“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็บอกมาตรงๆมาหาข้ามีเรื่องอันใด?”
ตู้เซ่าฝู่เอาแต่มองสำรวจจิตวิญญาณที่เรียกตัวเองว่าเจินชิงฉุนที่ปรากฏต่อหน้าของเขาสายตาของเขาแสดงออกว่าผิดหวัง อีกฝ่ายอ้างว่าตัวเองมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาทั้งยังเป็นยอดฝีมือ ทว่าไม่มีของดีๆ อะไรติดตัวมาบ้างเลยคนแบบนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ
“เพราะว่าเจ้าโชคดี”
เจินชิงฉุนมองตู้เซ่าฝู่อย่างเป็นมิตรทว่ารอยยิ้มของเขาก็ยังดูน่าเกลียดน่ากลัวเช่นเคย จากนั้นเขากล่าวว่า “ข้าพอมองออกเจ้าน่าจะมีชีพจรลมปราณอยู่เพียงขั้นสองขั้นสามใช่หรือไม่ชีพจรลมปราณอยู่เพียงแค่ขั้นนี้ต่อไปอยู่ในเส้นทางการฝึกฌานลมปราณและวิทยายุทธก็คง ฮึๆ...”
พูดมาครึ่งเดียวเจินชิงฉุนก็จงใจหยุดกลางคันไปเสียดื้อๆ พร้อมทำสีหน้าท่าทางเสียดายออกมาจากนั้นบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “ไม่ต้องกังวลหรือน้อยเนื้อต่ำใจไปล่ะข้ามาเพื่อช่วยเหลือเจ้า หากได้รับการชี้แนะจากข้าต่อให้มีชีพจรลมปราณขั้นสองก็ตาม ก็ทำให้เจ้ากลายเป็นยอดฝีมือได้ข้าสามารถทำให้เจ้ามีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด หากมีข้าช่วยเหลือต่อไปเจ้าก็จะเป็นเทพยุทธแห่งทั่วหล้า...”
“ถ้าอย่างนั้นข้าต้องทำอะไรให้เจ้าหรือไม่?”
ตู้เซ่าฝู่ขัดจังหวะการพูดของเจินชิงฉุนอีกครั้งในใจเขารู้ดี บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาเปล่าๆ คนแปลกหน้าที่อยู่ดีๆ ก็อยากมาช่วยจะต้องหวังผลอะไรแน่นอน มีพังเพยจีนที่ว่ากันว่า “ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องแลกนอกจากการลักขโมย” พอมองหน้าอัปลักษณ์ของเจินชิงฉุน ตู้เซ่าฝู่เลยยิ่งรู้สึกระแวง
นักต้มตุ๋นเด็กหนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์คนนี้ต้องเป็นนักต้มตุ๋นแน่ๆ ตู้เซ่าฝู่แอบคิดในใจสำหรับเรื่องระดับขั้นชีพจรลมปราณ ตอนนี้ตู้เซ่าฝู่ไม่กังวลเลยแม้แต่น้อยเพราะอย่างไรตอนนี้เขาก็กำลังฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง
“พูดได้ดีพูดได้ดี”
เจินชิงฉุนยิ้มดีใจอย่างสุดซึ้งใบหน้าโปร่งแสงอันอัปลักษณ์นั้นยิ้มอย่างปีติหน้าบานดั่งดอกไม้บาน “เพราะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการฝึกฌานตอนนี้จิตวิญญาณของข้าต้องการการพักผ่อนอย่างสงบ ดังนั้น ข้าต้องการพลังปราณและ...”
“เจ้าอยากได้พลังปราณของข้า?”
ตู้เซ่าฝู่ตะลึงกับคำตอบจากนั้นก็จ้องเจินชิงฉุนอย่างเคร่งเครียด คิ้วขมวดสายตาสดใสกลับกลายเป็นใบหน้าที่ครุ่นคิดไม่ร่าเริง
“ถูกต้องต้องการพลังปราณของเจ้าแล้วก็...”
“ซูม”
เจินชิงฉุนยังไม่ทันพูดจบกำปั้นของตู้เซ่าฝู่ข้างหนึ่งก็มีเสียงคลื่นลมไหลเวียนโดยรอบจากนั้นเขาก็เหวี่ยงหมัดไปหาร่างเงาโปร่งแสงร่างนั้นทันทีทำให้ร่างโปร่งแสงนั้นแตกกระจาย
“เจ้าหนูเจ้าทำอะไรของเจ้า”
ร่างโปร่งแสงที่แตกเป็นชิ้นๆเปลี่ยนสภาพกลายเป็นควันลอยเข้าไปในเจดีย์เล็กที่ลอยอยู่ในอากาศจากนั้นไม่นานก็มีเสียงเสียงหนึ่งลอยออกมา “เจ้าหนู บังอาจลงมือกับข้าตอนนี้เจ้าได้ก่อภัยร้ายให้กับตัวเองแล้ว”
“พวกต้มตุ๋นจริงๆด้วย บังอาจมาล้อเล่นขี้โม้กับข้า”
ตู้เซ่าฝู่ยื่นมือไปคว้าเจดีย์เล็กที่ลอยอยู่จากนั้นก็จับมันเขวี้ยงลงพื้นอย่างแรง พร้อมกับสบถใส่ว่า“คิดจะมาหลอกเอาพลังปราณของข้าไปใช้อีกนะ ข้าตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้กว่าจะฝ่าฟันทำให้ตัวเองฝึกจนมีพลังปราณถึงตอนนี้ลำบากยากเย็นมากเลยเจ้ายังกล้ามาหลอกลวงกันอีกนะ”
พลังปราณสำหรับคนที่ชีพจรลมปราณใช้การไม่ได้ เป็นเรื่องยากมากที่จะฝึกจนมีพลังปราณพูดได้เลยว่าพลังปราณคือสิ่งที่สำคัญดั่งชีวิตของตู้เซ่าฝู่พอเจินชิงฉุนเอ่ยปากอยากได้พลังปราณของเขานั่นก็คือการไปสะกิดต่อมความอดทนตู้เซ่าฝู่แล้ว
ตู้เซ่าฝู่ลงมืออย่างกะทันหันที่จริงทำไปด้วยความหุนหันพลันแล่นทว่าพอเห็นจิตวิญญาณที่เรียกตัวเองว่าเจินชิงฉุนรับการโจมตีของเขาไม่ได้หลบเข้าไปในเจดีย์เล็กทันที บวกกับการขอพลังลมปราณจากเขาไป เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้คือคนหลอกลวง เป็นนักต้มตุ๋นแน่นอน
ตู้เซ่าฝู่โมโหอาละวาดหยิบเจดีย์เล็กที่ตกอยู่ที่พื้นมาเขวี้ยงใส่พื้นอย่างแรงอีกครั้งพร้อมกับสบถออกมาว่า “ยอดฝีมือหรือมีเบื้องหลังไม่ธรรมดาหรือ ข้าจะเขวี้ยงมันให้แตกไปเลยดูสิว่าเจ้าจะหลบอย่างไรได้อีก”
“บังอาจมาหลอกลวงไม่เห็นหัวข้า อายุยืนดีๆ ไม่ชอบ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วใช่หรือไม่!”
“บังอาจคิดจะมาเอาพลังปราณข้าไปเจ้าช่างกล้าหาญเสียจริงนะ”
“จะออกไม่ออก!”
ตู้เซ่าฝู่เขวี้ยงเจดีย์เล็กอย่างแรงหลายต่อหลายครั้งทว่าเจดีย์เล็กก็ไม่มีร่องรอยแตกหักเลยแม้แต่น้อยมันแข็งแรงทนทานอย่างไม่มีสิ่งใดเปรียบจริงๆ
“เจ้าหนุ่มเจ้าบังอาจไม่เคารพข้า ภายหลังเจ้าต้องเสียใจแน่”
ในเจดีย์เล็กเสียงของเจินชิงฉุนที่ออกมาเริ่มโกรธ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกับที่เขาคาดไว้เลยเขาคิดไม่ออกว่าเหตุใดผลที่ออกมาจึงเป็นเช่นนี้ หลังจากที่เขาฟื้นขึ้นมาเขาคำนวณเวลามาอย่างดีแล้วถึงปรากฏตัวออกมาเพื่อจะได้ให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไปอย่างที่เขาวางแผนไว้ ทว่าพอมาดูตอนนี้ไม่เหมือนกับที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย
“เจ้าของบ้าๆนี่อึดถึกเสียจริง”
ตู้เซ่าฝู่คิดหาทุกวิถีทางเขวี้ยงสุดแรงก็แล้ว แม้กระทั่งใช้หินทุบใส่ก็แล้วสุดท้ายเจดีย์เล็กก็ยังสภาพดีดังเดิม แม้กระทั่งไร้ร่องรอยขูดขีดใดๆ
เจินชิงฉุนหลบอยู่ในเจดีย์เล็กไม่ยอมออกมาเอาแต่ร้องตะโกนข่มขู่ยั่วโมโหจากในเจดีย์เล็กทำให้ตู้เซ่าฝู่ไร้หนทางจัดการเขาได้จริงๆ
“เจ้าหนุ่มยอมแพ้เถิด ของชิ้นนี้เป็นของที่ไม่ธรรมดา จะจมน้ำหรือโดนเผาก็ไม่เป็นอะไรอย่างเจ้าน่ะ จะชาติหน้าก็ทำอะไรมันไม่ได้หรอก”
ในเจดีย์เล็กมีเสียงหัวเราะเสียงดังของเจินชิงฉุนลอดออกมา จากนั้นตะโกนข่มขู่ออกมาว่า “เดี๋ยวพอข้าฟื้นฟูตัวเองจนหายดีแล้วข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่เจ้าหนุ่ม”
“คิดว่าข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้จริงๆหรือ เจ้าไม่ออกมาอย่างนั้นต่อไปก็ไม่ต้องออกมาแล้วจะมองว่าเป็นร่างจากพลังจิตวิญญาณข้าว่าเจ้าน่ะเป็นพวกชั่วจิตใจวิปริตจากพรรคมืดมากกว่า”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มออกมาเห็นได้ชัดว่าคิดอะไรไม่ดีออกจากนั้นเขาก็โยนเจดีย์เล็กในมือไว้บนกำแพงที่อยู่ข้างๆยิ้มใส่ของชิ้นนั้นด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย จากนั้นก็เริ่มถอดกางเกง
“ได้ยินว่าปัสสาวะเด็กขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ดูสิว่าเจ้าจะหนีไปได้อีกนานแค่ไหน”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มอย่างชั่วร้ายน้ำอุ่นๆ เป็นเส้นพุ่งใส่บนเจดีย์เล็ก
“เจ้าหนุ่มไร้ยางอายของสิ่งนี้คือสมบัติเลอค่ามากๆมีคุณค่ามากพอให้ยอดฝีมือหลายต่อหลายคนยอมหลั่งโลหิตเพื่อแย่งชิงมันมาครองเจ้ามาปัสสาวะรดแบบนี้ ต่อไปต้องถูกสวรรค์ลงโทษแน่แถมยังบังอาจมาดูหมิ่นและปฏิบัติกับข้าเช่นนี้ เข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่” ในเจดีย์เล็ก เจินชิงฉุนระเบิดความโมโหตะโกนออกมาดังลั่นทว่าก็ยังไม่กล้าออกมา
...
ยามโพล้เพล้พระอาทิตย์กำลังอัสดง กลุ่มเขาสูงเสียดเมฆที่ล่องลอยอยู่ในห้วงนภาจำนวนมากมายกระจายอยู่ทั่วขนาดสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นชั้นยอดเขามืดครึ้มสูงชันเป็นเนินผาลักษณะดั่งถูกขวานผ่าปลายยอดเขาจนเป็นรูปทรงแหลมยาวมีแสงทองอ่อนๆ จากตะวันสอดส่องสะท้อนไปยังทุกยอดเขา
บริเวณหนึ่งมีแสงอ่อนๆสาดส่อง ทำให้รู้สึกสงบและเย็นยะเยือก
“ซู่!”
ณ หุบเขาลึกมีสาวน้อยคนหนึ่งที่สวมชุดจอมยุทธสาวสีแสดวิ่งมุ่งหน้าอยู่ในหุบเขาบริเวณริมฝีปากมีรอยโลหิต สีหน้าซีดเผือดและเคร่งเครียดนางคอยระแวงหันหลังมองไปทางด้านหลังอยู่เนืองๆ
“บังเอิญจังเลยนะ”
ทันใดนั้นเองก็มีร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้านางใบหน้าและดวงตาของเขายิ้ม พร้อมกับทักทายนาง
สาวน้อยคนนั้นหยุดชะงักไปจ้องมองชายหนุ่มที่ปรากฏอยู่ข้างหน้า จากนั้นใบหน้าซีดๆ ของนางก็กลายเป็นสีหน้าที่ตะลึงตกใจ ท่าทางเหมือนกับคนเจอผีหลอกอุทานออกมาอย่างประหลาดใจว่า “เจ้า...เจ้ายังไม่ตาย?”
หญิงสาวชุดจอมยุทธสาวคนนี้คือแม่นางที่คิดจะแย่งชิงเห็ดหลินจือโลหิตทารกกับตู้เซ่าฝู่นางคิดว่าเด็กหนุ่มที่ปรากฏตัวคงเสียชีวิตไปแล้วแน่นอนหลังจากกระโดดลงหน้าผาสูงชันไปทว่าจู่ๆ ก็มาพบกันอีกครั้ง จึงทำให้นางประหลาดใจมาก
“ข้าดวงแข็งและหนังเหนียวมากไม่ตายง่ายๆ เช่นนั้นหรอก”
และตู้เซ่าฝู่เองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับเด็กสาวคนนี้อีกและนึกไม่ถึงเลยว่าจะได้พบกันแบบตัวต่อตัวไม่พบคนอื่นที่อยู่บนอสูรเหยี่ยวประกายเพลิงด้วยตอนนั้น เขามองไปที่สาวน้อยชุดจอมยุทธนางนั้นพร้อมกับกล่าวว่า “แต่ว่าข้าไม่ตายเนี่ย หมายความว่าเจ้าลำบากแล้วละนะ”
“เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้สำหรับข้าหรอกกระมัง?”
เมื่อเห็นสีหน้าของตู้เซ่าฝู่ที่ดูกรุ้มกริ่มคิดอะไรชั่วร้ายอยู่จอมยุทธสาวคนนี้ก็เลยขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามข่มใส่ให้ใจเย็น
“ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่งมากแต่ว่า...”
สาวน้อยที่ปรากฏตัวหน้าเขาเก่งฉกาจมากแต่ว่าขณะนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนแล้วตู้เซ่าฝู่ไม่คิดว่าเด็กสาวคนนี้จะมีฝีมือร้ายกาจไปกว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตู้เซ่าฝู่รุดหน้าเข้าไปหาหญิงสาวนางนั้น ยิ้มให้พร้อมกับกล่าวว่า “เจ้าดูข้างหลังของเจ้าสิ?”
เมื่อเด็กสาวได้ยินจึงหันหลังไปดูด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏก็สีหน้าเปลี่ยนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนปรากฏอยู่ในสายตาของเด็กสาวคนนั้นร่างของมันสูงใหญ่ดั่งมีหน้าผามาตั้งอยู่เบื้องหน้าของนางเสียงของมันดังสนั่นดุจฟ้าผ่า ให้ความรู้สึกดุดันและเกรี้ยวกราดสุดๆ
“อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเจ้าเป็นคนพามาหรือ!”
สาวน้อยสีหน้าเปลี่ยนเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนและตู้เซ่าฝู่อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนดูท่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นคนพามา นางยังจดจำได้ดีว่าก่อนหน้านางเคยลงมือกับเขาเพราะคิดจะแย่งชิงเห็ดหลินจือโลหิตทารก
“ข้าเคยบอกแล้วเจ้าคิดจะมาแย่งชิงเห็ดหลินจือโลหิตทารกของข้าไปข้าจะต้องจัดการพาเจ้ากลับไปเป็นสาวใช้ของข้าให้ได้”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มที่แท้สาวน้อยคนนี้ก็มีด้านอ่อนแอและกลัวเป็น แต่ว่าเป็นถึงชายชาติชาตรีมีแค้นย่อมต้องชำระอย่างไรก็ตามบัญชีแค้นนี้ก็ต้องชำระ
“เชอะ!”
จอมยุทธสาวคนนี้เชอะใส่เด็กหนุ่มอย่างเย็นชานางเหล่มองอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่อยู่ด้านหลังสักครู่จากนั้นร่างเพรียวบางของนางก็พุ่งกระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่ นางยื่นแขนขวาออกไปพร้อมกับปล่อยพลังที่ไร้รูปร่างออกไปจากฝ่ามือจะจัดการศัตรูให้ราบคาบต้องกำราบหัวหน้าของศัตรูก่อนนางรู้อยู่แก่ใจดีว่านางเอาชนะอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนไม่ได้
ตู้เซ่าฝู่รับรู้ได้ถึงแรงกดดันจากพลังที่ไร้รูปร่างที่ถูกส่งออกมาเขามองลงข้างล่าง จากนั้นร่างของเขาก็มีอักษรยันต์พรั่งพรูออกมาเมื่อเหวี่ยงแขนก็เกิดเป็นคลื่นพลังหมัดส่งออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง
ขณะนั้นเองพลังอัดแน่นอานุภาพรุนแรงที่ถูกส่งพุ่งออกไปอยู่ในห้วงอากาศก็เข้าไปปะทะกับพลังฝ่ามือของสาวน้อยคนนั้น
“ปึง!”
สุดท้ายหมัดสองหมัดก็ปะทะกันแรงปะทะก่อให้เกิดคลื่นลมรุนแรงพัดจนหญ้าที่ขึ้นบริเวณนั้นหลุดลอยหายไปหมดต้นไม้หรือพุ่มไม้ถูกกระแทกจนหักเป็นท่อนสุดท้ายสาวน้อยคนนั้นก็ถูกแรงโจมตีกระเด็นถอยหลังลอยกลางอากาศพร้อมกับมีเลือดพ่นออกมาทางปาก จากนั้นก็ล้มกระแทกพื้นอย่างแรง
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามพร้อมกับเตรียมอุ้งเท้ากางออก มันคิดจะตะปบจอมยุทธสาวที่ล้มลงนอนอยู่บนพื้นหากนางถูกร่างมหึมานั้นตะปบเข้า ร่างน่าจะบี้กลายเป็นซากศพที่ไม่น่าชมเชย
“เสียวหู่หยุดเดี๋ยวนี้”
ตู้เซ่าฝู่ตะโกนให้อสูรพยัคฆ์ตัวนั้นยั่งมือไว้เขารู้สึกถึงความไม่ปกติ สาวน้อยคนนี้น่าจะมีพลังเหนือกว่าเขาแท้ๆแต่เมื่อสักครู่พละกำลังเหมือนว่าเทียบกับเขาไม่ได้เลยชัดเจนว่าจอมยุทธสาวคนนี้กำลังได้รับบาดเจ็บ และบาดแผลก็สาหัสอยู่เอาการ
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเมื่อได้ยินมันก็รีบเก็บอุ้งเท้าไป ตู้เซ่าฝู่เดินเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นดวงตาสองข้างของนางปิดไปแล้วด้วยความอ่อนแรง น่าจะหมดสติไปแล้ว
แล้วยามรัตติกาลก็มาถึงในป่าลึกทุกอย่างเงียบสงัด มีจันทราส่องประกายกลางนภาเฉิดฉายให้ความว่างในป่าอันมืดมิด
“อาการบาดเจ็บสาหัสอยู่ด้านหลังมีบาดแผลมาจากกรงเล็บ น่าจะเพราะถูกอสูรโจมตีมา”
ตู้เซ่าฝู่มองดูจอมยุทธสาวที่นอนหมดสติสลบไสลอยู่บนก้อนหินด้านหน้าเขาพบว่ามีร่องรอยบาดเจ็บจากการโจมตีของอสูรที่ไม่ลึก แต่ก็ไม่เบาเท่าไรน่าจะสาหัสอยู่พอตัว