Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 4 ตอนที่ 91 เทพแห่งการแกะสลัก

            “โอเค” ซูฮ่าวพยักหน้าจากนั้นเขาก็วางหยกมันแพะลงบนโต๊ะแกะสลัก และเริ่มแกะสลักในทันที


     

            จงรั่วฉิงยืนอยู่ด้านข้าง มีท่าทางเหมือนกับเด็กฝึกงานสายตาจดจ้องอยู่ที่มือของซูฮ่าวอยู่ตลอดโดยไม่กะพริบตา เพราะเขากลัวว่าจะพลาดเหตุการณ์อะไรไป

            ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นแม้กระทั่งคนที่อยู่รอบข้างก็ยังเฝ้าดูฉากนี้ด้วยความเงียบ

            ก่อนหน้านี้ซูฮ่าวแกะสลักดอกท้ออาจพูดได้ว่ามันได้สลักเข้าไปในใจของพวกเขาอย่างแท้จริงแล้วตอนนี้เมื่อซูฮ่าวจะแกะสลักอีกครั้ง พวกเขาจึงไม่อยากจะพลาดไป 

            การกวัดแกว่งมีดรวดเร็วดั่งสายฟ้าราวกับพายุเหมือนเดิม 

            วิธีการแกะสลักก็งดงามไร้ที่ติเหมือนเดิม 

            แต่สิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปคือนัยแฝงและท่วงทำนองของการแกะสลักหยก

            หลังจากการแกะสลักเสร็จสิ้น ซูฮ่าวก็เข้าสู่ขั้นตอนการลงสีเปลี่ยนจากดอกกุหลาบสีขาวเป็นสีแดง 

            ทุกคนมองไปทางหยกแกะสลักลายดอกกุหลาบเหมือนกับว่าดอกกุหลาบตูมดอกนั้นเป็นของจริงกลีบด้านนอกผลิออกจนเผยให้เห็นกลีบด้านใน

            ในตอนแรกจะมีเพียงแค่กลีบดอกด้านนอกสุดที่ผลิบานออกส่วนกลีบดอกที่อยู่ด้านในหลายชั้นยังหุบติดกันแน่น

            จากนั้นดอกกุหลาบตูมก็ค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมสีแดงออกและดอกกุหลาบทั้งดอกก็บานสะพรั่งออกมา 

            มันเหมือนกับเด็กน้อยที่สวมชุดเดรสสีชมพูภายในความน่ารักยังแฝงด้วยความขี้อาย และยังมีเสน่ห์เย้ายวนผู้คนได้อีกด้วย

            หากจ้องมันเกินสิบห้าวินาทีก็จะมีภาพหนึ่งปรากฏแก่สายตาของพวกเขาทุกคน 

            ทะเลสาบในป่าลึกแห่งหนึ่งมีเทพธิดาคนหนึ่งอาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนั้น

            ตำนานเล่าว่า หากเขียนคำอธิษฐานของตัวเองใส่ลงในกระดาษจากนั้นก็พับเป็นเรือแล้วปล่อยลงในทะเลสาบแห่งนี้ หากเรือนั้นไม่จม อีกทั้งยังสามารถลอยไปถึงกลางทะเลสาบได้เทพธิดาองค์นั้นก็จะปรากฏตัวขึ้นและทำให้ความปรารถนาเป็นจริง 

            มีหญิงสาวคนหนึ่งแอบรักชายคนหนึ่งมาโดยตลอดเธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะได้อยู่กับชายคนนั้นสุดท้ายเธอกลับพบว่าหัวใจของชายหนุ่มคนนั้นไม่เคยอยู่ที่เธอเลย

            เขาชอบกุหลาบแดง และต้องการไปตามหากุหลาบแดง 

            แต่ในตอนนั้นบนโลกนี้ไม่มีกุหลาบแดงสีของดอกไม้ทุกดอกล้วนมีสีเดียวกันทั้งหมด 

            หญิงสาวอยากจะทำความปรารถนาของชายหนุ่มคนนั้นให้เป็นจริง จึงแอบมาที่ริมทะเลสาบแห่งนี้แล้วเขียนคำอธิษฐานของตัวเองใส่กระดาษแล้วพับเป็นเรือลำเล็กก่อนปล่อยลงในทะเลสาบเรือลำเล็กลอยไปถึงใจกลางทะเลสาบโดยไม่จมลงไป 

            ทันใดนั้นเทพธิดาองค์หนึ่งก็ปรากฏกายออกมา 

            นางมอบเมล็ดพันธุ์ดอกกุหลาบแดงให้แก่หญิงสาวคนนั้น และยังบอกเธอด้วยว่าต้องใช้น้ำตาของตนเองรดมันอย่างต่อเนื่องห้ามหยุด

            หญิงสาวคนนั้นจึงปลูกต้นกุหลาบแดงไว้ที่ริมทะเลสาบและรดน้ำด้วยน้ำตาทุกวัน 

            ต้นกุหลาบแดงเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะได้รับน้ำตาที่เพียงพอต่อมามันก็พบว่าน้ำตาของหญิงสาวไม่มีรสเค็มอีกต่อไปแล้ว

            เพราะว่าหญิงสาวคนนั้นตาบอดแล้ว 

            เพื่อให้ดอกกุหลาบเจริญเติบโตต่อไปหญิงสาวคนนั้นจึงรดน้ำด้วยเลือดของตนเองแทน 

            วันหนึ่งหญิงสาวคนนั้นล้มลง เมล็ดพันธุ์นั้นก็ผลิบานกลายเป็นดอกกุหลาบแดงที่งดงามที่สุดในโลก

            เมื่อชายคนนั้นตามหาดอกไม้ล้มเหลว ดังนั้นเขาจึงกลับมาด้วยความเศร้าซึม แต่เมื่อเห็นดอกกุหลาบสีแดงสดเขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก และอยากจะตามหาหญิงสาวคนนั้นแต่เขากลับพบว่าหญิงสาวคนนั้นได้ตายไปแล้ว

            เขาเหม่อมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดภายในสมองหวนนึกถึงวันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าต่อให้ดอกกุหลาบสีแดงจะงดงามเพียงใดแต่หญิงสาวที่อยู่ภายในใจของเขานั้นสำคัญมากกว่า

            ………………..

            เรื่องราวเหล่านี้ถูกถ่ายทอดจากการแกะสลักหยกลายดอกกุหลาบสิ่งนี้ทำให้ร่างกายของทุกคนสั่นไหว

            การแอบรักคือสภาวะที่ไม่มั่นคงของคนผู้หนึ่ง หากพูดออกไปแล้วก็เหมือนการตบมือข้างเดียว

            บางทีสิ่งที่ดอกกุหลาบหยกดอกนี้ต้องการจะบอกก็คือให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะทะนุถนอม

            เมื่อเจอกับคนที่ใช่ก็ควรจะรักษาเอาไว้ให้ดีจนกระทั่งสูญเสียไปแล้วก็ไม่สามารถนำกลับมาได้แล้ว

            ต่อให้วันหน้าได้เจอกันก็กลายเป็นคนแปลกหน้าแล้ว

            ชีวิตคนเราก็เป็นแค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าจะทิ้งความทรงจำดีๆเอาไว้ แต่มันก็เป็นเพียงแค่คำสาปแช่งที่เอาไว้ทรมาน ต่อให้อยากจะลืมมันไปตลอดกาลแต่กลับลืมไม่ลง หวนคิดถึงอยู่ตลอดไป เป็นบ่วงพันธนาการที่ไม่มีวันคลายออก! 

            จงรั่วฉิงรู้สึกชื่นชมเขาอีกครั้งหยกแกะสลักเพียงชิ้นเดียวแต่สามารถถ่ายทอดความตระหนักรู้ได้นี่เป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง

            ฝีมือการแกะสลักหยกของซูฮ่าวผู้นี้เกินขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว

            “ติ๊งต่อง มอบพลังได้สำเร็จ พลังเพิ่มค่าความรักของอีกฝ่ายต่อผู้ครอบครอง” 

            เมื่อได้ยินเสียงระบบดังขึ้นที่ข้างหู ซูฮ่าวก็ชะงักไปเล็กน้อยมุมปากโค้งขึ้นมาเผยเป็นรอยยิ้มที่พึงพอใจ 

            เขากำลังกังวลว่าความรู้สึกของเจิ้งซือซืออาจจะไม่ได้ตรงกันกับเจิงจื่อโหยวหยกแกะสลักลายดอกกุหลาบนี้สามารถเป็นตัวช่วยได้พอดี 

            เขาหยิบหยกแกะสลักลายดอกกุหลาบนี้มอบให้กับเจิงจื่อโหยวทันที “เก็บใส่กล่องหยกให้ดี ถ้ามันแตกแล้วฉันไม่รับผิดชอบนะ”

            “ขอบคุณพี่ฮ่าวมากสำหรับของขวัญชิ้นใหญ่” เจิงจื่อโหยวรับหยกแกะสลักลายดอกกุหลาบมาอย่างเชื่อฟังเขาชอบมันมากจนไม่อยากจะปล่อยมือ 

            ซูฮ่าวก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาหยิบมีดแกะสลักขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะจัดการแกะสลักหยกมันแพะอีกสองชิ้น

            เขาถือมีดแกะสลักอยู่เล่มเดียวไม่ได้เปลี่ยนเลยตั้งแต่ต้นจนจบ 

            จงรั่วฉิงรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากอาศัยเพียงแค่มีดแกะสลักชิ้นเดียวก็สามารถสร้างประติมากรรมระดับเทพได้เห็นได้ชัดว่าฝีมือการแกะสลักของซูฮ่าวนั้นอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว

            สิบห้านาทีผ่านไป หยกสองชิ้นถูกแกะสลักออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ 

            ชิ้นหนึ่งคือหยกด้ายแดงมีพลังสร้างบุพเพสันนิวาสเมื่อชายหญิงสัมผัสมันก็จะทำให้พบรักแต่งงานกัน อยู่ครองรักกันนานแสนนาน 

            อีกชิ้นหนึ่งคือหยกอายุยืน มีพลังในการรักษาสามารถขจัดอารมณ์ด้านลบของผู้คน ทำให้จิตใจปลอดโปร่งทั้งยังช่วยรักษาโรคทางร่างกาย ทำให้อายุยืนยาว 

            เมื่อเปรียบเทียบกับหยกด้ายแดงแล้ว หยกอายุยืนก็เหมือนกับซี่โครงไก่1เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีเข็มเทพเหลยหั่วอยู่ในมือดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการความช่วยเหลือของหยกอายุยืนอีก

            เมื่อแกะสลักหยกทั้งสองชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว การ์ดประสบการณ์แกะสลักของระบบเสแสร้งก็หมดเวลาและจางหายไป 

            ซูฮ่าวยักไหล่ จากนั้นก็หันไปหาจงรั่วฉิงแล้วถามว่า “หยกทั้งหมดราคาเท่าไร นับรวมหยกมันแพะที่ผมแกะสลักดอกท้อด้วย ผมจะจ่ายด้วยบัตร”

            “ไม่ต้องจ่ายเงิน ถือว่าเป็นสินน้ำใจเล็กน้อยที่สหายตัวน้อยให้คำแนะนำฉัน” จงรั่วฉิงโบกมือแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม 

            เขาใช้หยกมันแพะไม่กี่ก้อนสร้างความประทับใจให้แก่ซูฮ่าวเรื่องนี้คุ้มค่ายิ่งกว่าการค้าขาย

            ซูฮ่าวชะงักไป เขาหันไปมองจงรั่วฉิงด้วยความประหลาดใจท้ายที่สุดเขาก็มอบหยกอายุยืนให้กับจงรั่วฉิง

            “ผมไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร หยกชิ้นนี้ให้คุณก็แล้วกัน” 

            จงรั่วฉิงอายุเกินครึ่งร้อยแล้ว เขาจำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพสำหรับเขาแล้วหยกอายุยืนเช่นนี้เหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง 

            “นี่มัน… มันจะดีหรือ?” จงรั่วฉิงพูดว่าไม่ต้องการแต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อน 

            หยกอายุยืนชิ้นนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์และจิตวิญญาณ หากเอามันมาศึกษาก็จะต้องเป็นประโยชน์ต่อการแกะสลักของเขาอย่างแน่นอน 

            ซูฮ่าวมอบให้จงรั่วฉิงโดยตรง “อยากได้ก็เอาไปอย่ามัวยืดยาด”

            “ถ้าอย่างนั้นขอบคุณมาก!” จงรั่วฉิงประคองหยกอายุยืนด้วยความระมัดระวังเหมือนกับได้รับของล้ำค่า เขารู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก 

            “ผมกับเพื่อนยังมีธุระต่อ ขอตัวก่อน ถ้ามีโอกาสค่อยคุยกันใหม่นะครับ” ซูฮ่าวโบกมือ ก่อนเดินออกมาจากร้านพร้อมกับเจิงจื่อโหยว

            จงรั่วฉิงพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น “โอเค”

            เถ้าแก่ร้านและคนอื่นๆ มองตามแผ่นหลังของซูฮ่าวในแววตาเต็มไปด้วยความเสียดาย 

            เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน

            เด็กอายุน้อยขนาดนั้นแต่กลับมีฝีมือการแกะสลักที่ยอดเยี่ยม 

            เกรงว่าวงการแกะสลักจะมีดาวเด่นคนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้ว!

            ………………..

    1ซี่โครงไก่ (鸡肋) หมายถึง ซี่โครงไก่นั้นอร่อย กินหมดแล้วจะทิ้งไปก็เสียดายรสชาติอยู่เปรียบเสมือนสถานการณ์ตอนนี้เสียเปรียบแต่จะทิ้งไปก็เสียแรงที่สู้รบมาตั้งนานแล้วไม่ได้ผล

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน