“เลี่ยเฟิงอิ่ง หรือที่รู้จักกันในชื่อหินลับมีดแห่งราชาสวรรค์คนนั้นไง”
ถังหยุนมองผมอย่างลึกซึ้งด้วยดวงตาคู่งาม ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ในปีนั้นที่เจ๋อจี่เฉินชาเอาชนะเลี่ยเฟิงอิ่งได้ เขาจึงมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในศึกเดียว ฉะนั้นหากนายอยากจะขึ้นเป็นราชาสวรรค์ล่ะก็ อาจจะต้องเจอเขาสักหน่อย”
“ราชาสวรรค์?”
ในใจผมเกิดคลื่นสั่นกระเพื่อมขึ้น ทว่าผมกลับโบกอย่างรวดเร็วและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันไม่ได้ต้องการเป็นราชาสวรรค์อะไรนั่นหรอก อีกอย่างฉันไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครด้วย ถ้าหากเลี่ยเฟิงอิ่งอยากมาก็มาเถอะ แต่ฉันจะไม่รับคำท้า แผนที่เมืองจิ่นโจวใหญ่ขนาดนี้ ตราบใดที่ฉันไม่ปรากฏตัวออกไปเอง ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเลี่ยเฟิงอิ่งจะหาฉันเจอได้อย่างไร”
ถังหยุนอดยิ้มไม่ได้ ยิ้มอย่างอ่อนหวาน จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “จินซีเหอซี ผู้กล้าที่สามารถฆ่าหัวหน้าของหวังเฉาป้าเยว่เลเวลของเขาลดไปถึงสิบระดับในคืนเดียว ไม่นึกเลยว่าจะกลัวเป็นด้วย?”
ผมส่ายหน้า “ฉันไม่ได้กลัว แต่หากถามว่าภูเขานี้สูงที่สุดในโลกหรือไม่ ก็เหมือนกับถามว่ามีต้นไม้เขียวขจีที่ไหนในโลกบ้าง ถ้าหากเลี่ยเฟิงอิ่งอยากท้าฉันก็เป็นเรื่องของเขา แต่ฉันจะตอบรับคำท้าหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของฉัน อีกอย่างฉันจะไม่ทำให้แผนตัวเองพังเพราะการแทรกแซงจากคนอื่นเด็ดขาด”
“หืม... ถ้าอย่างนั้นแล้วนายมีแผนอะไรล่ะ?” เธอถามด้วยความสนใจ
“มุ่งมั่นในการพัฒนาเลเวล อัพเกรดอุปกรณ์ มุ่งเป้าสู่เศรษฐี”
“โอ้ นี่ก็เป็นแผนของฉันเหมือนกัน...”
ทันทีที่ได้ยิน ผมอดที่จะกลอกตาไม่ได้ คนที่มีรถปอร์เช่ให้ขับนึกไม่ถึงเลยว่าจะพูดแบบนี้ได้ นี่เป็นการตบหน้าคนชนชั้นกรรมาชีพของเราอย่างโหดเหี้ยม แต่ทว่าหลังจากเห็นสายตาที่อ่อนโยนของเธอแล้ว ฉับพลันก็รู้สึกเพียงว่าใจที่แข็งกร้าวดุจดาบกำลังหลอมละลายลง ดูเหมือนเธอจะไม่ได้มีเจตนาไม่ดี
ขณะเดียวกันนั้นดวงตาคู่สวยของถังหยุนที่ดูเหมือนจะสื่อความหมายอะไรบางอย่าง และเธอยังคงมองมาที่ผม ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ถ้าหากนายอยากจะสู้ ฉันจะไปกับนายด้วย อย่างน้อยก็จะไม่ปล่อยให้เลี่ยเฟิงอิ่งโกงได้ แต่ถ้านายไม่อยากสู้ งั้นก็ลืมมันไปเถอะ”
“แล้วเธอตั้งใจจะทำอะไรต่อ?” ผมถามขึ้น
“ไปสำรวจแผนที่ แล้วนายล่ะ?”
“ค้นหาสมุนไพร”
“หืม... แล้วสมุนไพรอะไรเหรอ?”
“เถาเทียนเซียน สมุนไพรระดับ 4”
“เถาเทียนเซียน......” ถังหยุนกัดริมฝีปากพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าฉันจะเคยเห็นสมุนไพรชนิดนี้มาก่อนนะ”
“โอ้? ที่ไหนเหรอ?” ผมถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“มันอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาเฮยเหยียน ใช้เวลาเดินประมาณสิบนาทีข้ามไปแค่สองแผนที่ก็ถึงแล้วล่ะ แผนที่นั้นมีชื่อว่า 'ป่าภูติ' แต่ว่ามอนสเตอร์บนแผนที่นั้นเลเวลสูงมาก ฉันเคยไปที่นั่นมาแล้วแต่ก็เพราะเลเวลต่างกันเกินไป จึงได้รับความเสียหายอย่างมากจนสู้ไม่ไหว แต่นายน่าจะเกือบถึงเลเวล 38 แล้ว น่าจะลองไปดูนะ”
“โอเค ขอบคุณมากนะ!”
ว่าแล้วผมจึงหมุนตัวหันหลังกลับแล้วควบลาพุ่งออกไปทันที ทว่าเมื่อวิ่งไปได้ไม่ถึงสิบก้าวผมก็ต้องหยุดกะทันหัน ในใจรู้สึกเหมือนกับว่ายังมีอะไรบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นจึงหมุนตัวกลับ และพบกับถังหยุนที่ยืนสวยอยู่ที่จุดเดิม ขณะเดียวกันเธอที่ส่งรอยยิ้มหวานจึงถามขึ้นว่า “มีอะไรเหรอ?”
“ขอเพิ่มเพื่อนได้ไหม?” ผมถามขึ้น
ทันทีที่เอ่ยปาก ผมก็เกิดอาการเขินอายเล็กน้อย นั่นเพราะ ความนิยมของทิรามิสุในเมืองจิ่นโจวนั้นสูงมาก ในทุกๆวันบนเว็บบอร์ดจะมีผู้เล่นโพสต์ภาพของเธอในเกมที่รู้จักในชื่อ “เทพธิดาทิรามิสุ” เธอทั้งสวยและเก่งไม่เป็นรองใคร การขอเพิ่มเพื่อนกับสาวสวยคนนี้มันดูกะทันหันไปหน่อย
จากท่าทางการแสดงออกของผม ถังหยุนก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “ฉันยังคิดว่านายจะไม่ขอแล้วนะเนี่ย กะจะให้ฉันออกปากอีกเหรอ”
ผมถึงกับตะลึง นี่มันหมายความว่าอย่างไร? หรือว่า...
แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น จึงรีบส่งคำขอเป็นเพื่อนไปทันที และวินาทีถัดมาก็มีชื่อทิรามิสุเพิ่มเข้ามาในรายชื่อเพื่อนอีกคน ซึ่งที่ด้านหน้าของชื่อเป็นรูปอวตารของเธอ เธอมีเขามังกรที่สวยงามละเอียดอ่อน ผมนุ่มสลวยและเครื่องประดับหมีมัฟฟิน รูปของเธอช่างงามราวกับเอลฟ์ที่ก้าวเดินออกจากป่าไม่มีผิด
“โอเคเรียบร้อย ไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะ”
เธอสะบัดผมยาวสลวยไปข้างหลัง พร้อมทั้งพิงคทาลงที่พื้นด้วยท่าทางมั่นใจและน่ารักอยู่ในทีนั้นจึงพูดขึ้นอย่างยิ้มๆว่า “หากนายถูกรังแก อ้างชื่อฉันก็ได้นะ แม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์อะไรมากก็ตามเถอะ”
ผมที่หัวเราะเบาๆ ก็พูดขึ้นว่า “แล้วถ้าเธอต้องการอะไรก็สามารถหาฉันได้ตลอดนะ แม้ว่าจะมีค่าธรรมเนียม แต่คุณภาพดีและราคาถูก คุ้มค่าแน่นอน”
“โอเค”
……
ในเวลาต่อ หลังออกจากทะเลป่าสนแล้ว ผมจึงมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าภูติในทันที
ผ่านไปประมาณสิบนาที ผืนป่าที่ส่องแสงสีเงินระยิบระยับก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว นั่นคือป่าภูติที่ถังหยุนได้บอกไว้ ต้นไม้ที่นี่ดูราวกับหยกที่สวยงามเปล่งประกาย และใบไม้ก็แทบจะโปร่งใส ซึ่งแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนหยกอันงดงาม อีกทั้งในป่าแห่งนี้ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเทพนิยาย ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์
แน่นอนว่า มอนสเตอร์ที่นี่ก็ต้องดุร้ายมากเช่นกัน
ทันทีที่ผมก้าวเข้าไปในป่าภูตินั้น จากระยะไกลผมเห็นม้าศึกตัวหนึ่งที่ส่องแสงเรืองรองขาวไปทั้งตัวประหนึ่งหยกเนื้องามเดินอยู่ภายในป่าภูติ ม้าศึกตัวนั้นมีเขาเดียวอยู่ที่กลางหน้าผาก ขณะเดียวกันรอบตัวของมันก็ถูกโอบล้อมด้วยแสงสายฟ้าที่แล่นแปรบปราบ ดูแล้วศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง ทว่ามันกลับมีกลิ่นอายของวิญญาณชั่วร้ายรุนแรง มันจึงเหมือนกับวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกปนเปื้อนด้วยพลังปีศาจ และเมื่อเหลือบมองคุณสมบัติ มันก็ยังคงน่าทึ่งมาก ——
【ปีศาจยูนิคอร์น】 (มอนสเตอร์ระดับเงิน)
เลเวล: 42
พลังโจมตี: 550-700
พลังป้องกัน: 350
ค่า HP: 12000
สกิล: 【พุ่งชน】 【อัสนีพิฆาต】
แนะนำ: ปีศาจยูนิคอร์น เป็นเพียงลูกหลานของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณ หลังจากผ่านไปหลายพันปีสายเลือดจึงเริ่มเจือจาง และกลายเป็นเลือดผสมมากขึ้นไม่เหมือนแต่ก่อน จนไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป และยูนิคอร์นที่เลือดไม่บริสุทธิ์เหล่านี้ หลังจากปนเปื้อนด้วยกลิ่นอายของขุมนรก มันจึงกลายเป็นหุ่นเชิดของกองทัพนรกบนโลกมนุษย์
ค่าพลังโจมตีสูงถึง 700 แต้ม แต่ก็ใช่ว่าจะแพ้ไม่เป็น ฆ่า!
“ฟิ้วว——”
ภายใต้ทหารม้าเหล็กพุ่งชน กระแทกเข้าใส่ยูนิคอร์นตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดมึนงงไปชั่วขณะ ผมจึงอาศัยจังหวะนี้ยกดาบพิรุณดาราขึ้น และเพียงชั่วอึดใจทันทีที่แสงสีฟ้าของภูติสาวใช้กะพริบ เบิกฟ้าสยบมารหกคอมโบก็ถูกใช้ออกมา ทันใดนั้นตัวเลขค่าความเสียหายก็เด้งขึ้นรัวๆ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าพลังโจมตีของผมยังค่อนข้างดี ——
“897!”
“1021!”
“904!”
“1128!”
“887!”
“1742!”
“1264!”
และในระหว่างที่โจมตีด้วยดาบสองคมก็ได้กระตุ้นเอฟเฟกต์พายุสงครามปะทุออกมา ดังนั้นในเวลาราวๆ 0.6 วินาที จึงระเบิดค่าความเสียหายออกไปเกือบ 8,000 แต้ม การทำดาเมจระดับนี้แทบจะไม่ใช่สิ่งที่อัศวินคนหนึ่งควรจะมี ค่อนข้างน่ากลัวที่จะพูดถึงมัน และในเวลานี้เอง ยูนิคอร์นที่ส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ก็ได้พุ่งกระโจนมากระแทกเข้ากับการป้องกันของผมโดยตรง!
“เคร้ง!”
“401!”
ทันใดนั้น ทั่วร่างของยูนิคอร์นก็เปล่งแสงสายฟ้า “เปรี้ยง” สายไฟสายหนึ่งก็ฟาดเข้าใส่โล่ผู้พิทักษ์ของผม และสายฟ้าก็แล่นปราดเข้าสู่แขนของผม ก่อนจะกระจายออกไปจนชาไปทั่วร่าง พร้อมกับเสียเลือดไปกว่า 1,400 แต้ม ยูนิคอร์นตัวนี้นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นสายเวทควบคู่ไปกับกายภาพ นี้มันจะโหดหินเกินไปแล้ว และหลังจากที่ผมป้องกันการโจมตีทางกายภาพอีกหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาสิ้นสุดคูลดาวน์ของเฮฟวี่สแลชและโบลวสไตรค์ก็มาถึง โดยไม่รอช้า เบิกฟ้าสยบมารห้าคอมโบก็ถูกใช้ออกไปอีกครั้งทันที และครั้งนี้ก็สามารถกำจัดยูนิคอร์นได้สำเร็จ
ในการฆ่ายูนิคอร์น ผมใช้เวลาเพียง 5 วินาทีเท่านั้น การทำดาเมจเรียกได้ว่าเป็นไปอย่างลื่นไหล! แน่นอนว่า ทุกครั้งที่ใช้กระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารจะเหนื่อยมาก นั่นเพราการจะจู่โจมหนักหน่วงอย่างนั้นได้ต้องใช้สมาธิมาก อีกทั้งคนเรามักจะเหนื่อยอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีทางเลือก เมื่อค่าสเตตัสในช่วงแรกเทียบไม่ได้กับมอนสเตอร์ ก็จำเป็นต้องใช้ฝีมือเข้าช่วยเพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพแบบนี้แหละ แม้จะเหนื่อยก็คงต้องยอม
และอีกสิบนาทีต่อมา หลังจากที่ผมฆ่าปีศาจยูนิคอร์นได้สำเร็จแล้วนั้น ทันใดนั้นก็มีเสียง “เคร้ง” ก็ดังขึ้นพร้อมกับอุปกรณ์ก็ดรอปออกมา ขณะนั้นเองแสงสีเงินก็กะพริบแวบหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นอุปกรณ์เกราะป้องกันระดับเงินหนึ่งชิ้น——
【เสื้อคลุมยูนิคอร์น】 (อุปกรณ์ระดับเงิน)
ประเภท: เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน: 90
ความต้านทานทางจิตวิญญาณ: + 14%
ความแข็งแกร่ง: +21
ความอดทน: +20
โบนัส: เพิ่มพลังโจมตีให้แก่ผู้ใช้งาน 6%
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 38
ชุดอุปกรณ์: 0/4
……
นี่มันผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่ง แถมยังมีเอฟเฟกต์ชุดอุปกรณ์ด้วย? ดีเลย ผมที่ฆ่ายูนิคอร์นตัวก่อนหน้าก็ขึ้นเป็นเลเวล 38 แล้ว อีกทั้งผมก็ได้รับค่าประสบการณ์จำนวนไม่น้อยจากการฆ่าปีศาจจักจั่นสีทองอีก ถือได้ว่าตอนนี้สะสมมามากพอแล้วล่ะ ดังนั้นผมจึงสวมเสื้อคลุมยูนิคอร์นทันที ก่อนจะดูรายละเอียดคุณสมบัติของชุดอุปกรณ์——
เอฟเฟกต์ชุดสองชิ้น: พลังโจมตี + 8%
เอฟเฟกต์ชุดสี่ชิ้น: พลังป้องกัน + 12% เมื่อถูกโจมตีมีโอกาสที่จะสะท้อนความเสียหายสายฟ้า 10%
คุณสมบัติชุดอุปกรณ์ไม่เลวเลย ดูเหมือนว่าจะต้องอยู่เก็บเลเวลในป่าภูติไปสักพักแล้ว พยายามตามเก็บชุดอุปกรณ์ยูนิคอร์นเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี และอุปกรณ์ชนิดนี้อีกในไม่กี่วันก็จะมีราคาสูงเสียดฟ้าแน่นอน!
ว่าแล้วจึงเดินหน้าต่อไป ทว่าทันใดนั้นสกิลรับรู้สมุนไพรก็พลันสว่างวาบขึ้นมา แสดงว่ามีสมุนไพรปรากฏมาแล้ว!
เมื่อมองไปรอบๆอย่างละเอียด และในที่สุดก็พบเถาวัลย์ที่ไม่เด่นห้อยอยู่บนต้นหยกต้นหนึ่ง โดยมีวิญญาณภูติจางๆ อยู่รอบ ๆ เถาวัลย์ และทันทีที่ผมเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น เถาวัลย์ก็ดูมีความสุขขึ้นมาเหมือนกำลังต้อนรับเจ้าของคนใหม่ จากนั้นไม่นานเมื่อผมเริ่มเก็บ เถาวัลย์หนึ่งเถาก็กลายเป็นหกส่วนปรากฏอยู่ในช่องเก็บของของผมทันที เถาเทียนเซียนจึงมีทั้งหมดหกเถา!
เยี่ยม ตอนนี้ก็สามารถปรุงยาระดับ 4 ได้แล้ว และอีกในไม่ช้าหรอกเมืองจิ่นโจวก็จะเข้าสู่ยุคของยาระดับ 4 ด้วยการนำของผมแน่นอน!
งั้นปรุงยาก่อนสักหน่อยดีกว่า เผื่อเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน!
ขณะหนึ่งผมได้วางเตากลั่นสองเตา ต้นทรีจีนสามส่วน คราบจักจั่นสามส่วน บวกกับเถาเทียนเซียนอีกหนึ่งส่วน ลงในอินเทอร์เฟซการปรุงยา และทันทีที่กดยืนยันพื้นผิวของสมุนไพรก็เริ่มปริแตก ในตอนนั้นเองตัวยาที่ซ่อนอยู่ในสมุนไพรจึงกลายเป็นสายใยแห่งจิตวิญญาณที่เริ่มรวมตัวกัน และเพียงพริบตานั้น “วิ้งง” มันก็กลายเป็นยาสองเม็ด!
【ยาเม็ดโลหิตอมตะ】: ยาระดับ 4 ช่วยฟื้นฟูเลือดให้แก่ผู้ใช้งาน 1800 แต้มทันที และเวลาคูลดาวน์ 5 วินาที เลเวลที่สามารถใช้งานได้ 30
……
ฟื้นฟูเลือด 1800 แต้มในทันที ผมถึงกับอดยิ้มหน้าตาระรื่นไม่ได้ เมื่อเทียบกับยาระดับ 3 แล้ว ยาเม็ดโลหิตอมตะนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นยาอมตะจริงๆ แม้จะเป็นคลาสโล่เนื้ออย่างผมเพียงแค่กินยาเม็ดโลหิตอมตะสามเม็ดเลือดก็กลับมาเต็มหลอดดังเดิมแล้ว และยิ่งสายอาชีพเช่นนักบวช และจอมเวท ยาเม็ดโลหิตอมตะเพียงแค่เม็ดเดียวก็แทบจะฟื้นฟูเลือดจนเต็มเช่นกัน ยานี้มันช่างเหลือเชื่อจริงๆ และมีประโยชน์มาก!
หลังจากปรุงยาเม็ดโลหิตอมตะอีกหลายเม็ดอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ปรุงยาเม็ดวิญญาณอมตะฟื้นฟูมานาอีกสองสามเม็ด ที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูมานา 2,000 แต้มทันที นอกจากนี้ยังเป็นสุดยอดไอเทมเสริมความอดทนของนักจิตวิญญาณ นักบวช และนางฟ้าพเนจรอีกด้วย เก็บไว้ก่อน ค่อยๆสะสมไป และอีกไม่นานยาชุดนี้ต้องขายในราคาสูงแน่ เตรียมรับโชคได้เลย!
จากนั้นผมก็ฟาร์มมอนสเตอร์ต่อไป พร้อมทั้งมุ่งหน้าเข้าส่วนลึกของป่าภูติ ซึ่งที่นี่สามารถเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ได้มากมาย และยังมีเถาเทียนเซียนให้เก็บอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังสามารถดรอปชุดอุปกรณ์ยูนิคอร์น นี่มันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชัดๆ วันนี้ผมจะอยู่ที่นี่ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรอย่างไร ผมก็จะไม่ไปไหน
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง “เคร้ง” ซุ่มเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับประกายสีเงิน ที่ได้กลายเป็นชุดอุปกรณ์ยูนิคอร์นอีกชุดในเวลาต่อมา ——
【เกราะข้อมือยูนิคอร์น】 (อุปกรณ์ระดับเงิน)
ประเภท: เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน: 90
ความต้านทานทางจิตวิญญาณ: + 15%
ความแข็งแกร่ง: +22
ความอดทน: +20
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 38
……
ทันทีที่สวมใส่ ข้อมูลโบนัสที่อยู่เบื้องหลังพลังโจมตีก็กลายเป็น +31% ทันที โดยเมื่อคำนวณจากพลังโจมตีพื้นฐาน 359-612 ของผมแล้ว อันที่จริงในตอนนี้พลังโจมตีที่แท้จริงของผมควรจะเป็น 470-802 ซึ่งน่ากลัวมาก พลังโจมตีสูงถึง 802 แต้ม ในเวลานี้พลังโจมตีของผมสูงกว่าบอส พูดอีกอย่างก็คือ หากผู้เล่นคิดจะ PK กับผม พวกเขาคงถูกตัดขาดเป็นชิ้นๆแน่นอน บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เล่นที่มีชื่อสีแดงตัวใหญ่อย่างผมคนหนึ่งถึงกล้าที่จะหยิ่งผยองนอกเมืองจิ่นโจวหรือเปล่า?
ขณะนี้ในใจของผมก็อิ่มเอมไปด้วยความสุข ราวกับได้ฮีลจิตใจของตัวเอง และหลังจากที่เหลือบมองเวลา ตอนนี้มันก็ตีสองกว่าแล้ว ทว่าผมก็ไม่สนหรอก ยังไงวันนี้ผมก็จะอยู่ล่าต่อ พยายามไปถึงเลเวล 39 ให้ได้แล้วค่อยออฟไลน์ จากนั้นก็นอนสักงีบ และเมื่อออนไลน์เข้าเกมอีกครั้งยูนิคอร์นก็คงเกิดใหม่พอดี จากนั้นก็ไล่เก็บกวาดพวกยูนิคอร์นพวกนั้นต่อไป