ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 155 ซอมบี้นับพัน

    Chapter 155 ซอมบี้นับพัน


       สายฝนไม่สนใจสายตาที่แม่ค้าใช้มองเขา ชายหนุ่มผมดำยืนรอเนื้อเสียบไม้ และไม่นานเขาก็ได้รับมัน


       “ฉันคิดว่าพวกเราควรตามเธอไป” สายฝนกล่าวกับฟีซิเลียขณะกินเนื้อเสียบไม้ เขารู้สึกสนใจและรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย


       “ไม่” เด็กสาวปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทันที ซึ่งนั่นทำให้สายฝนแปลกใจ เขาเอ่ยถามว่า “ทำไมล่ะ? บางทีเมืองนี้อาจจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นจริงก็ได้ ถ้ามันมีเรื่องเกิดจริงพวกเราจะสามารถรับมือหรือหนีได้ทัน”


       ฟีซิเลียเข้าใจความคิดสายฝนทว่าเธอก็ยังไม่ต้องการตามหญิงสาวนางนั้นไปอยู่ดี “ข้าเข้าใจความคิดท่าน แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็จะไม่ตามเธอไป ทุกครั้งที่ข้าเห็นเธอข้ามักอารมณ์เสียจนเกือบกลายเป็นบ้า”


       สายฝนส่ายหัว เขากินเนื้อที่เหลือจนหมดจากนั้นพลันกล่าว “สาวน้อย เธออิจฉาผู้หญิงนางนั้น?” กล่าวจบสายฝนก็โยนไม้ในมือทิ้งและเดินไปทางทิศที่ลูกสาวเจ้าเมืองไป แม้ว่าฟีซิเลียจะไม่ต้องการทว่าเขาต้องการ เขารู้สึกสงสัยและไม่ต้องการเก็บความสงสัยนี้ใว้ หากสายฝนกลับไปห้องสมุดเขาคงสงสัยจนไม่อาจอ่านหนังสือได้


       “เฮ้! ท่านอย่าเพิ่งรีบไป รอข้าด้วยสิ” ฟีซิเลียเห็นสายฝนเดินออกไปโดยไม่สนใจตนเองแม้เพียงนิด เธอก็ไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ตั้งแต่เด็กพ่อตามใจเธอตลอด ท่านปู่ครีเทลเองก็เช่นกัน ดังนั้นฟีซิเลียจึงมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเด็กสาว มีเพียงแค่ชายผมดำคนนี้เท่านั้นที่ไม่เคยทำตามใจเธอ ฟีซิเลียรู้ว่าทำไมเป็นเช่นนั้น ด้วยนิสัยของสายฝนแล้วการที่เขาจะทำตามความคิดผู้อื่นเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้เลย ยกเว้นเสียจากว่าจะมีมีดจ่อคอเขา


       “ไหนเธอบอกไม่ไปไง?” สายฝนถามเมื่อฟีซิเลียเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้เดินเร็ว ไม่แปลกที่เด็กสาวจะตามทันในเวลาไม่นาน


       “ทางที่เธอไปเป็นทิศทางเดียวกับที่ข้าจะไปพอดี สถานที่น่าสนใจที่ข้าเคยบอกว่าจะพาท่านไปดู ท่านจำได้หรือไม่?” ฟีซิเลียกล่าว เธอไม่ได้โกหก มันเป็นความจริง สาเหตุที่ฟีซิเลียไม่ไปกับสายฝนตอนแรกเป็นเพราะเธอต้องการให้ลูกสาวเจ้าเมืองไปไกลๆก่อน เด็กสาวตัดสินใจว่าจะรอให้เวลาผ่านไปสองสามชั่วโมงค่อยไปสถานที่น่าสนใจ


       “สถานที่น่าสนใจคืออะไร?” สายฝนถามโดยไม่ต้องการคำตอบ


       เป็นอย่างที่เขาคาดเอาใว้ ฟีซิเลียไม่บอกว่ามันคืออะไร เธอตอบด้วยรอยยิ้มลึกลับว่า “เดี๋ยวท่านก็รู้เอง”


       “หวังว่ามันจะน่าสนใจเหมือนที่เธอพูด” สายฝนกล่าว ต่อมาเขาก็ไม่สนใจคุยกับเด็กสาวอีก สายฝนรู้สึกว่าวันนี้เขาพูดเยอะเกินไป ปกติเขาไม่ได้พูดเยอะขนาดนี้ ระหว่างเดินชายหนุ่มผมดำก็ครุ่นคิดบางอย่าง เขาคิดว่าตัวเองนั้นเปลี่ยนไปค่อนข้างมากหากเทียบกับตัวเขาหลายเดือนก่อน เมื่อก่อนสายฝนไม่ได้พูดเยอะขนาดนี้เนื่องจากเขาเอาแต่อยู่ภายในบ้าน น้อยครั้งที่จะออกมาข้างนอก พบเจอผู้คนจริงๆ


       ‘สักวันหนึ่งฉันจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง ยังมีเรื่องมากมายที่ฉันต้องทำมันให้จบ’ สายฝนกล่าวภายในใจ เขาไม่ต้องการใช้ชีวิตในโลกความฝันหรือดาวเคราะห์โอเชี่ยนเซียตลอดไป ในชีวิตเขาสายฝนยังมีเรื่องหลายเรื่องที่ไม่ยังทำไม่เสร็จ


       “พี่ชายคุณรู้หรือไม่ว่าลูกสาวเจ้าเมืองเดินไปทางไหน?” ชายหนุ่มผมดำตามลูกสาวเจ้าเมืองไม่ทัน เธอเดินเร็วเกินไป คล้ายกำลังเร่งรีบอยู่ เพราะแบบนั้นสายฝนจึงถามผู้ชายรอบข้าง ด้วยความงดงามของหญิงสาวนางนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะไม่กลายเป็นจุดสนใจ การหาว่าเธอเดินไปทางไหนไม่ใช่เรื่องยาก


    ///


       หลายนาทีต่อมา นอกพื้นที่เมือง สายฝนและฟีซิเลียตกตะลึง ทั้งสองไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น สิ่งที่สายฝนคาดเดาเป็นความจริง มีบางอย่างเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ มันเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งสามารถทำให้เมืองนี้ถูกทำลายได้เลย


       “ซอมบี้พวกนี้มันน่าจะมีมากกว่าพันตัว” สายฝนกล่าวด้วยความกังวล แม้เขาจะเป็นระดับสาม พวกซอมบี้ส่วนใหญ่เป็นระดับสอง แต่สายฝนก็ไม่มีทางชนะเหล่าซอมบี้ จำนวนที่มากมายเช่นนี้สามารถทำลายระยะห่างระหว่างระดับสามกับระดับสองได้


       “ซอมบี้? มันคือตัวอะไร? ท่านรู้จักมันหรือ?” เด็กสาวฟีซิเลียได้ยินสิ่งที่สายฝนกล่าว ซอมบี้เป็นเผ่าพันธุ์อะไร? เธอไม่เคยรู้จักเผ่าพันธุ์นี้มาก่อน ฟีซิเลียเอ่ยถามชายหนุ่มผมดำข้างๆด้วยใบหน้าซีดขาว ความกลัวเกิดขึ้นภายในจิตใจเด็กสาว เธอเป็นแค่เด็กสาวธรรมดา ไม่สิ เรียกธรรมดาไม่ได้ ต้องเรียกว่าระดับศูนย์ถึงจะถูก ไม่ต้องกล่าวถึงระดับศูนย์อย่างฟีซิเลีย กระทั่งระดับสามระดับสี่ยังกลัวกับจำนวนซอมบี้ที่มากมายเช่นนี้


       “อาจจะใช่” สายฝนกล่าวอย่างไม่แน่ใจนัก เขาคาดเดาว่าพวกมันเป็นซอมบี้ แม้ไม่เหมือนกับในอินเทอร์เน็ตทว่ารูปร่างมันคล้ายกัน


       “พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่น่ะ รีบกลับเข้าไปภายในเมืองตอนนี้เร็วเข้า ด้านนอกเมืองอันตรายมาก พวกเจ้าไม่ควรออกมาแบบนี้” เวลานั้นทหารระดับสองผู้หนึ่งเห็นสายฝนกับฟีซิเลีย มันเดินเข้ามาเตือนด้วยความหวังดี ถึงสถานการณ์จะเป็นแบบนี้ มันก็ยังคงปกป้องเมืองและห่วงประชาชน ไม่ได้หนีไป


       “นายไม่กลัวตายหรือ?” สายฝนกล่าวถามทหารระดับสองเบื้องหน้ากะทันหัน ชายซึ่งเป็นทหารระดับสองชะงักชั่วครู่ มันไม่คาดคิดว่าจู่ๆชายหนุ่มผมดำจะถามคำถามนี้กับมัน


       “ผู้อื่นข้าไม่ทราบแต่ข้าจะไม่หนีเด็ดขาด ครอบครัวของข้าอยู่ภายในเมือง หากข้าหนีไป พวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อล่ะ?” ทหารเอ่ยตอบ สายฝนไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกทหารระดับสองเท่าไหร่นัก เขาพยายามทำความเข้าใจ ทว่าเรื่องความรักซึ่งสายฝนไม่เคยมีมาก่อนนั้นยากจะเข้าใจความรู้สึก สุดท้ายสายฝนก็ส่ายหน้าไปมาก่อนเดินกลับเข้าพื้นที่เมือง


       “ท่านไม่ไปสังหารพวกซอมบี้หรือ?” เมื่อเข้ามาในพื้นที่เมือง ฟีซิเลียพลันถามอย่างสงสัย 


       สายฝนตอบทันที “ไม่ ฉันไม่ใช่คนดีพอจะไปทำแบบนั้นโดยไม่ได้รับอะไร อีกอย่างแม้ฉันจะไปสังหารซอมบี้มันก็ไม่ทำให้ฝ่ายทหารได้เปรียบขึ้น ระดับสามไม่อาจเปลี่ยนทิศทางของสถานการณ์ใหญ่โตระดับนี้ได้” ต่อมาก็ถามเด็กสาว “แล้วสถานที่น่าสนใจที่เธอบอกมันคือที่ไหนล่ะ?”


       “ท่านรู้จักสมาคมศาตราโลหิตหรือไม่?” ฟีซิเลียกล่าวถามออกมา


       สายฝนพยักหน้า “ฉันเคยได้ยินชื่อสมาคมศาตราโลหิตมาก่อน ตอนที่ฉันไปอ่านหนังสือในห้องสมุด ฉันได้รู้ข้อมูลมาว่าสมาคมศาตราโลหิตนั้นมีอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในทวีป นี่ใช่เรื่องจริงมั้ย?”


       “ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันมีอยู่ทั่วทวีปหรือไม่ แต่สิ่งที่ข้ารู้คือในเมืองนี้มีสมาคมศาสตราโลหิต ท่านอยากได้ข้อมูลจำนวนมากสินะ สมาคมนี้ช่วยท่านได้ มันมีข้อมูลบางอย่างที่แม้กระทั่งปู่ครีเทลยังไม่มี”


       “ฉันคงไม่ไปที่นั่นเพื่อข้อมูล” สายฝนเอ่ย แค่ข้อมูลที่ชายชรามีอยู่มันก็มากเกินพอแล้ว เขาไม่ได้มีเวลามากนักในการจำข้อมูล


       “เหตุ….” เด็กสาวต้องการจะถาม ทว่าก่อนที่เธอจะได้กล่าวจบ เสียงสายฝนพลันดังขึ้น


       “ระวัง!” ขณะนั้นหัวใจสายฝนพลันเต้นไม่เป็นจังหวะ สัญชาตญาณร้องเตือนไม่หยุด มีดโบราณออกจากที่ซ่อนจากนั้นก็ถูกเปิดใช้งานความสามารถสูงสุด สายฝนหมุนตัวไปด้านหลังและมีดในมือก็โจมตีออกไป


       ใบมีดตัดผ่านเพลิงทมิฬออกเป็นสองส่วนก่อนไฟสีดำจะหายไปในวินาทีต่อมา สายฝนยังไม่ทันรู้ตัวผู้โจมตี ลูกไฟทมิฬเกินสิบก็โจมตีมาทางเขาอีกครั้ง สายฝนไม่คิดฟันพวกมันให้สลายหายไป เขาเก็บมีดแล้วจับมือฟีซิเลียวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว