บทที่ ห้าสิบเก้า
ที่นี่คือเมืองคุนเหิงลู่อิงหมิงจำได้เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิม นางไม่คิดว่าสถานที่ที่สวีจ้าวหรงจะพามาคือแห่งนี้เวลาหมุนผ่านไปหลายปีแต่ที่นี่ไม่เปลี่ยนไปสักนิด
ชายหนุ่มปล่อยเอวที่โอบไว้เพราะพานางเหาะมาที่นี่สองร่างชายหญิงเดินเคียงกันมุ่งหน้าไปหมู่บ้านแห่งหนึ่งนอกตัวเมืองคุนเหิงลู่อิงหมิงรับรู้ได้ทันทีว่าคือที่ใด แต่ว่านางกลับต้องแสร้งเป็นไม่รู้
“เราจะไปที่ไหนกัน?”
“เจ้าไม่คุ้นแม้สักนิดหรือ?”
“ไม่ ข้าจะคุ้นได้อย่างไร ข้าไม่เคยไปไหนเลยนอกจากเสวียหยาง”
“ช่างเถอะ”
เดินอีกเพียงไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านเล็กใกล้เชิงเขานอกเมืองคุนเหิงร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาเดินนำนางไป จนผ่านบ้านหลังหนึ่งที่เป็นที่คนในความทรงจำอาศัยอยู่อย่างป้าตู้และเด็กสาวตัวน้อยมู่เอ๋อนางอดไม่ได้ที่จะแอบมองเข้าไปว่าพวกเขาอยู่บ้านหรือไม่
“ไม่ลองเคาะดูล่ะ” อยู่ๆสวีจ้าวหรงก็เอ่ยขึ้นหลังนางเหลือบตามองเพียงชั่วครู่แต่หญิงสาวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้ยินก็แกล้งไม่ได้ยินชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปแล้วเคาะประตูบานนอกสุด ไม่นานก็มีคนเดินออกมาจากในบ้าน
เด็กน้อยในวันวานโตขึ้นมากถึงจะเตรียมเข้าวัยสาวแล้วลู่อิงหมิงก็ยังจำได้ดีนางยังสดใสเฉกเช่นเดิมตู้มู่เอ๋อนั้นเองอีกไม่นานคงเข้าพิธีปักปิ่นได้แล้ว
“พี่ชายเติ้งหยุน!” ทันทีที่เห็นว่าผู้มาใหม่เป็นใครนางก็วิ่งไม่ระวังกิริยาใดๆตรงเข้ามาหาร่างสูง จนทุกวันนี้นางก็ยังเรียกท่านจอมมารว่าพี่ชายเติ้งหยุนสำหรับลู่อิงหมิงจะว่าเหตุการณ์เก่าๆ จะผ่านไปนานก็นานจะว่าสั้นก็สั้นนางอดอมยิ้มให้คำเรียกขานของมู่เอ๋อไม่ได้
ร่างบางของหญิงสาวตัวน้อยวิ่งมาหยุดที่หน้าชายหนุ่มพอมาใกล้ก็ถึงเห็นว่าเบื้องหลังของเขามีผู้ติดตามมาด้วย “พี่สาวลู่!”ครั้งนี้นางตกใจกว่าเดิม รีบวิ่งเบี่ยงตัวหลบผู้เป็นจอมมารมาหาหญิงสาวอีกคนมู่เอ๋อตรงเข้ามากอดนางเสียแน่น “ที่สาวลู่กลับมาแล้ว ฮืออออ”แล้วเด็กน้อยคนเดิมก็เริ่มร้องไห้
“เออ..เจ้า” ลู่อิงหมิงไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ตามน้ำไปนางลูบศีรษะของตู้มู่เอ๋อขณะที่นางร้องไห้ซบไหล่น้ำตาไหลนอง
“พี่ชายเติ้งหยุนไม่โกหกจริงๆ ด้วย ว่าจะพาท่านกลับมาสักวัน ฮือข้าดีใจจัง” ในที่สุดลู่อิงหมิงก็ถูกปล่อยตัว คำพูดของตู้มู่เอ๋อเอ่ยออกมาเช่นนี้แสดงว่าสวีจ้าวหรงไม่ได้มาที่นี่ครั้งนี้ครั้งแรกหลังจากที่เดินทางไปพร้อมลู่อิงหมิงวันนั้นตลอดหลายปีนี่สวีจ้าวหรงทำอะไรไปบ้าง ที่แน่ๆคือเขายังวนเวียนอยู่กับเรื่องเก่าของผู้เป็นเซียนชายขอบอย่างคนจมกับอดีตไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ปล่อยต่อให้เป็นก้านหนามที่ทิ่มแทงให้เจ็บปวด
ตู้มู่เอ๋อดึงให้หญิงสาวเดินตามเข้ามาในบ้านลู่อิงหมิงทำอะไรไม่ได้ก็ชายหนุ่มดูเห็นดีเห็นงามด้วยขนาดนี้“ท่านป้าดูสิพี่ชายเติ้งหยุนพาใครมา”นางเอ่ยร้องเรียกเสียลั่นบ้านไม่นานหญิงมีอายุก็ก้าวตามออกมายังไม่ได้ทันได้ดุหลานที่ส่งเสียงเอะอะก็ชะงักไป
“แม่นางลู่!” ป้าตู้รีบเดินเข้ามาหาหญิงสาวรั้งมือเรียวของนางเอาขึ้นไปจับ“ท่านมาได้อย่างไร”
ไม่ว่าใครๆก็รู้กันหมดแล้วว่าเซียนลู่อิงหมิงสิ้นชีพเพราะถูกประหารจากบันทึกตำนานลู่อิงหมิงที่โด่งดังพอมาเจอเช่นนี้ก็อดตกใจไม่ได้
“พี่ชายเติ้งหยุนท่านปลุกชีพคนตายได้หรือ?” นอกจากจะรู้ว่าลู่อิงหมิงเป็นเซียนแล้วก็คือต้องรู้ด้วยว่าชายหนุ่มในอาภรณ์ดำสนิทนี้เป็นจอมมารหากไม่ได้รู้จักกันมาก่อนหน้านี้คงเกรงว่าจะไม่มีใครกล้าพูดคุยกับสวีจ้าวหรงเช่นนี้
“เปล่า..ข้าไม่ได้คืนชีพให้ใคร”
“แล้วพี่สาวลู่กลับมาได้อย่างไร?”
“ถามนางดู” อ้าวท่านจอมมาร ทำไมผลักภาระให้นางเช่นนี้ถ้าบอกว่าไม่ใช่เซียนลู่อิงหมิงก็ไม่เท่ากับทำร้ายจิตใจคนที่กำลังน้ำตาไหลอาบแก้มเพราะคิดว่าคนรู้จักตายแล้วฟื้นหรือแต่ถ้านางรับสมอ้างว่ากลับมาแล้วก็ต้องเล่าเรื่องให้ฟังก็เท่ากับยอมรับว่าเป็นเซียนลู่อิงหมิงสิ
จอมมารตนนี้นับวันยิ่งร้ายใหญ่ถ้านี่ไม่ใช่การยัดเยียดให้นางกลายเป็นเซียนลู่อิงหมิงก็คือเขาหาวิธีบีบบังคับให้นางเผยตัวตนทุกวิถีทาง
ได้!นางอ่านนิยายมาไม่น้อย เดี๋ยวจะแต่งให้เรื่องหนึ่งแล้วกันรอฟังได้เลยสวีจ้าวหรง
“ข้าไม่ใช่ท่านเซียนคนที่พวกท่านรอกันหรอก ข้าเป็นเพียงภาชนะที่ท่านจอมมารสร้างขึ้นข้าอยู่ระหว่างถูกยัดเยียดความทรงจำของท่านเซียนเท่านั้น”แค่นางเอ่ยจบทั้งสามคนก็มีท่าทางงุนงงตกใจต่างกันไปตอนนี้ลู่อิงหมิงอยากจะหัวร่อให้ตัวงอแม้จอมมารจะขมวดคิ้วกับสิ่งที่ได้ยินเล็กน้อยจนอยากยกนิ้วขึ้นนวดขยับส่วนเด็กสาวนั้นนอกจากจะตาเบิกโตยังอ้าปากค้างหากกว้างอีกหน่อยคงขากรรไกรเคล็ด
“มู่เอ๋อระวังกิริยาหน่อย”
“ก็..ข้าไม่เข้าใจนี่ ท่านป้าเข้าใจสิ่งที่พี่สาวลู่พูดหรือ”
ให้คาดเดาท่านป้าตู้ก็คงไม่เข้าใจเช่นกันแต่นางอายุมากแล้วจึงไม่ได้มีท่าทางเปิดเผยอย่างหลานสาว นางจึงเปลี่ยนเรื่องไปเสียเลย“แล้วมากันนานหรือยัง จะกลับไปที่บ้านกันไหม”
“บ้าน?”
“บ้านของยายเวยไป๋ฉุนยังไงเจ้าคะ”ตู้มู่เอ๋อยังคงเกาะแขนของลู่อิงหมิงไม่ห่าง “ข้าไปส่งพวกท่านดีหรือไม่”เด็กสาวพูดไม่หยุดนอกจากจะไม่สนคำตอบของทั้งสองผู้มาเยือนหันไปเอ่ยกับหญิงสูงวัยเสร็จสรรพ “ข้าไปก่อนนะท่านป้า”
เด็กสาวดึงลู่อิงหมิงเข้าบ้านมาไม่เท่าไรตอนนี้ก็ดึงพานางออกไปจนป้าตู้ถึงกับส่ายหน้าถอนหายใจ“จะปักปิ่นอยู่แล้วยังไม่สำรวม”
“ถึงแล้วๆ” ตู้มู่เอ๋อพาทั้งสองมาถึงหน้าบ้านที่เคยเป็นของยายเวยทางเดินยังถูกดูแลอย่างดี ไม่มีต้นหญ้าขึ้นบังทางสักต้นมองจากหน้าบ้านไม่ได้ดูทรุดอย่างแต่ก่อนทั้งยังดูดีขึ้นมากแต่คงลักษณะเดิมไว้ทุกอย่าง รั้วที่เคยมีไม้ผุๆก็เปลี่ยนใหม่มีต้นไม้ขึ้นแซมงดงาม
ไม่ว่าจะดูดียังไงลู่อิงหมิงก็ชะงักเท้าไม่ยอมเดินเข้าไปเสียที“มีอะไรหรือเจ้าคะ?”เด็กสาวหันมาเอ่ยถามตอนเห็นคนที่นางเกาะแขนมีท่าทางแปลกไป
“เปล่าๆ” นางพยายามปกปิดสีหน้าโศกเศร้ายอมเดินตามเข้าไปแต่พอประตูหน้าบ้านเปิดออกจนเห็นด้านในลู่อิงหมิงก็ก้าวต่อไม่ไหวที่กลางบ้านนั้นตู้เก็บของ เตาไฟ ฟูกนอนที่พับเก็บอย่างดียิ่งรถเข็นที่นางทำให้ยายเวยทุกอย่างถูกดูแลอย่างดี นางก็ก้าวต่อไม่ไหว
“พี่สาวลู่ๆ” ตู้มู่เอ๋อเรียกนางซ้ำๆ พร้อมเขย่าแขนจนชายหนุ่มยังเข้ามาเขาโบกมือบอกให้เด็กสาวถอยออกไป
“เจ้ากลับไปได้แล้ว” เขาเอ่ยนิ่งๆแต่พอตู้มู่เอ๋อได้ยินก็พยักหน้ารับเดินจากไปทันทีก็เสียงของพี่ชายคนโปรดของนางจริงจังขนาดนั้นใครจะกล้าขัดยังไงก็เป็นจอมมารนะอย่าเสี่ยงจะดีกว่า
หลังตู้มู่เอ๋อจากไปก็เหลือเพียงชายหนุ่มหญิงสาวสวีจ้าวหรงเข้ามาโอบไหล่บางของนางดึงเข้ามากอดเป็นการแสดงของใส่ใจที่เขาไม่เคยมีให้ใคร“ไม่อยากเข้าไปก็ช่างเถอะ” ร่างสูงพานางเดินถอยออกจากบ้านหลังเล็ก
“ข้า..” ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรที่จะใช้อ้างว่าทำไมถึงไม่เข้าไป
“ไม่เป็นไร อยากไปหลังบ้านหรือไม่?” ที่หลังบ้านมีป้ายหลุมศพของยายเวยอยู่นางอยากไปเคารพศพท่านยายจึงพยักหน้าตอบ
สวีจ้าวหรงกับนางมาถึงสวนหลังบ้านสวนถูกจัดอย่างเรียบๆ ทำให้ที่นี่ดูเงียบสงบแต่ไม่ได้รกร้างวังเวงแต่อย่างใด ไหนๆหลังจากนี้คงไม่มีเหตุผลจะแก้ตัวว่านางไม่ใช่เซียนลู่อิงหมิงได้อีกแล้วหญิงสาวจึงทรุดตัวลงคำนับป้ายหลุมที่สะอาดสะอ้าน ที่นี่คงมีคนมาดูแลเป็นประจำมีใบไม้เพียงไม่กี่ใบที่เกะกะอยู่นางจึงหยิบมันออกได้ในครั้งเดียว
ลู่อิงหมิงลุกขึ้นยืนปัดเศษฝุ่นที่ชายเสื้อคลุม“กลับเข้าเมืองกันดีไหม” นางหันมาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม
“ได้”
ก่อนจากไปก็ไม่ลืมแวะไปบ้านป้าตู้เสียก่อนแต่ทั้งสองกลับถูกรั้งไว้ให้อยู่ถึงช่วงค่ำรอเจอลุงตู้และอยู่ทานข้าวกว่าจะได้ออกจากหมู่บ้านเชิงเขาก็มืดเสียแล้ว
ท่ามกลางความมืดมิดเส้นทางเดินสู่หมู่บ้านคุนเหิงหญิงสาวเดินตามร่างสูงแม้เบื้องหลังก็ยังดูสูงส่งสง่างามนางทอดมองเขาในใจก็คิดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะแก้ไขเรื่องทั้งหมดได้
ขณะนั้นอยู่ๆก็มีผู้มาใหม่ปรากฏกายเบื้องหน้าทั้งสอง คนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเฉินหยวนเขานอบกายลงทำความเคารพผู้เป็นนายคงมีเรื่องจะรายงานนางก็รู้ตัวว่าตนเองไม่ควรจะอยู่ฟังจึงจะหลบฉากออก
“ไม่ต้อง”แต่สวีจ้าวหรงกลับยึดข้อมือของลู่อิงหมิงไว้ไม่ยอมให้นางหลุดจากสายตา “ว่ามา”เขาเอ่ยสั่ง
“ขอรับ” เฉินหยวนพยักหน้า “พวกกบฏ ถูกจับกุมได้ทั้งหมดหากแต่หยางเหว่ยอี้หายตัวไป ข้าส่งกำลังติดตามออกไปแล้วคิดว่าอีกไม่นานคงจับตัวได้”
“อืม” สำหรับจอมมารแล้วไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องหยางเหว่ยอี้มากพวกนั้นล้วนไม่อยู่ในสายตา แต่ก็ไม่มีคิดว่าจะแอบหลบหนีไปได้อีกเฉินหยวนที่รายงานจบแล้วก็นิ่งไปทำหน้าเหมือนมีเรื่องจะพูดอีกแต่ก็ไม่เอ่ยออกมาเสียที“มีอะไรอีก จะพูดอะไรก็พูด”
“เรื่องเกี่ยวกับท่านเซียน”แค่คำว่าท่านเซียนนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องคือเซียนลู่อิงหมิงนางจึงสนใจขึ้นมาอีกเล็กน้อยเพราะเกี่ยวกับตัวเองแต่ยังรักษาท่าทีทำเป็นไม่ใส่ใจ
“มีอะไร?” สวีจ้าวหรงเอียงตัวเหลือบมองหญิงสาวข้างหลังไม่คิดว่าเรื่องที่เฉินหยวนจะกล่าวถึงจะเกี่ยวกับลู่อิงหมิง
“ร่างของท่านเซียนหายไป”
สวีจ้าวหรงนิ่งเงียบไม่ขยับไม่เอ่ยอะไรลู่อิงหมิงจึงไม่รู้ว่าสิ่งใดที่อีกฝ่ายกำลังคิดอยู่ในใจทั้งนางอยู่ด้านหลังของเขาจึงไม่เห็นสีหน้าหรือสายตาใดๆถึงร่างที่หายไปจะเป็นร่างตัวเองแต่นางอาจจะไม่ได้นึกอยากสนใจมากกว่าคนที่พาร่างไร้วิญญาณนั้นกลับมาจากสวรรค์ก็ได้สำหรับสวีจ้าวหรงเขาพยายามรักษาเอาไว้เต็มความสามารถตลอดผ่านมาหลายปีไม่แม้แต่จะแปรสภาพสักนิด
“ข้าสืบหาแล้วแต่ไม่มีข่าวใดๆ ผู้นั้นมีความสามารถปกปิดตัวตนที่สูงมาก”
ฟังเฉินหยวนพูดแล้วลู่อิงหมิงก็คิดได้อยู่คนเดียว‘เจียงเถียนหนิว’นางเป็นคนที่มีเป้าหมายนำร่างเซียนลู่อิงหมิงหนีไปจากสวีจ้าวหรงถึงกับบุกเข้าภพปีศาจหลายต่อหลายครั้งไม่รู้ว่านางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไหมยังไม่ทันได้ถามว่าเถียนหนิวมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ขุนพลเฉินก็พูดถึงพอดิบพอดี“ส่วนแม่นางเจียงหลังจากครั้งสุดท้ายนั้น ข้านำนางไปส่งที่ตระกูลเจียงบิดาของนางก็จัดงานสมรสให้ตอนนี้นางแต่งเข้าตระกูลชนชั้นสูงในเมืองไปแล้วจึงคิดว่าไม่ใช่แม่นางเจียง”
เจียงเถียนหนิวแต่งงานแล้วหรือนี่ผ่านไปไม่เท่าไรหญิงสาวที่ควรจะได้เข้าตำหนักในของสวีจ้าวหรงก็แต่งงานกันหมดคนที่ไม่ได้แต่งงานก็ไม่มีวี่แววจะได้เข้าตำหนักในเสียด้วย
“ข้ารู้แล้ว ไว้ข้ากลับไปจัดการเอง เจ้าตามหยางเหว่ยอี้ก็พอ”
“ขอรับ” เฉินหยวนคำนับแล้วจากไป เขาหายไปในความมืดเช่นตอนที่มา
เมื่อกลับมาอยู่กันสองคนอีกครั้งสวีจ้าวหรงก็เดินมุ่งหน้าเข้าเมืองคุนเหิงต่อความนิ่งของเขาทำให้ลู่อิงหมิงสงสัยเขาเป็นคนยึดติดเสียขนาดนั้นจะถล่มแดนสวรรค์แก้แค้นให้ลู่อิงหมิงที่โดนโทษประหารตัดชายขอบสวรรค์ที่เคยอยู่ด้วยกันมาไว้ที่ภพปีศาจถึงขนาดดูแลบ้านทรุดโทรมของยายเวยแต่พอรู้ว่าร่างของเซียนลู่อิงหมิงหายไปกลับนิ่งเสียขนาดนี้
“ท่านจะไม่กลับภพปีศาจหรือ?”
“เจ้าอยากกลับ? ข้านึกว่าเจ้าอยากออกเดินทาง”
“ข้าหมายถึงถ้าท่านอยากกลับ”
“ข้าอยากอยู่กับเจ้า” ร่างสูงเอ่ยจบก็เงยมองขึ้นฟ้าที่เหมือนผืนผ้าสีดำมีดวงจันทร์ที่กำลังเว้าเป็นเสี้ยวเป็นรูปตกแต่งแสงดาวไม่ค่อยแจ่มชัดเพราะมีเมฆบดบัง “เจ้าอยากไปไหนจากนี้ข้าจะพาไปทุกที่”
นางเข้าใจแล้วสำหรับสวีจ้าวหรงอะไรก็ไม่สำคัญอีก เขาไม่อยากทำลายแดนสวรรค์ไม่แม้แต่สนใจพวกก่อกบฏ ไม่ได้คิดครองสามโลกถึงแม้ร่างเก่าของลู่อิงหมิงหายไปก็ยังไม่สำคัญ เขาอยู่กับปัจจุบันปัจจุบันที่ยึดติดกับนางเช่นเดิมเพราะนางที่เป็นปีศาจจิ้งจอกตนนี้คือปัจจุบันลู่อิงหมิงตระหนักทันทีไม่ว่าอย่างไร ‘นางไม่มีทางหนีไปจากเขาได้’
“เรื่องของข้าเอาไว้ทีหลัง เรากลับกันก่อนก็ได้” ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเองแต่เป็นเรื่องพวกกบฏ ด้วย ให้เฉินหยวนจัดการคนเดียวคงไม่ดี จะทำอย่างไรกับเชลยหยางเหว่ยอี้ที่หายตัวก็มีเบื้องหลัง ให้สวีจ้าวหรงกลับไปดูเองคงจะดีกว่า
พออีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าลงมาจากที่มองท้องนภาเขาสบสายตากับคนข้างตัวแล้วยกยิ้มให้นาง “เรา..กลับกัน”
หลังจากได้กลับมาลู่อิงหมิงก็เข้ามาอยู่ที่ตำหนักใหญ่แห่งเดิมที่เคยอยู่ครั้งนี้หญิงสาวไม่ได้ถูกจำกัดพื้นที่ หลังจากสวีจ้าวหรงหายไปนางก็ออกจากตำหนักตอนนี้นางจะเดินไปไหนก็ได้พอเดินออกมาไม่เท่าไรก็เจอทางเข้าพื้นที่เดิมที่เคยอาศัย ‘สวนสระที่คุ้นเคย’
“เริ่มคิดถึงหวงอวิ๋นแล้วสิ”หญิงสาวก้าวเข้าไปนั่งพักผ่อนในกระท่อมหลังเล็ก ไม่เจ้ารู้เจ้านกเย่ยิงแสนรู้ตัวนั้นเป็นอย่างไรบ้างนางฝากหวงอวิ๋นไว้กับฉินอันตอนนี้ไม่ได้ข่าวของฉินอันเสียด้วยไม่รู้จะไปตามหาจากไหน
ด้านสวีจ้าวหรงที่เลิกคิดเรื่องขยายอำนาจยึดครองสามภพแล้วแต่พอกลับมาก็ถูกดึงเข้ามาให้ต้องสนใจอยู่ดี
“กู่อันหลี่ตามไปถึงชายเมืองซ่งโจวแล้วคลาดหยางเหว่ยอี้ที่นั่น”บทสนทนาที่กล่าวรายงานถึงการไล่ล่าหยางเหว่ยอี้ระหว่างผู้นำปีศาจแต่ละเผ่า
“ข้าบอกแล้วว่ากู่อันหลี่ไม่เหมาะสม แต่เจ้าก็ยืนยันจะให้ส่งเขาไป”
“เช่นนั้นทำไมเจ้าไม่ไปเอง”
ผู้เป็นจอมมารเท้าคางฟังปีศาจสาวสองตนเอ่ยประชันกันนางมารชุดแดงไม่พอใจที่ผู้นำปีศาจแมงป่องอย่างหลิงฉีหรานยืนยันให้กู่อันหลี่เผ่าคางคกเป็นคนไล่ล่าผู้ก่อการกบฏ
“พอแล้ว” สวีจ้าวหรงเอ่ยอย่างตัดรำคาญเขาเบื่อหน่ายการทะเลาะกันของทั้งสองปีศาจสาว“ถ้าเจ้าไม่พอใจนักก็ออกไปตามเองจินอวี้หยู เพราะพูดไปตอนนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ส่วนเจ้าหลิงฉีหราน เจ้าก็รู้ว่ากู่อันหลี่ชำนาญตั้งรับไม่ใช่ไล่ล่า”
“ข้าผิดไปแล้ว”
“ท่านจอมมารโปรดลงโทษข้า” หญิงสาวทั้งสองคุกเข่าลงแล้วเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน
“ออกไป แล้วไม่ต้องมากวนใจข้าอีก” ผู้เป็นนายไม่ได้อยากจะเอาโทษส่วนหนึ่งเพราะตอนนั้นเขามุ่งแต่จะตามหาลู่อิงหมิง เลยไม่ได้อยู่สั่งการ
“แต่..อีกเรื่อง” เป็นหลิงฉีหรานที่เอ่ยขัดนางยังไม่ยอมจากไปจินอวี้หยูก็ไม่ไป “ตอนนี้ไม่มีปีศาจจิ้งจอกแล้วนายท่านจะใช้วิธีใดทำลายแดนสวรรค์”เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากเฉินหยวนว่าปีศาจจิ้งจอกยังมีชีวิตอยู่ตอนอิงหมิงถูกจับใส่ผอบทุกคนล้วนเห็นกันหมดเลยคิดว่าจิ้งจอกตัวนั้นตายไปแล้ว
“เรื่องนั้นเพราะข้าทำให้เกิดเรื่อง” จินอวี้หยูรู้ตัวเพราะนางมุทะลุทำให้พวกสวรรค์พบตัวปีศาจจิ้งจอก นางจึงเอ่ยขึ้นมาก่อน
“เรื่องนั้นข้าจะคิดทีหลัง”สวีจ้าวหรงหันไปบอกหลิงฉีหรานที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด จากนั้นถึงกล่าวต่อกับจินอวี้หยูที่ก่อเรื่อง“จากนี้เจ้าไปสำนึกอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกจนกว่าข้าจะอนุญาต ออกไปได้แล้ว”
หญิงสาวทั้งสองเดินออกมาจากตำหนักใหญ่พร้อมกันคนหนึ่งมีสีหน้าอมทุกข์ส่วนอีกคนอมยิ้มที่อริถูกลงโทษ
“ทีหลังมีสติบ้างจินอวี้หยู เจ้าทำแผนการนายท่านยุ่งเหยิง”
“ฮึ ทำเป็นพูดดีเจ้ายืมมือข้าฆ่าคนรู้อยู่แล้วสินะว่ายังไงข้าก็ไม่ปล่อยนางจิ้งจอก เจ้าก็ไม่ดีไปกว่าข้านักหรอก”หญิงชุดแดงชี้หน้าใส่อีกคนอย่างไม่พอใจนางรู้นางเป็นคนมุทะลุแต่นี่เป็นนางลงมือคนเดียวแต่หลิงฉีหรานกลับได้ประโยชน์ส่วนนางถูกลงโทษ
แต่กลับผู้นำแมงป่องไม่มีท่าทีหวั่นไหวนางเชิดหน้ามองจินอวี้หยูอย่างเหิมเกริม “ข้าไม่เหมือนเจ้าจินอวี้หยูจนป่านนี้ยังไม่รู้อีกหรือ” นางเดินเบี่ยงตัวออกมาหันหลังอีกคน“เจ้าทำเพราะความรักและอิจฉาริษยาอารมณ์เป็นที่ตั้งส่วนข้าทำเพื่อให้นายท่านอย่างแท้จริง”