ตอนที่87 เปิดฉากด่านทดสอบค่ายระดับ 3
“ทุกคนเตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม” กัสถามขึ้น
“รายงานสถานการณ์” ฮันน่าถามผ่านวิทยุ
“ทหารมืดห้าร้อยนายกระจายกันเฝ้าสามตำแหน่งคือด้านหน้าสามร้อยนาย ด้านตะวันตกและออกของกำแพงอย่างละหนึ่งร้อยเรียบร้อยแล้ว”เสียงของแอรีสพูดผ่านวิทยุ
“ทหารคุ้มกันเสริมกำลังด้านตะวันตกและออกแล้วขอรับ”เสียงของลิชดังขึ้นมา เขารับหน้าที่ควบคุมทหารคุ้มกันชั่วคราว
“นายท่านทหารองครักษ์ก็ระวังตามจุดต่างๆแล้วด้วยเช่นกัน” ฮันน่ากล่าว
ทหารองครักษ์แม้จะมีจำนวนน้อยมากแค่ห้าสิบนายแต่แข็งแกร่งมากกว่าทหารส่วนใหญ่มากเป็นขั้นกลางกันทั้งหมดพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างอิสระ เพราะในค่ายกัสไม่ต้องการคนปกป้องมากนักพลังของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก แต่นี่ก็เป็นข้อดีของค่ายในหอคอยชั้นแรก
“ด้านหลังเป็นยังไงบ้าง”
“นายท่าน…” กริมกล่าวขึ้นก่อนจะเว้นจังหวะและกล่าวต่อ“ผู้รอดชีวิตเตรียมพร้อมรับมือกับฝูงซอมบี้ที่อาจจะเข้ามาทางด้านหลังแล้ว”
“นายท่านผมโรเจอร์พวกเราจะปกป้องสวนผักทางด้านหลังเอง”
“ดี” กัสตอบรับก่อนกวาดสายตามองลงไปยังแนวกำแพงที่เต็มไปด้วยทหารมืดและผู้รอดชีวิตเขาสูดลมหายใจลึกแล้วเอ่ยผ่านวิทยุเสียงของเขานิ่งหนักแน่นราวกับเหล็กที่ถูกตีขึ้นรูป
“ทุกคนฟังให้ดีนี่ไม่ใช่แค่ศึกป้องกันค่าย แต่คือด่านทดสอบที่จะตัดสินอนาคตของพวกเราหากผ่านมันไปได้ เราจะไม่ใช่แค่ผู้รอดชีวิตในโลกซอมบี้อีกต่อไป แต่จะก้าวไปยังดินแดนที่สูงกว่าแข็งแกร่งกว่า”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ
“พวกนายคือทหารของฉันและกองทัพของฉันต้องแข็งแกร่งที่สุด วันนี้…เราจะยืนหยัดและผ่านด่านนี้ไปด้วยกัน”
“เพื่อนายท่าน!”
“เพื่อค่ายมิดไนท์!” เสียงตะโกนตอบรับดังขึ้นเป็นระลอกจากกำแพงไปจนถึงลานกว้างกลางค่ายราวกับคลื่นที่ซัดกระทบกันไม่หยุดขวัญกำลังใจที่เคยสั่นไหวเริ่มถูกจุดขึ้นอีกครั้งโดยเฉพาะในหมู่ผู้รอดชีวิตที่กำลังกำดาบ หอก หรือโล่ในมือแน่นขึ้น
แม้มือยังสั่นเล็กน้อยจากความหวาดกลัวแต่คำพูดของกัสเหมือนไฟที่จุดขึ้นกลางความมืด พวกเขายกอาวุธขึ้นพร้อมกันดวงตาที่เคยลังเลเริ่มแข็งกร้าวขึ้นราวกับตัดสินใจแล้วว่าจะยืนหยัดสู้ไปพร้อมกับค่ายมิดไนท์จนถึงที่สุด
กัสกลับมายืนด้วยท่าทางผ่อนคลายความมั่นใจกระจายออกมาจากตัวอย่างชัดเจน กัสเตรียมมาอย่างดีพร้อมในการทดสอบยกระดับค่ายครั้งนี้
กำลังทหารเตรียมพร้อมแล้วแนวป้องกันรอบค่ายก็เตรียมพร้อมเช่นกัน โดยเฉพาะสิ่งกีดขวางอย่างลวดหนามเหล็กหลุมเหล็กหนาม ทุ่นกีดขวางเหล็กวางห่างออกไปจากแนวกำแพงของค่ายกว้างกว่าสองร้อยเมตร
การยกระดับค่ายครั้งนี้ก็ไม่แตกต่างจากการยกระดับค่ายครั้งก่อนโดยคราวนี้มีซอมบี้ระดับพื้นฐานที่ห้าพันตัว มันคือค่าเฉพาะสิบตัวต่อตัวเลขประชากรขั้นต่ำของค่ายระดับสอง
แต่ที่ต้องไม่ประมาท คือซอมบี้ระดับดุร้ายและฝันร้ายระดับของซอมบี้ที่สูงกว่าระดับธรรมดา จะอิงจากผู้มีพลังขั้นกลางและขั้นสูงในค่ายนั้นหมายความว่าจะมีซอมบี้ระดับดุร้ายอย่างน้อยหนึ่งร้อยตัวและระดับฝันร้ายอย่างน้อยสิบตัวที่ยิ่งกว่านั้นคือบอสซอมบี้ระดับฝันร้าย เพราะพลังของกัสคือขั้นสูงสุดแล้ว
บอสซอมบี้ระดับฝันร้ายจะต้องปรากฏตัวอย่างแน่นอน
ฝูงซอมบี้ลากร่างกายที่เปื่อยยุ่ยของพวกมันเข้ามาอย่างช้าๆเสียงคำรามแหบพร่าดังระงมปะปนกันเหมือนเสียงที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรกกลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อที่กำลังสลายตัวลอยมาตามลมจนแสบจมูกพวกมันไหลออกมาจากตอกซอกซอยและอาคารร้างรอบโรงเรียนก่อนจะรวมตัวเป็นคลื่นดำมุ่งตรงเข้าหาค่ายมิดไนท์
กลุ่มแรกที่พุ่งเข้ามาถึงกำแพงคือซอมบี้ระดับธรรมดาพวกมันไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักกลัวร่างที่เน่าเปื่อยวิ่งชนแนวสิ่งกีดขวางอย่างบ้าคลั่งลวดหนามเหล็กที่ขึงไว้หลายชั้นเกี่ยวเข้าเนื้อพวกมันทันที
เนื้อที่ฉีกขาดถูกดึงออกเป็นเส้นยาวบางตัวดิ้นพราดจนผิวหนังหลุดลอก แต่ฝูงด้านหลังก็ยังดันเข้ามาเหมือนคลื่นที่ไม่มีวันหยุดเสียงกรีดร้องแหลมดังขึ้นเมื่อซอมบี้จำนวนมากพลาดท่าตกลงไปในหลุมหนามที่ขุดไว้หน้ากำแพงหลุมแต่ละหลุมกว้างเกือบสิบเมตร เรียงต่อกันตลอดแนวรั้ว
เหล็กแหลมด้านล่างแทงทะลุร่างของพวกมันอย่างโหดร้ายร่างเน่าๆ พวกนั้นถูกเสียบคาไว้เหมือนเศษเนื้อบนตะขอหากไม่ใช่เพราะพื้นคอนกรีตแข็งหนาเกินจะขุดลึกกัสคงสั่งให้ขุดหลุมเหล่านี้เพิ่มมากกว่านี้อีก
ซอมบี้ที่รอดจากหลุมยังต้องเผชิญกับทุ่นเหล็กแหลมที่กระจายอยู่ทั่วพื้นร่างที่พุ่งชนเข้ามากระแทกกับเหล็กจนเกิดเสียงกระดูกแตกเปรี๊ยะบางตัวถูกแทงทะลุหน้าอก บางตัวล้มลงแล้วถูกฝูงด้านหลังเหยียบย่ำซ้ำจนกลายเป็นกองเนื้อบดเละบนพื้นคอนกรีต
เพียงแค่แนวสิ่งกีดขวางชั้นแรก ฝูงซอมบี้ก็ถูกสังหารไปแล้วสามถึงสี่ร้อยตัวร่างเน่าเปื่อยจำนวนมากติดค้างอยู่บนลวดหนาม บางตัวถูกเหล็กแหลมเสียบทะลุจนขยับไม่ได้หากมองจากกำแพงลงไป ภาพตรงหน้าคล้ายทุ่งศพที่เพิ่งผ่านการสังหารหมู่มาไม่นาน
ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อให้ฝูงซอมบี้มากเพียงใดการจะเข้าถึงกำแพงก็คงเป็นเรื่องยากจนดูเหมือนว่าทหารมืดบนกำแพงแทบไม่ต้องออกแรงเลยด้วยซ้ำ
แต่แล้วฝูงซอมบี้ระดับธรรมดากลับหยุดพุ่งเข้ามาตายอย่างไร้ประโยชน์
เงาขนาดใหญ่หลายสิบร่างค่อยๆ แหวกฝูงซอมบี้ออกมาร่างของพวกมันสูงใหญ่สองถึงสามเมตร กล้ามเนื้อบวมพองผิดรูปจนผิวหนังปริแตกเผยให้เห็นเส้นใยสีคล้ำที่ขยับอยู่ใต้ผิว
ซอมบี้กล้ามเนื้อมีอย่างน้อยห้าสิบตัวพวกมันคำรามต่ำก่อนพุ่งออกวิ่งพร้อมกัน ร่างยักษ์กระแทกลวดหนามจนขาดกระจายเหยียบทุ่นเหล็กแหลมจนคอนกรีตสั่นสะเทือน มันจะมีตัวที่ตกลงไปบ้างแต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ของมันก็ดิ้นหลุดและปีนกลับขึ้นมาได้
มีไม่กี่ตัวที่โดนสิ่งกีดขวางกั้นไว้ได้ถ้าเป็นแบบนี้สิ่งกีดขวางคงโดนพวกมันบดขยี้เป็นทางยาวเหมือนกระดาษเปียกแน่นอนจากนั้นฝูงยักษ์ก็แยกตัวโจมตีเป็นสามทิศทั้งด้านหน้าด้านตะวันออกและด้านตะวันตกของค่ายแต่แรงกดดันที่หนักที่สุดกำลังพุ่งตรงมาที่ ประตูหลักของค่ายมิดไนท์
“พลธนูเตรียมยิง!” เสียงคำสั่งของแอรีสดังขึ้นบนแนวกำแพงด้านหน้าค่ายมิดไนท์โดยไม่ต้องรอให้กัสเอ่ยอะไรเพิ่มชายหนุ่มยืนอยู่บนกำแพงหินที่สร้างขึ้นจากรั้วโรงเรียนเดิมดวงตาของเขากวาดมองสนามรบอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ถ้าเป็นเรื่องวางแผนหรือการวิเคราะห์สนามรบเขายอมรับว่าตัวเองไม่อาจเทียบกับลิชได้ แต่ในเรื่องการสู้รบ แอรีสคือทหารที่ผ่านสนามตายมานับครั้งไม่ถ้วนประสบการณ์ในสนามรบฝังอยู่ในสัญชาตญาณของเขาแล้ว เพียงแค่เห็นฝูงซอมบี้กล้ามเนื้อที่กำลังวิ่งเข้ามาเขาก็รู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร
บนกำแพงด้านหน้าค่ายพลธนูห้าสิบนายยกคันธนูขึ้นพร้อมกัน
ส่วนแนวกำแพงด้านซ้ายและขวาของค่ายก็มีพลธนูประจำอยู่ด้านละยี่สิบห้านายรวมแล้วหนึ่งร้อยชีวิตกำลังรอคำสั่งยิงอยู่
“เล็งที่ตัวใหญ่!” แอรีสตะโกน
คันธนูเหล็กดำถูกดึงตึงจนสายธนูสั่นเบาๆปลายลูกศรสีเข้มสะท้อนแสงเช้าจางๆ ลูกศรที่พวกเขาใช้ไม่ใช่ลูกศรธรรมดา
มันคือ [ลูกศรล่าพยัคฆ์ T1]
ลูกศรที่ออกแบบมาเพื่อเจาะเกราะระดับ T1
แม้ร่างกายของซอมบี้กล้ามเนื้อจะหนาแน่นผิดมนุษย์กล้ามเนื้อบวมพองจนเหมือนเกราะธรรมชาติ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับลูกศรชนิดนี้มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้านทานได้ง่าย
“ยิง!” เสียงสายธนูดีดดังขึ้นพร้อมกัน
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ลูกศรหลายสิบดอกพุ่งออกไปเป็นฝนเหล็ก
ตัวแรกของซอมบี้กล้ามเนื้อที่วิ่งนำฝูงถูกลูกศรสามดอกปักเข้ากลางอกอย่างจังเสียงทะลุของเหล็กผ่านเนื้อหนาดังฉึกร่างยักษ์สะดุดก่อนจะคำรามลั่นจนพื้นคอนกรีตสั่นสะเทือน
มันยังไม่ตาย... ซอมบี้ตัวนั้นดึงลูกศรออกจากอกอย่างบ้าคลั่งเลือดดำข้นไหลทะลักลงมาตามกล้ามเนื้อที่ปริแตก ก่อนจะพุ่งวิ่งต่อไปอีกสองสามก้าวแต่ยังไม่ทันถึงแนวกับดัก ลูกศรอีกชุดก็พุ่งเข้ามา ดอกหนึ่งเสียบทะลุคออีกดอกแทงลึกเข้าตาของซอมบี้กล้ามเนื้อแรงหมุนของลูกศรปั่นจนสมองมันแหลกอยู่ในกะโหลก
“โฮก...” ร่างมหึมานั้นคำรามครั้งสุดท้ายก่อนจะล้มกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นไม่ใช่ทุกตัวจะล้มง่ายเช่นนั้น ซอมบี้กล้ามเนื้อบางตัวถูกยิงเข้าลำตัวหลายดอกแต่ยังคงวิ่งต่อไปอย่างดุร้ายบางตัวถึงกับยกแขนหนาๆ ขึ้นป้องกันใบหน้า
ลูกศรจำนวนหนึ่งปักคาอยู่ที่ท่อนแขนเหมือนหนามเหล็กมีตัวหนึ่งถูกยิงเข้าที่ไหล่จนร่างเซถอย แต่เพียงครู่เดียวมันก็กลับตั้งตัวได้อีกครั้งคำรามก้องแล้วพุ่งต่อเหมือนสัตว์ป่าที่บ้าคลั่งเสียงคำรามของพวกมันดังระงมไปทั่วสนามรบ
ในไม่กี่อึดใจ ซอมบี้กล้ามเนื้อเกือบสิบตัวก็ล้มลงจากฝนลูกศรแต่ตัวที่เหลือยังคงพุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง และทันใดนั้นเอง พฤติกรรมของพวกมันก็เปลี่ยนไป
ซอมบี้กล้ามเนื้อตัวหนึ่งชะลอฝีเท้าเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะก้มลงคว้าซอมบี้ธรรมดาที่กำลังวิ่งตามหลังขึ้นมามือยักษ์บีบร่างเน่าเปื่อยนั้นเหมือนกำของเล่น จากนั้นมันก็เหวี่ยงร่างซอมบี้ขึ้นเหนือหัว
“...!” ทหารมืดหลังกำแพงเงยหน้ามอง
ซอมบี้ธรรมดาถูกขว้างพุ่งขึ้นมาบนกำแพงเหมือนก้อนหินร่างกระแทกกำแพงจนเกิดเสียงดังปึง ก่อนจะตกลงมากลิ้งอยู่บนพื้นด้านในค่ายตัวที่สองและตัวที่สามกับตัวที่สี่ก็ตามมา ซอมบี้กล้ามเนื้อหลายตัวเริ่มคว้าร่างซอมบี้ธรรมดาแล้วขว้างเข้าไปในค่ายอย่างต่อเนื่อง
สนามรบที่เคยอยู่ด้านนอกกำแพงกำลังเริ่มถูกโยนเข้ามาข้างในทีละร่าง
“มีซอมบี้จอมบงการอยู่ในฝูง”