ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 128 อวลกลิ่นโลหิต

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 128  อวลกลิ่นโลหิต



            หลายกองกำลังเลือกที่จะไม่เคลื่อนไหว พวกมันคอยสังเกตการณ์อยู่ที่เดิมแม้จะมีผู้คนชิงลงมือล่วงหน้าไปก่อน


            แต่นั่นก็ดีไม่ใช่หรือ? การมีคนคอยเปิดทางให้ก่อน รับอันตรายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นให้ก่อน ย่อมทำให้คนที่ลงมือทีหลังปลอดภัยมากขึ้น แม้อาจจะได้ผลประโยชน์น้อยลง แต่ในเมื่อมันลดความเสี่ยงลงไปได้ ก็ไม่จำเป็นต้องส่งผู้คนของตนเองไปเผชิญอันตราย มองอย่างไรก็คุ้มค่า


            ร่างในชุดดำนำกำลังคนนับสิบข้ามกำแพงคฤหาสน์เข้าไปด้านใน พร้อมกับร่างหญิงสาวที่พุ่งตามเข้าไปติดๆ


            ตึง!


            ร่างของชายชุดดำกระแทกเข้ากับม่านพลังไร้สภาพ มันคือค่ายกลที่คอยปกป้องเขตตระกูลพีไรซ์เอาไว้ ถึงแม้มันจะไม่ได้แข็งแรงมากนัก แต่ก็ช่วยคัดกรองปลาเล็กปลาน้อยที่หวังจะแอบเล็ดลอดเข้ามาได้บ้าง หากต้องการจะโจมตีคฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีฝีมือและความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง ไม่ใช่ใครก็เข้ามาได้


            พรรคพวกที่ตามหลังมาขมวดคิ้วทันทีที่เห็นม่านพลังตรงหน้า เนื่องจากม่านพลังนี้แอบซ่อนตัวได้ดียิ่ง หากไม่ตรวจสอบให้ดีก็แทบไม่มีทางรับรู้ถึงมันได้เลย และอีกอย่างหนึ่งคือพวกมันไม่รู้มาก่อนว่าคฤหาสน์ตระกูลหวงหลงมีม่านพลังเช่นนี้คอยปกป้อง หมายความว่าสิ่งนี้ต้องเกิดขึ้นภายหลังการล่มสลายของตระกูลหวงหลงเป็นแน่ ไม่มีทางที่ตระกูลหวงหลงจะเก็บซ่อนเรื่องนี้เป็นความลับมาจนถึงตอนนี้


            ชายชุดดำที่เฝ้าสังเกตคฤหาสน์ตระกูลหวงหลงมากว่าครึ่งค่อนวันย่อมล่วงรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ที่เขาไม่คาดคิดคือม่านพลังตรงหน้ากลับแข็งแกร่งเกินกว่าความคาดหมายไปหน่อย 


            ต้องรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังผ่านมาไม่ถึงหนึ่งวันเลยด้วยซ้ำ กลุ่มคนพวกที่เข้ามาโจมตีตระกูลหวงหลงสร้างม่านพลังป้องกันระดับนี้ได้อย่างไรในเวลาเพียงเท่านี้? ไหนจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้นรอบนอกคฤหาสน์ตระกูลหวงหลงให้กลุ่มสายสืบจากกองกำลังต่างๆ รวมถึงตัวชายชุดดำได้สังเกตเห็นเลยด้วย


            ชายในชุดดำขมวดคิ้วครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีหลายอย่างที่อยู่เหนือการคาดการณ์ของตัวมัน แต่จะให้มาถอนตัวตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว การเคลื่อนไหวของมันและกำลังเสริมนับสิบทำให้กองกำลังมากมายตื่นตัว หากยอมปล่อยโอกาสนี้ไปก็เท่ากับไม่เหลืออะไรติดมือกลับไปเลย ที่ตัดสินใจลงมือไปจะกลายเป็นเสียเปล่า 


            ชายชุดดำส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า


            “โจมตีพร้อมกัน ด้วยกำลังของพวกเราทั้งหมด ม่านพลังหลังนี้จะต้องถูกทำลายภายในเวลาไม่นาน!” คำที่ออกมาจากปากชายชุดดำเป็นเสมือนคำสั่ง ทุกคนต้องปฏิบัติตามร่วมกัน


            กลุ่มคนทั้งสิบพยักหน้ารับ รวบรวมพลังภายในร่างแล้วพุ่งโจมตีกันออกไปสุดแรง โดยมีชายชุดดำเป็นผู้นำ


            พวกมันทุกคนล้วนเป็นอเวกระดับเจ็ด ยกเว้นก็แต่ชายในชุดดำที่เป็นอเวกระดับแปด เมื่อพลังของพวกมันรวมกันก็กลายเป็นทรงพลังอย่างยิ่ง


            ปัง!


            การโจมตีจากกลุ่มคนนับสิบทำเอาม่านพลังสั่นสะเทือนไปทั้งหมด ซึ่งกลุ่มคนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบนอกล้วนเห็นเหตุการณ์นี้ทั้งหมด ใครที่ไม่ทราบมาก่อนว่ารอบคฤหาสน์มีม่านพลังขวางกั้นก็ได้รับรู้เสียในตอนนี้ 


            บางกองกำลังที่ตั้งใจจะบุกเข้าไปถึงกับยั้งฝีเท้าเอาไว้ทันที เพราะพวกมันไม่รู้มาก่อนว่ามีตัวแปรแทรกซ้อนมากมายถึงเพียงนี้ ตัวตนที่ยึดครองคฤหาสน์ตระกูลหวงหลงแข็งแกร่งและลึกลับเกินกว่าที่กองกำลังของพวกมันจะเล่นด้วยได้


            แกร็ก...


            หลังจากการโจมตีระลอกแรก รอยร้าวก็เริ่มปรากฏให้เห็นบนม่านพลัง ความสามารถในการพรางตัวเริ่มหายไป


            “อีกครั้ง! มันใกล้จะพังแล้ว!” ชายในชุดดำตะโกนสั่ง ร่วมมือกับทุกคนช่วยโจมตีซ้ำเข้าไปอีกระลอก


            “หยุด!” หญิงสาวที่ตามมาด้านหลังพยายามหยุดการกระทำของคนทั้งหมด แต่ก็สายเกินไป


            ปัง!


            เพล้ง!


            ม่านพลังถูกทำลายจนกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ พลังงานทั้งหมดของค่ายกลเริ่มแปรปรวนและไม่สามารถรักษาเสถียรภาพเอาไว้ได้ ส่วนอื่นๆ ของค่ายกลเริ่มสั่นไหวไปมา พลังงานเริ่มไหลไม่ต่อเนื่อง ในที่สุดมันก็ค่อยๆ สลายหายไป


            หญิงสาวที่ตามมาด้านหลังกัดริมฝีปากมองม่านพลังที่พังทลายลง ใบหน้าของเธอย่นเข้าหากัน มองจากไกลๆ ยังรู้ว่าไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก


            ตอนแรกเธอก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้วกับการลงมือบุ่มบ่ามของอีกฝ่าย ยิ่งมาเห็นม่านพลังที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ในตอนแรกมันยิ่งทำให้เธออดหวั่นกลัวตัวตนเบื้องหลังที่สร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมาไม่ได้ 


            การสร้างม่านพลังป้องกันเช่นนี้ขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการเตรียมการ ใช้อุปกรณ์หลากหลาย และผู้ที่มีความรู้คอยดูแลตลอด


            การที่จู่ๆ มันโผล่ขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครเห็นขั้นตอนการเตรียมการเลยแม้แต่น้อยเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก และยิ่งน่าประหลาดใจขึ้นไปอีกที่ม่านพลังซึ่งสร้างขึ้นลวกๆ กลับมีความแข็งแกร่งที่มากถึงเพียงนี้


            “มาเถอะ พวกเราเสียเวลาเพิ่มไม่ได้แล้ว” ชายหนุ่มชุดดำหันมองไปยังหญิงสาวซึ่งกำลังส่งสายตาคาดโทษมาให้ตน


            เธอไม่ได้พูดอะไรตอบกลับอีกฝ่าย หนึ่งเพราะพยายามสงบความโกรธภายในใจเอาไว้ สองเป็นเพราะสถานการณ์มาไกลเกินกว่าจะถอยกลับแล้ว เธอทำได้เพียงยอมทำตามอีกฝ่าย 


            ตัวเธอเป็นถึงอเวกระดับแปดอีกหนึ่งคนที่ทางตระกูลส่งมาสอดส่องความเคลื่อนไหวของคฤหาสน์ตระกูลหวงหลง หากขาดเธอไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อภารกิจ ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงได้แต่ต้องยอมร่วมมือกับอีกฝ่ายไปก่อน


            “ไป” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบโต้ ชายชุดดำก็เรียกทุกคนให้บุกเข้าไปพร้อมกันทันที


            เมื่อคนทั้งสิบสองข้ามกำแพงไปได้ บรรยากาศน่าวังเวงก็โอบล้อมรอบตัวไปหมด ทุกสิ่งเงียบสงัด การขยับตัวเพียงนิดเดียวอาจจะทำให้เกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณเลยก็ได้


            ชายชุดดำที่นำหน้า สอดส่ายสายตามองไปรอบข้าง พวกมันได้ทำเสียงดังไปก่อนหน้านี้ตอนที่ทำลายม่านพลัง แต่สถานการณ์ภายในกลับยังคงเงียบสงบราวกับไม่มีผู้ใดอยู่


            หรือมันจะเหมือนกับสิ่งที่เขาคิด? ชายชุดดำเริ่มคิดภายในใจ บางทีกลุ่มคนที่ทำลายตระกูลหวงหลงอาจจะจากไปแล้วจริงๆ ก็เป็นได้ ...หากพวกมันยังหลงเหลืออะไรดีๆ เอาไว้ก็คงดีไม่น้อย


            วูม!


            กระแสพลังเคลื่อนไหวมุ่งหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นเสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นอีกฟากฝั่งของเขตคฤหาสน์ ชายในชุดคลุมสีน้ำตาลพร้อมพรรคพวกอีกสองสามคนมุ่งหน้ามาถึงแล้ว


            “บัดซบ มีคนฉวยโอกาสตอนที่พวกเราทำลายม่านพลังลอบเข้ามา!” ชายชุดดำกัดฟันแน่น จ้องมองกลุ่มคนที่เพิ่งเข้ามาทีหลังด้วยความไม่พอใจ


            มันอุตส่าห์ฉวยโอกาสลงมือเป็นพวกแรก ใครจะคาดคิดว่าม่านพลังที่ครอบคลุมคฤหาสน์แห่งนี้จะแข็งแกร่งกว่าที่คิด เป็นผลให้กองกำลังฝ่ายอื่นฉวยโอกาสตามเข้ามาได้ทัน


            “พวกเราต้องรีบแล้ว มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของหัวหน้าตระกูลหวงหลง เราต้องเข้าไปให้ได้ก่อนพวกมัน!” ชายชุดดำไม่แน่ใจว่าพวกที่เข้ามาใหม่เป็นฝ่ายไหนกันแน่ แต่การที่มันกล้าบุกเข้ามาเช่นเดียวกัน น่าจะไม่ใช่กองกำลังชั้นปลายแถว อย่างน้อยๆ ก็ต้องเทียบเคียงได้กับตระกูลของพวกตนซึ่งเป็นหนึ่งในสิบกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมือง C-04


            แม้จะเป็นกองกำลังระดับสูง แต่เมื่อเทียบกับขุมอำนาจห้าอันดับแรก พวกเขาไม่อาจจะเปรียบเทียบอำนาจกับอีกฝ่ายได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกมันจึงไม่เลือกแบ่งชิ้นเค้กกลืนกินธุรกิจของตระกูลหวงหลง แต่กลับมาฉวยโอกาสปล้นชิงของมีค่าไปแทน


            ชายชุดดำกำลังนำกลุ่มคนด้านหลังมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์ของหัวหน้าตระกูล เพียงแต่พวกมันพลันรู้สึกได้ถึงพลังงานผันผวนรุนแรงและเสียงกรีดร้องขึ้นมาเสียก่อน


            “อ๊าก” เสียงกรีดร้องแหบพร่าของชายฉกรรจ์ดังขึ้นมาจากอีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ พร้อมกับพลังงานของอเวกระดับเก้าที่ถูกปลดปล่อยออกมา


            ตึง ตึง!


            กลุ่มคนทั้งสิบสองหันไปทางต้นเสียง ไม่รู้ทำไม แต่พวกมันทุกคนต่างขนลุกซู่ทันทีหลังจากสัมผัสถึงกลุ่มก้อนพลังที่มาจากอีกฟากฝั่ง


            “อ๊ากกกกกกก” เสียงของชายคนเดิมยังดังต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงกระแทกหนักๆ ของวัตถุบางอย่างที่ดังกระทบพื้นอย่างแรง


            “อ๊ากๆๆ” เสียงของคนอื่นหลายคนดังตามมาติดๆ ก่อนจะเงียบหายไป


            พลังงานของอเวกระดับเก้าที่ปลดปล่อยออกมาครู่หนึ่งก่อนหน้านี้ ค่อยๆ อ่อนแรงลงเรื่อยๆ


            “อเวกระดับเก้า?” ชายชุดดำและพรรคพวกต่างก็ตกใจกับพลังงานที่สัมผัสได้


            ปรากฏว่าฝ่ายที่ตามเข้ามาเป็นถึงอเวกระดับเก้า... และอเวกระดับเก้ากลับถูกโจมตีอย่างรุนแรงจนไม่มีโอกาสได้โต้ตอบ 


            ตอนนี้ดูเหมือนว่าเสียงการต่อสู้จะเงียบลงไปแล้ว 


            ลมยามกลางคืนพัดโชยมาเอื่อยๆ บังเอิญว่าทิศทางลมพัดพามาทางนี้พอดี กลิ่นเลือดสดๆ ค่อยๆ ลอยมาตามลม แม้จะเป็นกลิ่นเลือดจางๆ แต่ก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นที่อีกฟากฝั่งหนึ่ง


            ชายชุดดำและพรรคพวกที่เหลือหันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ละคนเริ่มรู้สึกไม่ถูกต้อง หลายๆ อย่างมันดูผิดปกติไปหมด


            วูม!


            เสียงการเคลื่อนที่แหวกอากาศดังขึ้นจากที่ไกลๆ และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ 


            ขนของกลุ่มคนเหล่านี้ลุกชันไปทั่วทั้งตัว ลางร้ายค่อยๆ คืบคลาน ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มถาโถมเข้าใส่


            ร่างเงามนุษย์พุ่งเข้าใส่กลุ่มคนที่ยืนนิ่งค้าง พร้อมกับเสียงตึงตังที่ดังตามมาด้านหลัง


            “วิ่ง!” ชายชุดดำตะโกนออกมาเสียงดังก่อนที่จะฝืนร่างของตนเองเต็มที่เพื่อหลบหนีออกมา ไม่รู้ทำไมแต่ร่างกายและจิตใจของเขาถึงหนักอึ้งแทบไม่ฟังคำสั่ง 


            หญิงสาวในกลุ่มยืนค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยายามผลักดันตนเองให้วิ่งออกมาให้ได้เช่นเดียวกัน


            พลังงานบางอย่างจากร่างเงานั้นเข้าปกคลุมพวกเขาทุกคน สร้างแรงกดดันให้กับจิตใจ ใครที่แรงกายแรงใจไม่แข็งแรงจะค่อยๆ จมลงสู่ห้วงความหวาดกลัวยากที่จะหนีออกมาได้


            แน่นอนว่ากลุ่มคนทั้งสิบซึ่งเป็นกำลังเสริมจากตระกูลไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น พวกมันเป็นเพียงอเวกระดับเจ็ด ไม่มีทั้งกำลังกาย อ่อนแอทั้งกำลังใจ ตอนนี้จิตใจของมันปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัวจากผลของรังสีประหลาดที่ร่างเงาปล่อยออกมา ทั่วทั้งร่างของพวกมันสั่นเทาไปหมด ขาแข็งเกร็งไม่อาจขยับหนีไปได้แม้สักก้าว และแล้วร่างเงาต้นเหตุก็เคลื่อนที่เข้ามาประชิดตัว


            ใบหน้าสุดท้ายที่พวกมันเห็น เป็นใบหน้าซีดๆ ของชายชราที่ไร้เลือดฝาด ดวงตาเหลืองซีดจ้องมองพวกมันอย่างไร้อารมณ์


            “อ๊ากกกกก” คมเขี้ยวของชายชราร่างซีดฝังเข้าไปบนลำคอของพวกมันทีละคน ดูดกินเลือดอย่างหิวกระหาย ในขณะที่ร่างมหึมาสูงใหญ่กว่าสามเมตรพุ่งติดตามชายชุดดำและหญิงสาวไปติดๆ

    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน