ตัดภาพไปยังสนามรบของศึกชิงราชันย์ ณ พื้นที่ภูเขาหิมะสูงใหญ่ดูตระการตาพร้อมกับหิมะอ่อนๆกำลังถูกโปรยลงมาจากท้องฟ้าที่สว่างไสว ทั่วพื้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาดูขาวบริสุทธิ์สวยงาม มีต้นไม้ฤดูหนาวนาๆชนิดงอกออกมาตามพื้นที่ว่างเปล่าดูเป็นธรรมชาติน่าค้นหา บวกกับปราสาทน้ำแข็งที่หรูหราใหญ่โตมโหฬารตั้งตระหง่านอยู่ตรงใจกลางภูเขาหิมะแห่งนี้ ตามปกติแล้วพื้นที่แห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ พวกผู้เล่นนิยมกันมาพักผ่อนหย่อนใจ แต่ก็มีบ้างที่กลุ่มผู้เล่นรวมตัวกันมาเก็บระดับกันเพราะมอนสเตอร์แถวนี้ระดับคลาสแค่ 5-6 เท่านั้นเอง แต่ในเวลานี้พื้นที่ที่เคยสวยงามแห่งนี้กลับแปรเปลี่ยนไปเสียอย่างนั้น พื้นหิมะที่เคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมให้กลายเป็นสีเลือดแดงฉาน อากาศที่เคยหนาวเย็นกลับกลายเป็นร้อนระอุจากอารมณ์ที่พลุกพล่านของผู้เล่นในสงครามชิงราชันย์ สงคราม ณ ที่แห่งนี้ใช้เวลาไปประมาณ 1 สัปดาห์แล้วก็ยังไม่สามารถรู้ผลลัพธ์ของมันได้เลย การต่อสู้นั้นรุนแรงตั้งแต่ตอนเริ่มสงครามจนถึงตอนนี้ก็ยังรุนแรงอยู่ไม่แปรเปลี่ยนไป วงเวทย์น้อยใหญ่ถูกร่ายออกมาจากจอมเวทย์ของแต่ละฝ่ายเพื่อโจมตี และสนับสนุน พรรคพวกของตัวเอง แนวหน้าที่คอยรับการโจมตีเป็นอันดับแรกต้องยื้อชีวิตของตัวเองไว้ให้นานที่สุด และต้องไม่ปล่อยให้พวกศัตรูเข้าไปถึงแนวหลังได้ พวกผู้เล่นของแต่ละฝ่ายต่างใส่ทุกอย่างที่ตนมี ทั้งกลยุทธ์ ค่ายกล เล่ห์เหลี่ยมอุบาย ความสามารถ พลังกาย และพลังใจ พวกเขาต่อสู้เพื่อบรรลุจุดประสงค์ของตนเอง ฝั่งราชันย์ก็เพื่อปกป้องตำแหน่ง ส่วนอีกฝั่งก็เพื่อนชิงตำแหน่งราชันย์ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายชัดเจนก็ไม่มีเหตุผลที่จะลังเลในการเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ไกลจากจุดศูนย์กลางสนามรบมีกลุ่มผู้เล่นฝั่งท้าชิงตำแหน่งราชันย์รวมกลุ่มกันทำบางอย่างอยู่ “บ้าเอ้ย ทำไมพวกมันมีเยอะแบบนี้เนี่ย?!” แอสซาซินสวมชุดสีขาวคนหนึ่งพูดขึ้นท่ามกลางสนามรบ “นี่พี่ ฉันว่าพวกเราน่าจะแอบเข้าไปในปราสาทแล้วทำลายจุดเกิดของพวกมันทิ้งซะก็จบเรื่อง” แอสซาซินคนที่สองสวมชุดสีขาวเช่นกันตอบกลับพี่ของตัวเองไป “เหอะ ไอ่บ้าเอ้ย! ถ้ามันง่ายขนาดนั้นสงครามคงไม่ยืดเยื้อขนาดนี้หรอกเว้ย!” “พวกนั้นอาจจะไร้ฝีมือเองก็ได้ที่ไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ แต่พวกเราเป็นใคร คิดสิๆๆ!” “ใช่แล้ว! พวกเรามันพี่น้องมหาประลัยผู้เลื่องลือนี่นา ไม่ว่าจะได้รับจ้างให้ทำอะไร เราก็สำเร็จใช่รึเปล่าไอ่น้องรัก” “ถูกต้อง งั้นเราก็เริ่มกันเลยเถอะ!” ว่าแล้วสองพี่น้องมหาประลัยก็พากันบุกเข้าไปทำลายจุดเกิดของศัตรูพร้อมกับพวกพ้องของเขา โดยไม่รู้เลยว่าอะไรที่กำลังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้านี้... ที่ห้องประชุมในปราสาทน้ำแข็งห้องทรงสี่เหลี่ยมพร้อมกับโต๊ะครึ่งวงกลมที่รายล้อมไปด้วยผู้เล่นระดับสูงในกลุ่มพันธมิตรนั่งเรียงรายกันอยู่ ตรงหัวโต๊ะมีหนุ่มใหญ่คนหนึ่งนั่งอยู่ เขาเป็นชายร่างใหญ่โตสวมชุดเกราะหนาสีขาวดำที่ถูกตกแต่งด้วยหัวกะโหลกดูน่ากลัวพิลึก แต่กลิ่นอายที่ออกมาจากตัวเขานั้นทรงพลังดูน่าเคารพยกย่องเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ราชันย์น้ำแข็ง ลีออน “รายงานสถานการณ์ที” ราชันย์น้ำแข็งลีออนถามสถานการณ์ในสนามรบทันทีที่เริ่มประชุม “ไม่ค่อยดีครับตอนนี้ กำลังคนของศัตรูมีเยอะกว่าที่เราคาดมากจนตอนนี้ฝ่ายเราค่อนข้างเสียเปรียบอย่างมากครับ หากไม่ทำอะไรซักอย่างพวกมันคงบุกมาถึงที่ปราสาทแน่ครับ” ชายหนุ่มหน้าหนวดสวมเกราะหรูหราเต็มยศยืนขึ้นพูดอย่างสง่า “ใช่ค่ะ พวกเราก้าวช้ากว่าพวกมันไปก้าวหนึ่งตลอด นึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะมีราชันย์มาหนุนถึงสองคนแบบนี้ นี่ยังไม่นับหนอนบ่อนไส้ภายในกิลด์ของพวกเราอีกที่ทำให้ข้อมูลรั่วจนทำให้พวกศัตรูหาวิธีรับมือกับเราได้แบบนี้!” สาวนักเวทย์คล้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่อยู่ไม่ไกลจากลีออนมากนักได้พูดขึ้นมา “แล้วทำไมพวกมันถึงไม่บุกเข้ามาซักที ไม่เห็นต้องเสียเวลาทำศึกยืดเยื้อแบบนี้เลย” ผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งถามขึ้นมา “เพราะพวกมันต้องการให้พวกเราสูญเสียให้มากที่สุดยังไงล่ะ ทั้งทรัพยากรผู้เล่น ไอเทมต่างๆ หรือแม้กระทั่งกำลังใจของพวกผู้เล่นเอง และเมื่อพวกมันชนะสงครามได้ กลุ่มผู้เล่นที่สูญเสียจากสงครามนี้จะตกเป็นเบี้ยล่างของพวกมันโดยง่าย เพียงแค่เอาสิ่งที่พวกมันต้องการมาล่อก็เท่านั้นเอง” ชายท่าทางมีอายุนั่งตอบอย่างใจเย็น ทั้งห้องประชุมนั้นบรรยากาศตึงเครียดกันสุดๆ พวกเขาอยู่ในช่วงกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกทางเดียวที่จะชนะสงครามนี้ก็มีแต่ต้องเสี่ยงโชคชนะตาดู เสียงฝีเท้าดังขึ้นหน้าประตูบานใหญ่ของห้องประชุม เสียงเคาะดังขึ้นก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกพร้อมกับผู้เล่นสวมชุดเกราะเบาคนหนึ่งยืนพูดอยู่ตรงหน้าประตู “ขออนุญาตรายงานครับ ตอนนี้มีกลุ่มผู้เล่นบางส่วนบุกเข้ามาถึงด้านหน้าของปราสาทแล้ว คาดว่าพวกมันคงกำลังมุ่งหน้าไปทำลายจุดวาป และจุดเกิดของพวกเราครับ!” “บ้าเอ้ย พวกมันบุกมาถึงนี่ได้แล้วหรอ!” “ไม่น่าเชื่อว่าพวกมันจะผ่านผู้คุ้มกันกำแพงที่ล้วนเป็นผู้เล่นระดับไฮคลาสมาได้!” “ถ้ามันเข้ามาได้แบบนี้แสดงว่าพวกมันก็ต้องเป็นผู้เล่นระดับไฮคลาสชั้นแนวหน้าอย่างแน่นอนสินะ!” ทั่วทั้งห้องประชุมเกิดเสียงถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ พวกเขาต้องคิดหาวิธีการแก้ไขอย่างเร็วที่สุดก่อนที่จะสูญเสียจุดวาป และจุดเกิดอันแสนสำคัญไป แต่แล้วทั่วทั่งห้องก็พลันเงียบลงไปทันทีที่มีเสียงเรียบๆเสียงหนึ่งดังขึ้นมาเบาๆ “ฉันจะออกไปเอง...” เสียงเรียบนิ่งออกมาจากปากของลีออน ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับหันหน้าไปทางเขา “ไม่ได้นะคะคุณลีออน คุณก็รู้ว่าพวกนั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะล้มคุณได้ ถ้าคุณออกไปตอนนี้มันจะเข้าแผนของพวกมันได้นะคะ” “คุณก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าตอนนี้พวกเรากำลังเสียเปรียบอยู่ จะให้ฉันอยู่แต่ในนี้แล้วให้พี่น้องของเราเสียสละเพื่อฉัน โดยที่ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยงั้นหรอ ไหนมีใครบอกฉันได้บ้างว่าฉันควรจะทำอะไรต่อ!!?” ลีออนขึ้นเสียงตอนท้ายเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นยืนและหันลังมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อมองดูเหล่าผู้เล่นฆ่าฟันกันเพราะเขา “ถ้างั้นผมเองก็จะไปด้วย...” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีดำก่อตัวขึ้นข้างกายของลีออน ปรากฏเป็นชายสวมเกราะเบาสีดำปิดหน้าปิดตาในมือของเขาถือกริชคู่งาม “ลาซาร์ค! ภารกิจเสร็จสิ้นแล้วอย่างนั้นหรอ แล้วพวกนั้นล่ะ?” ลีออนเอ่ยถามขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย “อยู่ตรงนั้นครับ” ลาซาร์คหันหน้าไปทางประตูของห้องประชุม ปรากฏเป็นผู้เล่นสองคนกำลังเดินเข้ามา “ทำไมนายชอบทำตัวเด่นอยู่เรื่อยเลย ลาซาร์ค งี้ฉันก็อดได้อดทำแต้มนะสิ ชิ!” นักเวทย์สาวอกทรงโตหน้าตาสละสลวยพูดขึ้นมา เธอสวมชุดผ้าไหมสีดำแดงลวดลายสวยงาม ในมือถือคทาไม้โบราณ ด้านบนสุดของมันมีดวงตายักษ์สีแดงกะพริบปริบๆอยู่ “เหอะ นี่เธอยังไม่ชินอีกงั้นหรอโรซาเรีย” วอร์ริเออร์หนุ่มรูปร่างใหญ่โตตอบกลับไปพลางสายหัวเบาๆ เขาสวมเกราะหนักสีดำแดงเช่นกัน เกราะของเอาคล้ายกับหนามแหลมงอกออกมาทั่วทั้งตัวจนดูน่ากลัวแปลกๆ อีกทั้งด้านหลังของเขายังสะพายดาบยักษ์จนดูน่าเกรงขาม “เงียบไปเลยนะ เคย์!” โรซาเลียยังหันมาเหวี่ยงใส่เคย์อีกรอบก่อนจะหยุดเดินตรงหน้าโต๊ะประชุม “พวกนั้นมัน...องครักษ์พิทักษ์ราชันย์!!” ผู้เล่นพันธมิตรระดับสูงคนหนึ่งพูดขึ้นมาหลังจากที่ได้เห็นผู้มาใหม่ทั้งสามปรากฏตัวขึ้นมาในห้องประชุม องครักษ์พิทักษ์ราชันย์เป็นพียงชื่อเรียกที่คนภายนอกตั้งให้เท่านั้น ผู้เล่น 3 คนนี้อยู่เคียงข้างราชันย์น้ำแข็งลีออนมานาน เป็นบุคคลที่ลีออนไว้เนื้อเชื่อใจมากกว่าใคร พวกเขาแต่ละคนมีพลัง และฝีมือติดอยู่ในท็อป 50 อันดับของยอดฝีมือในโลกเสมือนแห่งนี้ด้วยซ้ำ พวกเขายังถือครองไอเทมระดับ SSS อย่างน้อยคนละหนึ่งชิ้นอีกต่างหาก แต่เพราะได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ทำอยู่ตลอด ทั้งหมกตัวอยู่กับการฝึกฝน ลงดันเจียนเพื่อหาไอเทมเข้ากิลด์ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้พวกเขาแทบจะไม่ได้ออกแสดงตัวเลย จึงไม่แปลกที่บุคคลภายนอกจะตกใจที่พวกเขาปรากฏตัว “พวกนายกลับกันมาแล้วสินะ....เอาล่ะ ได้เวลาไปจบสงครามนี้กัน!” ลีออนไม่พูดอะไรให้มากความ หลังพูดจบเขาเดินออกจากห้องประชุมพร้อมกับเหล่าองครักษ์ของเขาทันที แม้จะมีเสียงคัดค้านจากผู้ร่วมประชุมแต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจทำให้เขาเปลี่ยนความคิดไปได้.....สองพี่น้องมหาประลัยพร้อมพรรคพวกพากันบุกเข้ามายังปราสาทน้ำแข็งมาได้ แต่ก็สูญเสียพรรคพวกไปเป็นจำนวนมากกับการเผชิญหน้ากับผู้คุ้มกันประตูระดับไฮคลาสเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ฟิ๊ว...ฉึก!!เสียงใบมีดวาดผ่านลำคอขอผู้เล่นคนหนึ่งที่กำลังปกป้องจุดเกิดของตัวเองสุดชีวิต แต่ก็ไม่สามารถต้านทานผู้เล่นยอดฝีมือระดับท็อปตรงหน้าได้ “ฮ่าๆ เจ้าพวกนี้มันไก่กาจริงๆ ใช่ไหมน้องรัก” แอสซาซินคนพี่หันไปพูดกับน้องตัวเองพลันสะบัดมีดในมือไปมาด้วยความคิดที่ว่ามันเท่ดี “นั่นสิฉันว่าพวกเราดักฆ่าเจ้าพวกนี้ตรงจุดเกิดดีไหม ฮ่าๆๆ” คนน้องกำลังคิดแผนร้ายเพื่อเก็บสถิติการฆ่าเอาไว้ประดับสถิติค่าคิวเดทของตัวเอง “จัดไปน้องรัก ฆ่าจนพวกมันต้องร้องขอชีวิตไปเลย ฮ่าๆ นี่พวกเราลุย!!” คนพี่พูดพร้อมสั่งการลูกน้องด้านหลังให้เตรียมพร้อม จอมเวทย์ และพรีซ เริ่มร่ายสกิลอาณาเขตเวทมนตร์ไปทั่วทั่งบริเวณ บาเรียคุ้มกันถูกสร้างขึ้นมาหลายชั้นเพื่อป้องการการโจมตีจากภายนอก บนพื้นมีวงเวทย์น้อยใหญ่ที่ช่วยเสริมทักษะต่างๆแก่พวกเดียวกันแต่ในทางกลับกันก็เป็นดีบัพแก่ศัตรู เมื่อการเตรียมการทุกอย่างพร้อม โต๊ะจีนก็เริ่มทันที ทักษะนาๆชนิดถูกปล่อยสลับกันออกมาทันทีที่เห็นผู้เล่นโผล่ออกมายังจุดเกิด ผู้เล่นคนแล้วคนเล่าที่มาเกิดยังจุดนี้ล้วนถูกฆ่าตายโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อตาย และเกิด วนเวียนไปเรื่อยๆหลายๆครั้ง พวกเขาก็เริ่มสูญเสียจิตวิญญาณของการต่อสู้ไปเสียอย่างนั้น การทำแบบนี้ถือเป็นการทำลายความตั้งใจจะสู้ได้ดีทีเดียว แต่ก็เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรมเช่นเดียวกัน “ฮ่าๆ สนุกเป็นบ้าเลยเว้ย ตายๆไป และรีบแพ้สงครามซะไอ่พวกกากเอ้ยย!!” “ฉันเริ่มเบื่อแล้วสิ รีบทำให้มันจบๆไปได้ไหมหัวหน้า?” “เออๆ เอางั้นก็ได้ เฮ้ยพวกเรา มาทำลายจุดเกิดมันกัน!!” แอสซาซินคนพี่ตะโกนบอกลูกน้องให้หยุดฆ่าพวกผู้เล่นตรงจุดเกิด แล้วหันมาทำลายจุดเกิดแทน หากพวกเขาเสียเวลาไปมากกว่านี้อาจจะโดนพวกระดับสูงว่าร้ายเอาได้ ทันทีที่คำสั่งถ่ายทอดออกมา พวกเขาไม่รอช้าเร่งทำลายจุดเกิดทันที ทักษะนาๆชนิดถูกระดมโจมตีจุดเกิดจนหลอด HP ของจุดเกิดแทบจะไม่เหลือแล้ว เพียงแค่การโจมตีอีกไม่กี่ครั้งเท่านั้นก็สามารถทำลายจุดเกิดลงไปได้ และชิงความได้เปรียบของสงครามมา แต่พวกเขาก็ต้องหยุดการโจมตีลงเมื่อจู่ๆตรงจุดเกิดคล้ายกับมีวงเวทย์บางอย่างคอยกั้นขวางการโจมตีของพวกเขาไว้ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมกับการมาถึงของใครบางคนตรงด้านหลังพวกเขา “น-นี่แกมัน! ร-ราชันย์น้ำแข็ง!!” “แล้วคนที่อยู่ด้านหลังของเขาเป็นใครกัน?” “กลุ่มองครักษ์พิทักษ์ราชันย์!!” “ทำไมผู้เล่นระดับนี้ถึงมาอยู่ตรงนี้ได้เนี่ย บ้าเอ้ย!!” “งี้ก็แจ่มเลยสิ จะได้ไม่เสียเวลาหาตัวมัน ลุยกันน้องพี่!” แอสซาซินคนพี่พูดพลางกระชับมีดสั้นระดับ SS ในมืดไว้แน่น จากนั้นตัวของเขาแปรเปลี่ยนกลายเป็นเงาเลื่อยไปโผล่ตรงหน้าของราชันย์น้ำแข็งเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะใช้ทักษะโจมตีใส่เขาอย่างรวดเร็ว ฟิ๊วว ฉึก ฉึก เกร๊ง!!การโจมตีของเขาค่อนข้างรุนแรงแต่มันกลับถูกหยุดเอาไว้ด้วยกริชเล่มงามเพียงเล่มเดียว และไร้ซึ่งดาเมจเล็ดรอดผ่านไปถึงลีออน “เป็นแค่สวะชั้นต่ำ ริอาจจะท้าท้ายคิงอย่างงั้นเรอะ ถอยออกไป!!” เป็นลาซาร์คที่ยื่นมือเข้ามารับการโจมตีเอาไว้แทน เขากระแทกมีดสั้นของศัตรูให้กระเด็นกลับไปอย่างไม่ยากเย็นนักก่อนจะหันไปพูดกับลีออนอย่างใจเย็น “ทางนี้ให้ผมจัดการเองเถอะครับ....” ลาซาร์คไม่ได้พูดเพื่อความเท่ แต่เขามั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะศัตรูได้เลยบอกแบบนั้นไป ทางด้านลีออนเพียงแค่พยักหน้าตอบเท่านั้น เขารู้ดีว่าลาซาร์คนั้นมีฝีมือมากพอที่จะฝากให้จัดการเรื่องนี้ได้ จากนั้นเขาก็พุ่งตัวจากไปพร้อมกับองครักษ์ทั้งสองคนทันที ลาซาร์คเตรียมตัวพร้อมสู้ทันทีที่พวกเขาออกไป เขานำยาเสริมพลังแล้วบีบมันให้แตกไปสองสามขวด อีกทั้งยังเรียกทักษะเสริมพลังให้เขาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะกระชับกริชระดับ SSS ในมือแน่นแล้วก้าวเดินเข้าไปหาศัตรูนับสิบด้านหน้าของเขาอย่างไม่เกรงกลัว “เข้ามาสิ ไอ่พวกเด็กน้อย!.....”....