Age of war

    ตอนที่ 119 สงครามหน้าลานคริสตัล (3)

    ***ว่าที่ผู้กล้าเผ่ายักษาในอนาคต (?) [บานา]

    "เจอตัวบานาแล้ว~"

    *โกรวววว! *

    *กี้วววว! *

    อสูรปีกทั้งสองกรีดเสียงดังคำรามจนแผ่นดินสะเทือน

    นอกจากอสูรในตำนานแล้ว ยังมีเจ้าโทเม อสูรปีกคู่กายของเธอบินวนอยู่เหนือท้องฟ้าอีกตัวด้วย

    ราวกับจะคอยสอดส่องดูเพื่อไม่ให้ข้าคนนี้คลาดสายตาไปอีกครั้ง

    "นั่นสหายของเจ้าไม่ใช่หรือหรือ? "

    "เออ… ใช่"

    ข้าเงยหน้าขึ้นไปมองแม่นางแครอทอีกครั้ง

    ดวงตาของนางนั้นราวกับอสรพิษที่กำลังจับจ้องเหยื่อ

    และเหยื่อตัวนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น

    ข้าเองนี่แหละ

    "เธอเป็นใคร ทำไมถึงมาโจมตีพวกเรา กิว! "

    ในตอนนั้นเองที่มีเผ่าตัวจิ๋วคนหนึ่งกรีดเสียงดัง

    ภาพของเผ่าตัวจิ๋วที่หันไปเผชิญหน้ากับอสูรในตำนานนั้น ช่างไม่ต่างจากเศษฝุ่นเล็ก ๆ ที่พร้อมจะเป่าทิ้งไปเมื่อไหรก็ได้

    "เกะกะ"

    ชิบหายแล้ว

    "เดียวก่อนแครอท! เจ้าพวกตัวจิ๋วนั้นไม่ใช่ศัตรู อย่าไปทำร้ายพวกเขานะ! "

    "บานา… ยังนิสัยอ่อนหัดไม่เปลี่ยนเลยนะ…"

    แย่แล้ว! เสียงของข้าไม่สามารถเปลี่ยนใจนางได้ แบบนี้พวกเผ่าตัวจิ๋วคงถูกย่างสดหมดแน่นอน!

    ข้าควรทำยังไงดี!?

    "บานา แม่คนนั้น… ดูเหมือนว่าจะมีความสนใจบางอย่างกับนายอยู่เลยไม่ใช่หรือ? "

    "ใช่ แม่นางแครอทนั้นรักข้า แต่นางรักจนเกินไป และกลายเป็นความคลุ้มคลั่งอย่างที่เห็นนี่ละ"

    "สรุปคือเป็นได้ทั้งศัตรูกับมิตรสินะ? "

    "...จะว่าแบบนั้นก็ได้ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาคุยแล้ว ถ้านางอาละวาดขึ้นมา พวกเราได้ตายราบหมดแน่! "

    เพราะเป้าหมายของนางคือการสร้างโลกที่ปลอดภัยสำหรับพวกเราสองคนที่มีเผ่ายักษาเป็นผู้ปกครอง

    แนวคิดไม่ผิดแต่วิธีการของเธอมันสยดสยองเกินจะรับไหว

    "บานา ผมมีแผน"

    โอ๊ว! แผนการของเจ้าสเลบเช่นนั้นหรือ?

    ชักอยากเห็น---

    "แม่นางแครอท บานามันขี้อาย! ความจริงเขาอยากบอก ว่าถ้าหากแม่นางแครอทช่วยพวกเรา เขาจะยินดียอมให้ [ทำตามใจชอบ] ได้เลยละ! "

    ---อยากเห็น… พ่องสิ!

    "อ๊าย~ คนบ้า~ ทำไมไม่พูดก่อนละ~ บานา~ ช่างน่ารักจริง~ อ๊า~ ได้เลย~ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันยินดีช่วยเต็มที่เลยละ~”

    ดันเสือกได้ผลอีก!

    เจ้าสเลบหันหน้ามามองข้า

    ถึงเผ่าของมันจะสร้างรอยยิ้มไม่ได้ แต่ข้ารู้ดีว่ามันกำลังยิ้มให้ข้าอยู่

    แนะ ยังจะยกนิ้วให้อีก

    แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจมันนะ

    เพราะว่าอสูรไทฟอนโกเลมยังมีชีวิตอยู่

    ไม่น่าเชื่อว่าขนาดโดนเปลวไฟสีดำที่ร้อนแรงขนาดหลอมหินให้กลายเป็นลาวาได้ในพริบตาไปแล้ว แกนของมันจะยังไม่โดนทำลายอีก

    ซ้ำร้ายยังดูเหมือนว่ามันจะเรียนรู้ความเสียหายนั้น แล้วเริ่มทำการปรับโครงสร้างผิวของมัน จนเปลวไฟที่ลุกโชนเริ่มดับมอดลงมา

    “พวกคุณที่บินบนฟ้า เข้าใจว่ากำลังโกรธ แต่ตอนนี้รบกวนอย่าพึ่งไปก่อความวุ่นวาย แล้วถอยหนีไปกับทุกคนก่อนจะได้หรือเปล่าครับ? ”

    “ชิ… ช่วยไม่ได้ กิว...”

    เผ่าตัวจิ๋วที่เหลือเพียงราวห้าร้อยคนหันไปมองทางโดมคริสตัลทีหนึ่ง ก่อนจะหันหลังแล้วบินตามกลุ่มของแอร์บาส์รที่กำลังนำผู้คนหนีไปทางใต้

    “ฝากด้วยนะครับท่านผู้กล้าแครอท! ”

    ลูกน้องของข้าตะโกนเสียงดังทีหนึ่ง ก่อนจะหันหลังวิ่งตามพวกเขาไปเป็นการปิดท้ายกองทัพ

    ลืมไปเลยแฮะว่าตอนนี้แม่นางแครอทเป็นผู้กล้าของเผ่าเรา

    “งั้นสเลบ ข้าขอตัวไป---”

    “เดียว คุณบานาห้ามไปไหนนะครับ”

    “... ทำไม? ”

    “ไม่เห็นต้องถามเลยนี่ครับ”

    เจ้าสเลบใช้แขนข้างหนึ่งชี้ไปทางแครอท

    “ถ้าคุณไม่อยู่ แล้วใครจะคอยคุมเธอคนนั้นให้กับพวกเราละครับ? ”

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ตอนนี้ข้าเริ่มรู้สึกคันไม้คันมืออยากทุบหัวคนขึ้นมาเสียแล้วสิเนี่ย



    ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย

    ณ บริเวณใจกลางหน้าโดมคริสตัล

    "วะ ฮะ ฮะ ฮะ! กระสุนเม็ดถั่วแบบนั้นทำอะไรพวกข้า กลุ่ม [ไททัน] ไม่ได้หรอก! "

    ขุนนางเผ่ายักษาลำดับที่หก [มหาไททัน แคนตาลูป] กำลังหัวเราะดังลั่น

    เขาและหน่วยรบไททันทั้งหมดนับหลายพันคนกำลังบุกเข่นฆ่าเผ่ามนุษย์ที่กำลังเข้าต่อสู้กับเขาอยู่

    อาวุธและชุดตำรวจที่ควรจะทำหน้าที่อารักขาความปลอดภัยของเมือง กลับหันปลายกระบอกเข้าใส่คนที่ควรปกป้อง

    เหล่ายักษาที่มีร่างกายสูงใหญ่เป็นพิเศษถึงสี่เมตร ต่างกำลังย้อมแผ่นดินให้กลายเป็นสีแดงฉาน

    กระสุนปืนของเผ่ามนุษย์ไม่อาจทำอะไรผิวกายที่แข็งราวเหล็กกล้าของหน่วยไททันได้เลย

    "ฝากถ่วงเวลาศัตรูตรงนี้ที เดียวชั้นกับแมงโกจะลองหาทางทำลายบาเรียตรงนี้ดู"

    "ได้เลยอเมริคานา"

    "..."

    กลุ่มของเผ่ายักษาที่รอดจากการลอบวางระเบิด และมาเข้าร่วมกับอเมริคานาในการบุกโดมคริสตัลนั้น มีด้วยกันถึงสองหมื่นคน

    และดูเหมือนว่าขุนนางสามคนนี้จะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่รอดตายมาจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิด

    แคนตาลูป แมงโก และอเมริคานา

    ด้วยอาวุธ พละกำลังและโครงสร้างร่างกายที่ได้เปรียบเหนือทุกเผ่า จึงทำให้เขาเป็นกลุ่มแรกที่สามารถตีฝ่าความวุ่นวายแสนสับสนมาถึงโดมคริสตัลได้สำเร็จ

    รอบบริเวณโดมมีศพของผู้คนจากหลายเผ่าพันธ์ุนอนตายรายรอบ

    รวมไปถึงหน่วยเฝ้าระวังปกป้องโดมที่ต่อสู้อย่างซื่อตรงตามหน้าที่ด้วย

    พวกเขาไม่ฆ่าไม่ปรานีใคร แม้แต่คนจากเผ่ายักษาที่อยู่ในหน่วยเฝ้าระวังปกป้องโดมก็ยังถูกสังหารไปด้วยเช่นกัน

    ดังนั้นในเวลานี้จึงมีเพียงแค่บาเรียภูติเท่านั้น ที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นสุดท้ายของพวกเขา

    แต่ช่างน่าแปลกที่กลับมีชายคนหนึ่งดูไม่ค่อยมีความสุขกับความได้เปรียบของเผ่าตัวเอง ณ ตอนนี้

    ชายคนนั้นคือแมงโก บุรุษที่มีเพลงยุทธ์เก่งกาจมากที่สุดของเผ่ายักษาจนได้รับการขนานนามว่าเป็น [ตำนานมีชีวิต]

    สาเหตุคงเป็นความสับสนภายในใจที่ปะทะกันเอง ระหว่างความถูกต้องกับความสำคัญของเผ่าพันธุ์ของเขา

    "หน่วยรบไททัน เตรียมรับมือกองทัพหน้าใหม่! "

    มีศัตรูหน้าใหม่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของแคนตาลูป ในเวลาเดียวกับที่แมงโกกับอเมริคานามุ่งความสนใจไปที่โดม

    มันคือกองทัพของอาร์โธร์โพดาที่กำลังบุกตรงดิ่งมาหาพวกเขา

    เกราะสีเลือดหมู กองทัพของชายอับโชค [อลูฟ]

    เกราะสีแดง กองทัพของนักรบผู้ซื่อตรง [สกัด]

    เกราะสีดำ กองทัพของผู้กล้าทมิฬ [สเลบ]

    และเกราะสีส้ม กองทัพของขุนพลไร้พ่าย [ฮอร์เนส]

    กองทัพสีแดงได้วิ่งแยกตัวไปทิศตะวันตกเพื่อรับมือกับกลุ่มกองทัพของเหล่าผู้ศรัทธาเผ่ามนุษย์

    ส่วนกองทัพสีดำได้แยกออกไปทิศตะวันออกเพื่อรับมือกับกองทัพโกเลม

    มีเพียงกองทัพสีเลือดหมูกับสีส้มที่กำลังตรงดิ่งมาทางพวกเขา

    "ฝากด้วยอลูฟ"

    "ได้เลยฮอร์เนส"

    ฮอร์เนสไม่อยากเสียเวลากับกองทัพที่ขวางเส้นทางตรงหน้า

    เขาเลือกที่จะให้อลูฟเข้าปะทะกับกองทัพไททัน ส่วนตนเองจะรีบไล่ตามกองทัพของอเมริคานากับแมงโกเพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่งของผู้ที่เข้าถึงคริสตัลแห่งชีวิตก่อนเผ่าอื่น ๆ

    "ใครจะยอมให้ฝ่าไป---เหวอ!? "

    กำแพงเนื้อสูงสี่เมตรได้ถูกฮอร์เนสที่นำทัพตีแตกกระจุยในพริบตาเดียว

    กองทัพของแคนตาลูปถูกเปิดออกเป็นรูกว้างกว่าสิบเมตรด้วยการกวาดง้าวเพียงครั้งเดียวของเขา

    กระสุนปืนกล กระสุนปืนใหญ่ เหตุใดจึงไม่ยิงต่อต้านออกไปนะหรือ?

    นั่นก็เพราะว่าทหารของแคนตาลูปนั้น ไม่มีใครที่สามารถจะลันไกปืนต่อต้านได้ทันนั่นเอง

    คนที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วและเด็ดขาดจนปฏิกิริยาตอบสนองของพวกเขาตามไม่ทัน คงมีแต่ฮอร์เนสเท่านั้นที่ทำได้

    "บุกทะลวง! "

    สุดท้ายหน่วยของแคนตาลูปจึงทำได้เพียงแต่มองตาปริบ ๆ แล้วยิงกระสุนปืนใหญ่ไล่ตามหลังกองทัพของฮอร์เนสไปเท่านั้น



    กลับมาปัจจุบัน

    ก่อนอื่นขอเริ่มจากการแนะนำคู่เอกแรก

    นั่นคือการต่อสู้ระหว่างอลูฟกับแคนตาลูป

    มุมเหนือ ขุนนางลำดับที่หก ชายผู้ที่ได้ชื่อว่า [มหาไททัน แคนตาลูป]

    ชายที่มีผลงานอันโดดเด่นดังนี้

    หนึ่ง เคยติดกับแผนการของสเลบจนพากองทัพไปจมน้ำตายเรียบ

    สอง พากองทัพบุกเข้าเมืองหลวงเผ่าอาร์โธร์โพดาอย่างไม่ระวังตัว จนติดกับแผนการของราชินีแฟต แล้วพากองทัพไปจมน้ำตาย

    สาม ยักทัพไปบุกโดมคริสตัลสมัยที่พึ่งสร้างเมืองแห่งคริสตัล แล้วแพ้อนาจกลับมาโดยมีคู่ต่อสู้คือเปอร์ไซด์เพียงคนเดียว

    นี่คือกระสอบทรายคนแรก บุรุษจากเผ่ายักษาที่ชื่อว่า [แคนตาลูป]

    "มึงด่าใครเป็นกระสอบทรายฟะ! "



    มุมใต้ ขุนพลของราชินีแห่งความจู้จี้ บอส บุรุษผู้ได้รับสมยา [ชายอับโชค อลูฟ]

    "ชายผู้กัดไม่ปล่อย [อลูฟ] ต่างหากเฟ้ย! "

    โทษที โทษที [ชายผู้กัดไม่ปล่อย อลูฟ]

    ผลงานของเขานั้นโดดเด่นไม่แพ้กัน

    เคยถูกเอสเทอลากเบฮีมอธมาโจมตีใส่จนต้องล่าถ่อยในสงครามยุคแรกเริ่ม

    เคยถูกกองทัพของเอสเทอตีแตกในพริบตาเดียวจากสงครามพันธมิตร

    และเคยถูกกองทัพภูติจับตัวไปเป็นเชลยศึกอย่างไร้หนทางต่อต้าน

    และนี่คือประวัติของกระสอบทรายคนที่สอง กระสอบทรายประจำเผ่าอาร์โธร์โพดา

    กระสอบทรายบุรุษเผ่าอาร์โธร์โพดาที่ชื่อว่า [อลูฟ]



    ในเวลาเดียวกัน ที่ทิศตะวันออกของลานยังกำลังจะเกิดมวยอีกคู่ด้วยเช่นกัน

    การต่อสู้ระหว่างมังกรทมิฬกับอสูรโกเลมไทพอน

    มังกรทมิฬ หรือในอีกชื่อตามภาษาเผ่ายักษาว่า [อสูรแห่งการกลืนกิน]

    มันคือสัตว์ร้ายที่ตัวใหญ่ถึงห้าสิบเมตร

    มีปีกที่กว้างถึงหลายร้อยเมตร

    มีเกล็ดสีดำ-แดงอันแข็งแกร่งที่แม้แต่ลูกปืนใหญ่ยังมิอาจเจาะได้

    ปากของมันสามารถพ่นไฟสีดำที่ร้อนกว่าสองพันองศาเซลเซียส

    เป็นจ้าวแห่งท้องฟ้าที่น่าเกรงขาม

    และยังเป็นมังกรที่เคยถูกยอดนักรบเพียงห้าคนจากทั้งห้าเผ่าซัดคว่ำหน้าหงายเงิบมาแล้ว

    นี่คือมังกรทมิฬ เจ้าของฉายา [กระสอบทรายสีดำ]

    การต่อสู้อันดุเดือด (?) ของเหล่ากระสอบทรายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน