สาวใช้ทั้งสองรู้สึกสับสนระหว่างข่าวที่ได้รับมา กับตอนที่ทั้งสองเจอจินเยว่ครั้งแรก
ในความรู้สึกของสาวใช้อย่างเจียวหวง นอกจากคิดว่าจินเยว่ไม่ใช่คนไร้ค่าแล้ว แต่ยังเป็ถึงผู้มีพลังในระดับสูงมากด้วย
ไม่อย่างนั้นแค่จินเยว่รู้สึกไม่พอใจ เหตุใดจึงทำให้นางกับจือฮวาถึงกับยอมสยบได้ขนาดนี้
“จือฮวาเ้าเชื่อว่าคุณหนูจินเยว่คนนี้เป็คนไร้ค่าจริงหรือไม่ เหตุใดตอนที่นางมองข้า ข้าถึงกับเข่าอ่อน”
“ข้าก็เป็ ตอนนางมองมาที่ข้า ข้าขนลุกไปทั้งตัว เหมือนนางมองทะลุถึงใจข้าเลย”
“ข้าว่านางต้องมีพลังอย่างต่ำขั้นสีน้ำเงิน แต่เหตุใดผู้คนถึงร่ำลือว่านางเป็คนไร้ค่ากัน”
“พรุ่งนี้เราค่อยไปถามลุงลู่คนขับรถม้าของจวน เพราะตอนวันทดสอบพลังของคุณหนูจินเยว่ ลุงลู่ต้องรู้เื่ราวทุกอย่างแน่”
“อืม ถ้าอย่างนั้นเรารีบเข้านอนกันเถอะ เดี๋ยวจะตื่นมารับใช้คุณหนูจินเยว่ไม่ทัน ฮูหยินใหญ่จะลงโทษเราได้”
ยามดึกสงัด ผู้คนในจวนตระกูลหวัง นอนหลับกันหมดแล้ว
จินเยว่กำลังนั่งสมาธิกำหนดจิต เพื่อเดินพลังขั้นสีน้ำเงิน ที่ตอนนี้มีสีเข้มขึ้นเรื่อย ๆ
เวลาผ่านไปสองชั่วยาม จินเยว่เหงื่อท่วมตัว พลังสีน้ำเงินขั้นสุดกำลังไหลเวียนเริ่มจากช้า ๆ จนตอนนี้ไหลวนอยู่ภายในทุกอนุของร่างกายนางอย่างบ้าคลั่ง
จินเยว่พยายามควบคุมพลัง ด้วยลมปราณทั้งหมด เพื่อรวบรวมพลังที่เกินต้าน เมื่อร่างกายของนางซึมซับพลังสีน้ำเงินขั้นสุดจนหมด
จากตอนแรกร่างกายของนางจากร้อนผ่าวราวกับไฟเผา เมื่อรับพลังเต็มพิกัดของสีน้ำเงินขั้นสุดแล้ว ความร้อนในร่างกายเริ่มลดลงจนจินเยว่รู้สึกเบาสบาย
จากที่นางพยายามเพิ่มขั้นพลังจากการนั่งสมาธิกำหนดลมปราณ ทำให้รู้ว่าแต่ละขั้นพลังไม่ได้ไปถึงกันง่าย ๆ
บางคนพลังอยู่ในขั้นเดิมหลายสิบปี ไม่สามารถขยับขั้นพลังได้ บางคนขั้นพลังตันอยู่ที่เดิมจนสิ้นอายุขัยเลยก็มี
สำหรับจินเยว่ ที่เมื่อนางมาอยู่โลกใหม่แห่งนี้เพียงแค่หนึ่งวัน สามารถเพิ่มขั้นพลังอย่างก้าวะโได้
เพราะพลังที่มีติดตัวนางมา ส่งผลให้ร่างกายที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงถึงขั้นดีเอ็นเอแล้ว สามารถเพิ่มขั้นพลังได้ง่ายกว่าปกติ
หลังจากที่จินเยว่เพิ่มพลังจนทะลุไปอยู่ในสีน้ำเงินขั้นสุด นางััได้ว่าในมิติของนางมีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไป
>>>
ยังไม่ถึงเวลาตื่น ก็มีเสียงเคาะประตูห้องของเจียวหวงและจือฮวา ทำให้ทั้งสองสะดุ้งตื่นทันที
เมื่อจือฮวาเปิดประตุูออกไป เจอชินหรงสาวใช้ของหวังอัน เชิดหน้าแล้วพูดกับจือฮวา
“คุณหนูใหญ่ให้พวกเ้าไปพบ เดี๋ยวนี้” หลังจากพูดจบชินหรงสะบัดหน้าเดินออกไป
จื่อฮวาหันไปมองหน้าเจียวหวง ที่เดินออกมาอยู่ตรงหน้าประตูแล้วเช่นกัน
“พวกเรารีบแต่งตัวกันเถอะ ถ้าไปพบคุณหนูใหญ่ช้า มีหวังต้องโดนโบยอีกแน่”
เมื่อทั้งสองเดินไปถึงเรือนของหวังอัน ชินหรงเดินเข้าไปแจ้งกับคุณหนูของตนว่าสาวใช้ทั้งสองมาถึงแล้ว
“พวกนางสองคนมาแล้วเ้าค่ะ คุณหนูให้เข้ามาเลยหรือไม่เ้าคะ” ชินหรงจีบปากจีบคอพูดกับหวังอัน
“ให้พวกนางเข้ามาได้เลย” ขณะพูดหวังอันกำลังมองกระจกไปด้วย เห็นภาพในกระจกแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
เพราะวันนี้นางต้องไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนตระกูลฉี ของเสนาบดีฝ่ายซ้ายฉีเฟย
“เ้าสองคนมาก็ดีแล้ว ไปช่วยเตรียมตัวคุณหนูจินเยว่ให้งดงามที่สุด อย่าให้เสียชื่อตระกูลหวังของเรา บอกนางว่าข้าจะพานางไปงานเลี้ยงฉลอง หากนางบอกว่าไม่ไปก็บอกว่าข้าสั่ง”
สาวใช้ทั้งสองที่รับหน้าที่ดูแลจินเยว่ รับปากแล้วพากันเดินกลับเรือนของคุณหนูของตน
“เจียวหวง เ้าว่าเราสองคนควรทำอย่างไรดี ดูท่าว่าคุณหนูใหญ่ไม่ได้หวังดีกับคุณหนูจินเยว่เลย”
“จือฮวา เ้าไม่ต้องไปยุ่งเื่ของพวกคุณหนูหรอก เราทำหน้าที่ส่วนของเราให้ดีก็พอ”
จือฮวา ปกตินางเป็เด็กสาวที่เฉลียวฉลาด เมื่อนางต้องมารับใช้จินเยว่ นางก็อยากจะดีกับคุณหนูของนาง
โดยการปกป้องให้ปลอดภัย ยิ่งเป็คนที่ไร้พลังด้วยแล้วยิ่งน่าสงสาร แต่เจียวหวงคิดไม่เหมือนนางเลย
ทันทีที่สาวใช้ทั้งสองกลับไปถึงเรือนของจินเยว่ เห็นจินเยว่ออกมาเดินเล่นหน้าเรือนที่มีดอกไม้หลากสีส่งกลิ่นหอม ชวนให้ผ่อนคลาย
“พวกเ้าตื่นเช้ามาก แล้วพากันไปไหนมาหรือ” จินเจว่เอ่ยถามสาวใช้ทั้งสอง
“พวกเราไปดูในครัวเ้าค่ะ ว่าเช้านี้มีอะไรกินบ้าง” เจียวหวงตอบจินเยว่อย่างน้อบน้อม
ผิดกับจือฮวา ที่ตอนนี้ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจียวหวง ต้องโกหกจินเยว่ด้วย นางทำตัวไม่ถูกจึงได้แต่ก้มหน้า
เมื่อเห็นว่าจือฮวาไม่พูดอะไร เจียวหวงจึงบอกเื่ที่จินเยว่ต้องไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่จวนตระกูลฉี
“คุณหนูเ้าคะ เดี๋ยวข้ากับจือฮวาจะไปยกสำรับอาหารมา หลังจากนี้ข้าสองคนจะช่วยคุณหนูเตรียมตัวเ้าค่ะ”
จินเยว่ไม่ได้อยากออกไปไหน เพราะนางคาดว่าเื่ราวของนาง คงเป็เื่ที่โด่งดังที่สุดในตอนนี้
หากโผล่หน้าออกไป ทุกคนคงได้แห่มามองตัวตลกเช่นนางอย่างแน่นอน จินเยว่จึงได้แต่ทอดถอนใจ
“เจียวหวง เหตุใดเ้าต้องโกหกคุณหนูจินเื่ที่เราไปเรือนคุณหนูใหญ่ด้วย” แต่แล้วกลายเป็จือฮวาที่โดนด่า
“เ้ามันโง่ จะไปรู้อะไร” เจียวหวงเมื่อได้ยินจือฮวาเอ่ยถาม นางก็เลยใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากจือฮวาไปหนึ่งที แล้วออกเดินนำหน้าไปยังห้องครัว
ตอนนี้เจียวหวงกับจือฮวา กำลังช่วยกันแต่งหน้าแต่งตัวให้จินเยว่ พวกนางแต่งออกมาได้อย่างสวยงามและเหมาะสมกับวัยของจินเยว่
“คุณหนูสวยมากเลยเ้าค่ะ” เจียวหวงมีสีหน้าเฉยชา แต่จือฮวายิ้มแย้มพอใจที่ฝีมือของตนเองนั้นยังใช้ได้ดีอยู่
“ขอบใจเ้าทั้งสองคนมาก” นอกจากเอ่ยชมแล้ว จินเยว่ยังมอบของขวัญเป็เงินก้อนเล็กให้กับทั้งสองคนด้วย
จือฮวาทำตาโต อย่างดีใจที่ตนเองได้รับของขวัญชิ้นแรกจากคุณหนู
เพราะั้แ่นางอยู่ที่จวนตระกูลหวังแห่งนี้ นี่คือครั้งแรกที่จือฮวาได้รับของกำนัลจากเ้านาย นางจึงรู้สึกดีใจมากเป็พิเศษ
ส่วนเจียวหวง รับเงินจากจินเยว่แล้วค้อมตัวลงกล่าวขอบคุณเช่นกัน แต่สายตาของเจียวหวง จินเยว่ไม่มีโอกาสได้เห็น
ทั้งเจียวหวงและจือฮวา ต่างเป็เด็กจากเมืองห่างไกลที่ยากจน ถูกพ่อแม่เอามาขายให้จวนตระกูลหวัง ใน่เวลาใกล้เคียงกัน
การจะเข้ามาเป็สาวใช้ในจวนตระกูลใหญ่ ทุกคนต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในทุกเื่
เพื่อวันหนึ่งเมื่อพวกนางขึ้นมาเป็สาวใช้ของคุณหนูในจวน จะได้สามารถติดตามและช่วยเหลือคุณหนูของตนได้ทุกอย่างนั่นเอง
หวังอัน กำลังให้สาวใช้แต่งหน้าให้เป็รอบที่สามแล้ว เพราะสาวใช้ที่นางให้ช่วยแต่งหน้า แต่งออกมาไม่สวยอย่างที่ใจนาง้า
“ออกไป พวกเ้าทำให้ข้าเสียเวลา ช่างน่าตายนัก ข้าก็นึกว่าจะมีความสามารถที่ไหนได้ ฮึ่ม”
ชินหรงที่เป็สาวใช้ใกล้ชิดหวังอันมากที่สุด จึงค่อย ๆ พูดให้คุณหนูของตนนั้นใจเย็นลง
“คุณหนู ใจเย็นก่อนเ้าค่ะ เหลือเวลาเกือบชั่วยาม อย่างไรนังพวกนี้ก็ต้องแต่งออกมาให้คุณหนูของข้า งามกว่าใครได้อยู่่แล้วเ้าค่ะ”
ชินหรงเป็สาวใช้ที่เก่งในด้านการหว่านล้อม ยุยงส่งเสริมให้หวังอันเป็คนเอาแต่ใจตนเอง และมีนิสัยน่ารังเกียจ
“พวกเ้า รีบเข้ามาแต่งหน้าให้คุณหนูใหม่เร็วเข้า เอาให้งามที่สุดเข้าใจไหม”
การวางมาดเป็เ้านายอีกคนของชินหรง หวังอันไม่ได้มองว่ามันขัดตาเลย แต่กลับรู้สึกว่าตนเองได้รับการปกป้องจากชินหรงเสียอีก
แต่บรรดาสาวใช้ในจวน ต่างไม่ชอบชินหรง และหลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับนาง
เพราะหากมีใครโดนชินหรงด่า หรือไปมีเื่ด้วย ทุกครั้งจะจบลงที่คนผู้นั้นโดนโบยทุกที
ทุกคนจึงพยายามอย่างหนักที่จะประจบสอพลอ ทั้งกับหวังอันและชินหรงสาวใช้คนสนิท
สุดท้ายการแต่งหน้ารอบที่สามก็ถูกใจคุณหนูใหญ่ของจวนได้เสียที ทำให้สาวใช้ที่มาแต่งหน้าให้ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แต่งหน้าเสร็จแล้ว พวกเ้าก็ไปได้แล้ว” เมื่อไล่สาวใช้ที่มาช่วยแต่งหน้าให้หวังอันเสร็จแล้ว
ชินหรงไล่สาวใช้พวกนั้นออกไป ส่วนนางกำลังช่วยคุณหนูแต่งชุดอยู่
ชินหรงคิดในใจว่า ชุดที่หวังอันใส่ในวันนี้ี้งดงามมาก หากอยู่บนตัวนางจะงามแค่ไหนกันนะ
ทั้งที่ชินหรงเกลียดหวังอันคนนี้เหลือเกิน ทุกวันที่นางต้องมารับใช้นางคุณหนูด้อยปัญญาคนนี้
ชินหรงรู้สึกคลื่นเหียนทุกครั้ง แต่นางต้องอดทน อดทนให้มาก เพื่อบรรลุเป้าหมายให้จงได้
“งามมากเหลือเกินเ้าค่ะ หากผู้ใดได้พบเห็นคุณหนูของข้า ต้องตกตะลึงในความงามของท่านอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
หวังอันได้ยินคำป้อยอจากชินหรง นางมองกระจกแล้วยิ้มอย่างพอใจ ยิ่งรู้สึกมั่นใจในตัวเองว่านางสวยมากกว่าใคร
ด้านจินเยว่ หลังจากเจียวหวงและจือฮวาช่วยนางแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จ นางก็ให้ทั้งคู่ได้ไปพักให้หายเหนื่อย
ในยุคนี้หากคุณหนูของจวนต้องออกไปข้างนอก ต้องมีสาวใช้ติดตัวไปด้วยอย่างน้อยหนึ่งคน
ซึ่งเป็ครั้งแรกที่จินเยว่จะต้องไปออกงาน นางเลือกเจียวหวง เพราะรู้ว่าเจียวหวงทันคนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
ทำให้จือฮวามีสีหน้าบูดบึ้ง จนทำให้จินเยว่รู้สึกว่านางเป็สาวใช้ที่น่าเอ็นดูเหมือนนางมีน้องสาวคนเล็ก
“จือฮวา เ้ารู้หรือไม่เหตุใดข้าเลือกเ้าให้อยู่เฝ้าเรือน เพราะหน้าที่เฝ้าเรือนเป็หน้าที่ที่สำคัญ เ้าเป็คนดูแลเรือนนี้ได้สะอาดเรียบร้อยที่สุด ข้าวของเครื่องใช้ที่มีค่าของข้า ก็ฝากให้เ้าดูแลด้วย ข้าหวังว่าเ้าจะทำหน้าที่ได้ดี เดี๋ยวพอกลับมาข้าจะมีรางวัลให้”
อาการตาโต ยิ้มแป้น ช่างเป็สาวใช้ที่ใสซื่อ ไร้เดียงสาเหลือเกิน แบบนี้คงอีกนานที่จือฮวาจะได้ไปออกงานข้างนอกกับจินเยว่
เจียงหวงได้แต่ส่ายหน้าอย่างจำยอม นางไม่คิดว่าจือฮวาจะดูเป็คนไม่มีความคิด เหมือนคนด้อยปัญญาเช่นนี้ี้
“จินเยว่ เหตุใดเ้าแต่งตัวเช่นนี้” จินเฉิงเอ่ยถามน้องสาว เมื่อเห็นว่าจินเยว่แต่งตัวเหมือนจะออกไปนอกจวน
“คุณหนูหวังอันจะพาข้าไปข้างนอกเ้าค่ะ” จินเฉิงทำหน้ารับรู้ แต่สีหน้าและแววตาของเขากลับมีแต่ความกังวล