านเจียวยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาเ้าสำนักจึงรับผ้ามาเช็ดๆ ปาก จ้านเจียวจึงบอก “พวกเราเปิดร้านขายข้าวจะเอาแต่พึ่งพาข้าวจากที่อื่นไม่ได้ พวกเราต้องมีข้าวเป็ของตัวเอง ที่ดินรอบๆสำนักเรารกร้างว่างเปล่า หากว่าถางที่ดินเ่าั้แล้วทำนา พวกเราก็ไม่จำเป็ต้องพึ่งพาข้าวจากคนอื่นอีกข้าคิดจะให้คนในสำนักไปถางที่ดินพรุ่งนี้ แบ่งข้าวเปลือกไปปลูกครึ่งหนึ่งอีกครึ่งหนึ่งก็กระเทาะเปลือกเป็ข้าวสารแล้วเอาไปขายที่ร้าน”
“เ้าเป็เด็กแน่รึ?”เ้าสำนักย้อนถาม เขาหรี่ตามองลูกบุญธรรมอย่างสงสัยความสงสัยนี้ติดอยู่ในใจเขามาหลายปีแล้ว นับั้แ่ที่เก็บเ้าเด็กนี่มาเขารู้สึกว่านางไม่ใช่เด็กเลย ตัวเป็เด็กแต่ความคิดอ่านล้วนเป็ผู้ใหญ่คนหนึ่ง
“ข้าเป็เด็กฉลาดไม่ดีหรือไร”จ้านเจียวบอก ไม่คิดจะบอกเขาเื่ที่นางมีความทรงจำในชาติก่อน
“ดีๆๆ”เ้าสำนักเอ่ยแล้วจ้องหน้าลูกบุญธรรม จ้านเจียวจึงหยิบขนมชิ้นหนึ่งยัดใส่ปากเขา“ท่านกินนี่ซิ อร่อยนะ”
“อุบ”เ้าสำนักร้องคำหนึ่งแล้วเคี้ยวขนมที่ถูกยัดใส่ปากเขารู้สึกว่าเ้ามารน้อยนี่มีเื่ปิดบังเขาอยู่ เขาจึงจับตาดูนางอยากรู้ความลับของนาง
“ตกลงตามนี้ล่ะกันพรุ่งนี้ข้าจะคัดคนไปถางที่ดิน ท่านอยู่ว่างๆก็ให้พวกผู้หญิงกระเทาะข้าวเปลือกไว้ด้วยล่ะ”จ้านเจียวบอกแล้วไถลลงจากเก้าอี้แล้วเดินกลับเรือนไปเ้าสำนักมองตามพลางเอ่ยพึมพำว่า “นังหนู เ้ามีความลับอะไรอยู่คอยดูเถอะข้าจะต้องรู้ให้ได้ หึๆๆ...”
วันต่อมา จ้านเจียวก็คัดพวกผู้ชายไปถางที่ดินรกร้างรอบๆ สำนักพวกผู้ชายไม่กล้าโอดครวญเลยเพราะหากพวกเขากล้าบ่น คงถูกมารน้อยเล่นงานไม่เลิกไม่ราเป็แน่ฮือๆๆๆ...
ส่วนเ้าสำนักก็ให้พวกผู้หญิงช่วยกันกระเทาะเปลือกข้าวพวกผู้หญิงก็ทำงานไปพลางมองเ้าสำนักอย่างชื่นชมหลงใหล “ฮื้อ...หล่อ”
นับั้แ่เ้าสำนักรับมารน้อยนั่นเป็ลูกบุญธรรมเขาก็สะอาดสะอ้านขึ้นมาก มองแล้วไม่ต่างจากจอมยุทธ์ในยุทธภพสักเท่าไหร่นี่ทำให้พวกนางมองเ้าสำนักเหมือนอาหารตาปลอบประโลมจิตใจไม่มีผิดมีสตรีบางคนคิดปีนเตียงเ้าสำนักกลับถูกเ้าสำนักไล่ตะเพิดออกไปกลางดึก ทำให้พวกนางแค้นใจนักถึงขั้นโกรธแค้นแต่เมื่อจ้านเจียวรู้เื่นางก็ไปคุยกับผู้หญิงพวกนั้นว่า “เ้ามีเงินเ้าก็ไปเที่ยวหอคณิกาซิ มีผู้ชายหล่อๆ อีกมากมายพร้อมจะปรนนิบัติเ้าเ้าไม่เคยได้ยินหรือมีเงินแล้วจ้างผีโม่แป้งยังได้เลยเ้าอยากได้ผู้ชายอย่างไรที่หอคณิกาล้วนมีให้เ้าเลือก ขอเพียงเ้ามีเงินก็พอดังนั้นเ้าอย่าได้ไปให้ค่าชายแก่อย่างพ่อบุญธรรมของข้าเลยเขาทำเื่อย่างว่าเป็หรือไม่ยังไม่รู้เลยไม่เช่นนั้นเขาจะยังโสดมาจนถึงทุกวันนี้หรือ”
พวกผู้หญิงฟังแล้วเหมือนบรรลุพระธรรมขึ้นมาทันทีใช่! นางมีเงินแล้วจะเลือกผู้ชายมาเอาใจไม่ได้เชียวหรือโฮ๊ะๆๆๆ...
หลังจากนั้นพวกผู้หญิงก็ไม่สนใจคิดปีนเตียงเ้าสำนักอีกพวกนางออกไปขอทานได้เงินมาก็แต่งเนื้อแต่งตัวสวยๆแล้วไปเที่ยวหอคณิกาชายในเมืองอย่างมีความสุข
หลังจากคุมคนถางที่ดินเสร็จแล้วจ้านเจียวก็นั่งเกวียนวัวออกไปซื้อข้าวเปลือกเพิ่ม นางไม่กลัวว่าข้าวจะขายไม่ออกถึงอย่างไรในสำนักก็มีคนมาก แบ่งข้าวให้พวกเขาแลกกับแรงงานจากพวกเขา ข้าวแค่ ¼ เกวียนยังไม่พอเลี้ยงพวกเขาเลย ดังนั้นนางต้องซื้อข้าวเพิ่ม!
ทุกวัน จ้านเจียวจะออกไปตระเวนซื้อข้าว บางวันก็ได้มาน้อย บางวันก็ได้มามากจนข้าวมีจำนวนมากพอนางจึงเริ่มเปิดร้านขายข้าว
วันแรกที่เปิดร้าน นางก็จุดประทัด ปังๆๆๆๆ...
ผู้คนมองดูร้านขายข้าวแห่งใหม่เปิดขึ้นแต่ก็ไม่มีใครอยากจะไปซื้อข้าวร้านนั้นอยู่ดีเพราะกลัวว่าไออัปมงคลจากร้านขายโลงศพจะติดตัววันแรกจึงเงียบเหงาไม่น้อย เ้าสำนักมองดูร้านที่เงียบเหงาเหมือนป่าช้าแล้วเอ่ยว่า“ข้าว่าร้านนี้ของเ้าคงไปไม่รอดแน่”
“ฮึ! ข้าจะทำให้มันรอด” จ้านเจียวกัดฟันเอ่ยอย่างมุ่งมั่น นางตบๆ มือ แปะๆๆๆ
พลัน! สตรีหลายคนก็เดินออกไป พวกนางถือน้ำชารินแจกผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาพลางร้องเรียก “เร่เข้ามา...เร่เข้ามา...ร้านเรามีน้ำชาแจกเชิญพวกท่านดื่มชาชมการแสดงเ้าค่ะ”
สตรีคนหนึ่งแต่งตัวทาหน้าเหมือนนักแสดงงิ้วนางยืนร้องงิ้วอยู่หน้าร้าน บุรุษอีกคนก็ก้าวไปยืนร้องงิ้วคู่กับนางแสดงท่าทางตามบทละครที่เ้าสำนักน้อยมอบให้เป็เื่ราวของสาวชาวบ้านกับบัณฑิตยากจนรักใคร่กันจนวันหนึ่งบัณฑิตยากจนสอบติดจอหงวนก็ถูกหมายตาให้เป็ลูกเขยขุนนางใหญ่จอหงวนจึงฆ่าสาวชาวบ้านคนนั้น เื่ราวตัดจบที่สาวชาวบ้านกลายเป็ผีร้าย
“หากทุกท่านอยากดูต่อพรุ่งนี้เชิญมาดูต่อนะเ้าคะ”สตรีที่แจกน้ำชาเอ่ยแล้วถอยกลับไป ผู้คนที่ยืนชมงิ้วรู้สึกค้างคา ย่อมอยากดูต่อพวกเขาแยกย้ายกลับไปพลางพูดถึงละครที่ร้านขายข้าวร้านใหม่แสดงให้ชมอย่างปากต่อปากข่าวนี้แพร่ออกไปเหมือนไฟลามทุ่ง
ทำให้วันต่อมามีผู้คนไปรอชมงิ้วหน้าร้านขายข้าวไม่น้อยเลย จำนวนคนน่าจะประมาณครึ่งตลาดได้กระมังจ้านเจียวมองผลลัพธ์นี้อย่างพอใจสตรีนักแสดงงิ้วกับบุรุษนักแสดงจึงออกไปร้องงิ้วต่อผีร้ายที่ถูกฆ่าตามรังควานจอหงวนคนใหม่จนเขากลายเป็บ้า สุดท้ายถูกถอดถอนตำแหน่งจอหงวนไปชีวิตตกอับ ผีร้ายจึงไปสู่สคติได้เสียที
ผู้คนตบมือชอบใจ“เยี่ยม!”
สตรีแจกน้ำชาจึงเอ่ยว่า“วันพรุ่งนี้ร้านเรามีการแสดงเื่ใหม่ เชิญทุกท่านรอชมนะเ้าคะ”
“โอ้ ดีๆๆๆ...”ผู้คนชอบใจ ตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้จะมารอดูงิ้วอีกบางคนก็ซื้อข้าวจากร้านหงเจียวกลับไปด้วย จ้านเจียวพอใจผลลัพธ์มาก
เ้าสำนักกระซิบชม“เ้าทำดีมาก เ้าคิดแผนนี้ได้อย่างไร?”
“ก็ข้าฉลาดนี่”จ้านเจียวเอ่ยอย่างยกหางตัวเอง หยิบขนมขึ้นกินพลางมองดูคนที่ซื้อข้าวนางขายข้าวราคาเท่ากับร้านอื่นๆ ไม่คิดจะขายราคาต่ำกว่าเพื่อแย่งลูกค้าเพราะการทำเช่นนั้นไม่เป็ผลดีกับร้านนางเลยมีแต่จะผูกใจเจ็บกับเ้าของร้านอื่นเสียมากกว่า นางจึงใช้การแสดงมาดึงดูดลูกค้าแทนในเมื่อพวกเขามาชมงิ้วแล้วจะไม่คิดซื้อข้าวจากร้านนางเลยหรือย่อมต้องมีคนซื้อบ้างซิ
“พรุ่งนี้งิ้วเื่อะไรรึ?”เ้าสำนักถามอย่างอยากรู้ จ้านเจียวบอก “ท่านก็รอดูพรุ่งนี้ซิ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ