ตอนที่ 39 – ควันไฟใต้ผืนพสุธา (ช่วงอายุ: 13 ปี กลางฤดูหนาว)
หลังจากเหตุการณ์กับไป๋หรู ผู้คนในหมู่บ้านอวิ๋นซานต่างยิ่งมั่นใจในความสามารถของหลี่เหวินมากขึ้น บางครอบครัวถึงกับฝากลูกหลานให้ฝึกกับเขาโดยตรง แม้เขาจะยังเป็นเพียงเด็กอายุสิบสามปี แต่ความเฉลียวฉลาดและวิธีคิดนอกกรอบของเขาไม่ต่างจากผู้ใหญ่ที่ผ่านศึกมาแล้วหลายสมรภูมิ
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่หิมะตกโปรยปรายบางเบา หลี่เหวินยืนอยู่หน้าลานฝึกซ้อมในชุดคลุมขาวขลิบฟ้า พัดไม้ในมือสะท้อนแสงอ่อนจากดวงตะวันยามเช้า เขามองเหล่าเด็กชายหญิงสิบกว่าคนซึ่งนั่งเรียงแถวเป็นระเบียบพร้อมเริ่มฝึก
“วันนี้เราจะฝึกการควบคุมลมปราณพื้นฐานพร้อมฝึกวิชา ‘หมัดทลายเมฆา’” เขาประกาศด้วยน้ำเสียงขี้เล่นแต่จริงจัง “ใครใช้พลังทะลุถังไม้ได้โดยไม่ทำพื้นพัง จะได้รางวัลเป็นขนมงาดำหนึ่งกำมือ!”
เสียงฮือฮาและรอยยิ้มอบอุ่นปรากฏทั่วลาน
...
ขณะเดียวกัน ในกระท่อมท้ายหมู่บ้านที่คุมขังไป๋หรู ผู้นำหมู่บ้านและพ่อของหลี่เหวินหลี่หยาง กำลังซักถามด้วยความเยือกเย็น
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ไป๋หรูถอนหายใจ “ข้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของหุบเขาทมิฬเท่านั้น หากพวกท่านปล่อยข้า ข้าจะส่งข่าวกลับไปว่าหมู่บ้านนี้ไร้ค่าต่อการรุกราน”
“เจ้าคิดว่าเราจะเชื่อเจ้าหรือ?” หลี่เหวินเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้ามาในกระท่อม เขาไม่ใช่น้ำเสียงดุ แต่เป็นรอยยิ้มแฝงการเย้ยหยัน “ข้าเคยเห็นหมากที่เชื่องมาก่อน แต่เจ้าคงเป็นหมากที่แสร้งหลับเพื่อลอบกัดตอนกลางคืนใช่ไหมล่ะ?”
ไป๋หรูนิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงแผ่ว “เจ้าฉลาดเกินไปสำหรับอายุเพียงนี้...”
...
ตกค่ำ ขณะที่หลี่เหวินนั่งอยู่กับครอบครัวรอบเตาไฟ ภาพบรรยากาศอบอุ่นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย
“วันนี้เจ้าหัวเราะเยอะจังนะเหวินเอ๋อร์” แม่ของเขาเอ่ยพลางยิ้มละมุน
“แค่เห็นพวกเด็กนั่นกระโดดหมุนตัวแล้วลงพื้นหน้าคว่ำก็อดขำไม่ได้ขอรับ”
“ลูกนี่นะ...” น้องสาวไป๋ซือแอบหัวเราะอยู่ข้าง ๆ
หลี่หยางผู้เป็นพ่อหันมามองลูกชาย “อีกไม่นาน เจ้าคงต้องออกจากหมู่บ้านไปเผชิญโลกภายนอก หากเจ้าพร้อม ข้าจะสอน ‘กระบวนท่าไร้เงา’ ให้เจ้าเป็นวิชาแรกจากยุทธภพจริง”
หลี่เหวินชะงักก่อนยิ้มกว้าง “แล้วข้าจะได้สวมชุดดำ ผูกหน้ากาก เดินข้ามหลังคาหรือไม่พ่อล่ะ?”
“เจ้าจะได้มากกว่านั้น... ถ้าขยันพอ”
...
คืนนั้น บนยอดเขาเหนือหมู่บ้าน กลุ่มบุคคลสวมหน้ากากกำลังประชุมกันในเงามืด พวกเขาคือเหล่าสายลับจากสำนักต่าง ๆ ที่เริ่มสนใจหมู่บ้านอวิ๋นซาน
“เด็กนั่นไม่ธรรมดา หากปล่อยไว้เขาจะกลายเป็นศัตรูในวันข้างหน้า”
“แต่เรายังไม่รู้ว่าครอบครัวเขาเก็บงำอะไรกันแน่”
“ส่ง ‘หูชิง’ ไป... ผู้เชี่ยวชาญด้านปลอมตัวและวาทศิลป์”
...
ในตลาดหมู่บ้านวันต่อมา ชายแปลกหน้าในคราบนักเดินทางมาพร้อมกับอาวุธสั้นแนบข้าง เขาไม่พูดมาก แต่สายตาคมกริบ และท่าทางไม่ธรรมดา
“เจ้าจะดูอะไรนักหนา?” หลี่เหวินถามพลางเคี้ยวขนมงาดำ มือควงพัดไม้ไม่หยุด “หรือเจ้ากำลังตัดสินใจว่าจะฆ่าข้าด้วยวิธีไหนก่อนดี?”
“ข้าแค่สงสัยว่าเด็กอายุสิบสามแบบเจ้า ทำไมถึงควบคุมลานฝึกกับหมู่บ้านนี้ได้หมด” ชายผู้นั้นตอบ
“คำตอบง่ายมาก...” หลี่เหวินยิ้มบาง “เพราะข้าหล่อ... และฉลาดด้วย”
หูชิงยิ้มมุมปาก “ข้าคงต้องอยู่ดูอีกสักพักว่าเจ้าจะยังหลงตัวเองได้อีกนานแค่ไหน”
หลี่เหวินยักไหล่ “อยู่ได้นานเท่าที่เจ้าจะรับความกวนของข้าไหวละกัน”
...
ขณะนั้นเอง เสียงระเบิดเล็กดังมาจากเขตป่าชั้นนอกของหมู่บ้าน ควันดำลอยกรุ่น ทุกคนหันไปทางเดียวกันทันที
“ที่กับดักอีกแล้ว” หลี่เหวินหน้าขรึมทันที “มีคนบุกเข้ามา”
เขาวิ่งนำพร้อมเพื่อน ๆ ไปยังแนวป่า พร้อมเข้าสู่สถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มตัว
แต่ครั้งนี้... ศัตรูมาไม่ใช่เพื่อสอดแนม
แต่เพื่อ ลักพาตัว!