ฮุ่ยเหมยเมื่อได้ยินเ้านายสาวและสาวใช้คุยกัน เลยตัดสินใจทักคุณหนูท่านนั้นไปว่าเธอมีผลไม้มาขาย
“สวัสดีเ้าค่ะคุณหนู ข้าได้ยินว่าท่านอยากได้ผลไม้ใช่หรือไม่ วันนี้บ้านข้านำผลไม้มาขาย คุณหนูท่านสนใจหรือไม่เ้าคะ” ได้ยินเสียงฮุ่ยเหมยทั้งคุณหนูทั้งสาวใช้หันมาแทบทันที
สายตาที่มองฮุ่ยเหมยช่างแตกต่างกันนัก คุณหนูมองฮุ่ยเหมยด้วยความสนใจ แต่สาวใช้คนหนึ่งกลับมองฮุ่ยเหมยด้วยความดูแคลน เพราะจากชุดที่ฮุ่ยเหมยใส่ ดูไปแล้วคงส่งผลให้สาวใช้มองเธอด้วยสายตาดูถูก
สภาพตอนนี้ของเธอถึงจะดูแย่เช่นนั้นจริง แต่สาวใช้ก็ไม่ควรมองแรงขนาดนี้ เพราะในตลาดแห่งนี้ดูไปแล้วไม่ใช่แค่ครอบครัวของเธอที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่ยากจนจะให้สวมเสื้อผ้าดีๆ เป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว
“เ้ามีผลไม้อะไรมาขายหรือ” คุณหนูถามด้วยความสนใจ
“ข้ามีผิงกัวกับพูเถาจำนวนหนึ่ง ข้าเก็บผลของมันทีู่เาในหมู่บ้านข้า ผลของมันหวาน กรอบอร่อยมากเ้าค่ะ” ฮุ่ยเหมยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเอาใจ
“พาข้าไปดู” คุณหนูและสาวใช้เดินตามฮุ่ยเหมย สักพักก็มายืนตรงหน้าพี่หยุ่นอี้และเสี่ยวหยาง ฮุ่ยเหมยเอ่ยแนะนำพี่ชายและน้องชายของเธอให้คุณหนูรู้จัก แล้วให้พี่หยุ่นยกตะกร้าผิงกัวกับพูเถามาวางด้านหน้า
พอคุณหนูมองเห็นผลไม้ในตะกร้า ที่ดูผลใหญ่และสดใหม่ สายตาบ่งบอกว่าถูกใจยิ่งนัก เอ่ยปากขอชิมซึ่งฮุ่ยเหมยก็ยินดี ยื่นผิงกัวให้สาวใช้คนหนึ่ง อีกคนเธอยื่นพูเถาให้ชิม พอสาวใช้ชิมแล้วต่างพากันตาโตด้วยความอึ้ง รีบบอกคุณหนูด้วยเสียงตื่นเต้น
“คุณหนูเ้าคะรสชาติดีมากเลย ทั้งสด ทั้งกรอบ หวานมากด้วยเ้าค่ะ รสชาติดีกว่าที่เคยสั่งจากเมืองหลวงเสียอีกเ้าค่ะ” เมื่อได้รับคำยืนยันจากสาวใช้ คุณหนูก็เลยบอกว่าเหมาทั้งหมด ให้พี่หยุ่นอี้แบกตะกร้าไปวางที่รถม้าได้เลย
พี่หยุ่นอี้ยกตะกร้าทีละใบเดินตามสาวใช้ไป ฮุ่ยเหมยหยิบเอาห่อผ้าที่มีต้นโสมอยู่ข้างในตะกร้าเล็กออกมาไว้ ก่อนที่พี่หยุ่นอี้จะแบกตะกร้าเล็กไป
“เ้าขายอย่างไร” คุณหนูเอ่ยถาม ซึ่งฮุ่ยเหมยไม่รู้เลยว่าในยุคนี้ราคาของผลไม้เป็อย่างไร ก็เลยได้แต่ส่ายหน้า
“งั้นข้าให้ราคาเท่ากับที่ข้าเคยซื้อในเมืองหลวงก็แล้วกัน แต่รับรองว่าข้าไม่เอาเปรียบเ้าแน่นอน ต่อไปหากว่าเ้ามีผลไม้อีกสามารถนำไปส่งที่เรือนตระกูลหยางได้ หากเ้าไม่รู้จัก ถามผู้คนทั่วไปก็คงสามารถชี้บอกเ้าได้กระมัง”
พูดจบก็ให้สาวใช้อีกคนส่งตั๋วเงิน 500 ตำลึงเงินแก่ฮุ่ยเหมย ฮุ่ยเหมยรับมาพร้อมคำนับขอบคุณ ตอนนี้พวกเธอทั้งสามคนมองส่งรถม้าของคุณหนูตระกูลหยางไปจนลับตา
ฮุ่ยเหมยหันกลับมามองพี่ชายน้องชายที่ยังยืนอึ้งอยู่ด้วยรอยยิ้ม เธอส่งเงินทั้งหมดให้พี่หยุ่นอี้ ที่ยื่นมืออันสั่นเทามารับแล้วกำไว้แน่น
“พี่รองเราขายได้เงินเยอะเลย เรารวยแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” เสี่ยวหยางถามด้วยความตื่นเต้นยินดี ฮุ่ยเหมยพยักหน้าตอบรับน้องชาย
“ต่อไปเราไม่ลำบากแล้วนะพี่ใหญ่” ฮุ่ยเหมยหันไปยิ้มให้พี่หยุ่นอี้ที่ยังยืนทำตาเหม่อลอยอยู่
หยุ่นอี้ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจากที่ไม่มีแม้แต่เหรียญอีแปะเดียว ตอนนี้เข้าเมืองครั้งแรกแแค่ขายผลไม้ไปห้าตะกร้า กลับได้รับเงินมากมายเช่นนี้ หยุ่นอี้หันมามองน้องสาวด้วยสายตาฉงนปนภูมิใจที่น้องสาวของเขาช่างเก่งกาจยิ่งนัก
“พี่ใหญ่เป็อะไรไป พวกเราไปต่อกันเถอะ” พี่หยุ่นอี้งุนงง มองหน้าน้องสาวแล้วทำตาปริบๆ ถามกลับว่าจะต้องไปที่ไหน
ฮุ่ยเหมยส่ายหน้า แล้วตอบกลับไปว่าไปร้านซื้อขายสมุนไพร พูดเสร็จก็ออกเดินนำพี่ชายน้องชายไปร้านสมุนไพรที่ท่านลุงหลี่ชี้บอกว่าเป็ร้านสมุนไพรที่รับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้านในราคายุติธรรมที่สุดในเมืองนี้
พอไปถึงทั้งสามก็เดินเข้าไปในร้านสมุนไพร หลงจู๊ของร้านเห็นเด็กทั้งสามคน เขาก็ไม่ได้มีสายตารังเกียจแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าทั้งสามพี่น้องจะใส่เสื้อผ้าเก่าและขาดขนาดนี้ เพราะที่นี่ให้บริการคนทุกระดับจริงๆ ทั้งคนมีอำนาจร่ำรวยที่เมื่อมาถึงต้องเชิญไปที่ห้องรับรอง กับชาวบ้านยากจนทั่วไป ล้วนได้รับการต้อนรับอย่างดีจากร้านขายยาแห่งนี้เท่าเทียมกัน