เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 151 กายามหาธาตุ

              วัตถุดิบเหล่านี้ เขาไม่เคยมีโอกาสได้ใช้มันเลยสักครั้ง แต่เวลานี้เมิ่งฝานไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไปแล้ว สำหรับเมิ่งฝานแล้วนั้นการพัฒนาศักยภาพเป็นเรื่องที่เขาอยากเร่งรัดยิ่งกว่าสิ่งใด ยามนี้ไม่มีผู้ใดมารบกวนจึงนับว่าเป็นเวลาอันเหมาะที่จะทำการบำเพ็ญตน

            “เด็กๆ !”

            เมิ่งฝานร้องเรียกเสียงเบา พลันมีสตรีสวมชุดกี่เพ้าสีแดงผู้หนึ่งเดินเข้ามาแล้วก้มหน้ามองเมิ่งฝานสตรีผู้นี้คือผู้ที่หลินถังจัดสรรให้เขา ซึ่งเมื่อนางรู้ว่าอีกฝ่ายมีเบื้องหลังอันแข็งแกร่งจึงกำมือแน่นด้วยความตื่นเต้น

            เมิ่งฝานเรียกนางมาหาในยามวิกาลเช่นนี้คงจะไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นใช่หรือไม่?

            เมื่อคิดได้ดังนั้นใบหน้าของหญิงสาวก็แดงก่ำนางลอบปรายตามองเมิ่งฝานอีกครั้งอย่างเงียบงันก่อนจะรู้สึกวางใจกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงมีสติครบถ้วนสมบูรณ์

            เมิ่งฝานรู้ถึงสิ่งที่หญิงสาวกำลังคิดอยู่ในขณะนี้ จึงหัวเราะเสียงเบาก่อนจะเอ่ยว่า“ไปเตรียมอ่างอาบน้ำมาให้ข้า เอาที่ใหญ่หน่อยก็แล้วกัน”

            เขาคิดจะทำสิ่งใดกัน หรือว่าอยากจะอาบน้ำชำระร่างกายเสียก่อน?

            หญิงสาวมองเมิ่งฝานด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ก่อนจะรับคำแล้ววิ่งออกไป ไม่นานอ่างสำหรับอาบน้ำก็ถูกยกเข้ามามันมีความสูงเท่ากับคนๆ หนึ่งและถือว่าเหมาะสำหรับที่เมิ่งฝานต้องการ สตรีผู้นั้นกำลังจะเข้ามาช่วยเมิ่งฝานถอดเสื้อผ้าแต่เขาก็รีบปฏิเสธไปโดยเร็ว

            เขาให้เกียรติสตรีอย่างมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อีกฝ่ายยังไร้เดียงสาเช่นนี้

            เมื่อเห็นว่าหญิงรับใช้หน้าแดงผู้นั้นออกไปจากห้องเมิ่งฝานก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อยแต่ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาเพียงเปิดม้วนคัมภีร์อย่างเบามือเท่านั้น

            คัมภีร์โบราณสีดำนั้น คือวิชายุทธ์ระดับอักษรฮวงม้วนหนึ่งที่รั่วสุ่ยอีจัดเตรียมให้เมิ่งฝานได้ฝึกฝนต่อไปเมื่อคิดได้ดังนั้นเมิ่งฝานก็สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ เมื่อมองไปยังตัวอักษรบนคัมภีร์ก็มีชื่อของมันปรากฏกายามหาธาตุ!

            วิชายุทธ์ระดับอักษรฮวง กายามหาธาตุ!

            สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไป หลังจากนั้นจึงมองมันอย่างละเอียด

            “หัวใจแข็งดั่งหิน เนตรทั้งหกดุจดั่งแสง พบขุนเขาไม่ไหวติง พบเพลิงไม่สนใจพบสายลมไม่ล้มลง หากข้าคือผู้ตรัสรู้ ไม่ขยับจักเป็นอมตะ!” เป็นอักษรขนาดใหญ่เพียงไม่กี่วรรคแต่กลับแฝงไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่กายามหาธาตุรู้นี้เป็นวิชายุทธ์ที่ใช้ในการฝึกฝนร่างกายซึ่งมีวิธีการฝึกฝนที่ทำให้ร่างกายของผู้ฝึกทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง

            ถึงขั้นที่เหนือกว่าวิชาทะลวงธาราด้วยซ้ำไป ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุที่รั่วสุ่ยอีนำออกมาให้เมิ่งฝานค่อนข้างช้าผู้ที่สร้างวิชายุทธ์นี้ขึ้นมามีจุดประสงค์ในการทำให้ร่างกายของมนุษย์ผู้บำเพ็ญตนเป็นดั่งร่างกายของสัตว์อสูรเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถต่อกรกับศัสตราวุธได้!

            “วิชายุทธ์เช่นนี้ร่างกายของผู้ฝึกบำเพ็ญจะต้องแข็งแกร่งตามเงื่อนไขที่ไม่ธรรมดา หากฝืนฝึกฝนจะทำให้เส้นแขนงปราณเสียหายต่อให้สามารถข้ามผ่านขั้นแรกไปได้พลังในขั้นต่อไปของมันจะแข็งแกร่งขึ้นตามระดับมีอานุภาพอันน่าสะพรึง เมื่อเข้าถึงขั้นปราณประสานก็จะสามารถใช้ฝ่ามือฉีกวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับหกได้!”

            เมื่อได้อ่านเนื้อความด้านหลังนัยน์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์ ความฮึกเหิมอันยากที่จะปิดบังพลันปรากฏขึ้นมาแม้ว่าเงื่อนไขของร่างกายผู้ที่จะฝึกฝนวิชายุทธ์กายามหาธาตุนี้จะเข้มงวดเป็นอย่างยิ่งแต่อานุภาพของมันก็เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อหากสามารถฉีกวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับหกได้ร่างกายจะต้องแข็งแกร่งถึงเพียงใด!

            เมื่อเทียบกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูร ข้อได้เปรียบที่มีมาแต่กำเนิดคือเรื่องของร่างกายซึ่งหากฝึกฝนวิชายุทธ์กายามหาธาตุก็จะทำให้ร่างกายของผู้ฝึกฝนสามารถเทียบกับสัตว์อสูรได้

            เมิ่งฝานกำหมัดแน่น เขานำวัตถุดิบทั้งหลายใส่เข้าไปในอ่างอาบน้ำ พวกมันล้วนแต่เป็นสิ่งที่รั่วสุ่ยอีเคยบอกกับเขาทั้งสิ้น หลังจากใส่ลงไปในน้ำก็มีกลิ่นหอมจางๆลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ

            ในความหอมนั้นก็แฝงไปด้วยพลังอันมากมายด้วยเช่นกัน

            เมิ่งฝานกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เขารู้ดีว่านี่คือขั้นตอนแรกของวิชายุทธ์กายามหาธาตุการชำระล้างกระดูก

            วิธีการฝึกฝนร่างกายเช่นนี้น่าสะพรึงกว่าการฝึกฝนของเมิ่งฝานเมื่อก่อนหลายเท่าตัวเพราะมันคือการชำระล้างกระดูกที่แท้จริงเขาจะต้องแช่ตัวอยู่ภายในแล้วปล่อยให้ฤทธิ์ของยาดึงสิ่งแปลกปลอมในร่างกายออกมาทั้งหมดให้ร่างกายบริสุทธิ์ดั่งทารกเกิดใหม่จึงจะสามารถเคลื่อนพลังของกายามหาธาตุได้

            มันมีประโยชน์มากมายยิ่ง หากแพร่งพรายออกไปคงจะนำมาซึ่งความสั่นสะท้านเป็นแน่

            ร่างกายของคนเรานั้นต่อให้บำเพ็ญตนไปจนถึงขั้นปัญจปราณระดับสูงก็ยังไม่อาจทำให้มันบริสุทธิ์ไร้ซึ่งสิ่งแปลกปลอมได้ทั้งหมดซึ่งวิธีการที่เมิ่งฝานกำลังจะทำอยู่ในขณะนี้เป็นประหนึ่งการนิพพานเพื่อเกิดใหม่ก็ไม่ปานเมื่อใดที่ร่างกายไร้ซึ่งสิ่งแปลกปลอมก็จะคล้ายดั่งหยกเนื้องามระดับสูงสุดที่จะขัดเกลาขึ้นรูปมันเมื่อใดก็ได้

           การฝึกฝนวิชากายามหาธาตุนั้นก็คือการทำให้ร่างกายสามารถระเบิดพลังออกมาได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทำให้มันอยู่ในระดับที่ยากจะคาดเดา

            แน่นอนว่าเมิ่งฝานก็รู้ดีว่าวิธีการบำเพ็ญตนของรั่วสุ่ยอีนั้นมักจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆความเจ็บปวดที่จะได้รับจากการชำระล้างสิ่งแปลกปลอมในร่างกายนี้ย่อมต้องไม่น้อยเป็นแน่

            “เอาเถอะ เสี่ยวเย่หาได้กลัวไม่!”

            เมิ่งฝานกระตุกยิ้มแล้วถอดเสื้อผ้าออก จากนั้นจึงก้าวเข้าไปในอ่างอาบน้ำเพียงชั่วพริบตาน้ำร้อนภายในก็แทรกซึมตามรุขุมขนเข้าสู่ร่างกายของเขา และแม้ว่าเมิ่งฝานจะวางตัวสุขุมเพียงใดก็ยังอดไม่ได้ที่จะร้องออกมาเสียงดัง

            ความร้อนที่ใช้ในการขจัดของเสียจากฤทธิ์ยาเหล่านี้ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกราวกับว่ามีลาวาหลั่งไหลเข้ามาในร่างกายก็ไม่ปานขณะเดียวกันพลังปราณของเขาก็ถาโถมแล่นทะยานไปทั่วร่าง รวมถึงอวัยวะภายในตัวด้วย เวลานี้พลังปราณในร่างกายของเมิ่งฝานมีมากมายไม่รู้จักหมดสิ้นขณะเดียวกับที่มีความเจ็บปวดมากมายไม่หยุดหย่อนด้วย

            เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาเมิ่งฝานก็กัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผากดุจดั่งเม็ดฝนก็ไม่ปาน

            ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกราวกับว่าเลือดลมในร่างกายถูกแผดเผาก็ไม่ปาน พลังมากมายไหลเวียนไปพร้อมกันร่างกายของเมิ่งฝานพลันแดงเถือกภายในอวัยวะล้วนแต่อัดแน่นไปด้วยฤทธิ์ยา

            การชำระล้างเส้นแขนงปราณทั้งหมดในร่างกายนั้นคล้ายดั่งการเกิดใหม่ท่ามกลางเปลวเพลิงก็ไม่ปานแม้ว่าเมิ่งฝานจะเตรียมใจมาก่อนแล้วแต่ก็แทบสติแตกเมื่ออยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดรวดร้าวที่มากมายเช่นในยามนี้เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาสิ่งแปลมปลอมมากมายก็พุ่งออกมาจากเส้นเลือดของเมิ่งฝาน ขณะเดียวกันก็มีเลือดสดๆของเมิ่งฝานด้วย

            เลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดของชายหนุ่มสามารถคาดเดาได้เลยว่าความเจ็บปวดของมันจะมากมายเพียงใดการฝึกฝนร่างกายนั้นแม้จะทำให้มันแข็งแกร่งแต่ก็ต้องรองรับความเจ็บปวดรวดร้าวที่มากมายมหาศาลเช่นกันเพียงขั้นแรกนี้เมิ่งฝานก็ยากที่จะข้ามผ่านไปได้แล้ว

            อ๊าก!~~

            เขาตวาดออกมาเสียงดัง ก่อนจะกัดฟันแน่นจนแทบจะแตกหักและพยายามนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำให้มั่นคงภายในร่างกายของเขาคือพลังปราณที่ไหลเวียนดั่งสายธารหลากเพียงชั่วพริบตาต่อมาแม้แต่ตราผนึกของคัมภีร์ทวนเทพก็ยังมีการหมุนเวียนเกิดขึ้น มันเริ่มดูดกลืนพลังแห่งฟ้าดินรอบกายของเมิ่งฝานเข้ามาผสานในร่างกายอย่างรวดเร็ว

            เพียงอึดใจเดียวพลังแห่งฟ่าดินก็ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเมิ่งฝาน เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดในยามนี้จะหมดไปก็ต่อเมื่อฤทธิ์ยาได้ชำระล้างสิ่งแปลกปลอมออกไปจากร่างกายเขาจนหมดเมื่อถึงยามนั้นเขาก็จะไม่ต้องเจ็บเจียนตาย แต่กลายเป็นว่า...ลมปราณเพิ่มพูนร่างกายแข็งแกร่งทนทานขึ้นอีกหลายเท่าตัว!

            ความเจ็บปวดทำให้เมิ่งฝานเกร็งไปทั้งร่างแต่ก็ยังคงยอมรับความปวดร้าวนั้นต่อไปอย่างเงียบงัน

            เมิ่งฝานกัดฟันแน่นก่อนจะพึมพำเสียงเบา “ท่านพี่หากท่านได้มาเห็นข้าอีกครั้ง ข้าจะต้อง...ไม่ใช่เด็กที่อ่อนแอคนนั้นอีกแล้ว!”

            การที่ต้องหลบอยู่ด้านหลังสตรีไม่ใช่สิ่งที่เมิ่งฝานต้องการแน่นอนฉะนั้นแล้วหนทางเดียวที่เขาจะไม่เป็นเช่นนั้นก็คือการทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งยิ่งกว่ารั่วสุ่ยอี!

            ภายในห้องอันเงียบสงัด บุรุษผู้หนึ่งกำลังกัดฟันแน่นอย่างเงียบงันกัดฟันแน่น อดทนต่อความเจ็บปวด เข้มแข็งให้มากเพื่อรอวันที่จะได้ปะทุรอวันที่ตนเองจะสามารถทำได้ตามสัญญา!

            แสงอาทิตย์สาดส่องลงมายังเมืองเฟิงเลี่ยอย่างเชื่องช้า ไม่มีผู้ใดกล้าย่างกรายเข้ามาใกล้หอไม้ขนาดยักษ์ของกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรี

            ทว่าในวินาทีต่อมากลับมีเสียงระเบิดดังสนั่นที่ลานฝึกยุทธ์มีฝุ่นควันตลบอบอวลขึ้นมาอย่างฉับพลัน นายทหารทั้งสองที่เฝ้าประตูถูกโยนเข้ามาอย่างรุนแรงจนกระอักเลือดก่อนจะสลบไป

            “เกิดเรื่องแล้ว!”

            “แย่แล้ว รวมพล!”

            โดยรอบนั้นทหารแห่งกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีทั้งหลายต่างก็รวมพลกันอยู่ที่ลานฝึกยุทธ์หน้าหอไม้ขนาดหใหญ่พลังปราณถาโถมแล้วมองไปที่ไกลๆ ในชั่วพริบตานี้ลานฝึกยุทธ์ที่ปกติแล้วไม่มีผู้ใดกลับกำลังเต็มไปด้วยเงาร่างของผู้คนมากมายโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งลมปราณ เงาร่างของผู้คนมากมายมารวมกัน ทั้งหมดล้วนแต่เป็นทหารรับจ้างที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร

            ผู้ที่ทำการล้อมหอไม้ของกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีเอาไว้มีมากมายนับพันซึ่งผู้ที่เป็นหัวหน้าคือชายฉกรรจ์สวมชุดเกราะผู้หนึ่ง ร่างกายกำยำแข็งแรงเขายืนอยู่กับที่แล้วตวาดออกมาเสียงดัง “หลินถังและพวกสวะแห่งกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีทั้งหลายไสหัวออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้ พวกข้ากลุ่มจิ้งจอกโลหะมาเยี่ยมเยียนแล้ว!”

            กลุ่มจิ้งจอกโลหะ!

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าทหารผู้พิทักษ์ราตรีทั้งหลายก็เปลี่ยนไปเห็นได้ชัดว่ายำเกรงต่อนามนั้นอย่างมาก หน่วยทหารรับจ้างที่ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในทะเลทรายถามู่แห่งนี้ร้ายกาจดุดันเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นเหล่าผู้พิทักษ์ราตรีก็ยังเคยถูกพวกนี้เล่นงานมาไม่น้อย

            และชายฉกรรจ์ที่เพิ่งจะเอ่ยวาจาเมื่อครู่ก็คือรองประมุขกลุ่มจิ้งจอกโลหะเฉียนจิ้น!

            เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วบริเวณ สีหน้าของเหล่าทหารแห่งกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีทั้งหลายก็เปลี่ยนไปพวกเขานึกไม่ถึงเลยว่ากลุ่มจิ้งจอกโลหะจะบุกเข้ามาจริงๆ ไม่นานภายในลานฝึกยุทธ์ก็มากไปด้วยคนของกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีรวมถึงเสวี่ยไต้เอ๋อร์ที่นัยน์ตาอันอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้น

            บิดาของนางต้องสิ้นชีพไปเพราะคนของกลุ่มจิ้งจอกโลหะ

            หลังจากนั้นเพียงชั่วครู่เงาร่างของบุรุษอ้วนผู้หนึ่งก็เดินออกมาจากหอไม้ เขาก็คือหลินถังนั่นเองเวลาที่ร่างอ้วนเดินเข้ามานัยน์ตาของหลินถังก็จับจ้องไปยังเฉียนจิ้นด้วยความเยือกเย็นเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาทำให้หลินถังทั้งร้ายกาจและสุขุมขึ้นมากกว่าเดิม

            จากนั้นเขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “ข้าหลินถังอยู่ที่นี่แล้วนึกไม่ถึงว่าท่านรองประมุขจิ้งจอกโลหะจะมาเยือนถึงที่นี่ ไม่ทราบว่ามีเรื่องใดจะชี้แนะหรือ!”

            เฉียนจิ้นมองไปยังหลินถัง ก่อนจะหัวเราะอย่างร้ายกาจแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น“ก็เปล่าได้ยินว่ากองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีเข้ามาในเมืองเฟิงเลี่ยข้าก็ต้องมาดูเสียบ้างอยู่แล้ว และอยากจะบอกบางสิ่งกับสหายหลินด้วย!”

            “ว่าอย่างไร?”

            เฉียนจิ้นคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย เขามองไปโดยรอบก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าต้องการร่วมมือกับสหาย ศักยภาพของพวกเจ้านั้นไม่เลว มาเข้าร่วมกับกลุ่มจิ้งจอกโลหะไม่ดีหรือ?”

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นใบหน้าของหลินถังพลันกระตุกเล็กน้อยเขานึกไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วจิ้งจอกโลหะก็ลงมือเสียที หลินถังจึงเอ่ยเสียงเรียบ “เลิกคิดไปได้เลย พี่น้องของข้ามีความชอบของตนเองคงไม่อาจไปปรนนิบัติท่านรองประมุขเฉียนได้!”

            เมื่อได้ยินวาจาเสียดสีของหลินถังสีหน้าของเฉียนจิ้นก็เปลี่ยนไป เขาแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาก่อนจะเอ่ยว่า“หลินถัง เจ้าคงไม่รู้จักกลัวตายสินะในเมื่อข้ามาถึงที่นี่ด้วยตัวเองย่อมไม่กลับไปมือเปล่าแน่!”

            หลินถังได้ยินแล้วถามเสียงดังอย่างดุดัน “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด!”

            “ไม่ได้อยากทำสิ่งใด”

            เฉียนจิ้นกระตุกยิ้ม แล้วก้าวเดินไปเบื้องหน้าพลางใช้หอกเหล็กวางในแนวขวางไว้เบื้องหน้าในวินาทีต่อมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “แค่ต้องการทำให้ศีรษะของพวกที่ไม่ยอมเชื่อฟัง...ตกลงบนพื้นแล้วปล่อยให้สถานที่แห่งนี้นองไปด้วยโลหิต!”

            เมื่อสิ้นเสียงที่คล้ายดั่งพลังของสายฟ้านั้น บรรดาคนของกลุ่มจิ้งจอกโลหะต่างพากันเดินขึ้นหน้าพลังลมปราณแผ่ซ่าน แล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ก้องไปทั่วลานฝึกยุทธ์

            “ฆ่า!!”

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน