“เจ้าหญิงอัจฉราเสด็จมาถึงแล้วพะยะค่ะ”
นายพลอาแล็นรายงานเจ้าหญิงเทย่าหลังเปิดประตูห้อง
เมื่อเห็นบุญเดินเข้ามาในห้อง เจ้าหญิงเทย่ามีสีหน้าดีใจอย่างมาก
“พี่บุญ สวัสดีเพคะ”
เธอทักทายพร้อมกับไหว้บุญ
“สวัสดีเพคะน้องหญิง”
บุญยิ้มและไหว้เธอตอบ
แล้วเจ้าหญิงทั้งสองก็เข้ากอดกันด้วยความดีใจ
“ท่านแม่สบายดีหรือเปล่าเพคะ?”
เจ้าหญิงเทย่าถามถึงอารียา
“เพคะ ท่านองครักษ์ช่วยดูแลแม่อย่างกับราชินีเชียวนะเพคะ”
บุญบอกเจ้าหญิงเทย่าทำให้เธอหัวเราะด้วยความพอใจ
“ถ้าเช่นนั้นพี่บุญก็คงหมดห่วงได้แล้วนะเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่ากล่าว เมื่อเห็นบุญพยักหน้าพอใจ เธอจึงกล่าวต่อ
“พี่บุญได้รับการยกเว้นไม่ต้องตรวจพาสปอร์ตในประเทศซานเตียเรสนะเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะพาพี่บุญไปแนะนำให้รู้จักท่านนายกรัฐมนตรีและคณะฯ รวมทั้งนายทหารและข้าราชการระดับสูงที่มารับเสด็จพี่บุญกันนะเพคะ และจากนั้นพี่บุญจะได้เห็นประชาชนที่มารอรับเสด็จเจ้าหญิงอัจฉรากันเต็มสนามบิน พร้อมหรือยังเพคะ?”
“หา…พากันมามากขนาดนั้นเลยหรือเพคะ?”
บุญตกใจเมื่อได้ยินเจ้าหญิงเทย่าบอกเช่นนั้นและเกิดอาการตื่นเต้น เจ้าหญิงเทย่าจึงกระซิบข้างหูบุญ
‘พี่บุญเป็นถึงเทพธิดานะเพคะ จะตื่นเต้นกับการพบคนจำนวนมากทำไมกันเพคะ?’
“เป็นจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ หม่อมฉันยังไม่แน่ใจเลยนะเพคะ”
บุญบอกเธอ
“แต่หม่อมฉันแน่ใจเพคะ ไปกันเถอะเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าพูดจบก็คว้าแขนบุญและดึงเธอไปที่ประตูที่อยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง ซึ่งหลังประตูบานนี้บรรดาบุคคลสำคัญของประเทศซานเตียเรสกำลังรอรับเสด็จเจ้าหญิงอัจฉราอยู่
“ว้าย! เบาๆ เพคะน้องหญิง หม่อมฉันเดินไปเองได้เพคะ”
บุญร้องด้วยความตกใจ
นายพลอาแล็นและองครักษ์รีบเดินตามเจ้าหญิงทั้งสองไปจนถึงหน้าประตู เจ้าหญิงเทย่าปล่อยแขนบุญเมื่อมาถึงประตูและยิ้มให้เธอ บุญยิ้มและพยักหน้าว่าเธอพร้อมแล้ว เจ้าหญิงเทย่าจึงพยักหน้าให้นายพลอาแล็น
เมื่อนายพลอาแล็นเปิดประตูออก เขาเดินเข้าไปประกาศให้ทุกคนในห้องทราบ
“เจ้าหญิงเทย่าและเจ้าหญิงอัจฉราเสด็จมาถึงแล้ว!”
จากนั้นเจ้าหญิงเทย่าจึงจูงมือบุญให้เข้าห้องพร้อมกัน บรรดาข้าราชการและนายหารชั้นผู้ใหญ่ยืนเรียงหน้ากระดานเป็นแถวยาวรออยู่ในห้อง เมื่อทุกคนได้เห็นเจ้าหญิงทั้งสอง ต่างก็มองพวกเธอด้วยความชื่นชมในความสง่างามของเธอทั้งสอง พวกเขาเพียงได้เห็นเจ้าหญิงอัจฉราเป็นครั้งแรกก็หลงเสน่ห์ความงามของเธอเข้าทันทีเหมือนที่เจ้าหญิงเทย่าและคณะเดินทางตามหาเทพธิดาได้เคยประสบมาแล้ว
เจ้าหญิงเทย่าเดินทักทายคณะรัฐมนตรีทีละคน โดยแต่ละคนต่างถวายความเคารพองค์หญิงทั้งสองพร้อมทั้งแนะนำชื่อและตำแหน่งกับเจ้าหญิงอัจฉรา ซึ่งเธอก็ยิ้มและไหว้ตอบอย่างอ่อนช้อย ความตื่นเต้นของเธอที่มีอยู่ในคราวแรกดูเหมือนว่าได้มลายหายไปจนหมดสิ้น
เมื่อเจ้าหญิงเทย่าเดินทักทายข้าราชการและนายทหารชั้นผู้ใหญ่จนครบแล้ว จึงได้เดินตามนายพลอาแล็นออกนอกห้องเพื่อไปพบกับประชาชนที่มารอรับเสด็จเจ้าหญิงทั้งสอง บุญทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ได้เห็นประชาชนจำนวนมากเรียกชื่อของเธอและเจ้าหญิงเทย่าดังก้องสนามบินในระหว่างที่เดินไปตามทางเดินภายในอาคารสนามบิน เหล่าประชาชนล้วนมีสีหน้าชื่นชมในความสง่างามของเจ้าหญิงทั้งสอง พวกเธอยิ้มและโบกมือทักทายประชาชนตลอดทางโดยมีองครักษ์หลายนายคอยถวายการอารักขา จนกระทั่งนายพลอาแล็นพาทั้งสองออกนอกอาคารเพื่อไปขึ้นรถพระที่นั่งที่จอดรอรับพวกเธออยู่
เมื่อทั้งสองขึ้นรถพระที่นั่งด้วยกันแล้ว บุญจึงถามเจ้าหญิงเทย่า
“อ้าว...แล้วกระเป๋าเดินทางของหม่อมฉันล่ะเพคะน้องหญิง?”
“เดี๋ยวองครักษ์จะจัดการให้พี่บุญเองเพคะ หม่อมฉันเตรียมให้พี่ได้พักที่ห้องบรรทมที่เคยเป็นของท่านแม่ของหม่อมฉัน องครักษ์จะรับกระเป๋าของพี่บุญแล้วนำไปส่งให้ที่ห้องเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าอธิบาย แล้วจึงกล่าวต่อ
“แล้วพรุ่งนี้เช้า วันที่ 4 เมษายน เราจะเดินทางไปเข้าเฝ้ากษัตริย์เมสโฟอิสที่ประเทศเวดิเซียด้วยกันเพคะ พอตอนบ่ายเราก็เดินทางกลับกันแล้ว ไม่ต้องจัดกระเป๋าเดินทางนะเพคะ แต่เราสองคนต้องใช้พาสปอร์ตเพื่อเข้าประเทศเวดิเซียด้วยเพคะ”
“น้องหญิงจะไปเจรจาพรุ่งนี้เลยหรือ?”
“เพคะ รอช้าไม่ได้แล้ว เพราะเรายังมีประเทศริปโปเซียอีกแห่งหนึ่งที่จะต้องไปนะเพคะ แต่หม่อมฉันยังไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้วิธีไหนจึงจะเจรจากับราชินีแคโรสได้สำเร็จ หม่อมฉันคงต้องฝากความหวังในเรื่องนี้ไว้ที่พี่บุญเพคะ”
“หม่อมฉันก็ยังไม่รู้เลยนะเพคะว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง”
บุญยังคงไม่แน่ใจว่าจะช่วยเจ้าหญิงเทย่าได้อย่างไร
“พี่บุญเป็นคนหัวไว เดี๋ยวพี่ก็ต้องรู้แน่นอนเพคะ หม่อมฉันมั่นใจในตัวพี่บุญอยู่แล้วเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าพูดอย่างมั่นใจและยิ้มให้เธอ แต่บุญกลับถอนหายใจด้วยความหนักใจแล้วรำพึงเบาๆ
‘เฮ้อ…ถ้าเทพธิดามีเวทมนต์สักนิดก็คงจะดีนะเพคะ’