ั้แ่ที่หญิงสาวกลับไปบรรยากาศที่ห้องทำงานของคุณพชรก็่อนข้างจะอึมครึมเราทั้งสองคนไม่มีใครพูดคุยอะไรกันเลย ผมนั่งดื่มเครื่องดื่มของตนเองอย่ที่โต๊ะรับแขกส่วนร่างสูงก็นั่งทำงานของตนเองที่โต๊ะ
ผมอยากถามเื่ราวทั้งหมดแต่ก็ไม่กล้าที่จะถามเื่นี้ไม่ค่อยเกี่ยวับผมเท่าไหร่ อีกอย่างผมคิดว่าถ้าเขาอยากจะบอกก็คงจะบอกเองซึ่งส่วนนี้ก็เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ทำใจของผมไม่ค่อยสงบเลย
“มองอะไร อยากถามก็ถามสิ”
“ผมถามได้จริงเหรอ” ผมถามอย่างม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
“ได้สิ เราเป็เมียพี่มีอะไรให้ปิดบัง”
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วตัดสินใจถามออกไปตรงๆเกี่ยวกับเื่เมื่อสักครู่ อย่างน้อยถ้าผมรู้อะไรบ้างก็น่าจะและทำให้เราได้ขยับความสัมพันธ์เข้าหากันมากขึ้น
เขาบอกว่าทรายเป็แฟนเก่าที่คบกันมานานั้แ่สมัยเรียนเธอเป็คนน่ารักเข้ากับคนอื่นๆได้ง่ายมีเพื่อนมาก แต่เพื่ส่วนใหญ่ล้วนเป็ผู้ชายมีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องเต็มไปหมด คุณพชรก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะรักและเชื่อใจเธอมาก พวกเขาคบกันมาราว 7 - 8 ปี จากนั้นในตอนที่คุณพชรกำลังวุ่นกับการสร้างเนื้อสร้างตัวเปิดบริษัทเป็ของตัวเองแทนที่คนรักจะคอยให้กำลังใจและสนับสนุนแต่เธอกลับนอกใจเขาไปมีคนอื่น เท่านั้นไม่พอเธอยังไปแต่งงานกับฝรั่งอายุคราวพ่อที่แม่หามาให้และทิ้งเขาไป
ร่างสูงเป็บ้าเป็หลังอยู่ราวหนึ่งปีกว่าจะกลับมาเป็ผู้เป็คนอีกครั้ง เมื่อกทำใจได้แล้วเขาก็เริ่มเที่ยวกลางคืนมั่วไปเรื่อยทั้งชายและหญิงมีคู่ควงมากหน้าหลายตาจนทำให้พ่อของเขากลุ้มใจอย่างมาก จนถึงขั้นจับแต่งงานกับพี่สาวของผม
เื่ความรักมหากาพย์อันยาวนานของพวกเขาที่จบลงด้วยการนอกใจวนกลับมาอีกครั้งเมื่อสามีฝรั่งของเธอเสียชีวิต มรดกหลายพันล้านของสามีตกทอดมาที่เธอทั้งหมดเนื่องจากชายคนนั้นไม่มีลูก และที่เธอมาคร้งนี้ก็เพื่อมาขอเขาคืนดี
“คุณโอเคไหมครับ”
“ทำไมไม่เรียกพี่ล่ะ” เขาถามผมด้วยคำถามที่ผมคิดว่าไม่ควรถามในตอนนี้ “เคยบอกแล้วไงว่าให้เรียกพี่”
“ก็มันไม่ชินนี่ครับ”
“พูดบ่อยๆก็ชินครับ” ร่างสูงบอกด้วยรอยยิ้ม
ผมพยักหน้ารับไม่อาจเถียง ในเมื่อตัดสินใจที่จะอเป็ภรรยาเขาแล้ว ผมคิดว่าอย่างน้อยการเชื่อฟังสามีสักอย่างก็น่าจะไม่เสียหลาย
เมื่อเราเคลียร์ใจกันแล้วบรรยากาศภายในห้องก็ดีขึ้นมานิดหน่อยไม่ได้อึดอัดแบบ่แรก จนตอนนี้ก็เกือบจะค่ำแล้วที่เราทำงานอยู่ในห้องไม่ได้ออกไปไหนทั้งที่ตั้งใจว่าจะแวะเข้ามาครู่เดียวเท่านั้นแต่งานกลับมากกว่าที่คิดเสียอีกกว่าจะได้กลับห้องก็ประมาณสี่โมงเย็นแล้ว
ติ๊งต่อง
เสียงออดหน้าห้องดังขึ้นพร้อมทำให้เราที่เพิ่งจะเข้ามาได้ไม่นานหันมองหน้ากัน ผมเลิกคิ้วสูงมองหน้าคนที่นั่งอยู่ข้างกายไม่รู้ว่าคู่นอนหรือแฟนเก่าคนไหนตามรังครวญอีก
“พี่ไปเปิดสิอาจจะเป็สาวๆของพี่ก็ได้”
“เลิกหมดแล้วจจะมีได้ยังไง” เขาบอกพร้อมยิ้มก่อนเดินไปเปิดประตู
ผมขยับหันไปมองที่ประตูเช่นกันทันทีที่ประตูเปิดออกผมถึงกับชะงักมือที่ถือส้อมเสียบแตงโมสีแดงรสชาติหวานฉ่ำ คุณพชรหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้ากังวล
“ภีม! ในที่สุดเราก้ได้เจอกันแล้วรู้ไหมว่าฉันกับแม่เป็ห่วงแทบแย่” พี่ภัทรเดินเบียดร่างสูงเข้ามาในห้องและตรงมาหาผมที่อยู่โดยทันที แต่คุณพชรก็เดินมาขวางไว้ก่อน
“อย่ามายุ่งกับภีม” เขาพูดเสียงนิ่งกว่าปกติสายตาบ่งบอกความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ภัทรแค่จะมารับน้องกลับบ้านค่ะ เื่มันจะได้เป็ไปตามที่ควรจะเป็”
พี่ภัทรบอกแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ผม “นายดูโทรมไปนะภีม”
“พี่...ภัทรมาได้ยังไง” ผมถามรู้สึกไม่ชอบใจกับน้ำเสียงและสายตาแบบนี้ของพี่สาวเลย
“ไ่ม่ต้องรู้หรอก ไหนๆก็มาแล้วนะ”
“...”
“แต่ว่าแขกมาบ้านทั้งทีไม่มีน้ำมาให้แขกหน่อยเหรอภีม” พี่ภัทรขยับเข้ามาบีบต้นแขนผมอย่างแรง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนอย่างทุกที
“พี่สาวรอ...”
“ไม่ต้องไป วันนี้ผมไม่รับแขก” คุณพชรพูดขึ้นแล้วมองไปที่พี่สาวของผมด้วยสายตาไม่พอใจ
“นั่นสินะคะ แขกอะไรในเมื่อภัทรเป็ภรรยาของคุณ” เธอลุกขึ้นไปเกาะแขนร่างสูงอย่างออดอ้อนพร้อมกับส่งสายตาหวานๆ ไปให้
ทั้งที่ผมไม่ควรจะรู้สึกอะไรเพราะทั้งคู่คือคนที่เป็สามีภรรยากันจริงๆ ส่วนผมก็แค่เด็กที่ไม่มีบ้านอยู่และคุณพชรเก็บมาก็เท่านั้น แต่ทำไมผมถึงรู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจแปลกๆ
“คุณพชรคะ คุณพชรน่าจะรู้เื่ที่ภัทรขายบ้าน อีกอย่างภัทรยังไม่ได้จองที่พัก” พี่ภัทรพูดเกริ่นออกมา “ขอภัทรนอนด้วยนะคะ” พี่ภัทรพูดอ้อน
ชายหนุ่มมองมาที่ผมด้วยสีหน้าหนักใจ ถ้าพี่ภัทร้าแบบนั้นจะทำอะไรได้ล่ะ ผมยักไหล่เป็เชิงบอกว่าแล้วแต่
“คุณจะนอนที่นี่ได้ยังไงผมเป็ผู้ชายนะ”
“แต่เราก็แต่งงานกันแล้วนะคะ” พี่ภัทรยังคงดึงดันที่จะขอนอนที่นี่
“แต่ผมอยู่กับภีม”
ผมมองทั้งสองคนที่คุยกันด้วยความรู้สึกแปลกๆ มันรู้สึกมาั้แ่ที่พี่ภัทรเข้ามาแล้วความรู้สึกคันๆ และเจ็บจี๊ดที่อกข้างซ้ายซึ่งผมก็ไม่ได้เป็โรคอะไรเกี่ยวกับหัวใจ แล้วทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บ และมันเจ็บมากขึ้นเมื่อพี่ภัทรบอกว่าเขาสองคนแต่งงานกันแล้ว ทั้งที่ความจริงเป็ผมต่างหากที่แต่งและเป็ผมที่เป็เมียของเขาจริงๆ
“ขอโทษนะที่ผมต้องพูดแบบนี้” มือใหญ่แกะมือพี่ภัทรที่เกาะแขนเป็ปลิงออก แล้วจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอดันออกหงจากตัวประมาณหนึ่ง่แขน “ฟังนะภัทรศยา ในวันแต่งงานคนที่แต่งงานและเข้าหอด้วยคือภีมไม่ใช่คุณเพราะ
ฉะนั้นโปรดทำความเข้าใจใหม่”
“แต่ว่าคุณพชรคะ คนทั้งประเทศรู้ว่าลูกชายท่านเกษมแต่งงานกับผู้หญิงที่ชื่อภัทรศยานะคะ”
“แล้วยังไง”
“ภัทรเสียงชื่อเสียงนะคะ”
“แล้วยังไง? ตอนนี้คุณมีชื่อเสียงด้านไหนล่ะบวกหรือว่าลบ เื่ที่คุณแต่งงานกับผมเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้สินที่พันตัวคนเขาก็รู้ทั้งประเทศ” คุณพชรบอก
พี่ภัทรยืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด “ถ้าจะเสียเื่ที่หนีงานแต่งแล้วเ้าบ่าวแต่งกับน้องชายแทนคงไม่เป็ไร”
“พี่พีทครับ” ผมเรียกชื่อเล่นของเขาเสียงแ่ ร่างสูงหันมามองผมด้วยสายตาดุๆ “ยังไงพี่สาวก็กลับมาแล้ว ผมเองจะกลับไปอยู่กับแม่”
“ดี/ไม่ได้!” ทั้งสองคนพูดออกมาแทบจะพร้อมกัน ผมและพี่สาวมองหน้า
ร่างสูงอย่างไม่เข้าใจ เขาปล่อยมือออกจากเธอแล้วหันหน้ามามองผมด้วยสายตานิ่งๆ เกินกว่าที่ผมจะเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
“พี่ครับ” ผมเอื้อมมือไปจับมือเขาและช้อนสายตาขึ้นมอง “ให้ผมไปเถอะนะคุณจะได้อยู่กับคนที่เขาควรจะอยู่กับพี่”
ผมให้คำสรรพนามเรียกร่างสูงสลับกันมั่วไปหมดทั้งพี่ทั้งคุณ ผมไม่มีสมาธิในใจมันรู้สึกว้าวุ่นไปหมด
“ภีม...” คุณพชรเรียกชื่อผมเสียงแ่ พี่สาวเธอเดินเข้ามาเกาะแขนร่างสูงอีกครั้ง ผมจึงมองเลยไปที่เธอ “ผมไม่รู้นะว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมขอให้คุณเลิกคิด”
“คุณพชรคะ ให้ตาภีมกลับไปอยู่กับแม่แหละดีแล้ว เราจะได้อยู่กันสองคนตามประสาผัวเมีย” พี่ภัทรเน้นคำว่าผัวเมียอย่างชัดเจนจนผมสะอึก
“ถ้าอย่างนั้นคุณนั่นแหละที่ต้องเป็ฝ่ายไป” คุณพชรยกยิ้มมุมปาก
“ทำไมคะ ภัทรเป็เมียคุณนะคะ”
“ภีมต่างหากที่เป็เมียผมเป็เมียตามพฤตินัย ส่วนคุณมันก็แค่เมียในนามไม่ใช่เมียในเตียง” เขาบอกและสะบัดแขนออกจากพี่ภัทรอีกครั้ง
“อะ...อะไรนะคะ”
“ผมกับภีมเรามีอะไรกันแล้ว ภีมเป็เมียผมชัดเจนไหม”
“ไม่มีทาง” พี่ภัทรครางออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “คนแบบคุณรู้จักพอด้วยเหรอคะ”
“เพราะภีมนั่นแหละที่สอนคำว่าพอให้ผม”
หลังจบประโยคนั้นทำให้ผมรู้ว่าร่างสูงจะพยายามที่จะไล่พี่สาวของผมกลับไปแต่เหมือนว่าเธอเองก็ไม่ได้ยอมง่ายๆ ในสายตาของเขาพี่สาวผมไม่ได้สำคัญเลยสักนิด ทุกการประทำของเขาที่สื่อออกมารับรู้ได้ว่าเขาแคร์ความรู้สึกผมมากแค่ไหน มือที่จับกุมมือของผมเอาไว้ตลอด ราวกับจะบอกว่าเขาจะอยู่ตรงนี้ข้างๆผม
“ยังไงภัทรก็จะอยู่ที่นี่” เธอเปลี่ยนเื่
“ถ้าพี่จะอยู่...” ผมพูดขึ้นและเหลือบตามองคนข้างกายที่มองมาเช่นเดียวกัน ด้วยสายตาที่ตั้งคำถาม “จะนอนที่นี่ก็ได้ครับมีห้องว่างอยู่”
“ภีม”
“ถ้าอย่างนั้นแกก็ย้ายไปนอนห้องนั้นสิฉันจะนอนกับคุณพชร” พี่สาวพูดขึ้นมาอย่างน่าไม่อาย “วันนี้เราคงได้เข้าหอกันนะคะคุณพชร” ยิ้มให้ร่างสูงอย่างออกนอกหน้า
“ก็ได้ พี่นอนห้องนั้นส่วนผมจะไปนอนกับสามีของผม” เอาเถอะนาทีใครจะด่าอะไรก็เอาเถอะ ช่างแม่งให้หมดยังไงผมก็ไม่ยอมหรอกนะ ผมเสียสละให้คนอื่นมามากแล้วตอนนี้ผมควรทำเพื่อตัวเองหรือเปล่า
“หมายความว่าไง”
“ก็หมายความว่า พี่นอนที่ห้องของผม ส่วนผมจะย้ายไปนอนห้องกับพี่พีท” ผมตอยเสียงซื่อ แต่เชื่อเถอะว่าพี่สาวผมธอเดือดเป็น้ำต้มแล้วล่ะ เธอเป็พี่สาวของผมทำไมผมจะไม่รู้ เสียดายทีหน้าตาเหมือนกันแต่นิสัยคนละอย่าง
“....”
“ภีมไปเก็บของมาห้องพี่นะแล้วให้พี่เรานอนที่นั่น” คุณพชรรีบบอกอย่างรวดเร็ว นั่นยิ่งเป็การทำให้เธอไม่พอใจอย่างมาก
สายตาที่เธอมองมายังเราสองคนเต็มไปด้วยความโทสะผมเลือกที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น เนื่อจากรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองผิดที่พูดแบบนั้นแต่เธอทว่าเธอเองก็ต้องยอมรับว่าเื่มันมาถึงขั้นนี้แล้วกลับมาทวงคืนอะไรตอนนี้ก็ช้าไปเสียแล้ว