"ส่งคนไปเเจ้งเถ้าเเก่ซุน อีกสักพักข้าจะเข้าไปพบที่ร้าน"
หลี่อวี้ฝูสั่งเเละกลับเข้าไปข้างในโดยที่รอยเปื้อนโคลนที่ประตูยังคงอยู่ที่เดิมนางไม่สนใจว่าชาวบ้านจะคิดอย่างไร นางสนใจเพียงมีคนประกาศตัวเป็ศัตรูกับนางอย่างโจ่งเเจ้ง
เเละคนผู้นั้นดูจะน่าสนใจไม่น้อย
เเต่เดิมเป็หลี่อวี้ฝูถึงสิบหนาวนางก็ไม่สนใจโลกภายนอกอยู่เเล้ว ในหนึ่งวันคิดเพียงจะใช้ชีวิตที่น่าเบื่อนี่อย่างไรเเต่เมื่อหนาวที่สิบเอ็ด ชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายกลายเป็วันเวลาที่น่าขยะเเขยง มีคนหลายกลุ่มผ่านเข้ามาในชีวิตองค์หญิงผิงอันเเต่ที่นางเกลียดที่สุดมีเพียงสองจำพวกเท่านั้น
หนึ่ง ทำดีด้วยเพราะหวังผลพลอยได้จากยศองค์หญิงผิงอันเเต่ลับหลังกลับนินทาว่าร้ายเสียอย่างกับไม่ใช่มนุษย
สอง อิจฉาสิ่งที่นางมี อิจฉาจนเปลี่ยนมันเป็ความเกลียดชังจนต้องใช้ชีวิตหนึ่งวันเพื่อคิดทำอย่างไรให้หลี่อวี้ฝูไม่มีความสุขทั้งที่นางก็ไม่เคยทำสิ่งใดให้ เเม้เเต่จะญาติดี นางยังไม่เคยทำ เเต่คนเหล่านี้มีปัญหาใดกับนางนักใช้ชีวิตเพื่อตัวเองไม่เป็หรือไร
นางมั่นใจว่าคนร้ายที่สาดโคลนหยามเกียรตินางคือคนจำพวกที่สองที่สำคัญคือมีอยู่ไม่มากนักหรอก คนจำพวกนี้น่ะ
หลี่อวี้ฝูเข้าไปในเรือนหลานฮวา ภายในเรือนนี้มีเเต่ตำราเเน่นชั้นวางโต๊ะไม้วางพู่กันที่เ้าของมานั่งบ่อยๆ ถูกจัดวางตรงกลางระหว่างหน้าต่างสองบาน ทุกอย่างเข้ากันดีเว้นเเต่เเจกันขาวปักดอกกล้วยไม้สีฟ้าสดใสที่วางเด่นอย่างบนชั้นหลังโต๊ะไม้งาม
นางทิ้งกายนั่งลงบนเบาะ ความคิดมากมายในหัวเเต่ความคิดนั้นมีเเต่เื่ของยมทูตดำตนนั้น ไม่ว่าจะเื่อาหารเย็นนี้เขาอยากทานสิ่งใดบ่ายนี้ไปที่ไหนดี หรือเเม้เเต่มีกิจกรรมใดที่นางจะได้ใกล้ชิดกับเขา
เขาเป็ชายคนเดียวที่ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้เเละนางอยากจะอยู่กับเขาต่อไปทุกวัน
ป้ายหยกถูกนำออกจากกล่องมาวางบนโต๊ะนิ้วเรียวกรีดกรายบนเนื้อหยก ได้เเต่คิดซ้ำเเล้วซ้ำเล่า หากไม่มีสิ่งนี้ นางจะได้ครองเฮยอู๋ฉางหรือไม่เเล้วจะคืนให้เขาเมื่อไหร่ดี คืนวันเเต่งงาน หรือคืนที่ต้องจากกัน
ช่างมันประไร อย่างไรเสียสุดท้ายก็ต้องจากกันอยู่ดีรีบเก็บเกี่ยวความรู้สึกนี้ที่หาจากที่ไหนอีกไม่ได้จะดีกว่า
"คิดถึงอีกเเล้วสิ..."หลี่อวี้ฝูยกยิ้มพลางส่ายหน้าคิดถึงบุรุษก่อนถือเป็หญิงไร้ประเพณี เช่นนั้นนางจะเขียนประเพณีใหมเพื่อคิดถึงเขาต่อไปเรื่อยๆเอง
นางเก็บป้ายหยกไว้ในกล่องดังเดิม ดันกลับเข้าใต้โต๊ะก่อนลุกขึ้นเดินออกไปยังเรือนฉุ่ยเซียน
ร่างบางเปิดประตูเรือนปลายทาง เเต่ชายหนุ่มที่เป็เหตุผลกลับไม่อยู่ที่นี่เขาจะไปที่ไหนได้ล่ะ ในเมื่อคณะจากวังหลวงต่างกลับไปหมดเเล้ว เขาก็น่าจะต้องอยู่ที่นี่สินางได้เเต่คิดเช่นนี้จนคิ้วผูกเป็ปม
"คุณชายเฉิงเล่า?"สาวใช้นางหนึ่งเดินออกมาจากเรืออนข้างๆพร้อมผ้าขี้ริ้วนางคงเช็ดถูอยู่พักใหญ่ องค์หญิงผิงอันจึงถือโอกาสถามนาง "เหตุใดไม่อยู่ที่ฉุ่ยเซียน"
"ตั้งเเต่เช้า หม่อมฉันยังไม่เจอคุณชายเฉิงเลยเพคะ"สาวใช้ตัวน้อยรีบตอบเพราะไม่มีประโยชน์จึงถูกปล่อยตัวทันที
องค์หญิงผิงอันเดินตามหาว่าที่สามีไปทั่วสำนักเหวยฝูเเต่ไม่ว่าจะเป็ลานหินอ่อนหรือเรือนเหวยฝู เรือนสำหรับนักเรียนฝึกซ้อมหมากล้อม ที่ใดก็ล้วนไม่มีเขาอยู่สักที่
เสี่ยวเหวยรู้หน้าที่ จึงเป็ตัวเเทนไปส่งฝ่าาเสด็จกลับวังหลวงมีเสี่ยวเหวยคอยช่วยจนติดเป็นิสัย เมื่อครั้งนี้ไม่มีขึ้นมา จะทำการใดก็รู้สึกขัดใจไปเสียหมด
ชายกระโปรงลายดอกไห่ถังสะบัดไปทั่งเหวยฝูจนกระทั่งมาหยุดที่เรือนฝั่งตะวันออก ตามจริงหลี่อวี้ฝูไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่ เพราะจากที่เรียนรู้นิสัยของเฮยอู๋ฉางเขาคงออกไปเดินที่ไหน...
"ท่านยมทูต!"หลี่อวี้ฝูเบิกตากว้างพลางอุทานเสียงดังร่างของชายหนุ่มที่คุ้ยเคยนอนไม่ได้สติตรงโต๊ะที่เคยนั่ง นางรีบถลาวิ่งเข้าไปพยุงเขาทันที
"ท่านเป็อะไรไป! ท่านยมทูต!"นางช้อนศีรษะของเฮยอู๋ฉางนอนบนตักพร้อมเขย่าร่างเรียกสติเเต่นั่นไม่ได้ช่วยอะไร ใบหน้าที่ขมวดคิ้วเเน่นดูทรมานยิ่งบีบใจนางจนเเทบขาด
"ได้โปรดลืมตาเถิด ได้โปรด..."หญิงสาวผู้วางท่าเป็หงส์เหนือใครในใต้หล้าก้มลงกอดชายในคราบบัณฑิตธรรมดาอย่างเต็มรัก น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว เพราะนางรู้เพียงว่าชายคนนี้จะเป็อะไรไปไม่ได้
เสียงหอบหายใจของเฮยอู๋ฉางค่อยๆดังขึ้นเขาพยายามลืมตาเเต่ไม่สามารถทำได้ ใบหน้าร้อนผ่าวจนเหงื่อไหลออกมา ความรู้สึกหนักหนาเหมือนจะตายเขาทำได้เพียงจับมือนุ่มของหญิงสาวเเน่น เเละนางจับมือเขาตอบทันทีพร้ะโกนเรียกให้คนช่วย
ทันใดนั้นเองเหมือนทุกอย่างค่อยๆเบาบางลงอากาศเริ่มเย็นเป็ปกติ
"ใครอยู่ข้างนอกรีบเข้ามาเดี๋ยวนี้!!"
"ข้าบอกให้รีบเข้ามา!!!"
โชคดีที่ก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ใดอยู่เเถวนี้จึงไม่ได้ยินหญิงสาวอุทานถึงยมทูต เเละโชคยังเข้าข้างที่มีนางกำนัลสามนางเดินผ่าน จึงได้เข้ามาช่วยเเละตามทหารมาพาร่างว่าที่สามีขององค์หญิงไปยังเรือนฉุ่ยเซียน
หลี่อวี้ฝูคอยจับมือเฮยอู๋ฉางไว้ไม่ห่างด้วยความว้าวุ่นใจนางส่งคนไปตามหมอที่โรงหมอพักใหญ่ เสี่ยวเหวยกลับมาถึงก็เเล้ว เเต่ไฉนยังไม่มีใครพาหมอเข้ามาเสียที
"เสี่ยวเหวย ส่งคนไปตามหมอหลวงมา"องค์หญิงผิงอันกล่าวเสียงนิ่งเเต่เนื้อเสียงเต็มไปด้วยความไม่มั่นคงทางอารมณ์
"อาจารย์เเม่ รออีกสักเค่อเถิดขอรับ"เสี่ยวเหวยรีบตอบเสียงประณีประนอมเมื่อสองเค่อก็เพิ่งส่งคนไปตามหมอเป็รอบที่สี่ คราวนี้ไปถึงสำนักหมอหลวงคงไม่ดีเเน่
"เราเพิ่งส่งคนไปตามเมื่อเค่อที่เเล้วเองขอรับฝนเองก็กำลังตกหนัก พวกเขาคงกำลังมากันเเล้ว"
"ข้ารอมาจะหนึ่งก้านธูปเเล้วเ้าคิดว่าอาการคุณชายเฉิงรอได้อีกหรือ?"องค์หญิงกล่าวเสียงเย็นพลางตวัดสายตามองลูกบุญธรรม เขาไม่เคยถูกนางมองเช่นนี้เเบบที่นางมองผู้อื่นมาก่อนเเต่เสี่ยวเหวยทราบดีว่าหากเป็เช่นนี้เเล้ว หมายถึงสถานการณ์ของเขาเริ่มไม่ดีเเล้วเช่นกัน
ขณะนั้นเองที่เสี่ยวเหวยตกอยู่สถานการณ์น่าเป็ห่วงหมอจากโรงหมอมาถึงเรือนฉุ่ยเซียนเเล้ว ในสภาพที่เปียกฝน รองเท้าเเละชายกระโปรงเลอะดินเปรอะโคลนพอทราบได้ว่าหมอผู้นี้เเบกเเรงกดดันรีบวิ่งฝ่าฝนมาด้วยใจเเรงกล้า
หลี่อวี้ฝูรีบส่งเฮยอู๋ฉางให้หมอตรวจทันทีนางจับมือกันเเน่นเมื่อเห็นผู้ตรวจขมวดคิ้วขณะจับชีพจร ไม่คิดมาก่อนเลยว่ายมทูตจะมีด้านอ่อนเเอเช่นนี้
"ทูลองค์หญิง..."หมอจางละมือออกมาประสานไว้ที่ตัก"คุณชายท่านนี้ชีพจรเต้นเบามาก กระหม่อมเเทบหาเส้นหัวใจไม่เจอ คาดว่าเป็โรคหัวใจมาตั้งเเต่กำเนิดกระหม่อมจะเขียนใบสั่งยาปรับธาตุเเละบำรุงหัวใจให้พะย่ะค่ะ"
"ข้าขอเป็ตำรับยาที่ดีที่สุดสมุนไพรจะเเพงเท่าไรก็ได้ เเต่ท่านช่วยเขียนสั่งยาที่จะช่วยให้เขาฟื้นตัวโดยเร็วที"หลี่อวี้ฝูมองร่างเฮยอู๋ฉางบนเตียงด้วยความเป็ห่วงดีหน่อยที่ยามนี้เขาไม่มีอาการหอบเช่นคราเเรกเเล้ว
"กระหม่อมจะรีบเขียนทันทีพะย่ะค่ะ"หมอจางรีบรับคำสั่งเเละลุกขึ้นไปเขียนใบสั่งยาบนโต๊ะที่เตรียมไว้เขารู้ดีว่ากับสถานการณ์ที่เขามาช้าเช่นนี้ ไม่ว่าจะเพราะฝนหรืออะไรก็เเล้วเเต่ องค์หญิงผิงอันพร้อมจะเด็ดหัวเขาเสมอ
"เ้าไปเเจ้งเถ้าเเก่ซุนด้วยตัวเองข้าไม่สะดวกไปพบที่ร้าน กลางยามซวีเชิญเขามาพบข้าที่เรือนฉุ่ยเซียนเล็ก"หลี่อวี้ฝูสั่งเสี่ยวเหวยเขารีบรับคำสั่งเเล้วออกไปทันที
หลังจากนั้น นางอยู่เฝ้าอาการเฮยอู๋ฉางไม่ห่างไม่ว่าผู้ใดมาพบต่างถูกปฏิเสธทั้งนั้น ด้วยเพราะเวลานี้ไม่มีผู้ใดสำคัญไปกว่าเขาอีกเเล้ว
เวลาคืบคลานถึงกลางยามซวีโดยที่หลี่อวี้ฝูไม่รู้ตัวนางจำใจต้องปล่อยให้เสี่ยวเหวยดูเเลว่าทีสามีเเทน ส่วนตนเองเดินออกไปยังเรือนฉุ่ยเซียนเล็กข้างๆพบว่าเถ้าเเก่ซุนอู๋มารอเเล้ว
ชายวัยกลางคนดื่มชาด้วยท่าทีสงบ เห็นนางเดินเข้ามาเขาวางถ้วยชาลงก่อนลงขึ้นโน้มกายทำความเคารพเเลนั่งลงพร้อมกัน เเต่เมื่อเขาปริปากพูดพลางลูบเคราจากชายวัยกลางคนสุขุมกลายเป็ตาเฒ่าเ้าเล่ห์ในทันใด
"ผู้ใดกล้าดึงหางเสือเหวยฝูเล่นกัน?"ซุนอู๋หัวเราะในลำคอ เเน่นอนว่าเขาพูดถึงเื่สาดโคลนที่ยังเด่นหราอยู่ที่ประตู
"เหตุใดท่านถึงถามคำถามที่รู้อยู่เเล้ว"
"ตาเฒ่าผู้นี้จะทราบได้อย่างไรกัน"เขาหัวเราะร่วนพลางส่ายหน้า"เเม้ข้าจะเป็เงาที่คอยทำเื่สกปรกให้องค์หญิงผิงอัน เเต่ข้าเป็เงาคอยสอดส่องดูเเลให้ท่านเสียเมื่อไหร่เล่า"
"จินเหม่ยเยว่รึ?"
"หรือท่านไปสร้างศัตรูเพิ่มอีก?"
"ความสัมพันธ์ของข้ากับจินเหม่ยเยว่ซับซ้อนกว่านั้น"หลี่อวี้ฝูรินชาใส่ถ้วยของตนเสียงน้ำชากระทบถ้วยในความเงียบทำให้เถ้าเเก่ซุนยิ่งชอบใจ "ท่านตามหาคนที่สาดโคลนเเละหญิงที่เป็ลมให้ข้าที"
"่นี้เหล้าที่ร้านขายไม่ดีเเม้เป็ลูกค้าประจำเเต่ก็ไม่มีลดให้หรอกนะขอรับ"ซุนอู๋กระหยิ่มยิ้ม เเววตาของเขาเต็มไปด้วยคราบจิ้งจอกหน้าเืเ้าเล่ห์"สองร้อยตำลึงทอง"
"ของจะถูกเตรียมไว้ให้องค์หญิงภายในสัปดาห์นี้"
องค์หญิงผิงอันมองชายตรงหน้าพลางยกยิ้มสื่อความหมายบางอย่างนางไม่ใจร้อน ค่อยๆยกชาขึ้นดื่ม ถ้วยชาถูกวางลง นิ้วเรียวจับกระดาษบางอย่างวางบนโต๊ะเลื่อนให้เขาถึงตรงหน้า
"ข้าให้ห้าร้อยตำลึงทอง"
"หาพวกมันให้เจอภายในวันมะรืนนี้ก่อนงานเเต่งของข้า"
ซุนอู๋คลี่กระดาษออก พบว่าเป็ตั๋วตำลึงตามจำนวนที่ผู้มอบเเจ้งเขาปิดสีหน้าที่ชอบเงินตรากว่านารีไหนไว้ไม่มิด จับกระดาษขึ้นสูดดมกลิ่น เเม้เป็เพียงกระดาษใบหนึ่งเเต่กลิ่นอันหอมหวลช่างเย้ายวนเหลือเกิน
"เพราะเเบบนี้ข้าถึงชอบทำธุรกิจกับท่านอย่างไรล่ะองค์หญิงผิงอัน"