โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 62 คุณหมอหัตถ์เทวดา

    ณ บนดาดฟ้าตึกสูงแห่งหนึ่ง คนร้าย ห้าคนกำลังยืนมองสภาพตึกที่โรงพยาบาล

    ถูกทำลายลงไป มือยิงจรวดพาดไหล่ มีอยู่ สามคน อีกคนเป็นผู้บอกระยะยิง ส่วนชายอีกคนใส่เสื้อคลุมยาว เป็นหัวหน้า

    “ บรรจุกระสุน เตรียมถล่มเป้าหมาย ตอนนี้มันอยู่อาคารที่ 2”

    หัวหน้าคนร้ายสั่งการ มือปืนทั้งสาม เอาปืนยิงจรวดมาพาดไหล่ เตรียมจะยิงทันที

    แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีนกเหยี่ยวตัวหนึ่ง บินมาที่ดาดฟ้า พอมันมาถึง มันก็เปลี่ยนร่างจากนกเหยี่ยว กลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งคือขจรนั่นเอง  แล้วเขาก็ตวัดดาบสยบฟ้าออกไปทันที  มือยิงเห็นแสงส่องมาจากดาบแวบเดียว หัวพวกมันก็หลุดออกจากบ่าพร้อมกันทั้งสามคน

    ส่วนผู้บอกระยะยิงที่ ยืนอยู่ด้านข้างของรองหัวหน้า ได้แต่อ้าปากค้าง

    ดาบในมือของชายหนุ่ม ก็พุ่งเข้าแทงปากของมันจนทะลุ ตายคาที่   

    หัวหน้าที่ใส่ผ้าคลุมสีดำเอาไว้ ก็สะบัดผ้าคลุมดำออก ชักเข็มขัดที่ข้างเอวออกมา กลายเป็นมีดอ่อน ตวัดใส่ขจร อย่างรวดเร็ว

    ขจรถึงกับต้องใช้ดาบออกมาต้านรับ แม้ว่ามันจะใช้กระบี่อ่อนรวดเร็วปานใด แต่ว่าสุดท้ายก็ไม่รอด ถูกขจรใช้ดาบสยบฟ้า ฟันกระบี่กับแขนของมันขาดเป็นสองท่อน

    แล้วใช้เท้าเหยียบหน้าอกของมันเอาไว้

    “ พวกแกเป็นใครกัน ทำไมฆ่าคนมากมายเช่นนี้”

    “ แกไม่มีวันรู้เรื่องนั้นหรอก” หัวหน้าคนร้าย กำลังจะตบเข้าไปที่หน้าอกของตนเอง

    ขจรรู้ว่า คนพวกนี้ต้องมีระเบิดฝังเอาไว้อีกแน่ จึงใช้ดาบแทงเข้าที่แขนทำให้มันไม่อาจขยับตัวได้

    “ ไม่ยอมบอกใช่ไหม”

    “ ไม่มีวัน”

    ขจรเริ่มร่ายคาถาสะกดใจ แล้วใช้มือตบเข้าไปที่หน้าผากของมันทันที

    ไม่นาน มันก็กลายเป็นสุนัขเชื่องๆ ตอบคำถามทุกคำถามอย่างไม่ปิดบัง

    “ พวกเราเป็นนักฆ่าจากเรือนมังกรซ่อนสาขาเกาหลี ถูกส่งมาสังหาร เถ้าแก่หลี่”

    “ ใครเป็นคนจ้างแกมา”

    “ ไม่มีใครทราบ นอกจากสำนักงานใหญ่ที่ปักกิ่ง”

    “ พวกแกมีอาวุธร้ายแรงขนาดนี้ คงไม่ได้แบกมาจากเกาหลีแน่ ใครเป็นผู้จัดหาให้”

    “ ไม่ทราบว่าเป็นใคร รู้แต่เพียงว่า เขาเป็นทหารเท่านั้น”

    ขจรก็เข้าใจ คนที่ร่วมมือด้วย คงไม่อยากเข้ามายุ่ง และนักฆ่าพวกนี้ก็ไม่อยากรู้จักด้วย ขจรใช้ดาบตัดคอของมันจนขาด แล้วก็กลายเป็นนก บินกลับไปที่โรงพยาบาลทันที

    คราวนี้เป็นข่าวใหญ่ไปทั้งประเทศ  มีคนตายไป 150 คน ตำรวจตั้งโต๊ะแถลงข่าวประณามคนร้าย ว่าโหดเหี้ยม ทารุณ เพราะคนที่ตาย ส่วนใหญ่ เป็นคนเจ็บที่เป็น   ผู้หญิงและเด็ก มากกว่าครึ่ง หมอพยาบาล ก็ตายไปในงานนี้ เกือบสิบคน ทำให้การรักษาผู้ป่วยของโรงพยาล เริ่มมีปัญหา ขจรขึ้นมาที่อาคาร 2 เพื่อเข้ามาดูอาการของเจ้าสัวหลี่ กับ กรกันต์ พบว่า มีซี กับ หัวหน้าเอก ยืนอยู่หน้าห้องผ่าตัด

    “ เป็นยังไงบ้าง”

    “ กรกันต์ถูกแรงระเบิดอัดเข้าเต็มๆ มีบาดแผลเต็มไปหมด ตอนนี้หมอตรวจพบแผลฉีกขาดที่ปอด กำลังรีบผ่าตัดช่วยเหลืออยู่”

    “ เจ้าสัวหลี่ล่ะ”

    “ โดนสะเก็ดระเบิดเข้าที่ขา ตอนนี้กำลังอยู่ที่ห้องผ่าตัดอยู่” ซีตอบ

    “ ตำรวจบอกว่า คนร้ายมันคงรู้ว่าเจ้าสัวหลี่ไม่ตาย มันเลยยิงถล่มเข้ามาที่อาคาร 1 โชคดี ที่อาคาร 2 อยู่ด้านหลัง นี่ตำรวจก็ไล่คนไม่เกี่ยวข้องออกจากตึกไปหมดแล้ว พวกเรารอสักพักเห็นตำรวจแจ้งว่า จัดการกับคนร้ายได้แล้ว  เลยขึ้นมากันใหม่ ” หัวหน้าเอกเอ่ย

    ขจรมองไปที่ด้านหน้าห้อง พบว่า มีพ่อกับแม่กรกันต์ พี่ชายสามคน กับ เกศเกล้า ยืนรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด ด้วยความกระวนกระวาย

    พอหมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัดของเจ้าสัวหลี่ ทุกคนก็รีบเข้าไปหาคุณหมอเพื่อสอบถามอาการ

    “ สะเก็ดระเบิดตัดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ แล้วทำลายเส้นประสาททั้งหมด กระดูกหัวเข่าแตกละเอียด ทางทีมแพทย์จะเริ่มทำการผ่าตัดต่อเส้นเลือดใหญ่ แล้วค่อยๆจัดการผ่าตัดเปลี่ยนหัวเข่า งานนี้คงต้องใช้เวลา แต่ว่าเส้นประสาทที่ขาดไป คงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู  ตอนนี้เรากำลังเรียกทีมแพทย์จากที่อื่นมาช่วย เพราะวันนี้เราสูญเสีย ทีมแพทย์ไปหลายท่าน”

    “ แล้วคุณพ่อผมจะมีโอกาสเดินได้ ใช่ไหมครับ”

    “ ก็พอมีโอกาสประมาณ 30 %  เพราะแผลใหญ่มาก คงต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกเป็นปี 

    แต่ไม่ว่าอย่างไร ขอให้พวกเราเริ่มรักษาก่อนนะครับ”

    “ แล้วลูกชายฉันละคะ” แม่กรกันต์รีบเอ่ย

    “ อาการเขาหนักมาก แรงระเบิดทำให้กระดูกสันหลังของเขาถึงกับหัก และยังมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ด้านหลัง และ ศรีษะ ตอนนี้เรายังบอกอะไรไม่ได้มากนัก”

    แม่ได้ฟังถึงกับเข่าทรุด เป็นลมล้มไปกับพื้น ทุกคนต้องรีบเข้ามาช่วยพยุง

    “ อาจารย์ครับ แล้วหมอมีพอหรือเปล่าครับ” ขจร รีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

    “ ไม่พอน่ะซิ ตอนนี้โทรไปตามหมอที่โรงพยาบาลอื่นๆ ให้มาช่วยอยู่” หมอเอ่ยจบก็รีบเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดต่อ

    ขจรหันมามองทุกคนก็รู้สึกไม่ดี

    “ เรายังเรียนไม่ถึงขั้นนั้น เราช่วยเขาไปไม่ได้หรอก”  หัวหน้าเอกเอ่ยอย่างหมดหวัง

    “ ฉันอยากเป็นหมอเร็วๆ จัง”

    ขจรขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาต้องหาวิธีรักษา กรกันต์ให้ได้

    “ หินเจ้าปัญญา ท่านเคยบอกว่า กล้วยไม้วิญญาณ สามารถช่วยฟื้นคืนชีพคนได้

    เป็นความจริงหรือเปล่า”

    “ จริง แต่ว่า ต้องเอาดอกของมัน มันทำการหลอมในเตาปรุงยา แล้วใช้พลังขั้นเขตแดนมหาเซียน ถึงจะทำการปรุงยาคืนชีพได้”

    “ โอ้โฮ กว่าจะฝึกถึงระดับนั้นได้  แล้วถ้าอย่างนั้น มีวิธีรักษาอาการบาดเจ็บบ้างไหม”

    “ ก็มี โดยการนำใบกล้วยไม้มาผ่านการวิธี หลอมปรุงยา แต่ต้องมีพลังขั้นเซียนขึ้นไปเท่านั้น”

    “ โธ่ เรื่องรีบด่วนเช่นนี้ จะไปให้ใครมาหลอมยาให้ได้เล่า”

    “ ก็ไม่เห็นยาก เจ้าก็ไปเอาขี้ของ เจ้าอสรพิษน้อย มาให้พวกเขากิน บาดแผลหรืออาการบาดเจ็บก็จะหายได้เช่นกัน”

    “ ขี้ของเจ้างูน้อยนั่น?”

    “ ใช่แล้ว มันกินแต่กล้วยไม้วิญญาณ ดังนั้น พอมันผ่านเข้าไปในร่างกายของมัน ก็เท่ากับว่า ผ่านการหลอมรวมเรียบร้อย ยิ่งรวมกับ พลังตบะพันปีที่แม่ของมันถ่ายทอดมาให้ ถือ ว่า ขี้ของมันเป็นยารักษาหายได้ดีกว่าการหลอมด้วยเตาปรุงยาเสียอีก”

    ขจรไม่รอช้า รีบเข้าไปหา ขี้ของเจ้างูน้อยทันที พอขจรเข้าไป เจ้างูน้อยก็พุ่งปราดเข้ามาเคลียคลอ อย่างดีใจ

    “ งูน้อยลูกพ่อ  เจ้าไปขี้ตรงไหน พ่ออยากได้ขี้ของเจ้าสักหน่อย”

    เจ้างูน้อย ทำหน้างง แต่ก็พอจะเข้าใจ จึงพาไปที่มุมห้อง ขจรเห็นเม็ดกลมๆ สีทองอยู่สี่เม็ด ก็สงสัย

    “ นี่เจ้าขี้เป็นเม็ดสีทองแบบนี้เลยหรือ?”

    เจ้างูน้อยผงกหัว

    “ ท่านหินเจ้าปัญญา ตั้งแต่มันเกิดมา มันขี้ออกมาแค่สี่เม็ดเท่านั้นเอง?”

    “ ใช่แล้ว ของวิเศษเช่นนี้ จะมีมากได้อย่างไร”

    “ แล้วนี่ข้าให้เขากลืนลงคอไปเลยได้ใช่ไหม”

    “ ได้เลย แต่ว่า เจ้าต้องช่วยถ่ายลมปราณไปให้พวกเขา เพื่อจะได้ย่อยเม็ดยาวิเศษให้แพร่กระจายได้โดยเร็ว หากว่าเจ้าไม่ช่วย มนุษย์ธรรมดาก็จะไม่สามารถย่อยสลายเม็ดยานี้ได้”

    “ หากบาดแผลเกิดขึ้นที่ขา  ก็ใช้แบบเดียวกันหรือครับ”

    “ ก็สามารถใช้วิธีที่สอง คือ เจ้าก็ดูดซับเม็ดยา แล้วก็ถ่ายทอดพลังของมันออกมาที่บาดแผลได้โดยตรง”

    “ ขอบคุณมาก ข้าจะลองดู ขอยใจมากนะเจ้างูน้อย” ขจรอุ้มงูน้อยมาจูบแล้วก็ออกไปจากมิติแผ่นหนังทันที

    โดยที่ออกไปนั้น ขจรได้เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของตน กลายเป็นคนใหม่ ใช้ชื่อว่าหมอเทียน

    โดยที่ขจรเดินออกไป แล้วก็แจ้งพยาบาลว่า เขาชื่อหมอเทียน จะขอเข้าไปช่วยรักษาอาการเจ้าสัวหลี่

    อาจารย์หมอธารินทร์ กำลังคุยวิธีรักษากับ เจ้าสัวหลี่ พอดีพยาบาลมารายงานว่า มีหมอชื่อเทียน จะขอมาช่วยรักษา เจ้าสัวหลี่

    “ วันนี้ทางโรงพยาบาลของเรา สูญเสียบุคลการไปหลายคน เราเลยต้องการให้หมอมาช่วยกัน แต่หมอเทียนผู้นี้ผมไม่รู้จัก แต่ขอให้เขามาเป็นผู้ช่วย ก็น่าจะช่วยให้การผ่าตัดนี้ ผ่านไปได้ ดีกว่าใช้แพทย์ผ่าตัด แค่สองคนนะครับ”

    เจ้าสัวหลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ

    “ สวัสดีครับ ผมหมอเทียน เป็นหมอกระดูก และ พอจะชำนาญเรื่องเส้นประสาท และ หลอดเลือดมาบ้างครับ”

    “ ดี ครับ เคสนี้ เราจะผ่าตัดต่อเส้นเลือดใหญ่ และ เชื่อมต่อเส้นเอ็นที่ขาด และค่อยผ่าตัดเปลี่ยนหัวเข่าเป็นโลหะ คุณหมอช่วยเป็นแพทย์มือสามให้พวกเราด้วยก็แล้วกัน”  อาจารย์หมอธารินทร์ ไม่มีการถามประวัติ หรือ ขอดูเอกสารใดๆ เพราะคิดว่า หมอเทียนมารักษาด้วยใจ คงไม่ใช่หมอปลอมเป็นอันขาด แล้วทุกคนก็เริ่มลงมือรักษาทันที

    “ ทางเราจะฉีดยาชาแล้วจะทำให้ร่างกายช่วงล่างจะไม่รู้สึกตัว  เจ้าสัวจะยังคงได้ยินหรือพูดคุยกับ หมอได้หากว่าเจ็บปวดหรือ มีอาการอะไร ก็รีบบอกมาเลยนะครับ”

    อาจารย์หมอธารินทร์เอ่ยอย่างนอบน้อม

    ก่อนที่จะฉีดยาชา  พยาบาลก็เริ่มเปิดแผลออกมา ขจรพบว่า เจ้าสัวหลี่หัวเข่ามีรอยกระแทกอย่างแรง จนกระดูกแตกละเอียด มีการผ่าเปิดแผลเพื่อทำการห้ามเลือดโดยใช้ไฟฟ้าจี้ปิดเส้นเลือดใหญ่ไม่ให้ไหล เนื้อตรงน่องขาดหายไปเป็นแผลเหวะวะ ตอนนี้ใช้ผ้าก๊อด ซับเลือดเอาไว้ แต่ยังคงมีเลือดไหลซึม เส้นประสาทถูกตัด เส้นเอ็นที่ยึดระหว่างต้นขาบนกับขา ล่างขาดสะบั้น เจ้าสัวตอนนี้แทบจะไม่มีความรู้สึกว่า มีขาอยู่เลย

    ขจรเลยพูดกับอาจารย์หมอว่า

    “ ขอเวลาผม 1 นาทีก่อนครับ”

    อาจารย์หมอ สองคน วิสัญยีแพทย์ 1 พยาบาล 3 ต่างสงสัยว่าหมอเทียนกำลังจะทำอะไร

    ในตอนนี้ขจรได้นำมือที่ดูดซับ ใบกล้วยไม้วิญญาณ แล้ว ก็ปล่อยออกไปที่ต้นขาแล้วก็ค่อยๆเลื่อนลงไปที่หัวเข่า และน่อง ผ่านบาดแผลที่โดนสะเก็ดระเบิดอย่างช้าๆ ทุกคนได้แต่อ้าปากกว้าง เพราะว่าบาดแผลที่หัวเข่าที่เขียวช้ำก็ค่อยๆกลายเป็นปกติ เครื่องแอกซเรย์ที่ฉายบนจอมอนิเตอร์ เผยให้เห็นกระดูกหัวเข่าที่แตกหักกระจายตัวออกไป กับเคลื่อนไหวมารวมตัวกัน แล้วก็กลายเป็นเนื้อเดียวกัน  

    แล้วไม่ใช่แค่นั้น เส้นเลือดที่ขาดก็ค่อยๆ งอกออกมาชนกับเส้นเลือดที่ขาดไป แล้วก็สมานเป็นเส้นเดียวกัน เส้นประสาทเล็กๆ  กับเส้นเอ็นที่ขาดไปก็ค่อยๆ เชื่อมตัวสมานเข้าหากันจนกลายเป็นปกติ ก้อนเนื้อที่หายไปตรงน่องก็ค่อยๆงอกเงยฟื้นฟูกลับมาเป็นเนื้อน่องปกติ บาดแผลที่ผ่าเอาไว้ ก็ค่อย สมานเรียงตัวกันจนกลายเป็นเนื้อเดียว ขจรมือออกมา

    “ สำเร็จ คงไม่ต้องผ่าตัดแล้ว ใช่ไหมครับอาจารย์”

    ทุกคนไม่ได้ตอบอะไร เพราะกำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจารย์หมอธารินทร์ได้สติกลับมา รีบเอ่ยอย่างว่า


    “ ไม่ต้อง ไม่ต้องผ่าแล้ว เจ้าสัวหายดีแล้ว”

    เจ้าสัวเองก็ตกใจ เพราะตอนนี้เขามีรู้สึกได้ว่า ขาของเขากลับมาเหมือนเดิมแล้ว ถึงกับลงจากเตียง แล้วลองเดินไปมาด้วยตัวเองเลย

    “ ผมหายแล้ว โอ้ ขอบคุณมาก อาจารย์ธารินทร์”

    “ ไม่ใช่ผมหรอกครับ หมอเทียนโน่นเขาเป็นคนช่วย”

    “ ขอบคุณหมอเทียนมาก ได้โปรดช่วยหลานชายของผมด้วยคนนะครับ”

    ขจรมองหน้าอาจารย์หมอธารินทร์ คล้ายขออนุญาต

    “ ได้ ตามผมมา”

    ห้องผ่าตัดอีกห้องหนึ่ง นี่เป็นห้องผ่าตัดใหญ่ มีแพทย์ที่เตรียมการผ่าตัดใหญ่ ถึง 4 คน วิสัญยีแพทย์สองคน และ พยาบาลอีก สี่คน ทั้งหมดตอนนี้ก็กำลังช่วยกันเช็ดทำความสะอาดบาดแผล ทางด้านหลัง ช่วงขา ช่วงไหล่ คอ และ ศรีษะ

    พอเห็นอาจารย์หมอธารินทร์เข้ามากับหมอเทียน ทุกคนก็สงสัย หัวหน้าหมอศัลยกรรมเอ่ยถามทันที

    “ อาจารย์ธารินทร์ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”

    “ เปล่าครับ พอดีพวกเรารักษาท่านเจ้าสัวหายดีแล้ว เลยอยากมาช่วยทางนี้อีกแรงครับ”

    “ อืม ก็ดี อาการเด็กคนนี้หนักมาก ตอนนี้ได้แต่พยุงอาการเขาไว้ ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ไม่เช่นนั้นตายไปแล้ว ตอนนี้เขาสูญเสียเลือดไปมาก กระดูกสันหลังถึงกับหักแบบนี้ หายไปได้ คงยากที่จะกลับมาเดินได้ แต่ว่า รักษาชีวิตเขาให้รอดก่อนดีกว่า เอาล่ะ อาจารย์เข้ามาเป็นแพทย์ลำดับที่ 2 เลยก็แล้วกัน”

    “ เอ่อ อาจารย์ครับ คือผมจะให้ หมอเทียนผู้นี้รักษาคุณชายกรกันต์ เพียงคนเดียวก็พอ นี่คือคำขอของ เจ้าสัวหลี่ครับ”

    “ อะไรนะ จะให้หมออะไรนี่ รักษาคนเดียว นี่อาจารย์บ้าไปแล้วหรือไง”

    “ คือว่า..นี่คือความประสงค์ของเจ้าสัวหลี่ ขอแค่ 1 นาทีก็พอ  เอ่อ  หมอเทียนพอไหม”

    “ พอครับ” ขจรเอ่ยจบ ก็ไม่สนใจทุกคนเดินเข้ามา ในมือของเรานั้นได้ซึมซับใบกล้วยไม้วิญญาณไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ใช้มือวางบนหลังศรีษะของกรกันต์ทันที 

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน