หานเซินเองก็มองออกว่าหยางม่านลี่ไม่ค่อยชอบหน้าเขาจึงไม่อยากถามอะไรมากเพราะกลัวจะกลายเป็นหาเรื่องใส่ตัว แต่ในขณะที่เขากำลังลุกจะออกจากห้องทำงานนั้น หยางม่านลี่ก็กดรับสายจากอุปกรณ์สื่อสาร และภาพฮอโลแกรมของฉินเซวียนก็ปรากฏขึ้น
“ม่านลี่ มาหาฉันที่ห้องทำงานหน่อย” ฉินเซวียนบอกก่อนจะมองเห็นหานเซินที่อยู่ไม่ไกล จึงพูดเสริม “พาเขามาด้วย”
หานเซินตามหยางม่านลี่ไปยังห้องทำงานของฉินเซวียน เมื่อมาถึงก็เห็นหัวหน้าสถานีสาวกำลังดูคลิปวิดีโอบางอย่างจากเครือข่ายสกายเน็ตอยู่
“ม่านลี่ เธอมาดูวิดีโอนี่สิ” ฉินเซวียนกดเล่นคลิปอีกครั้ง
หานเซินเองก็พลอยได้ดูไปด้วย ทันทีที่เห็นภาพชัด ๆ เขาก็สบถในใจอย่างอดไม่ได้ ‘เวร! นี่มันคลิปตอนเราทดสอบร่างกายในศูนย์ทดสอบนี่หว่า ใครมันว่างจัดขนาดยอมเสีย'ตางค์อัดคลิปเราไว้วะ? แย่ละสิ! ถ้าตัวตนของเหรียญทองถูกเปิดเผย มีหวังซวยของแท้แน่!’
ด้วยความที่ภายในศูนย์ทดสอบสมรรถภาพมีห้องทดสอบจำนวนมาก และการดูการทดสอบของผู้อื่นต้องจ่ายเงินไม่น้อย หานเซินจึงคิดว่าไม่น่าจะมีใครสนใจเขาซึ่งเป็นแค่คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่มาใช้งานห้องทดสอบ แต่ตอนนี้พอได้เห็นคลิปวิดีโอของตัวเอง ใบหน้าของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนสีอย่างชัดเจน
หากตัวจริงของเหรียญทองถูกเปิดเผยและโอรสสวรรค์รู้ว่าเหรียญทองคือเขา แน่นอนว่าต้องเกิดปัญหาใหญ่แบบสุด ๆ ตามมา ไม่ว่าอย่างไร อิทธิพลของสตาร์ยูนิเวิร์สกรุปในสหพันธ์ดวงดาวก็หนักหนาเกินกว่าที่หานเซินจะรับมือได้
“เหรียญทองเหรอ? รู้แล้วเหรอว่าตัวจริงของเขาคือใคร?” หยางม่านลี่ถามอย่างสนใจขณะมองดูร่างสีทองแสนแข็งแกร่งในคลิป
“ยังไม่รู้หรอก คนที่ขออัดคลิปบันทึกได้เฉพาะตอนที่เขาทดสอบในด่านจักรกลต่อสู้แค่นั้น และทั้งคลิปเขาก็ใส่เกราะวิญญาณอสูรตลอด ดูไม่ออกหรอกว่าเป็นใคร หน้าตาแบบไหน” คำพูดของฉินเซวียนทำให้หานเซินลอบถอนหายใจโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก เขายังแอบปาดเหงื่อเย็น ๆ ที่ผุดบนหน้าผากวูบหนึ่งด้วย
‘ครั้งนี้โชคดีไป แต่คราวหน้าอาจไม่รอดง่าย ๆ สงสัยต้องระวังทุกฝีก้าวแล้ว’ หานเซินคิดในใจ
“อืม แข็งแกร่งจริง ๆ” หยางม่านลี่ให้ความเห็นหลังดูคลิปจบ
“เมื่อกี้โอรสสวรรค์เอาวิดีโอนี้ให้ฉันดู เกราะทองคำนี่ต้องเป็นวิญญาณอสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ไม่ผิดแน่ แล้วดูจากคลิป เขาแข็งแกร่งเกินคนทั่วไปมาก แสดงว่าต้องฝึกวิชาโคเจเนติกระดับสูงมาด้วย มีทั้งเกราะเลือดศักดิ์สิทธิ์ มีทั้งวิชาโคเจเนติกระดับสูงก็แสดงว่าเขาต้องมาจากตระกูลใหญ่ที่มีแบ็กไม่ธรรมดา อีกอย่าง ห้องทดสอบในคลิปเป็นของศูนย์ทดสอบบนดาวลูก้า สองเรื่องนี้เป็นเบาะแสที่จะช่วยเราสืบหาตัวเขาได้ เราต้องหาทางตามหาตัวเหรียญทองให้เจอ คนคนนี้จะเป็นประโยชน์กับเรามาก” ฉินเซวียนพูด
“แต่ ดาวลูก้าไม่ได้มีตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพลหรือมีพลังอำนาจแข็งแกร่งถึงขั้นครอบครองวิชาโคเจเนติกระดับสูงอะไรขนาดนั้นนี่นา… ฉันว่าที่นี่ไม่น่าจะบ่มเพาะคนแบบเหรียญทองขึ้นมาได้หรอก ไม่แน่ บางทีเขาอาจแค่ผ่านทางมาใช้ศูนย์ทดสอบแล้วก็จากไปแล้วก็ได้” หยางม่านลี่วิเคราะห์
“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นคนที่เราควรพยายามตามหา ถึงโอกาสเป็นไปได้จะน้อยแต่ก็ยังถือว่ามีโอกาส เราไม่ควรตัดความเป็นไปได้ข้อไหนทิ้งทั้งนั้น” ฉินเซวียนพูดเสริม
ยิ่งนั่งฟังหัวใจของหานเซินก็ยิ่งเต้นรัวแรง เขาเริ่มกังวลว่าฉินเซวียนและหยางม่านลี่จะตามสืบจนเจอว่าเขาคือเหรียญทอง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ชีวิตของเขาคงลำบากมากแน่
…หรือเขาต้องทำอะไรสักอย่าง?
หลังจากเงียบอยู่นานในที่สุดเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจกระแอมเบา ๆ “อะแฮ่ม! ผมว่าเหรียญทองก็แค่พึ่งพาวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่มีน่ะครับ ตัวเขาเองคงไม่ได้แข็งแกร่งสักเท่าไหร่ ไม่ต้องไปตามหาตัวเขาให้ยุ่งยากหรอกมั้งครับ”
หยางม่านลี่หันมาสาดสายตาเย็นชาใส่หานเซินทันที “อย่างนายจะไปรู้อะไร การได้วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์มาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีพลังที่น่าทึ่ง ยิ่งกว่านั้นเขายังสามารถใช้วิญญาณอสูรทั้งสองดวงให้ส่งเสริมกันได้อย่างลงตัว ถ้าได้เขามาเข้าร่วมหน่วยล่าอสูรของเรา จะยิ่งทำให้ทีมเราแข็งแกร่งขึ้นอีกมาก”
‘พลังน่าทึ่งที่ไหนกันเล่า ก็แค่โชคดีล้วน ๆ!’ หานเซินคิดในใจแต่ก็รู้ว่าไม่ควรพูดออกมา
“ม่านลี่พูดถูก เกราะวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ของเขามีพลังป้องกันยอดเยี่ยม วิญญาณอสูรนักฆ่ากระหายเลือดก็เสริมความแข็งแกร่ง ความเร็ว กับพละกำลังของเขาให้เพิ่มขึ้นได้หลายเท่า ยิ่งรวมกับวิชาโคเจเนติกขั้นสูงที่เขาฝึกมา ไม่แน่ว่าเขาอาจถึงขั้นสู้กับอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์แบบตัวต่อตัวได้เลย และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง จะช่วยให้เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการล่าอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราเพิ่มขึ้นมาก การสูญเสียก็จะน้อยลงด้วย” ฉินเซวียนพูดเหมือนวาดฝัน
หยางม่านลี่เองก็ตาเป็นประกาย “ช่าย~ ถ้าเราดึงตัวเหรียญทองเข้ามาร่วมทีมได้ ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโอรสสวรรค์หรือหมัดเหล็กอีกแล้ว ขอแค่มีเขาเป็นแนวหน้า แล้วตามด้วยการโจมตีจากทีมเสริมของเรา ไม่ใช่แค่ล่าพวกเลือดศักดิ์สิทธิ์ได้มากขึ้น แต่จะล่าได้เร็วขึ้นหลายเท่าด้วย”
‘ให้ตายสิ สรุปคือคิดจะใช้เราเป็นโล่รับกระสุนให้ว่างั้น? ผู้หญิงนี่น่ากลัวจริง ๆ!’ หานเซินคิดในใจ เขาแอบเช็ดเหงื่อบนหน้าผากอีกครั้งโดยอำพรางด้วยการยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้น เราถึงต้องพยายามทุกทางเพื่อหาตัวเขาให้เจอ!” ฉินเซวียนพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น
“แต่…ยังมีปัญหาต้องคิดอีกข้อ ยังไงคนคนนี้ก็ต้องมีฐานะไม่ธรรมดาหรือไม่ก็มาจากตระกูลทรงอิทธิพล คนระดับนั้น ถึงจะหาตัวเจอก็ไม่แน่ว่าเขาจะยอมเข้าร่วมกับทีมเราง่าย ๆ คำถามคือเราจะโน้มน้าวเขายังไง” หยางม่านลี่พูดพร้อมไหวไหล่
ฉินเซวียนนิ่งคิด ไม่นานก็ยิ้มมุมปาก ตาที่มองเพื่อนสาวหรี่ลงเหมือนหยอกล้อ “ม่านลี่ เธอชอบผู้ชายแกร่ง ๆ แบบนี้ไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาไม่สนใจข้อเสนอของเรา ก็ลองใช้เสน่ห์สาวของเธอพิชิตใจเขาดูสิ”
“พรวด! แค่ก ๆ ๆ”
หานเซินสำลักน้ำที่กำลังยกดื่มจนต้องพ่นพรวดออกมาก่อนไอค่อกแค่กหน้าดำหน้าแดง
‘สกปรก!’ หยางม่านลี่ด่าทอเด็กหนุ่มผ่านสายตา หานเซินจึงต้องกลั้นอาการไอเอาไว้ แล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งเพื่อบรรเทาความแสบร้อนในลำคอพร้อมพยายามปรับลมหายใจ
แต่แล้วความพยายามของเขาก็ล้มเหลวเมื่อสาวสวยแซ่หยางพูดต่อ “ฉันไม่เกี่ยงหรอกถ้าต้องใช้มารยาหญิงของฉันหว่านเสน่ห์ ถ้าใช้จริง ๆ ก็เสร็จฉันทุกรายแหละ กลัวก็แต่ว่าเขาจะเป็นเพื่อนสาว ไม่ชอบผู้หญิง ไม่แมนพอ หรือขี้ก้างจนไม่น่ากินเลยนี่สิ!”
“พรวดดดดด~!” หานเซินสำลักน้ำอีกรอบ และรอบนี้ก็ถึงกับน้ำตาไหล
หยางม่านลี่หันมองหานเซินด้วยสายตาสมเพชปนรังเกียจ “หึ! แต่ดูแล้วเหรียญทองก็คงไม่น่าใช่คนไร้น้ำยาแบบนายคนนี้หรอกมั้ง” เธอเบะปากส่ายหน้า พูดจบก็ลุกออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
“แค่ก แค่ก ๆ นี่! พูดอะไรของเธอน่ะ!” หานเซินตะโกนไล่หลังต่อว่า แต่หยางม่านลี่ก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพร้อมปิดประตูเสียงดัง *ปัง!* ไปแล้ว
“หัวหน้าฉิน ช่วยดูแลลูกน้องตัวเองหน่อยสิ พูดแบบนั้นมันเกินไปแล้วนะ เห็นไหมเขารังแกประชาชนตาดำ ๆ อะ ตอนนี้ผมเองก็เป็นคนในทีมของคุณเหมือนกันนะ เจ๊คนนั้นมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับผมแบบนี้!” หานเซินหันมาบ่นกับฉินเซวียนด้วยท่าทางไม่พอใจ
แต่หลังพ่นคำพูดยาวยืดจบเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์
“หัวหน้าฉิน ผมว่าให้ผมไปอยู่ทีมอื่นเถอะครับ อย่าให้ผมเข้าทีมแม่นธนูของเจ๊คนเมื่อกี้เลย”
ไม่ใช่ว่าหานเซินไม่พอใจหยางม่านลี่จนถึงขั้นทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่เขาเริ่มกังวลว่าถ้าต้องอยู่ใกล้เธอนาน ๆ ความลับเรื่องเหรียญทองของตัวเองอาจถูกเปิดเผยเอาได้
ฉินเซวียนส่ายหน้า สายตาเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ เธอลุกขึ้นเดินมาตบไหล่หานเซินเบา ๆ “การรู้สึกอับอายเมื่อถูกวิจารณ์คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ ถึงนายจะเคยเป็นคนไร้น้ำยามาก่อนอย่างที่เขาว่า แต่อนาคตก็ยังมีหวัง ขอแค่ทำตามที่ม่านลี่สอน นายอาจจะไม่ถึงขั้นเป็นคนโหดอย่างเหรียญทอง แต่ก็น่าจะเลิกเป็นพวกขี้แพ้ไร้ค่าได้นะ ฉันเชื่อในตัวนาย สู้เขาล่ะ” หัวหน้าสถานีพูดปลอบก่อนจะดันหลังหานเซินออกจากห้องทำงานไป ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ประท้วงอะไรต่อ
.
.
หานเซินกลับมาที่บ้านพร้อมความรู้สึกเป็นกังวลที่คับแน่นในอก เขารีบเข้าไปไล่ดูคลิปวิดีโอบนเครือข่ายสกายเน็ต และพบว่าคลิปทดสอบในด่านจักรกลต่อสู้ของตัวเองกำลังเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ มันถูกปักหมุดอยู่บนหน้าแรกของฟอรัมมาหลายวัน และยอดดูก็ทะลุล้านไปเรียบร้อยแล้ว
‘แหม ไอ้เรามันก็เท่เหมือนกันแฮะ’ หานเซินโล่งใจเมื่อเห็นว่าในคลิปไม่มีอะไรที่ระบุถึงตัวเขาได้ และต่อมาเขาก็นั่งยิ้มกับหน้าจออย่างภูมิใจเมื่อเห็นคอมเมนต์ชื่นชมจากคนมากมาย
หลังจากไล่อ่านคอมเมนต์ที่พูดชมพร้อมกับเมินคอมเมนต์ที่ด่าไปเรื่อย ๆ เด็กหนุ่มก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย
“ไอ้บ้าซูเสี่ยวเฉียว โทษแกคนเดียวเลย ทำไมต้องเรียกฉันว่า ‘พี่เหรียญทอง’ ด้วยฮะ ดูดิ๊ คนอื่นเลยเรียกต่อ ๆ กันว่า ‘เทพเหรียญทอง’ ที่แย่กว่าก็ไป ‘เทพทอง’ นู้นเลย ไม่เฟี้ยวสักนิด แถมฟังดูทะแม่ง ๆ อีก!”
.
.
.