ตอนที่ไห่เยวียนประคองอาฉาเข้ามาในห้อง เชียนซุ่ย เพื่อนร่วมห้องที่กำลังเล่นเกมออนไลน์อยู่หันมาเห็นภาพประหลาดนั้นเข้าก็ผงะไปด้วยความอึ้ง
“จะให้ฉันอยู่ที่นี่เรอะ” อาฉาถาม “แต่ห้องนี้ก็มีแค่สองเตียงนี่นา” เขาคิดว่าหอพักเก่าๆ น่าจะมีแต่ห้องคู่ ไม่มีห้องสำหรับสามคน
“พื้นห้องสะอาด นายปูฟูกนอนได้” ไห่เยวียนวางข้าวของของอาฉาไว้ข้างเตียง จากนั้นก็เตะม้วนผ้าห่มทีหนึ่ง ผ้าห่มกลิ้งคลี่ไปตามพื้น แผ่ออกเป็ผืนสี่เหลี่ยมเรียบร้อย กระทั่งหมอนยังวางอยู่ในตำแหน่งพอเหมาะพอดี
“นายสนิทสนมกับเซี่ยเจ๋อฟางขนาดนี้ั้แ่เมื่อไร” เชียนซุ่ยถามด้วยความอึ้ง
“เมื่อเร็วๆ นี้แหละ” ไห่เยวียนตอบง่ายๆ
“สวัสดีเพื่อนนักเลียน รบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะ” อาฉายิ้มทักทายเชียนซุ่ย แล้วนั่งลงบนผ้าห่มที่ปูไว้กับพื้น เปิดกระสอบลำเลียงข้าวของของเจ๋อฟางออกมาดูทีละอย่าง
ไห่เยวียนดึงชุดนอนสีชมพูชุดในนั้นออกมาให้อาฉาผลัดเปลี่ยนเสียก่อน
“แล้วมีที่เหลือพอให้ไว้ของเจ๋อฟางมั่งไหม” อาฉาเปลี่ยนเสื้อผ้าบนเตียง แล้วเงยหน้าถามไห่เยวียน ใบหน้าที่แหงนมองอีกฝ่ายไม่มีโทสะอย่างเมื่อครู่แล้ว
ไห่เยวียนเดินออกไปข้างนอก ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงปึงปังดังมาจากห้องข้างๆ พอกลับเข้ามาอีกครั้ง เขาถือลังกระดาษขนาดใหญ่สองใบติดมือมาด้วย “เอาใส่ลังไว้ก่อนแล้วกัน”
อาฉาได้ยินเสียงใครร้องไห้ดังทะลุผนังมาแว่วๆ น่ากลัวว่าลังสองใบนี้ ไห่เยวียนคงจะใช้กำลังบังคับแย่งมากระมัง
เขาค่อยๆ วางของกระจุกกระจิกของเจ๋อฟางใส่ลัง ปากก็พร่ำบ่น “ทำยังงี้กับเพื่อนได้ไง ขอเขาดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องใช้กำลังด้วย”
“ก็มันเร็วดี” ไห่เยวียนชินเสียแล้ว
“แม่นายต้องไม่รู้แน่ๆ ว่าเวลาอยู่โรงเรียนนายทำตัวแบบนี้” อาฉารู้แต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายนิสัยไม่ได้ เพียงแต่ยิ่งประจักษ์ก็ยิ่งสงสัยว่าหลานชายชอบอะไรในตัวคนพรรค์นี้กันนะ
นอกจากหน้าตาดีกว่าเด็กทั่วไปหน่อย ดูมีเสน่ห์กว่านิด เวลาต่อยตีโหดกว่าคนปกติ ก็ไม่เห็นมีดีที่ตรงไหนเลยนี่นา
อาฉานิ่งเหม่อ คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
“ถ้ากล้าบอกแม่ละก็ ฉันจะฆ่านายซะ!” ไห่เยวียนมองเขาอย่างดุดัน
อาฉาอ้าปากหวอ สักพักใหญ่ถึงค่อยได้สติกลับมา “เป็เด็กเป็เล็กพูดจาแบบนี้ได้เรอะ ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่”
“ลืมแล้วหรือว่าตอนนี้นายเป็ใคร” ไห่เยวียนย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้อยู่ในระดับเดียวกับเขา มือทั้งสองข้างจับแก้มบวมแดงทั้งสองข้างของอาฉา ดึงให้ยืดออกจากกันโดยแรง “พวกเราอายุเท่ากัน อย่าเอาาุโมาข่มให้มันมากนักเลย”
“เจ็บนะ” อาฉาเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด รีบยกมือขึ้นปัดมือฝ่ายตรงข้ามออกไปดังเพียะ
“ไอ้เ้ากวานรื่อชิงนั่นน่ะ จำไว้ว่าต่อไปไม่ว่าเจอมันที่ไหน ให้รีบหลบไปให้ไกลๆ เลย” เด็กหนุ่มยังคงนั่งยองๆ พูดกับเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ชิงไหนนะ” อาฉาลูบแก้มที่แสนระบมป้อยๆ
“ไอ้คนที่ข่มขืนนายไง” ไห่เยวียนตอบ
คำว่า ‘ข่มขืน’ ทำให้อาฉาเสียวสันหลังวาบ ขนลุกพึ่บพั่บเป็หนังไก่ไปทั้งตัว “ไอ้อย่างตะกี้...เรียกข่มขืนเรอะ” เขากลืนน้ำลายลงคอ
ไห่เยวียนพยักหน้า
“ทำไมมันต้องข่มขืนฉันด้วยล่ะ” อาฉาลุกพรวดขึ้นยืนอย่างตระหนก “เป็ผู้ชายกันทั้งคู่แท้ๆ เด็กรุ่นใหม่นี่มันยังไง แล้วหอพักนี้มันหออะไรเนี่ย คนแก่อย่างฉันหัวใจไม่แข็งแรงนะรู้ไหม อยู่ดีๆ ก็มาตบกัน แถมยังจะข่มขืนอีก จะให้ฉันโรคหัวใจกำเริบทุกวันเรอะยังไง”
ไห่เยวียนมองท่าทางตกอกใเสียไม่มีดีของอาฉา รู้สึกสนุกไปกับปฏิกิริยาโอเวอร์ของคนคนนี้
“เด็กนั่น...ก็ทำเื่พรรค์นี้กับเจ๋อฟางของฉันด้วยเรอะ” อยู่ๆ อาฉาก็ลดเสียงลง หรี่ตา ก้มลงถามคนตรงหน้าเบาๆ
ไห่เยวียนพยักหน้า
“เหยดแหม่ พันพรือทำพันนี้! (ทำไมทำแบบนี้) แล้วฉันจะสู้หน้าแม่ของเจ๋อฟางได้ยังไง!” อาฉาคร่ำครวญ “แสดงว่าตอนนั้นฉันคิดผิดน่ะสิที่ให้เจ๋อฟางมาอยู่หอ เพราะฉันให้หลานมาอยู่ที่นี่ เด็กดีๆ อย่างเจ๋อฟางเลยโดนไอ้อะไรชิงๆ นั่นทำอย่างว่า
“ฉันผิดต่อพ่อแม่เจ๋อฟาง ไม่มีหน้าจะไปเจอพวกลูกๆ แล้ว...” อาฉาทรุดฮวบลงมานั่งคุกเข่าคอตกอยู่บนผ้าห่มอย่างช้ำใจ “ไอ้ลูกชาย ลูกสะใภ้ อาปาไม่ได้ดูแลลูกของพวกแกให้ดี อาปาไม่คู่ควรจะเป็พ่อพวกแก แม้แต่เื่แค่นี้ยังทำไม่ได้ เจ๋อฟางเป็เด็กดีออกยังงั้น...”
“เก็บของให้เสร็จก่อนเถอะ” ไห่เยวียนตบไหล่เขา
อาฉาสูดน้ำมูก เก็บของต่อด้วยอารมณ์หดหู่
เชียนซุ่ยที่อยู่ห้องเดียวกันเล่นเกมออนไลน์พลางเงี่ยหูฟังบทสนทนาของคนสองคนข้างเตียง แต่พอเหลือบไปปะเข้ากับสายตาของไห่เยวียน ก็รีบหลบตาไปทางอื่น
ความจริงไห่เยวียนเป็คนง่ายๆ ตรงไปตรงมา ถ้าหากเอ่ยถามก็ต้องเล่าให้เขาฟังอยู่แล้ว แต่เชียนซุ่ยรู้สึกว่าอย่าสอดให้มากนักดีกว่า
คนคนนั้นมีใบหน้าของเจ๋อฟาง แต่กลับไม่ใช่เจ๋อฟางที่เขาเคยรู้จัก เชียนซุ่ยรู้ว่าทั้งน้ำเสียงเวลาพูดจาและท่าเดินของเจ๋อฟางไม่ใช่แบบตอนนี้เด็ดขาด
ทั้งที่ล่วงเข้าฤดูใบไม้ผลิมาจนป่านนี้แล้ว กลับยังมีไอหนาวแผ่คลุมไปทั่วห้อง
เชียนซุ่ยสะท้านเฮือก แต่แกล้งทำเป็ไม่รู้เื่รู้ราว จดจ่ออยู่ในโลกของเกมออนไลน์ต่อไป
เื่บางอย่างไม่เข้าใจดีกว่าเข้าใจ ไม่รู้ดีกว่ารู้ ต่อให้เข้าใจก็ต้องแกล้งทำเป็เข้าใจ รู้ก็ต้องแกล้งทำเป็ไม่รู้ โดยเฉพาะเื่ที่ชวนให้ขนหัวลุกเอาได้ง่ายๆ แบบนี้
++++