ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 124 : เวลาแห่งความสุข

    เวลาแห่งความสุข
    มื้ออาหารเช้าผ่านไปด้วยความสุข หลังมื้ออาหารเช้าผ่านไป ครอบครัวของหลินเฉินทุกคนก็ตัดสินใจที่จะไปเที่ยวด้วยกัน
    ซึ่งสถานที่ก็ไม่ใช่ที่ไหน นอกจากที่สวนสนุก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งใจที่จะพาหลิงหลิงไปเที่ยวเล่นโดยเฉพาะ
    เมื่อทุกคนในครอบครัวตัดสินใจได้แบบนี้ ก็ไม่มีใครรอช้า ล้วนพากันออกไปที่สวนสนุกในทันที
    ใช้เวลาอยู่ไม่นาน หลินเฉิน มู่อิงเสวี่ย หลิงหลิง หลินไคและหรันหยูก็พากันมาถึงที่สวนสนุก
    เด็กหญิงน้อยผู้น่ารักหลิงหลิงยิ้มจนแก้มแทบจะปริแตก เธอมีความสุขจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไง
    เธอสาบานได้เลยว่าตลอดชีวิตของเธอ ไม่เคยมีความสุขมากขนาดนี้มาก่อน
    วันที่มีพ่อ แม่ ปู่และย่าอยู่พร้อมหน้าพร้อมกันแบบนี้ และพาเธอออกมาเที่ยว เธอเฝ้าฝันถึงมันหลายครั้ง ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นความจริงในที่สุด ซึ่งก็คือวันนี้เอง
    “แม่ค่ะ หนูอยากเล่นม้าหมุน!” เด็กหญิงน้อยรีบออดอ้อนแม่ของเธอในทันที
    “ตกลงจ๊ะ เดี๋ยวแม่พาไป” มู่อิงเสวี่ยยิ้มอ่อนโยน ด้วยความสวยบวกกับรอยยิ้มของเธอ ทำให้พวกผู้ชายที่อยู่โดยรอบที่มองมา ถึงกับร่างแข็งทื่อ แสดงใบหน้าเหม่อลอยออกมา จ้องมองไปที่เธออย่างโง่งม
    แน่นอนว่ามู่อิงเสวี่ยไม่ไปสนใจสายตาเหล่านี้ เธอพาหลิงหลิงไปเล่นที่เครื่องเล่นม้าหมุนในทันที
    หลินเฉินตามไปด้วย ทางด้านหลินไคและหรันหยูไม่มีใดต่าง พวกเขาย่อมตามไปด้วยเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
    หลิงหลิงขึ้นเล่นเครื่องเล่นม้าหมุนอย่างมีความสุข เธอยิ้มให้กับพ่อแม่และปู่ย่าของเธอ พร้อมกับหัวเราะออกมา
    เธอคิดว่าหากพี่สาวเสี่ยวไป๋มาเล่นด้วยกับเธอ เธอคงจะมีความสุขมากกว่านี้ เรื่องนี้เธอลองขอพ่อดูแล้ว แต่พ่อของเธอบอกว่าต้องรอก่อน
    เพราะพ่อของเธอกำลังคิดที่จะบอกเรื่องที่เป็นผู้ฝึกตนกับปู่และย่า รวมถึงเรื่องของพี่สาวเสี่ยวไป๋เร็วๆ นี้
    “หลิงหลิง มีความสุขมากเลยนะ” หลินไคอดพูดกับหรันหยูไม่ได้
    หรันหยูพยักหน้า “ต้องมีความสุขมากอยู่แล้ว ตอนนี้ครอบครัวของเราในที่สุดก็อยู่กันครบ”
    หลินไคยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรอีก
    หลินเฉินกับมู่อิงเสวี่ยจับมือกัน ยืนดูลูกสาวที่มีความสุขด้วยรอยยิ้ม บอกตามตรงว่าพวกเขาเองก็มีความสุขไม่แพ้ลูกสาวเลย
    “ต่อไปพวกเราต้องดูแลหลิงหลิงให้ดี โตมาเธอจะได้เป็นคนดี” มู่อิงเสวี่ยพูดกับสามีของเธอ
    หลินเฉินผู้เป็นสามีพยักหน้า “อืม คุณพูดถูก ต่อไปนี้พวกเราจะช่วยกันดูแลหลิงหลิงให้ดี ทำให้เธอมีความสุขมากที่สุดในโลกที่ได้เกิดมาเป็นลูกสาวของพวกเรา”
    มู่อิงเสวี่ยกุมมือของหลินเฉินแน่นขึ้น เอียงศีรษะลงที่ไหล่ของเขา สำหรับเธอ ขอแค่มีหลินเฉินและหลิงหลิงอยู่ด้วย เธอก็มีความสุขมากแล้ว
    เธอหวังว่าเวลาแห่งความสุขนี้จะดำเนินไปอย่างช้าๆ ไม่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
    เพราะการที่ความสุขค่อยๆ ผ่านไปช้าๆ มันย่อมดีกว่าการที่ความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว
    เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ หลิงหลิงที่เล่นม้าหมุนจนพอใจก็ไปเล่นที่เครื่องเล่นอื่นกับหลินเฉินและมู่อิงเสวี่ยต่อ
    มีเพียงหลินไคและหรันหยูเท่านั้นที่ไม่ได้เล่นด้วย เหตุผลไม่ได้มีอะไรมาก พวกเขาแก่เกินกว่าที่จะไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกแบบเด็กๆ แล้วนั่นเอง
    เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเที่ยง หลังเล่นจนเหนื่อย เด็กหญิงน้อยผู้น่ารักก็รู้สึกหิวขึ้นมา หลินเฉินและทุกคนยิ้มออกมา พาเธอไปร้านอาหาร สั่งอาหารมาชุดใหญ่ ทุกคนทานอย่างเอร็ดอร่อย
    หลังจากที่มื้ออาหารผ่านไป หลินเฉินก็พาทุกคนไปที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อซื้อของเข้าบ้าน
    ด้วยการที่มู่อิงเสวี่ยมาอยู่ด้วย จำเป็นที่จะต้องซื้อของเพิ่มเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นพวกของใช้ หรือว่าเครื่องสำอาง
    แน่นอน เธอที่เป็นผู้หญิงสวย เครื่องสำอางไม่อาจขาดได้ ดั่งคำโบราณว่าไว้ ผู้หญิงกับความสวยความงามเป็นของคู่กัน
    อีกด้านหนึ่ง ในขณะที่ครอบครัวของหลินเฉินทุกคนอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยง หนึ่งในตระกูลใหญ่ของเซี่ยงไฮ้
    เซี่ยงฮ่วยนั่งอยู่ภายในห้องรับแขกกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
    ใบหน้าของชายวัยกลางคนมีแผลเป็นอันน่าหวาดกลัว ราวกับว่าเขาผ่านสมรภูมิอันโหดร้ายของการต่อสู้มาอย่างไรอย่างนั้น
    “เรียกข้ามาวันนี้มีเรื่องอะไร?”
    ชายวัยกลางคนถาม เขามีชื่อว่าเฉียงถาน ไม่ใช่คนธรรมดา เป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นปลายคนหนึ่ง เขาไม่ใช่คนเซี่ยงไฮ้ แต่เป็นคนเจียงซี มีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องร่วมสาบานกับเซี่ยงหมิง
    ไม่อย่างนั้น การที่เซี่ยงฮ่วยลูกชายของเซี่ยงหมิงเรียกเข้ามาหา เขาจะไม่มีทางมาโดยเด็ดขาด ต้องรู้ก่อนนะว่าผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นปลายอย่างเขา สามารถมองมนุษย์ธรรมดาเป็นมดได้
    “คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับลุงเฉียง พ่อของผมน่าจะปิดด่านอยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ได้กลับมาสักที ทางบ้านผมก็เกิดเรื่องขึ้น ลูกชายของผมเซี่ยงเฟินถูกฆ่า ผมไม่รู้จะพึ่งใคร เลยเรียกลุงมา”
    เซี่ยงฮ่วยมีสีหน้าลำบากใจอยู่ไม่น้อยเวลาที่พูดเรื่องนี้ หากว่าพ่อของเขากลับมา เขาคงจะไม่มีทางติดต่อไปหาเฉียงถานและเรียกให้อีกฝ่ายมาหาโดยเด็ดขาด
    เพราะเขาเองก็รู้สึกเกรงใจเฉียงถานเหมือนกัน แต่ผ่านมาหลายวันมากขนาดนี้ พ่อของเขาก็ยังไม่กลับมา จึงทำให้เขาร้อนใจและติดต่อไปหาเฉียงถานเป็นธรรมดา
    โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าพ่อของเขานั้นตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับซุนฉาง ผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์จากสำนักงานใหญ่กรมความมั่นคงแผ่นดิน
    “อาเฟินตายแล้ว?” คิ้วของเฉียงถานขมวดขึ้นมา สีหน้าเคร่งขรึมลง “แถมยังถูกฆ่า เจ้าแน่ใจนะว่าเรื่องนี้ไม่ผิด?”
    เซี่ยงฮ่วยรีบพยักหน้าอย่างจริงจัง “ไม่ผิดครับลุงเฉียง ลูกชายของผมเซี่ยงเฟินถูกฆ่าตายจริงๆ งานศพก็เพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นาน”
    “คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนกล้าฆ่าหลานชายของพี่ใหญ่หมิง เกินความคาดหมายของข้าอย่างแท้จริง หากว่าพี่ใหญ่รู้ เกรงว่าคงจะระเบิดความโกรธออกมา ตามล่าคนที่ฆ่าไปสุดขอบฟ้าแน่นอน!”
    เฉียงถานพูด เขามีความเข้าใจในตัวพี่ชายร่วมสาบานของเขาดี อีกฝ่ายเป็นคนแบบนั้น ซึ่งมีนิสัยคล้ายตัวเอง เพราะเหตุนี้ เขาและอีกฝ่ายถึงได้ร่วมเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน
    “เอาล่ะ อาฮ่วย ในเมื่อพี่ใหญ่ไม่อยู่ ข้าจะจัดการให้ บอกมาว่าใครเป็นคนฆ่าอาเฟิน คงรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่ามันเป็นใคร?”
    “ครับลุงเฉียง” เซี่ยงฮ่วยพยักหน้าอย่างขึงขังและโกรธแค้น ที่เขาเรียกเฉียงถานมาก็เพราะรอให้อีกฝ่ายพูดคำเหล่านี้ออกมา
    ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจนักว่าหลินเฉินเป็นคนฆ่าเซี่ยงเฟินจริงรึเปล่า แต่เขาก็เชื่อไปแล้วมากกว่าครึ่ง จึงไม่ลังเลที่จะบอกชื่อหลินเฉินออกมา
    “มันชื่อหลินเฉินครับ น่าจะเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นต้นครับ!”
    “เข้าใจแล้ว พาไปที่ที่มันอยู่แล้วกัน ข้าจะจัดการมันไม่ให้เหลือซากเอง!” เฉียงถานพูดอย่างเย็นชา ดวงตาสาดประกายความต้องการฆ่า!
    จบบทที่ 124...ขอบคุณทุกท่านนะครับที่ร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณพ่อผมนะครับ ผมไปส่งท่านเรียบร้อยแล้วครับ ผมทำทุกอย่างเท่าที่ลูกคนหนึ่งสามารถทำให้ท่านในวาระสุดท้ายได้
    ผมบวชส่งท่าน เพื่อให้ท่านไม่ต้องเป็นห่วงผมอีก แม้ว่าท่านจะจากไปแล้ว ชีวิตผมก็ยังคงต้องก้าวเดินต่อไป และท่านจะยังมีชีวิตอยู่ อยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป...
    ผมจะจดจำทุกคำสอน และระลึกถึงท่านเสมอ ผมภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของท่าน ขอบคุณคุณพ่อที่ทำให้ผมได้เกิดมาบนโลกใบนี้ และสร้างความทรงจำดีๆ มากมายให้กับผมครับ Genrei