ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 5 บทที่ 135 รางวัลพรรค์นี้ รังแกกันเกินไปแล้ว

            หลังจากอู่เหมิงเอินปรากฏตัวเขาก็เอ่ยกับเหล่าผู้ใช้อาชีพด้วยน้ำเสียงกังวานว่า “สวัสดีเหล่าคนรุ่นใหม่แห่งประเทศเสินเซี่ยทุกท่านผมชื่ออู่เหมิงเอิน ดำรงตำแหน่งรองคณบดีสถาบันจิงหลง ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ”

            “คารวะท่านรองคณบดี”

            เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนต่างรีบก้มตัวทำความเคารพทันทีไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีไม่ให้เกียรติแม้แต่นิดเดียว

            นี่คือโลกแห่งดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันที่ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่ได้รับความเคารพอย่างแท้จริง

            “ไม่ต้องมากพิธี”

            อู่เหมิงเอินโบกมือให้ทุกคนพลางยิ้มบางๆก่อนจะกล่าวต่อว่า “ลำดับต่อไปขอเชิญผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับสี่อันดับแรกในรอบแรกมารับรางวัลที่ผม”

            ครืน...

            สิ้นคำพูดนี้ฝูงชนต่างพากันตาเป็นประกาย

            แม้ว่าเรื่องรางวัลนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อยก็ตาม

            ทว่าการได้เห็นรองคณบดีของสถาบันจิงหลงมามอบรางวัลให้ผู้เข้าแข่งขันด้วยตาตนเองก็นับเป็นหัวข้อสนทนาที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเขาในอนาคต

            อีกทั้งในใจของทุกคนต่างก็มีความอยากรู้อยากเห็นยิ่งนักว่าสถาบันจิงหลงจะนำอุปกรณ์ระดับทองคำมืดแบบไหนออกมามอบเป็นรางวัลให้แก่ผู้เข้าแข่งขันสี่อันดับแรก

            ท่ามกลางช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย

            ตึก...ตึก...

            พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเบาๆ‘เซียนกระบี่พเนจร’ อวิ๋นเทียนหลันก้าวออกจากกลุ่มคนเป็นคนแรกมุ่งตรงไปหาอู่เหมิงเอินที่อยู่ไม่ไกลทันที

            ตามมาด้วย‘นักรบคลั่งอมตะ’ ฉู่เอ้า และ ‘ผู้ควบคุมแมลงแห่งเหวลึก’ หลงเฉิน ที่ก้าวตามไป

            เมื่อเห็นภาพนี้ลั่วเซวียนเซวียนก็รีบดึงแขนลู่เซิ่งที่อยู่ข้างๆ พลางเร่งเร้าว่า“ลู่เซิ่ง ถึงตานายแล้ว รีบไปรับรางวัลเร็ว”

            “โอ้”

            ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นจึงได้สติเขารีบกระโดดลงจากหลังของออสการ์ แล้วก้าวออกจากกลุ่มคนไปเพียงลำพัง

            “หือ? เขาคือลู่เซิ่งคนนั้นเหรอ?”

            ผู้คนโดยรอบได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของลู่เซิ่งเสียทีต่างคนต่างพากันใช้ทักษะตรวจสอบใส่เขาทันที

            แต่พอตรวจสอบเสร็จเท่านั้นแหละแต่ละคนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

            “เฮ้ย มีระดับดาวพลังรบแค่ 399 ดาวเองเหรอ? ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย”

            “แค่... แค่พลังต่อสู้แค่นี้... เขาจะคว้าอันดับหนึ่งมาได้ยังไงกัน”

            เมื่อเห็นระดับดาวพลังรบที่ดูน่าเวทนาของลู่เซิ่งบรรดาผู้เข้าแข่งขันต่างพากันสับสนจนทำตัวไม่ถูก

            ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นทั้งสี่คนเดินเข้ามาหา อู่เหมิงเอินก็ไม่รีรอเขาเดินไปตรงหน้าอวิ๋นเทียนหลันก่อนเป็นคนแรกพร้อมกับหยิบบัตรธนาคารใบหนึ่งและกระบี่ยาวรูปทรงโบราณที่มีแสงสีชาดวูบวาบออกมาจากช่องเก็บของติดตัว

            “เทียนหลัน ลำบากเธอแล้ว นี่คือรางวัลของเธอ”

            อู่เหมิงเอินตบไหล่อวิ๋นเทียนหลันพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มใจ

            “ขอบคุณท่านรองคณบดีครับ”

            อวิ๋นเทียนหลันพยักหน้าด้วยความซาบซึ้งใจก่อนจะรับบัตรธนาคารและกระบี่ยาวมาจากอีกฝ่าย

            จังหวะนั้นเองฝูงชนต่างพากันจ้องมองไปที่คุณสมบัติของกระบี่ยาวในมืออวิ๋นเทียนหลันตามสัญชาตญาณ

            [กระบี่อัสนีสังหารฟ้า]

            [ประเภท: อาวุธมือเดียว]

            [พลังโจมตี: 400-600]

            [ความคล่องแคล่ว: +140]

            [จิตวิญญาณ: +120]

            [ความทนทาน: +100]

            [ขั้นพลังที่ต้องการ: เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สาม]

            [เอฟเฟกต์โจมตี: มีโอกาสในระดับหนึ่งหลังจากโจมตีโดนศัตรูจะอัญเชิญสายฟ้าเทพจากฟากฟ้าลงมาโจมตีเป้าหมาย สร้างดาเมจเวทมนตร์ 2% ของพลังชีวิตสูงสุด]

            [คุณภาพ: ทองคำมืด]

            ...สายฟ้าเทพจุติ เทพสายฟ้าสถิตกาย!

            ...

            “โห อุปกรณ์โคตรเจ๋ง อัญเชิญสายฟ้ามาโจมตีศัตรูได้ด้วย”

            “แถมอาวุธมือเดียวยังมีพลังโจมตีและโบนัสคุณสมบัติสูงขนาดนี้ดีกว่าอาวุธสองมือของฉันเป็นสิบเท่าเลย”

            “สมกับเป็น 'สถาบันจิงหลง' จริงๆลงมือแต่ละทีใจปล้ำสุดๆ”

            ...

            เมื่อเห็นคุณสมบัติและเอฟเฟกต์ที่น่าทึ่งของ“กระบี่อัสนีสังหารฟ้า” ฝูงชนต่างพากันอุทานอย่างต่อเนื่องแต่กลับไม่มีใครรู้สึกอิจฉาเลยสักคน

            เพราะอวิ๋นเทียนหลันเป็นผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดทั้งยังเป็นอาชีพเฉพาะตัวที่หาได้ยากยิ่งเขาย่อมมีคุณสมบัติคู่ควรที่จะได้ใช้อาวุธคุณภาพระดับนี้

            หลังจากมอบรางวัลให้อวิ๋นเทียนหลันเสร็จอู่เหมิงเอินก็ก้าวต่อไปหาหลงเฉินโดยไม่หยุดพัก

            “หลงเฉิน นี่คือรางวัลของเธอ เก็บรักษาไว้ให้ดีล่ะ”

            อู่เหมิงเอินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพลางมอบบัตรธนาคารและอาวุธที่ส่องแสงสีชาดให้อีกฝ่ายเช่นเดียวกัน

            “ขอบพระคุณท่านรองคณบดีครับ”

            หลงเฉินแสดงท่าทีตื่นเต้นอย่างยิ่งเขาเอ่ยขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความดีใจ

            ส่วนผู้คนรอบข้างต่างก็จ้องมองคุณสมบัติอาวุธในมือเขาอีกครั้ง

            [หอกมารโบราณ]

            [ประเภท: อาวุธสองมือ]

            [พลังโจมตี: 712-911]

            [พละกำลัง +120]

            [สติปัญญา +120]

            [จิตวิญญาณ +120]

            [ความคล่องแคล่ว +120]

            [ความทนทาน +120]

            [ขั้นพลังที่ต้องการ: เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สาม]

            [เอฟเฟกต์โจมตี: มีโอกาสในระดับหนึ่งหลังจากโจมตีโดนศัตรูจะอัญเชิญวิญญาณโบราณออกมาช่วยต่อสู้ เป็นเวลา 3 นาที]

            [คุณภาพ: ทองคำมืด]

            ...ดูเหมือนว่ามีบางอย่างกำลังดิ้นพล่านอยู่ในตัวหอก!

            ...

            “อาวุธระดับทองคำมืดอีกชิ้นแล้ว คุณสมบัติสมดุลมาก”

            เมื่อเห็นภาพนี้ฝูงชนก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง

            ลำดับต่อไปถึงตาของ‘นักรบคลั่งอมตะ’ ฉู่เอ้า

            “ฉู่เอ้า นี่คือของเธอ ทำผลงานให้ดีล่ะพยายามเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันจิงหลงของเราให้ได้โดยเร็ว”

            อู่เหมิงเอินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มท่าทีดูเป็นกันเองมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ขอบพระคุณท่านรองคณบดีครับ”

            ฉู่เอ้าก็รับรางวัลมาด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน

            ซึ่งอาวุธที่เขาได้รับนั้นมีคุณสมบัติยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

            [ขวานศึกกระหายเลือด]

            [ประเภท: อาวุธสองมือ]

            [พลังโจมตี: 772-996]

            [พละกำลัง +180]

            [ความทนทาน +150]

            [ขั้นพลังที่ต้องการ: เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สาม]

            [เอฟเฟกต์โจมตี: มีโอกาสในระดับหนึ่งหลังจากโจมตีโดนศัตรูจะได้รับเอฟเฟกต์กระหายเลือด ทำให้ความเร็วโจมตีเพิ่มขึ้น 2% สามารถซ้อนทับได้สูงสุด 10 ชั้น เป็นเวลา 30 วินาที]

            [คุณภาพ: ทองคำมืด]

            ...อาวุธมารที่กระหายโลหิต หากไม่ได้ลิ้มรสเลือดเป็นเวลานานมันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเจ้านายของมันเอง!

            ...

            เมื่อเห็นคุณสมบัติของอาวุธชิ้นนี้ฝูงชนต่างพากันอุทานซ้ำแล้วซ้ำอีก

            โดยเฉพาะพวกอาชีพสายปะทะอย่างนักรบหรือนักสู้ต่างพากันจ้องมองด้วยความอยากได้จนแทบน้ำลายสอ

            ในที่สุดอู่เหมิงเอินก็ก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่เซิ่ง

            แม้ว่าลู่เซิ่งจะเป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบรอบนี้ก็ตาม

            ทว่าท่าทีของเขานั้นกลับแตกต่างจากตอนเผชิญหน้ากับสามผู้ใช้อาชีพสูงสุดอย่างสิ้นเชิง

            ในครั้งนี้อู่เหมิงเอินไม่เพียงแต่เก็บรอยยิ้มบนใบหน้าแต่ในแววตายังแฝงไปด้วยความดูแคลนอย่างเข้มข้น เขาจ้องมองลู่เซิ่งพลางถามเรียบๆว่า“เธอคือลู่เซิ่งคนนั้นสินะ?”

            “คารวะท่านรองคณบดีครับ”

            ลู่เซิ่งพยักหน้าราวกับไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

            “เหอะ ดวงดีไม่เบานี่ หวังว่าจากนี้จะรักษาดวงแบบนี้ไว้ได้ต่อไปนะ” อู่เหมิงเอินแค่นยิ้มเย็นชาพลางกล่าว

            “ดวง?”

            ลู่เซิ่งขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำนั้นทว่ายังไม่ทันจะได้ปฏิกิริยาอะไร อู่เหมิงเอินก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกมาพร้อมกับยัดบัตรธนาคารและอาวุธใส่มือเขาอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง

            “นี่คือรางวัลของเธอ รับไปซะ”

            หลังจากทิ้งคำพูดนี้ไว้อู่เหมิงเอินก็ไม่สนใจว่าลู่เซิ่งจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาหมุนตัวกลับไปทันทีราวกับว่าการมองลู่เซิ่งเพิ่มอีกเพียงแวบเดียวจะทำให้เขาอยากจะอาเจียนออกมา

            ส่วนผู้คนรอบข้างต่างก็ได้เห็นคุณสมบัติอาวุธในมือลู่เซิ่งอย่างชัดเจน

            [ไม้เท้าสตัน]

            [ประเภท: อาวุธสองมือ]

            [พลังโจมตี: 772 - 996]

            [สติปัญญา: +170]

            [จิตวิญญาณ: +150]

            [ความทนทาน: +100]

            [ขั้นพลังที่ต้องการ: เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สาม]

            [อาชีพ: จอมเวทคำสาปมืด]

            [เอฟเฟกต์โจมตี: มีโอกาสในระดับหนึ่งหลังจากโจมตีเป้าหมายจะทำให้เป้าหมายติดสถานะมึนงงเป็นเวลา 3 วินาที]

            [คุณภาพ: ทองคำมืด]

            ...อาวุธเฉพาะอาชีพของจอมเวทคำสาปมืด สร้างขึ้นโดยสวี่เนี่ยนเหยาปรมาจารย์ด้านอาวุธแห่งนครจิงตู

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน