
หลังาจบลง เฝิงหวงอี้ยังคงอยู่ชายแดน อยู่ไปวันๆ รู้สึกเบื่อหน่ายนอกจากจะช่วยทหารทำอาหารก็ไม่มีอะไรให้ทำเลยฝึกยิงธนูขี่ม้าฟันดาบฝึกหลายเดือนจนเชี่ยวชาญ ซึ่งใช้ร่วมกับพลังในตัว
ทำให้ก้าวหน้าอย่างมาก อยู่ชายเดือนหลายเดือนแล้วก็อยากจะกลับไปไหว้หลุมศพแม่จึงได้ขอตัวกลับเมืองหลวง ระหว่างทางที่กลับจากเมืองหลวงก็คิดแล้วจะอยู่เมืองหลวงจะขอไทเฮาและฝ่าาให้ตนออกจากวังกลับมาใช้ชีวิตปกติธรรมาดาเหมือนเดิม
แต่ระหว่างกลับนั้น มีกลุ่มชายชุดดำไล่ล่าตามฆ่า เหล่าทหารและบ่าวรับใช้เสียชีวิตจนหมด เฝิงหวงอี้ต่อสู้จนได้รับาเ็หลบหนี เข้าในป่า รักษาตัว พอหายดี ก็แอบเข้าวัง พอเข้าวังก็เข้าเฝ้าไทเฮาและฝ่าาจึงขอกราบทูลขอ ไทเฮาเพคะหม่อมฉัน ขอสละตำแหน่ง บัดนี้บ้านเมืองสงบสุข หม่อมฉันอยากไปเป็แค่คนธรรมาดาคนหนึ่งขอไทเฮาเมตตานะเพคะ ไทเฮากริ้วมาก จึงไล่เฝิงหวงอี้ออกมา หลังจากนั้น หลายวันต่อมา ฝ่าาก็แบออกนอกวังมาหาเฝิงหวงอี้
ทั้งสองได้พูดคุยกันสักพัก เฝิงหวงอี้จึงทูลลาฝ่าา จึงได้พูดขึ้นมาว่า ฝ่าาเพคะ
หม่อมฉันกับพระองค์คงมีบุญวาสนาเพียงเท่านี้ หม่อมฉันขอทูลลานะเพคะ
หลังจากคุยได้สักพัก ฝ่าาก็เสด็จกลับเข้าวัง เฝิงหวงอี้ไม่รอช้าก็ไปหาบ่าวรับใช้ที่เคยอาศัยอยู่และช่วยงานมาตลอด จึงไปพูดคุยบอกลา แล้วคืนนั้นเอง ก็ไปไหว้ศพท่านแม่ เสร็จ เก็บของ ออกจากเมืองหลวงในคืนนั้น คืนนั้นฝนตกหนักมาก ลมแรงผ้าร้องฟ้าผ่า แต่เฝิงหวงอี้ต้องไป เพื่อฝ่าา บ้านเมืองและตัวเองมีชีวิตรอด จึงคิดจะไปอยู่บ้านเมืองอื่น ในคืนนั้นเอง องค์รักษ์สืบข่าวได้ข่าวมาว่าเฝิงหวงอี้ถูกลอบสังหารระหว่างทาง บ่าวรับใช้ทหารที่มาด้วยตายกมด ฝ่าาจึงสั่งให้องค์รักษ์มาหาเฝิงหวงอี้ แต่ช้าไป เฝิงหวงอี้ออกจากเมืองไปแล้ว
โดยฝาก จดหมาย บทกลอนให้ฝ่าาฉบับหนึ่ง ซึ่งบทกลอนนั้นเขียนไว้ว่า
แสงจันทร์ยังสาดส่อง
ท้องฟ้าทองประกาย
ข้างกายมีบริวาร
เหตุฉไนมิลืมตน
พอฝ่าาได้อ่านก็ทำให้คิดถึงและให้องค์รักษ์ออกตามหา
ผ่านไปหลายวันองค์รักษ์ออกตามหาก็ไม่พบ ระหว่างต่างเมืองที่เฝิงหวงอี้ไปถึงฝนตกหลายวัน น้ำท่วม คนกำลังอพยพหนีกัน
ก็เข้าไปปะปนกลุ่มคนเ่าั้ ระหว่างที่ต่างคนต่างหนีน้ำท่วม มีเด็กสาวคนหนึ่งอายุราว 7-8 ขวบ พ่อแม่ถูกน้ำพัดหายตัวไป หลายวันต่อมาพบศพ ไม่มีใครเลี้ยงดู เฝิงหวงอี้จึงเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรม หลังจากกลุ่มคนเ่าั้อพยพมาตั้งถิ่นฐานตามทุ่งหญ้าที่ราบลุ่ม ก็มาสร้างบ้าน เพาะปลูกเลี้ยงสัตว์
ใช้ชีวิตเรียบง่าย อย่างมีความสุข