เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1

    ตอนที่ 39 สร้างกิจการไว้เพื่อเจ้า

    “อ๊ะ ตกใจหมดเลย” อยู่ๆ ก็เกิดเสียงดังขึ้นมาจากการหลอมโอสถ
     

    “อืม ดูเหมือนจะสำเร็จแล้วแล้วนะเจ้าค่ะนายท่าน” เจี่ยฉงที่เห็นผลลัพธ์อยู่ก่อนแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจแต่ไม่ได้ตื่นเต้นเท่าที่ควร เพราะมัวแต่ตกตะลึงกับความสำเร็จของนายตนเองอยู่
     

    “จริงหรือ ข้านี่ แสนเก่งไปเลยเนาะ อิอิ” แสนเก่งแสนเท่ห์ไปสิ อือออ ภูมิใจในตัวเอง ท่านพ่อท่านแม่เจ้าขา ลูกทำได้แล้ว
     

    "หึหึ เจ้าค่ะ นายท่านแสนเก่งไปเลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นต่อไปมาทดลองใช้พลังธาตุกันดีหรือไม่” แต่แสนเก่งนี่ แปลกๆ นะนายท่าน 
     

    “หืม เอาสิ แต่ข้าขอเก็บโอสถแป๊บนึง” จินเออร์รีบเก็บโอสถถอนผนึกพลังที่ตนเองหลอมสำเร็จใส่ขวดแก้วเก็บโอสถทันที เพราะกลัวว่าในการหลอมครั้งต่อไปจะไม่สำเร็จและไม่สามารถถอนผนึกพลังในท่านพ่อและท่านแม่ได้
     

    “เจ้าค่ะๆ ท่านจะงกไปไหนกันนายท่าน ท่านลืมไปแล้วหรือ ว่าท่านสามารถปรุงโอสถได้ไม่จำกัดนะเจ้าค่ะ” 
     

    “จำกัดสิ ไม่ว่าจะใช้เลือดข้า หรือเจ้า หรือแม่กระทั่งจินหลง ข้าก็ไม่อยากให้ใครเสียสละแบบนี้เด็ดขาด…ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ นะ” เหตุผลจริงๆ แล้ว นั้น เพราะจินเออร์ไม่ต้องการใช้เลือดของผู้ใดมาใช้ในการหลอมโอสถ นางไม่ต้องการให้ใครเสียสละขนาดนั้น พลังและอำนาจเป็นสิ่งที่ใครๆ ล้วนต้องการก็จริง แต่นางที่มีชีวิตมาถึงสองชาติภพแล้วนั้น สิ่งที่นางต้องการคือความสุข และนางก็ค้นพบแล้วว่า การมีครอบครัวที่ดี ใช้ชีวิตเรียบง่ายนั้นนั้นแหละ คือสิ่งที่นางค้นหามาตลอดชีวิตสองชาติภพของนาง
     

    “…. นายท่าน” เจี่ยฉงเอ่อยเรียกนายท่านออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว พลางซึ้งใจไปกับคำพุดนั้น เพราะไม่ว่าจะชาติภพไหน นายท่านก็ไม่เคยให้ความสนิทกับนางมากถึงเพียงนี้
     

    “เอาล่ะๆ มาเริ่มทดสอบการใช้พลังธาตุกันดีกว่า” เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศจินเออร์จึงเลือกที่จะเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง ด้วยน้ำเสียงสดใส
     

    “เจ้าค่ะ เช่นนั้น มาเริ่มกันที่….” เจี่ยฉงจึงเริ่มกลับมาสนใจสิ่งตรงหน้าแทน และอธิบายสิ่งต่างๆ ให้นางได้ฟัง
     

    หลังจากนั้นจินเออร์จึงได้ทดสอบพลัง ปรากฏว่า นางนั้นมีพลังธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ ส่วนธาตุพิเศษที่นางมีมาอีกหนึ่งสายคือธาตุแสง การเยียวยาและรักษา ส่วนธาตุในตำนานที่น้อยคนนักจะมีคือธาตุมิติ
     

    โดยพลังธาตุพื้นฐานที่นางมี หืม อาจจะพื้นฐานสำหรับจินเออร์แต่ถือว่าเป็นธาตุในตำนานของใครอีกหลายๆ คนนั้นแหละ ซึ่งพลังธาตุในแต่ละสายจะแบ่งออกเป็นสามขั้น นั้นคือ ขั้นต่ำ ขั้นกลาง และขั้นสูง ซึ่งจินเออร์ในตอนนี้นั้น ได้ไปถึงขั้นกลางในธาตุพื้นฐานแล้ว 
     

    เพียงแต่ธาตุในตำนานหายาก อย่างธาตุแสงนั้น ยังไปไม่ถึงไหน ด้วยเพราะยิ่งต้องฝึกฝนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว 
     

    “เห่อออ เหนื่อยมากกกกก” เอ่อยจบจินเออร์จึงทิ้งตัวลงนอนบนพื้นหญ้าสีเขียวขจี กางแขนกางขาและบิดขี้เกียจออกมา พร้อมกับสายลมอ่อนๆ ที่กำลังพัดผ่านนาง ราวกับเป็นธาตุประจำตัวที่ภักดี
     

    “ข้าก็เหนื่อยมากเจ้าค่ะ เห่อออ” เจี่ยฉงที่ได้ยินดังนั้น จึงเอ่ยออกไปด้วยพร้อมเลียนแบบท่าทางของจินเออร์ แต่ด้วยขนาดตัวและรูปลักษณ์ของนาง ทำให้ดูน่ารักน่าชังไม่ใช่น้อย
     

    “ฮ่าๆ เจ้าจะเลียนแบบข้าทำไมกันเจี่ยฉง” จินเออร์เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้าเลียนแบบตนเองได้น่ารักแค่ไหนจึงหัวเราะออกมา
     

    “ก็ข้าเห็นนายท่านทำเลยทำตามเจ้าค่า อิอิ”
     

    “อือๆ งั้นเราพักกันก่อนได้หรือไม่ แต่ดีแหะ เข้ามาแต่จิตวิญญาณแบบนี้ไม่หิวเลย” แต่เหนื่อยมากกกก
     

    “เจ้าค่ะ แต่นายท่านก็ต้องไปนั่งดูดซับพลังนะเจ้าค่ะ ไม่อย่างนั้นเวลาที่นายท่านจะตื่นขึ้น จะสายออกไปเรื่อยๆ”
     

    “อือๆ ขอบใจเจ้ามากที่คอยเตือนข้า”
     

    กลับมาที่โลกภายนอก ตอนนี้เวลาข้างนอกผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว กิจการกิมจิ ตอนนี้นั้นเรียกว่าไปได้ดีทีเดียว เพราะโรงเตี๊ยมเหลาฝู่ได้มาติดต่อครอบครัวตระกูลเป่ย เพื่อรับซื้อกิมจิไปขายในโรงเตี๊ยมและนำขึ้นเหลาอาหาร
     

    จินหลงที่อยู่กับครอบครัวเป่ยจึงแนะนำให้ทำสัญญาซื้อขายเช่นเดียวกับการขายผักคือทำสัญญาเป็นช่วง 6 เดือน ต่อหนึ่งครั้ง และจินหลงยังได้แนะนำให้สตระกูลไป๋ขายเมนูอาหารที่ทำจากกิมจิ หรือสามารถกินกับกิมจิได้อออกไป รายการอาหารที่ว่าอันได้แก่ 
     

    แกงกิมจิ หรือซุปกิมจิ นับว่าเมนูนี้เป็นเมนูยอดฮิตในฤดูหนาวนี้มากทีเดียวจากรสชาติที่เผ็ดร้อนประกอบกับเป็นเมนูซุปที่ทานดับหนาวได้ 
     

    หมูผัดกิมจิ เมนูจานผัดง่ายๆ ที่มีรสชาติแปลกใหม่แต่ลงตัว และรายการสุดท้ายคือกิมจิผัดไข่ เหมาะสำหรับคนที่ททานอาหารยากๆ หรือเป็นเมนูที่สามารถยกขึ้นสำหรับได้ง่ายๆ และราคาย่่อมเยาว์สำหรับคนที่อยากลิ้มลองเมนูกิมจิ
     

    ซึ่งสัญญาที่ได้ทำกับโรงเตี๊ยมเหลาฝูเอาไว้ คือสัญญาแบบส่วนแบ่งจากรายการเมนูอาหาร 3 ในสิบส่วน โดยจะทำบัญชีรายรับในทุก ๆ เดือนตลอดเวลา ทำให้ตอนนี้คนตระกูลเป่ย มีรายได้จากการคำนวณคร่าวๆ แล้ว มากกว่า 100 ตำลึงทองต่อเดือนเข้ามา เรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาสามเดือนในช่วงหน้าหนาวที่กำลังจะผ่านพ้นไป


     

    “นายท่านขอรับ ตอนนี้คุณหนูจินเออร์ยังคงสลบนอนนิทราเช่นเดิมขอรับ” เสียงหนึ่งรายงานออกมา
     

    “อืม แล้ววางกำลังป้องกันไว้เยอะกว่าเดิมหรือไม่” 
     

    “ขอรับ กองกำลังที่วางไว้เข้มงวดกว่าเดิมและมากกว่าเดิม”
     

    “อืม กลับไป”
     

    “ขอรับนายท่าน”
     

    “จัดการคนที่ตามยุ่งกับนางให้หมด”

    “ขอรับ”
     

    จินเออร์ หวังว่าเจ้าจะฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องเข้าไปดูเจ้าก่อนกลับแล้วเด็กน้อย

     

    “นางเป็นเช่นไรบ้างเจ้าแปด” เสียงหนึ่งถามออกมา เมื่อหันไปเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักตนเอง
     

    “ตอนนี้ยังนอนสลบอยู่เหมือนเดิมพะยะค่ะ” องค์ชายแปดตอบออกไปด้วยน้ำเสียงคล้ายจะสนใจและไม่สนใจอยู่ในตัว
     

    “อืม แล้วคนของเราเป็นเช่นไรบ้าง” 
     

    “ไม่สามารถเข้าใกล้บ้านตระกูลเป่ยได้เลยพะยะค่ะ” พูดถึงองครักษ์ที่ส่งไปองค์ชายแปดก็ทำสีหน้าอมทุกข์ขึ้นมา เนื่องจากองครักษ์บางส่วนที่ส่งเข้าไป หากหนีไม่รอดหรือมีท่าทีเข้าใกล้บ้านตระกูลเป่ยมากเกินไปจะโดนสังหารแบบไร้สุ่มเสียง ไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่มาสังเกตบ้านของเด็กน้อยคนนั้น ไม่แน่ใจอีกเช่นกันว่าจะเป็นกลุ่มคนที่หวังดี หรือหวังร้ายกันแน่
     

    “อืม”

     

     

    ปล.1 ภาคนี้ยังไม่เน้นเรื่องพลังเท่าไหร่นะคุณรี้ด เราจะเน้นเรื่องการใช้ชีวิตของน้องและการทำมาหากินครับ

    ปล.2 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมาให้กำลังใจกันจริงๆ นะ ขอบคุณเหมือนเดิม

    ปล.3 สัญญาว่าจะพัฒนาผลงานต่อไปเรื่อยๆ 

     

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1 ที่คุณอ่าน