วันนี้เป็นวันเกิดอายุ 15 ปีของผม พวกเราฉลองกันภายในครอบครัว โดยทำอาหารกินที่สวนหลังบ้าน ผมให้ท่านพ่อไปหาช่างเหล็กมาสร้างเตาสำหรับย่างบาบีคิวให้ มันใช้ได้เป็นอย่างดี
ถึงผมจะเป็นลูกชายเจ้าเมืองแต่ท่านพ่อก็ชอบใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งก็เหมือนผม ผมชอบใช้ชีวิตเงียบๆสงบๆและไม่ชอบทำตัวเป็นจุดเด่นเท่าไร
ขณะที่ผมกำลังยืนย่างบาบีคิวช่วยคุณอามีน่าอยู่ท่านพ่อกับท่านแม่ก็เดินเข้ามาหา
“สุขสันต์วันเกิดลูกรัก” ท่านพ่อกับท่านแม่พูดขึ้นพร้อมกัน ทั้งหยิบเอาห่ออะไรบางอย่างมาให้ผม
“เปิดดูสิจ๊ะ” ท่านแม่บอกผม
“นี่อะไรครับ” ผมรับมาก่อนค่อยๆเปิดดู
“นี่มัน” ผมมองของในมือตาโต ก่อนจะค่อยๆเงยหน้ามองท่านแม่
“ลูกชอบมั้ยจ๊ะแม่ใช้เวลาทั้งปีเลยนะกว่าจะทำเสร็จ” ท่านแม่ยิ้มด้วยความภูมิใจให้ผม
“กะ กะ กะ ก็ชอบนะครับ” ผมกัดฟันตอบออกไป
“อือแม่ตั้งใจมากเลยนะ ตัวเอกแม่ใช่ชื่อลูกด้วย ตั้งแต่เด็กๆแล้วลูกชอบให้แม่อ่านหนังสือให้ฟังประจำ แม่เลยคิดว่าลูกน่าจะชอบ” ในมือของผมตอนนี้ถือหนังสือนิยายของท่านแม่อยู่ แค่ผมเห็นชื่อเรื่องผมก็อยากเผามันทิ้งแล้ว ผมค่อยๆอ่านชื่อเรื่องอีกครั้ง คลาวด์ยอดชายใจทรหด เมื่อผมอ่านจบผมก็มองหน้าท่านพ่อทันที ผมเห็นท่านพ่อยืนหน้าซีดเช่นกัน หวังว่าท่านพ่อคงไม่เป็นหนึ่งในตัวละครที่ท่านแม่นำไปแต่งนะ
“ที่รักดูสิคลาวด์เงียบไปเลยสงสัยจะชอบมาก หรือว่าควรเอามันไปตีพิมพ์ดีน้า” ท่านแม่ถามท่านพ่อ
“มะ มะ มะ ไม่ดีมั้งที่รักถ้าตีพิมพ์ออกมา มันก็ไม่ใช่ของขวัญสิ” ท่านพ่อปาดเหงื่อก่อนจะช่วยพูดให้ผม ขอบคุณมากครับท่านพ่อ ถ้ามันตีพิมพ์จริงๆ มีหวังผมต้องพยายามฆ่าตัวตายแน่ๆ
“โอ้จริงสิ ลืมคิดไปเลย” ท่านแม่อุทานออกมา รอดไปเรา
“อันนี้ของพ่อ” ท่านพ่อยื่นมีดแกะสลักให้ผม
“ขอบคุณครับท่านพ่อมันสวยมากเลย” ผมมองมีดแกะสลักในมือ ปลอกทำจากไม้แกะสลักไปลายก้อนเมฆ แต่ผมค่อนข้างรู้สึกว่าคุ้นๆ เนื้อเหล็กแบบนี้ก่อนท่านพ่อจะพูดออกมา
“มีดนั่นพ่อไปขอให้คุณออสมัน ตีขึ้นมาให้เลยนะเห็นว่าใช้เหล็กแบบเดียวกับที่ตีดาบของลูกขึ้นมา ส่วนด้ามจับคุณเชียร์อาสาทำให้เองเลย” ผมพยักหน้า ก็ถึงว่าถึงคุ้นเคยนักเป็นเหล็กน้ำพี้นี่เอง
“ผมต้องไปขอบคุณลุงออสมันกับคุณเชียร์ด้วยสินะครับเนี่ย” ผมเก็บมีดไว้ที่เอวทันที ส่วนมีดเล่มเก่าผมมันเป็นมีดธรรมดาที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วๆไป ผมจะใช้มีดเล่นนี้ล่ะเป็นมีดประจำตัวเล่มใหม่
“แล้วลูกจะเดินทางวันไหนจ๊ะ” เป็นท่านแม่ที่ถามผม
“ผมว่าจะออกเดินทางสัปดาห์หน้าเลยครับ” ผมตอบท่านไปเพราะถ้าออกเดินทางช้ากว่านี้ ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมาอาจจะไปเข้าโรงเรียนไม่ทัน
“ลูกก็เตรียมตัวให้ดีแล้วกัน มีการทดสอบหลายอย่างแต่ละปีไม่เหมือนกันซะด้วยพ่อคงช่วยอะไรไม่ได้มาก มีสอบข้อเขียนด้วยลูกอย่าลืมอ่านพวกประวัติของโรงเรียนล่ะ แต่พ่อมั่นใจลูกต้องสอบผ่านแน่นอน” ผมพยักหน้า
“แล้วลูกจะเดินทางยังไงให้พวกทหารไปส่งดีมั้ย” ท่านพ่อถาม
“ผมว่าจะเดินทางไปกับขบวนพ่อค้าครับ อย่าไปรบกวนพวกทหารเลยครับ” ผมบอก
“ดูเหมือนลูกจะเตรียมการไว้แล้วสินะ”
“ครับผมไปคุยกับพวกพ่อค้าที่จะเดินทางไปเมืองโบเดเวีย ไว้แล้ว สัปดาห์หน้าออกเดินทางได้เลย” เมื่อวันก่อนผมบังเอิญไปเจอพวกพ่อค้าจากโบเดเวียพอดี แต่ถ้าไม่เจอผมก็คงอาจจะขอติดพ่อค้าขบวนอื่นไปแทน
จากนั้นงานวันเกิดของผมก็เริ่มต้นขึ้นพวกเราช่วยกันย่างบาบีคิว และอาหารทะเลกันอย่างสนุกสนาน
พอตกเย็นผมก็ไปหมกตัวอยู่ที่ห้องสมุดในบ้านเพราะผมไม่รู้เรื่องโรงเรียนอาคาน่าเลยซักนิด
อืมดูเหมือนโรงเรียนอาคาน่าจะอยู่บนเกาะสินะ แถมยังก่อตั้งโดยสี่อาณาจักรอีกด้วยก่อนก่อตั้งบนเกาะนั้นเป็นเกาะต้องห้ามเพราะมีสัตว์อสูรมากมายบนเกาะเสมือนสวรรค์ของสัตว์อสูรอีกทั้งยังมีตำนานเล่าว่าเป็นที่อยู่ของมังกรอีกด้วย
แต่ก็ไม่เคยมีใครพบเห็นจนราชาของทั้งสี่อาณาจักรส่งคนขึ้นไปบุกเบิกและสร้างโรงเรียนขึ้นมา ประวัติของโรงเรียนก็หลายร้อยปี สุดยอดจริงๆ ผมนั่งอ่านหนังสือประวัติการก่อตั้งโรงเรียนไปจนหัวค่ำ ผมว่าเท่านี้น่าจะเพียงพอสำหรับสอบผ่านแล้วนะ ส่วนข้อเขียนจะออกอะไรบ้างผมก็ไม่รู้หรอกเอาไว้ค่อยไปดูกันในสนามสอบแล้วกัน
เวลาผ่านไปอีกหลายวันผมแวะไปล่ำลาหลายคนทั้งพี่ดันเต้ ผู้กองนิโคลาส ลุงออสมัน คุณเชียร์ และคุณธาร่ากับมาธาร์ อีกทั้งหลายๆคนในสมาคมแม่บ้าน
วันนี้เป็นวันออกเดินทางของผมมีท่านพ่อ ท่านแม่คุณมัลโก้และคุณอามีน่ามาส่งผม ผมเตรียมเสื้อผ้าไปไม่กี่ชุดเพราะท่านพ่อบอกว่าที่โรงเรียนจะมีเครื่องแบบให้ใส่ เพราะฉะนั้นผมเลยขนพวกเครื่องปรุงไปเยอะเลยล่ะเพราะกลัวจะหาซื้อลำบากก็เป็นเกาะนี่นะ และที่เหลือก็เป็นดาบคู่กายกับมีดที่ท่านพ่อให้เป็นของขวัญ ส่วนหนังสือนิยายของท่านแม่ผมอยากจะเก็บมันไว้ที่บ้านจริงๆแต่กลัวท่านแม่ไปเจอเข้าให้แล้วจะเสียใจที่ผมไม่พักติดตัว
“ผมไปก่อนนะครับ” ผมบอกล่าทุกคน
“รักษาตัวด้วยนะลูก” ท่านแม่เข้ามากอดลาผม
“ส่งจดหมายมาบ้างนะ ปิดเทอมก็แวะกลับมาได้” ท่านพ่อบอก
“โชคดีครับนายน้อย/โชคดีค่ะนายน้อย” เป็นคุณมัลโก้และคุณอามีน่า อ่านี่สินะความรู้สึกของพวกที่โดนทหารแล้วญาติมาล่ำลา จากนั้นขบวนรถม้าของพ่อค้าจากเมืองโบเดเวียก็ค่อยๆแล่นออกไปจนลับสายตา

พิมพ์คำอธิบายที่นี่