เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 39 การต่อสู้กลางทุ่งหิมะ 1

    ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดที่อยู่ตรงหน้า ไม่มีใครเลยที่กล้าละสายตาจากผู้บุกรุกในครั้งนี้ แม้ว่ามันจะมาคนเดียว แต่สิ่งที่ย้ำเตือนทุกคนคือ มันลอยอยู่บนอากาศ! ลอยอยู่สูงกว่า 5 เมตร ตั้งแต่ที่เริ่มปรากฏตัวจนถึงตอนนี้มันยังไม่เหยียบพื้นเลยสักครั้ง ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นจำต้องแหงนหน้ามองกันทุกคน ความพิเศษของการลอยตัวบนอากาศมิใช่เฉพาะความสะดวกสบายหรือความพิเศษที่น้อยคนจะทำได้เท่านั้น แต่มันเป็นการประกาศและข่มขวัญผู้อื่นกลายๆ ด้วยว่า คนผู้นี้มีพลังที่ข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว

    “ทำไมเจ้าหาพวกเราเจอได้?”

    เอเลน่าถามมิคาเอลอย่างสงสัย บาดแผลของมันวันนั้นสาหัสมาก แต่ตอนนี้มันรักษาตัวพร้อมทั้งฟื้นพลังเรียบร้อยแล้วงั้นหรือ? เป็นความเร็วในการฟื้นฟูนี้น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเธอนึกย้อนไปในวันนั้น เธอเห็นมิคาเอลใช้พลังฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็วมากับตา พลังที่พวกเธอเองก็ไม่รู้จักและคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ว่ามันคือทักษะเดียวกับที่พวกอันเดธใช้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่ทักษะที่มนุษย์ทั่วไปพึงฝึก พลังที่ต้องเสียสละสิ่งสำคัญเท่าเทียมกัน นอกเสียจากว่ามันขายวิญญาณให้กับบางสิ่งบางอย่าง และมันได้ละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปแล้ว

    “ข้าไม่จำเป็นต้องบอก! พวกเจ้าทุกคนต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของนายท่าน!”

    ในครั้งนี้มิคาเอลไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำใดๆ มันสร้างหอกสีดำเหมือนครั้งก่อนไว้ในมือทันทีที่พูดจบ

    “ไม่ดีแล้ว! มันเอาจริงตั้งแต่เริ่มเลย ห้ามทุกคนเข้ามาใกล้ ข้าจะกำจัดมันเอง!”

    แกรนด์เห็นการเปลี่ยนแปลงออร่าพลังของชายชราผู้นี้ทำให้เขาระวังมากขึ้น ออร่าพลังนี้เป็นพลังที่ใกล้เคียงกับพลังของมันเมื่อครั้งก่อน แม้จะอ่อนแอลงมานิดหน่อยแต่ระดับพลังนี้ก็สามารถฆ่าทุกคนที่อยู่ในรัศมีพลังของมันได้หมด

    “นี่ตาเฒ่าแขนด้วน วันนี้ไม่สวมแหวนมาด้วยหรอ? รึกลัวทำมันหายอีก?”

    ชายชราที่กำหอกสีดำไว้ในมือเมื่อได้ยินคำถามของแกรนด์เข้า มือที่กำลังจะพุ่งหอกใส่ชายหนุ่มถึงกับชะงักไป

    “ข้าให้ทาย เจ้าคิดว่ามันอยู่ไหนเอ่ย หึหึ”

    “ไอ้เด็กเปรต! อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า! จะถ่วงเวลาตายรึไง!”

    มิคาเอลพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก แต่แววตาของเขาก็ยังฉายแววของความสงสัยอยู่เช่นกัน หลังจากที่จบการต่อสู้ครั้งนั้นและรักษาตัวมาได้ระดับหนึ่ง เขาควานหาแหวนนิ้วกลางอย่างตาลีตาเหลือก แหวนที่เขาเก็บสะสมทรัพย์สินมาหลายสิบปี ในตอนแรกมิคาเอลนึกว่ามันหลุดหายไประหว่างการต่อสู้ ในตอนนั้นเขาแทบจะพลิกป่ามรณะเพื่อหาแหวนแต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย ที่เขามาในคืนนี้อย่างแรกคือตั้งใจจะมาแก้แค้นเรื่องในครั้งก่อน อย่างที่สองคือตั้งใจจะมาระบายอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่แทบจะระเบิดออกทุกเมื่อเชื่อวันเมื่อนึกถึงใบหน้าชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มยียวนกวนบาทานั้น ครั้งนี้เขาตามเจอตัวจริงของมันเจอแล้ว แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาคือ ไอ้เด็กนี่มันยังยิ้มกวนประสาทเหมือนเดิม เหมือนภาพที่เห็นเมื่อนึกถึงหน้ามันไม่ผิดเพี้ยน! เดี๋ยว เมื่อกี้มันพูดเรื่องแหวน? รึว่ามันรู้ว่าอยู่ไหน? ชายชรายั้งมือไว้และทบทวนเรื่องนี้ในใจอีกที

    “แผนอะไรอีกล่ะนั่น ดันไปบอกมันได้หน้าตาเฉย”

    ครีทเอนหัวมากระซิบกับเอเลน่าอย่างช่วยไม่ได้ ในภาวการณ์แบบนี้จะไปบอกให้มันโกรธกว่าเดิมทำไม รัศมีทำลายมันมากกว่าเดิมแน่ถ้ามันโกรธมากกว่านี้

    “เขาน่าจะถ่วงเวลาเพื่อทำอะไรสักอย่างนะ รอดูก่อน”

    เอเลน่าคิดว่าแกรนด์ก็คงมีแผนอะไรอยู่แน่ๆ และมันต้องเกี่ยวกับการถ่วงเวลาครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

    “เฮ้ออออ...ทรัพย์สินมีตั้งเยอะแยะ แก่ใกล้จะตายอยู่แล้วทำไมไม่รีบใช้ ช่างเสียของจริงๆ ช่วยไม่ได้นะ ข้าก็เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่นอยู่แล้ว มีอะไรช่วยได้ก็ช่วย โดยเฉพาะเรื่องเงินนี่แหละ”

    “เจ้า? ..เจ้ารู้ได้ไง? มันอยู่ที่เจ้าหรอ? เจ้าเก็บมันได้หรอ?”

    มิคาเอลถามอย่างลนลาน ในบรรดาแหวนทั้ง 4 ที่เขาใส่วันนั้น แหวนวงที่หายไปเป็นวงที่เขาเอาไว้ใช้เก็บทรัพย์สินทั้งหมด ส่วนวงอื่นก็จะเก็บของที่ต่างออกไป นับเป็นแหวนที่มีค่ามากที่สุด ชายชราจึงใส่ไว้ที่นิ้วกลางและระแวดระวังมันมากที่สุด แต่วันนั้นมันดันหายอยู่วงเดียว เมื่อฟื้นขึ้นมารู้เรื่องนี้มิคาเอลแทบจะเป็นบ้า จนอาการของเขาทรุดลงเหมือนจะสลบไปอีกรอบเสียให้ได้

    “อยู่นี่ไง ข้าฉกจากนิ้วเจ้ามากับมือ ง่ายเหมือนแย่งขนมเด็ก ถ้ามีปัญญาก็เข้ามาเอาได้เลย”

    แกรนด์หยิบแหวนมิติทองแดงวงอื่นที่สะสมเอาไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อและใช้นิ้วโป้งดีดมันขึ้นมาพร้อมกับจับไว้ ท่าทางของเขาตอนนี้ยังชิลล์ๆ ไม่มีสีหน้าวิตกใดๆ ทั้งสิ้น

    “หนอยยยยยย! ข้าก็นึกว่ามันหายไปไหน ที่แท้ก็อยู่กับไอ้โจรกระจอกนี่เอง เอาเถอะ ยังไงซะเจ้าก็ต้องตายอยู่แล้ว ข้าจะเหลือซากหัวของเจ้าแล้วเอาไปเสียบไม้ปักไว้ให้แล้วกัน เพื่อตอบแทนที่เจ้ายังอุตส่าห์เก็บเงินของข้าไว้ให้ หึหึ”

    “เหมือนจะเข้าใจอะไรผิดนะตาแก่ ของในมือข้าคือของของข้า ถ้ามีปัญญาก็เข้ามาเลย แต่เพื่อตอบแทนที่เจ้าให้เงินข้าเยอะแยะขนาดนั้น ข้ามีอะไรอยากให้ดู ถือว่าเป็นค่าจ้างมหรสพสมโภชให้ดูก่อนตายแล้วกัน”

    พูดจบแกรนด์ก็ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากจุดที่ยืนอยู่ไปหยุดบนอากาศในระดับเดียวกับมิคาเอล ตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ศัตรูอย่างเด็ดเดี่ยว รอยยิ้มและสีหน้าทะเล้นเมื่อครู่กลับกลายเป็นสีหน้าจริงจังราวคนละคน มิคาเอลมองไปที่ดวงตาของแกรนด์ก็ทำให้อารมณ์ของเขาขุ่นมัวเพิ่มมากขึ้น มันไม่กลัวข้า? มันเห็นพลังของข้าและความห่างชั้นไปแล้วครั้งนึงหนิ? หรือเพราะมันกำลังดูถูกว่าข้าเหลือเพียงแขนข้างเดียว? มันจะมากไปแล้ว

    “หืม?”

    ชายชราเหมือนจะนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้ เรื่องที่เขามองข้ามมาตลอด เรื่องที่เขาไม่ได้ใส่ใจมันจนถึงตอนนี้ นั่นคือ ไอ้เด็กนี่มันลอยได้ตอนไหนกัน? ครั้งก่อนเห็นได้ชัดเลยว่ามันลอยไม่ได้ อายุแค่นี้มันข้ามขีดจำกัดได้แล้ว? ทั้งพลังที่มันใช้ต่อสู้มันไปฝึกมาจากไหน?

    “ไม่ต้องสงสัยไปหรอก ดูให้เต็มตาซะ!”

    พริบตาก็มีออร่าสีฟ้าสว่างหุ้มร่างของแกรนด์ไว้ เกิดสายฟ้าเคลื่อนที่ไปมาในอากาศบริเวณรอบๆ ตัว แกรนด์เร่งพลังขึ้นจนถึงจุดสูงสุดของเขาในตอนนี้ ทั้งไรผมและเสื้อผ้าโบกสะบัดไปมา บรรยากาศโดยรอบอึดอัดขึ้นมาทันที สายฟ้าเบาบางที่เคลื่อนตัวออกเป็นบริเวณกว้างทำให้เลือดของผู้ที่อยู่บริเวณนั้นเหมือนจะหยุดไหล ส่งผลให้รู้สึกชาไปตามตัว

    “โฮกกกกกกกกกกกกก!!!!!!”

    ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกายขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของมังกรดังก้อง ที่เบื้องหลังของแกรนด์ปรากฏเป็นภาพร่างสีฟ้าครามของมังกรขนาดใหญ่ในท่ากำลังคำรามและจ้องมาศัตรู มิคาเอลเบิกตากว้างกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าและหัวใจสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นภาพร่างเมื่อครู่ นี่มันเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด ตอนที่ไอ้เด็กนี่ถูกตรึงไว้ที่กำแพงด้วยหอกสีดำ แล้วมันเกิดฮึดขึ้นมาได้ยังไงไม่รู้ แต่ตอนนี้มันกำลังจะใช้พลังแบบนั้นอีก? ทั้งภาพเมื่อครู่ แค่ภาพร่างของมังกรมันกลับทำให้ข้าสั่นกลัวได้เชียวหรือ? เมื่อสิ้นเสียงคำรามและภาพร่างหายไป ร่างของแกรนด์ถูกหุ้มด้วยออร่าสีฟ้าและยังมีสายฟ้าเคลื่อนที่ผ่านออร่านั้นทั่วร่าง ดวงตาสีฟ้าที่เปล่งประกายเมื่อครู่หดลงและปรากฏที่นัยน์ตาแทน

    “นี่มัน...วอริเออร์ฟอร์ซ!”

    มิคาเอลมองไปที่แกรนด์อย่างตื่นตะลึง ไอ้เด็กนี่มันเป็นนักรบหรอกหรือ? แล้วทำไมวันนั้นมันใช้เวทย์ได้ แถมเวทย์นั่นยังทรงพลังจนถ้าเกิดมันไม่โดนไหล่แต่โดนกลางหน้าอกแทนคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

    ฟุบ!!!

    แกรนด์เคลื่อนที่พริบตาจากจุดที่อยู่มาด้านหลังชายชราพร้อมกับง้างหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังสายฟ้าไว้

    “หมัดเหล็กเทพสายฟ้า!!”

    “ปราการกั้นขุมนรก!!”

    ชายชราเอียงตัวมาพร้อมกับใช้ทักษะป้องกัน แม้จะป้องกันได้ทันแต่ทักษะนั้นถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วจากการถูกโจมตีแบบไม่ตั้งตัว ทำให้พลังป้องกันลดลงไปอย่างมาก

    เปรี้ยงงงงง!!!

    หมัดสายฟ้าปะทะเข้ากับเกราะสีดำ ความรุนแรงจากการปะทะนั้นส่งร่างของมิคาเอลที่เป็นฝ่ายตั้งรับให้พุ่งลงมากระแทกพื้นดินจากเดิมที่ลอยตัวอยู่บนอากาศ แกรนด์พุ่งตามลงมาทันที สองมือของเขาตอนนี้ถูกหุ้มไปด้วยพลังสายฟ้าแบบเดียวกัน แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวมิคาเอลก็มีหอกสีดำพุ่งตรงขึ้นมาหาในระยะเผาขนจนตอนนี้ถ้าจะหลบก็ไม่ทันแล้ว

    เปรี้ยงงงงง!!!

    แกรนด์ใช้หมัดเข้าปะทะกับหอกสีดำจนมันแตกกระจัดกระจายไป ส่วนตัวของเขาเองก็ลอยขึ้นฟ้าเพื่อตั้งหลักรักษาระยะห่างเอาไว้ก่อนและใช้มือทั้งสองรวบรวมพลังกลายเป็นบอลสายฟ้าที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 1 เมตรขึ้นมาพร้อมกับขว้างมันขึ้นไปบนท้องฟ้า บอลสายฟ้าพุ่งตัวแหวกหิมะและความมืดในยามราตรีขึ้นไปบนท้องฟ้า ชั่วพริบตาเมฆก็ส่องสว่างพรึบเหมือนฟ้าแลบและทันทีที่เกิดฟ้าแลบ สายฟ้าสิบเส้นก็พุ่งตกลงมายังเบื้องล่าง

    “อสนีบาตระเบิดดารา!!”

    “ปราการกั้นขุมนรก!”

    มิคาเอลสร้างเกราะด้วยพลังสูงสุด ชายชราเตรียมพร้อมจะป้องกันตั้งแต่ตอนที่แกรนด์รวบรวมพลังแล้ว แม้ว่าทักษะนี้อาจจะดูออกว่าสายฟ้ามันจะตกลงมาเมื่อไหร่และสามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่นั่นหมายถึงมันต้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและละสายตาจากชายหนุ่มผู้นี้ด้วย ซึ่งนี้มันเป็นท่าที่บังคับให้ป้องกันอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ แม้จะรู้ว่ามันจะตกลงมาตรงนี้ก็ตามที ถึงกระนั้นมีใครที่มั่นใจว่าจะหลบความเร็วของสายฟ้าสิบเส้นที่พุ่งลงมาพ้น 100% งั้นหรือ

    เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

    สายฟ้าฟาดสิบเส้นพุ่งลงมากระหน่ำใส่เกราะเวทย์ของมิคาเอลอย่างต่อเนื่อง ทุกเส้นที่พุ่งลงมาเสียงดังยิ่งกว่าฟ้าผ่า ผู้คนที่รวมกันอยู่ลานฝึกต่างเบียดอัดเข้าไปชิดกันยิ่งกว่าเดิม เด็กๆ ต่างพากันปิดหูและเข้าไปซุกพ่อแม่ด้วยความหวาดกลัว ความมืดในยามค่ำคืนถูกแทนที่ด้วยแสงวิบวับจากสายฟ้าอย่างต่อเนื่อง

    เพล้ง!!!

    ด้วยการโจมตีอย่างต่อเนื่องเมื่อครู่ทำให้เกราะเวทย์แตกออกเป็นเสี่ยงๆ จากสายฟ้าเส้นสุดท้ายที่พุ่งลงมา แต่ยังไม่ทันที่มิคาเอลจะหายจากการเหวอที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเกราะเวทย์ของตนที่ใช้พลังสูงสุดสร้างขึ้นมาจะแตกได้แค่การโจมตีเดียว หมัดที่ถูกหุ้มด้วยพลังสายฟ้าก็พุ่งเข้ามาและอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แม้คิดจะหลบก็คงสายไป แต่ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ ชายชราเกร็งพลังไว้ที่มือให้มากที่สุดในช่วงวินาทีนั้นและสร้างเกราะสีดำไว้ที่มืออย่างรวดเร็วเพื่อรับการโจมตีโดยตรง

    “เปรี้ยงงงงง!!!”

    การปะทะกันเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เสียงระเบิดของการปะทะอย่างเดียว แต่มีเสียงกระดูกหักปนออกมาด้วย ชายชราถูกส่งลงไปกระแทกพื้นด้วยแรงหมัดอันหนักหน่วงของแกรนด์อีกครั้ง มันตะเกียกตะกายขึ้นมาและมีเสียงโอดครวญออกมาจากลำคอ แม้เสียงนั้นจะไม่ดังมากเพราะเจ้าตัวกัดฟันแน่นเพื่อมิให้ส่งเสียงร้องน่าสมเพชแบบนั้นออกมาให้ศัตรูได้ยิน แต่ความเจ็บปวดทั้งหมดในตอนนี้ก็แสดงออกมาทางสีหน้าทั้งหมด แขนที่เหลือเพียงแค่ข้างเดียวของมิคาเอลในตอนนี้กระดูกหักแตกหักเป็นสี่ส่วนและบิดงอผิดรูป

    “แวมไพร์รีเวิร์ส”

    มิคาเอลใช้ทักษะฟื้นฟูร่างกายแปลกประหลาดเหมือนครั้งที่แล้วเพื่อรักษาแขนที่บิดงอให้กลับมาเข้ารูปเหมือนเดิม ในแววตาของชายชราฉายแววของความตื่นตะลึงอย่างที่สุด เป็นไปได้อย่างไรกัน? ผ่านไปแค่ไม่นานมันเพิ่มพลังขึ้นมามากขนาดนี้ได้ยังไงกัน แถมพลังที่ใช้ออกมายังอยู่ในระดับเดียวกับข้าอีกงั้นหรือ? ทักษะที่ใช้ออกมาก็มีสองสายผสมกัน นี่มันเหมือนกับถูกทั้งนักรบและผู้ใช้เวทย์ในระดับเดียวกันรุมกระทืบเลยนี่หว่า

    มิคาเอลเงยหน้ามองไปยังชายหนุ่มที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าไม่อยากจะยอมรับ ออร่าสายฟ้าของวอริเออร์ฟอร์ซยังคงที่ ไม่แปรปรวนแม้จะใช้พลังไปเป็นจำนวนมาก แกรนด์เอาดาบยาวของเขาออกมาและตวัดดาบใส่มิคาเอลที่ยืนอยู่พื้นจนต้องกระโดดหลบ คลื่นพลังสายฟ้าขีดเป็นเส้นออกจากคมดาบตัดผ่าพื้นหิมะไปเป็นเส้นตรงจนเห็นพื้นดินที่หิมะหนาทับถมไว้

    “แข็งแกร่ง! สุดยอดเลย! นี่แหละลูกพี่ของข้า! ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ”

    บ็อบมองไปที่แกรนด์ด้วยแววตาเปล่งประกายภาคภูมิใจ เขากำหมัดแน่นและตั้งปณิธานอย่างแรงกล้าขึ้นทันทีว่าจะต้องไล่ตามแกรนด์ให้ทันอีกครั้งให้ได้

    “ตาเฒ่านั่นมันไม่แค้นจนแทบกระอักเลือดตายไปเองแล้วหรอนั่น อุตส่าห์บุกมาถิ่นคนอื่นเพื่อแก้แค้นทั้งที ดันกลายมาเป็นกระสอบทรายซะได้”

    ครีทที่นั่งดูข้างๆ บ็อบพูดออกมาอย่างเย้ยหยัน ตาแก่นี่คงคาดผิดอย่างมหันต์ทั้งยังแส่มาหาเรื่องด้วยตัวเองซะอีก

    “มาแล้วก็เล่นให้มันนานๆ หน่อยสิ ตาแก่ หึหึ”

    แกรนด์ชี้ดาบลงมาเบื้องล่างพร้อมกับพูดยั่วมิคาเอลอีกครั้ง ชายชราเมื่อเห็นเด็กที่อายุห่างกันกว่าครึ่งร้อยปีถากถางแบบนี้ก็ยิ่งโกรธขึ้นมากกว่าเดิม นี่เป็นคำพูดของเขาที่เคยพูดไว้เมื่อครั้งที่อยู่ป่ามรณะ

    “ไอ้เด็กเปรต กล้าย้อนข้าหรอ”

    “เจ้ามีน้ำยาแค่นี้เองรึไง? หึ! น่าเบื่อชะมัด”

    แกรนด์คลายออร่าของวอริเออร์ฟอร์ซออกพร้อมกับลอยลงมายังบริเวณที่ทีมของเขายืนอยู่

    “พวกเรา ไปเล่นกับตาแก่นั่นหน่อยสิ มันอุตส่าห์ถ่อมาถึงนี่ทั้งที”

    พูดจบแกรนด์ก็นำเก้าอี้ออกมาจากแหวนมิติพร้อมกับนั่งไขว่ห้างและกระดิกนิ้วเท้าเล่นเหมือนกับต้องการดูอะไรสนุกๆ ต่อจากนี้

    “ต้องการแบบนั้นก็จัดให้ ไปกันเถอะพวกเรา”

    บ็อบเดินหักนิ้วกร็อบแกร็บออกมาจากจุดที่ยืนดูอยู่ เขาเป็นคนนำทีมออกต่อสู้ในรอบที่สองนี้ มิคาเอลกัดฟันกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนปรากฏขึ้นบนหน้าผาก เขากำลังโดนเด็กพวกนี้ดูถูกร้ายแรงที่สุดในชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย

    “หอกน้ำแข็ง”

    เอเลน่าเริ่มเปิดฉากโจมตีก่อน หนังสือเล่มใหญ่ของเธอโบกสะบัดมาที่หน้าเวทย์ในบทที่เธอต้องการจะใช้อย่างรวดเร็ว ในสภาวะหิมะตกและอากาศหนาวเย็นแบบนี้ เวทย์น้ำแข็งที่เธอใช้จะมีพลังเพิ่มมากขึ้น 50% ถึงกระนั้นหอกน้ำแข็งที่พุ่งเข้าไปก็ถูกมิคาเอลใช้เกราะสีดำกระแทกออกจนมันแตกกระจายไป

    “อิมแพคพิสทอลส์!”

    วูมมมมมม!!

    กระสุนคลื่นกระแทกพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ชายชราในอีกด้านหนึ่ง มิคาเอลใช้เกราะสีดำอันเดิมกระแทกมันออกเหมือนเมื่อครู่

    “ทักษะกระจอ..”

    พูดไม่ทันขาดคำกระสุนคลื่นกระแทกก็พุ่งเข้ามาถึงตัวและปะทะเข้าใส่โล่สีดำเข้าอย่างจังพร้อมกำระเบิดคลื่นพลังออก ส่งผลให้ชายชรากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แขนของเขามีอาการชาพร้อมกับสั่นสะท้านจากความรุนแรงของกระสุนเหล็กที่ถูกขว้างใส่ในระยะเผาขนเมื่อครู่ แม้ความรุนแรงมันจะเทียบไม่ได้กับหมัดของแกรนด์ แต่ถ้าโดนกระสุนเหล็กนี่เข้าจังๆ ล่ะก็แย่แน่ ไม่ใช่มันจะทำลายแค่ร่างกายให้บาดเจ็บกระดูกหัก คลื่นพลังที่ระเบิดออกหลังจากโดนเป้าหมายมันสามารถทำลายอวัยวะภายในได้ด้วย!

    “ระวังหลังด้วยนะลุง”

    ครีทยิงกระสุนระเบิดจากปลอกแขนกลใส่ชายชราของอีกมุมหนึ่ง กระสุนระเบิดเล็กแหลมขนาดเท่าหัวแม่มือพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง มิคาเอลใช้โล่สีดำป้องกันด้านหน้าเอาไว้

    ตูมมมมมม!!!!

    แรงระเบิดด้านหน้าส่งผลให้เกิดควันคลุ้งไปทั่ว และตอนนี้เอง ที่ด้านหลังของชายชราเปิดโล่ง ไคลน์กับเวนไฮร์ที่รอโอกาสนี้อยู่แล้วพุ่งเข้ามาพร้อมๆ กัน ไคลน์กำดาบแน่นพร้อมกับฟันออกไปด้วยความเร็วสูงร่วมร้อยครั้งในไม่กี่วินาที ส่วนเวนไฮร์ที่รวบรวมเวทย์ไฟไว้ที่มือรออยู่แล้ว เมื่อการฟันครั้งสุดท้ายสิ้นสุด รังสีดาบก่อรวมกันเป็นพายุหมุนด้วยความเร็วสูงเคลื่อนตัวไปข้างหน้า บอลไฟสีแดงเข้มถูกขว้างเข้าไปกลางพายุดาบนั้น พายุที่หมุนเร็วและแรงยิ่งเร่งให้ไฟร้อนแรงและโหมพัดใหญ่ขึ้นไปอีก หิมะบนพื้นและอากาศในบริเวณรอบๆ จากหนาวเย็นกลายเป็นร้อนระอุชั่วพริบตา

    “เวทย์ประสาน : คมวายุเพลิงนรก!”

    อ้ากกกกกกกกก!!!!

    เสียงร้องโหยหวนของมิคาเอลดังขึ้นหลังจากที่โดนโจมตีเข้าข้างหลังเต็มๆ ในตอนนี้ที่หน้าผากของแกรนด์ปรากฏเหงื่อขึ้นหลายเม็ด ถ้าสังเกตดีๆ ลมหายใจของเขาถี่มากในตอนที่นั่งลงในที่นั่งลง ในตอนแรกเขาพยายามยั่วยุมิคาเอลที่บุกเข้ามาและกำลังจะโจมตีทันทีก็เพื่อถ่วงเวลารวบรวมพลังเอาไว้ เลยจำเป็นที่จะต้องยั่วให้มันยอมคุยด้วยสักพัก การจะเปิดใช้วอริเออร์ฟอร์ซนั้นจำต้องใช้พลังมหาศาล โดยปกติแล้วถ้าเปิดใช้วอริเออร์ฟอร์ซ ความสามารถทุกอย่างจะเพิ่มขึ้น 300% ในช่วงเวลาขณะหนึ่ง แต่ของแกรนด์นั้นมันเพิ่มขึ้นถึง 500% แม้จะเพิ่งเลื่อนคลาสมาและพลังเพิ่มขึ้นมากเขาก็รู้ตัวดีว่ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกับมิคาเอล ดังนั้นในตอนแรกจึงต้องถ่วงเวลาเพื่อรวบรวมพลังในการเปิดวอริเออร์ฟอร์ซจนทำให้มิคาเอลกลายเป็นกระสอบทรายมนุษย์ไปเลย แต่กระนั้นพลังป้องกันแล้วการฟื้นตัวของมันก็ไม่ธรรมดา ที่ต้องมานั่งตรงนี้ไม่ใช่เพราะเบื่อที่จะเล่นกับตาแก่นั่น แต่เป็นเพราะวอริเออร์ฟอร์ซที่เขาใช้มันหมดเวลาแล้วต่างหาก ในการเปิดใช้ครั้งแรกแกรนด์สามารถรั้งพลังไว้ได้เต็มที่นานสุดแค่นั้น ถึงแม้จะฝึกเพิ่มพลังกักเก็บมาแล้วก็ตามทีแต่เหมือนว่าแค่มันนี้ยังไม่พอ ตอนนี้เขาลงมานั่งปั้นหน้ายิ้มเยาะเย้ยเพียงเพื่อกดดันมิคาเอลและไม่ให้เพื่อนร่วมทีมต้องเสียกำลังใจที่จะสู้เท่านั้น และอีกอย่างก็คือ ตอนนี้แกรนด์กำลังฟื้นฟูพลังไปด้วย

    “รั้งมันไว้ให้สักพักเถอะทุกคน ขอแค่ 5 นาทีเท่านั้น”

    แกรนด์พึมพำเบาๆ กับตัวเองเบาๆ

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน