เมื่อเห็นเฟิงซานและหยวนมู่คุกเข่าต่อหน้าซวนนู่ ฟางเฉินก็อดที่จะแสดงสีหน้าผิดหวังไม่ได้ ทั้งสองคนนั้นเป็นถึงครึ่งเซียนที่แข็งแกร่ง ในตอนอยู่ที่ทวีปฉางลั่วหยวนมู่นั้นแสดงออร่าของเซียนออกมาและยังทำให้ฟางเฉินรู้สึกประทับใจอย่างมากอีกด้วย แต่ว่าภาพเหล่านั้นก็แตกกระจายลงไปแล้วในตอนนี้“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าจงจำไวว่าอย่าได้โตไปเป็นคนไม่ได้เรื่องแบบนี้” ซวนนู่กล่าว“ศิษย์น้องรับทราบ” ฟางเฉินกล่าว“ศิษย์น้องเจ้าจะมองพวกข้าแบบนั้นไม่ได้เพราะถ้าเจ้ารู้สิ่งที่นางทำกับพวกเราละก็” เหิงซานยังกล่าวไม่ทันจบอสรพิษอสนีก็เข้าบีบรัดเหิงซานทันที ส่วนหยวนมู่เงียบปากและนั่งอยู่เฉิยๆแต่จากสีหน้าเห็นได้ชัดว่าหยวนมู่รู้สึกหวาดกลัวต่อซวนนู่มาก“ภาพตรงหน้าของข้ามันคืออะไรกันแน่เนี่ย” ฟางเฉินกล่าวในใจหลังจากนั้นไม่นานเหิงซานก็นอนอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ ส่วนฟางเฉินถูกซวนนู่พาเที่ยวชมพร้อมกับแนะนำสิ่งต่าง ๆในยอดเขาแห่งนี้ ซึ่งในตำหนักของราชาเซียนเต้าจีนั้นมีขนาดใหญ่อย่างมากและมันมีห้องสำหรับบ่มเพาะ ปรุงยา สร้างอาวุธหรือแม้แต่เรื่องของค่ายกลก็ตามฟางเฉินได้รับหนึ่งในห้องส่วนตัวและฟางเฉินยังได้รับอนุญาติให้ใช้ห้องปรุงยาและห้องอื่น ๆทั้งหมดอีกด้วย“ศิษย์น้องข้าว่าเจ้ารีบไปทำภารกิจให้จบๆดีกว่าก่อนที่พวกมันจะวางแผนชั่ว” หยวนมู่กล่าว“หืม ใครมันคิดจะทำอะไรศิษย์น้องงั้นเหรอ” ซวนนู่เลิกคิ้วแล้วกล่าวขึ้น“อ้อ ศิษย์พี่ยังไม่รู้สินะ ศิษย์น้องเจ้าว่าไง” หยวนมู่หันไปถามความเห็นของฟางเฉินฟางเฉินพยักหน้ายอมรับซึ่งต่อจากนั้นหยวนมู่ก็ได้เล่าถึงเรื่องราวของฟางเฉินและตระกูลฟางให้กับศิษย์พี่ทั้งสองฟัง“แบบนี้นี่เองเป็นไปได้ว่าคนของตระกูลฟางจะรับรู้ว่าฟางเฉินที่เป็นผู้สืบทอดของอดีตประมุขกลับมาแล้วเลยกลัวว่าศิษย์น้องจะแก้แค้นสินะ” เหิงซานกล่าว“เรื่องนั้นไม่ต้องกลัวไปหรอกเพราะถ้าหากเกิดเรื่องนั้นจริง ๆตระกูลฟางได้ถูกอาจารย์ลบให้หายไปแน่” ซวนนู่กล่าวซวนนู่รู้ดีว่าราชาเซียนเต้าจีให้ความสำคัญกับเหล่าศิษย์มากแค่ใหนในตอนที่ศิษย์คนแรกของราชาเซียนเต้าจีได้ตายลงราชาเซียนเต้าจีถึงกับข้าคลั่งบุกไปสังหารราชาอสูรตนนั้นแต่ว่ากลับไปสำเร็จเพราะมีราชาอสูรอีก 5 ตัวเข้ามาขัดขวางเอาไว้ก่อน“แต่ว่าเรื่องนี้ก็ไม่ควรประมาทเพราะงั้นเจ้าตงระวังตัวเอาไว้ตลอดเวลา และถ้าพวกมันกล้าลอบสังหารเจ้าจริง ๆให้ใช้ยันต์นี่” ซวนนู่กล่าวพร้อมกับยื่นยันต์แผ่นหนึ่งให้กับฟางเฉิน“ยันต์นี่คือ???” ฟางเฉินแสดงสีหน้างุนงง“นี่คือยันต์เอาไว้ป้องกันตัว มันจะสามารถช่วยหเจ้ารอดพ้นจากการโจมตีของเซียนได้ครั้งหนึ่ง” ซวนนู่กล่าว“ขอบคุณศิษย์พี่หญิงมาก” ฟางเฉินกล่าวด้วยความตื่นเต้น“เอาละเจ้าไปเถอะ” ซวนนู่กล่าวฟางเฉินเดินทางไปยังหอภารกิจพร้อมกับหยวนมู่เพราะฟางเฉินพึ่งมาถึงหยวนมู่จึงอาสาพาฟางเฉินเดินดูรอบ ๆสำนักพร้อมกับบอกให้ฟางเฉินรู้สึกกฎต่าง ๆของสำนักอีกด้วย“ศิษย์พี่คิดว่ายังไง ศิษย์น้องคนนี้เหมือนกับศิษย์พี่ใหญ่ใช่หรือไม่” เฟิงซานกล่าว“ใช่ เหมือนมากจริง ๆ ทั้งพรสวรรค์และความมุ่งมั่นนั่น แต่จากที่ข้าสัมผัสได้จากตัวของศิษย์น้อง ภายในจิตใจของศิษย์น้องยังมีความแค้นอันมืดมิดหลบซ่อนอยู่เห็นได้ชัดว่าศิษย์น้องต้องผ่านเรื่องเลวร้ายมาอย่างแน่นอน” ซวนนู่กล่าว“ตระกูลฟางงั้นเหรอ ในตอนนั้นชื่อเสียงของผู้นำตระกูลฟางนั้นโด่งดังอย่างมากแต่ว่าพริบตาในคืนนั้นทุกอย่างก็เลวร้ายลง คนรักของผู้นำตระกูลถูกพาตัวไป หัวหน้าตระกูลหายตัวไป และภายในตระกูลผู้เป็นลุงแท้ๆกลับคิดจะสังหารเด็กน้อยทั้งสองคนที่เป็นหลานของตัวเองเพียงเพื่อที่ตัวเองจะได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลแทน” เหิงซานกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ“แต่อีกไม่นานเขาจะต้องเสียใจที่ทำเรื่องแบบนั้น” ซวนนู่กล่าว“ใช่ ด้วยจิตวิญญาณดวงตา ระดับเทวะ ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกมันจะทำหน้าแบบใหนเมื่อรู้เรื่องนี้” เหิงซานกล่าวเมือ่ฟางเฉินมาถึงหอภารกิจ บนกระดานภารกิจนั้นมีภารกิจอยู่เป็นจำนวนมากและยังมีการแบ่งความยากของภารกิจอีกด้วย ซึ่งสำหรับตัวฟางเฉิน ฟางเฉินเลือกภารกิจสังหารอสูระดับ 5 10 ตัวซึ่งเป็นภารกิจสองภารกิจและตามหาหญ้าลิ้นอสรพิษ ซึ่งเป็นสมุนไพรระดับปฐพี 1 ต้นซึ่งทั้งหมดเป็นภารกิจระดับต่ำ 3 ภารกิจในขณะที่ฟางเฉินมารับภารกิจ ข่าวที่ฟางเฉินเป็นศิษย์คนใหม่ของราชาเซียนเต้าจีก็แพร่กระจายออกไป แน่นอนว่านี่เป็นฝีมือของตำหนักภารกิจ และไม่นานคนของตระกูลฟางก็รู้เรื่องนี้หนึ่งในรุ่นเยาว์ของตระกูลฟางเดินตรงไปหาฟางเฉินด้วยใบหน้าหยิ่งยโส ซึ่งผู้คนต่างก็รอดูเรื่องสนุกอยู่ด้วยรอยยิ้ม“เจ้าคือฟางเฉินงั้นหรือ อย่างงี้นี่เองเจ้าแซ่ฟางเหมือนกับลูกของคนทรยศนั่นเลยหรือว่าเจ้าคือบุตรชายของคนทรยศที่หายตัวไป” ฟางเยี่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ถอยไป” ฟางเฉินไม่สนใจฟางเยี่ยและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ส่วนหยวนมู่ก็คอยดูอยู่ห่างๆและคอยกันพวกตำหนักภารกิจเข้ามาแทรกแซง“เจ้ากล้าออกคำสั่งกับข้านายน้อยคนนี้งั้นเหรอ ข้าจะบอกให้รู้ไว้ข้าคือฟางเยี่ยเป็นนายน้อยของตระกูลฟาง เพราะงั้นเจ้าจงตามข้ากลับไปรับโทษที่ตระกูลฟางทันที” ฟางเยี่ยกล่าว“ข้าบอกให้หลีกไป” น้ำเสียงของฟางเฉินยิ่งเย็นชายิ่งขึ้นดวงตาของฟางเฉินเริ่มกลายเป็นสีทอง“เหอะ ดูเหมือนเจ้าจะเป็นลูกของคนทรยศจริง ๆ แต่ด้วยจิตวิญญาณดวงตาขยะๆแบบเจ้าคิดจะมาสู้กับจิตวิญญาณดวงตาระดับสวรรค์ของข้าได้งั้นเหรอ” ฟางเยี่ยคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโส ดวงตาของฟางเยี่ยกลายเป็นสีม่วงและพังจิตที่ทรงพลังก็โจมตีมายังฟางเฉิน ฟางเยี่ยนั้นอยู่ระดับปฐพีขั้นสูงสุดแล้วดังนั้นจึงไม่หวาดกลัวระดับปฐพีขั้นต้นอย่างฟางเฉิน“พวกเจ้าตำหนักภารกิจคิดจะยืนดูเฉยๆงั้นเหรอ” หยวนมู่กล่าวอย่างใจเย็น“แค่การต่อสู้ของเด็กน้อยทำไมผู้อาวุโสอย่างข้าจะต้องเข้าไปยุ่ง” ผู้อาวุโสของตำหนักภารกิจกล่าว“ดี ในเมื่อเจ้ากล่าวออกมาแบบนี้แล้ว ก็ขอให้ทุกคนเป็นพยานตำนักภารกิจยินยอมให้เกิดการต่อสู้ระหว่างทั้งสองคนแล้ว” หยวนมู่ได้โอกาสก็คำรามออกมาทันทีเมื่อได้ยินสัญญาณจากหยวนมู่ฟางเฉินก็ไม่จำเป็นอดกลั้นอีกต่อไป ทันใดนั้นเองทั้งสองก็ปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเองออกมา จิตวิญญาณของฟางเยี่ยเป็นจิตวิญญาณดวงตาสวรรค์สีม่วงซึ่งสำหรับคนในตระกูลฟางก็ถือว่าเป็นจิตวิญญาณที่ทรงพลังแต่ว่าเมื่อจิตวิญญาณของฟางเฉินปรากฏออกมา ใบหน้าของฟางเยี่ยรวมถึงผู้คนทั้งหมดก็กลายเป็นตื่นตระหนก แสงสว่างสีทองปรากฎออกมาจากดวงตาทั้งสองดวงที่ปรากฎ และเมื่อจ้องมองไปที่ดวงตาคู่นั้นก็ราวกับว่าพวกเขากำลังจ้องมองพระเจ้าอยู่