2. บทที่ 2
พอจางเลี่ยงเหลียง คุณนายใหญ่เข้ามาในห้องรับแขก เห็นซ่งผู่เย่วนอนอยู่บนเก้าอี้โยกริมหน้าต่าง มีสีหน้าเ็ปจึงรีบเดินเข้าไปหาทันที
ในบ้านไม่มีผู้ชายตัวใหญ่พอจะอุ้มสะใภ้ของเธอเข้าห้องคลอดได้เลย มีแต่แม่บ้านหญิงวัยกลางคน คนขับรถกับคนสวนก็ไม่กล้าเข้ามา
เพราะเห็นว่านายหญิงน้อยของบ้านจะคลอดแล้ว คุณหมอเสิ่นลู่จิ่วตอนนี้กำลังตรวจครรภ์และชีพจรอยู่
“คุณหมอเสิ่น เยว่เอ๋อร์พร้อมคลอดหรือยังคะ”
เธอถามเมื่อเห็นคุณหมอตรวจครรภ์และจับชีพจรเสร็จ
“ ต้องรอน้ำคร่ำแตกก่อนและรอช่องคลอดเปิดด้วยค่ะ แต่อีกไม่นานหรอกค่ะตอนนี้นายหญิงน้อยมีอาการเจ็บท้องถี่ๆแล้วละค่ะ เธอเจ็บมากเลยไม่กล้าขยับแรงด้วย "
จางเลี่ยงเหลียงเห็นว่าตอนนี้น้ำคร่ำยังไม่แตก จึงรีบหันมาบอกท่านจอมพลที่เดินตามมาพร้อมกันด้วยความร้อนใจ
“คุณคะรีบอุ้มเย่วเอ๋อร์ไปห้องทำคลอดเถอะค่ะยังทันน้ำคร่ำไม่แตก”
คนเก่าคนแก่เชื่อว่าห้ามผู้ชายถูกน้ำคร่ำหรือเืจากผู้หญิงที่คลอดบุตร เนื่องจากจะติดความอัปมงคลและโชคร้าย
เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้สกปรก แต่หล่อนไหนเลยจะยังคิดทำตามความเชื่อเหล่านี้อยู่อีก หากลูกสะใภ้เธอเป็อะไรไปสิ่งเหล่านี้จะมีความหมายอะไร
หลี่เฟยเทียนรีบเข้ามาอุ้มลูกสะใภ้เข้าไปวางบนเตียงในห้องทำคลอดที่เตรียมไว้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับห้องรับแขกเลยเพื่อความสะดวก ตอนซ่งผู้เย่วพร้อมคลอด
คุณหมอเสิ่นลู่จิ่วรีบตามเข้าไปในห้องคลอดทันทีพร้อมแม่บ้าน เข้าไปเป็ผู้ช่วยให้เธอตอนทำคลอดด้วย ที่ผ่านมาเคยเตรียมพร้อมหลายๆอย่างไว้แล้ว ทุกอย่างจึงพร้อมทำคลอดทันที
คุณปู่คุณย่าของเด็กแฝดรั้งเด็กชายทั้งคู่ไม่ให้ตามเข้าไปในห้อง ให้เฝ้ารอน้องคลอดอยู่หน้าห้องด้วยกันก่อนจะปิดประตูทันที
ด้านหลี่เฟยหรงตอนนี้มาถึงบ้านแล้วด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากคฤหาสน์ของตระกูลไม่ได้อยู่ไกลจากที่ทำงานของเขา บวกกับขับรถมาด้วยความเร็วเพราะในยุคนี้รถยนต์มีไม่มากนัก
“คุณแม่เย่วเอ๋อร์เป็อย่างไรบ้างครับ เห็นเสี่ยวฮุ้ยบอกสีหน้าเย่วเอ๋อร์ไม่ค่อยดีเลย”
มาถึงหลี่เฟยหรงก็รีบส่งเสียงถามคุณย่าจางมาแต่ไกลด้วยความร้อนใจ
เด็กน้อยทั้งสองพอเห็นคุณพ่อมาถึงก็เข้ามาจับมือคนละข้างรีบลากคุณพ่อเข้ามาหาคุณย่าจางทันที
“เย่วเอ๋อร์ยังไม่คลอด แต่คุณหมอเสิ่นบอกอีกไม่นานแล้วละ รอมดลูกเริ่มขยายให้มากกว่านี้ก่อน ลูกใจเย็นๆ หน่อย”
คุณย่าจางพูดพลางลูบๆ ตบๆ หลังลูกชายคนเดียวของหล่อนให้ใจเย็นลง เมื่อเห็นเขาเหงื่อออกหน้าผากตามกรอบหน้าของเขา
หลี่เฟยหรงจึงพยายามใจเย็นลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเช็ดเหงื่อออกทั้งหมด เด็กชายทั้งสองก็พลอยสูดลมหายใจตามคุณพ่อไปด้วย
พอใจเย็นลงแล้วจึงมาหันมานั่งตรงโต๊ะหน้าห้องคลอด ไม่เดินไปเดินมาอีกแล้ว และพยายามใจเย็นลงให้ได้มากที่สุด
พอคุณย่าจางปลอบใจลูกชายหลายชายแล้ว เธอจึงหันมาหาท่านจอมพล ั้แ่พากันออกมาจากห้องคลอดก็เงียบมาตลอด จนเธอต้องหันมามองด้วยความสงสัย
หล่อนจึงเห็นว่าสามีเธอยืนทำหน้านิ่งเคร่งขรึม แต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าแววตาไหวระริกด้วยความตื่นเต้น หากแต่พอได้ยินเสียงลูกสะใภ้เบ่งคลอด ก็ยิ่งทำหน้าเคร่งเข้าไปใหญ่
ด้วยความเป็ห่วงลูกสะใภ้และหลานที่กำลังจะเกิดมา หล่อนหันกลับมามองทางฝั่งลูกชายก็เห็นเขาทำสีหน้าเดียวกันก็ยิ่งนึกขำ
พลางส่ายหน้าด้วยความระอาในความเหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก ด้วยเข้าใจว่าอยากจะได้เห็นหน้าหลานสาวที่หล่อนกับสามีฝันเห็นั้แ่เมื่อคืนเหมือนๆ กัน
จึงพูดคุยกันก่อนออกไปทำธุระวันทั้งวันก็เตรียมตั้งชื่อเอาไว้แล้วเรียบร้อย ใครเลยจะรู้ว่าฝันเมื่อคืนตอนเช้ามาสายๆ หน่อยที่หล่อนกับสามีไม่อยู่บ้าน กลับมากลับจะได้เจอหน้าหลานสาวแล้วช่างน่ายินดีนัก
เสียงในห้องคลอดยังดังอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความร้อนใจและเอาใจช่วยของทุกคนหน้าห้องคลอด
จนใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงจึงได้มีเสียงร้องของเด็กทารกร้องดังออกมาจากในห้อง
“อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊ ……….”
“เสียงน้องครับพ่อ น้องออกมาแล้วครับ”
เด็กชายทั้งสองคนของบ้านพูดออกมา พร้อมกับะโกอดกันด้วยความดีใจ
นี่นับว่าคลอดไวมาก ปกติต้องรออีกหลายชั่วโมงเลยทีเดียว หลานสาวของพวกหล่อนเป็เด็กดีจริงๆ
ป้าฉางที่เข้าไปเป็ผู้ช่วยของคุณหมอเสิ่น อุ้มคุณหนูน้อยออกมา พร้อมใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดีที่ทั้งนายหญิงน้อยและคุณหนูน้อยปลอดภัย
" เป็คุณหนูน้อยค่ะนายหญิงใหญ่ นายหญิงน้อยปลอดภัยดีค่ะ"
ป้าฉางพูดด้วยความยินดี พร้อมยื่นห่อผ้าคุณหนูน้อยของเธอให้นายหญิงใหญ่อุ้ม
.......................................