F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    71.ตะลุมบอลด้วยไสยเวทย์

    “ไม่ไหวเลยพี่ คนเจ็บก็เจ็บตายกันเยอะ พี่บัณฑิตเจ็บหนัก ถึงตอนนี้จะหายดีแล้วแต่ยังไงก็สู้ผีโครงกระดูกตัวใหญ่ไม่ได้ คืนนี้ถ้ามันลงมืออีกไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”แพรตอบ“ที่บอกคนตายเยอะศพคนตายเอาไปไว้ที่ไหน”วิทย์ถาม“พวกมันเอาศพคนตายไป มันใช้เลือดเนื้อของเราเปิดมิติมาที่นี้ พี่เห็นภูเขานั้นไหม นั้นแหละป้อมของพวกมัน”แพรพูด ทุกคนที่อยู่ในวงสนทนากำลัง งง“นี้มันเรื่องอะไรกันนี้ พวกพี่งงไปหมดแล้ว” จ้อยพูดขึ้น“อธิบายง่ายๆนะครับ”วิทย์กล่าวก่อนจะมองไปยังทุกๆคนที่ล้อมวงกันอยู่“อีกไม่กี่นาทีที่จะถึงนี้ ที่นี้จะกลายเป็นสนามรพ ระหว่างคนกับผี หรือวิญญาณร้ายพวกมันมาฆ่าเราและเราก็ต้องฆ่ามัน แบบที่ว่า ใครพลาดคือตาย”วิทย์พูดจบทุกคนขนลุกซู่ ใบหน้าถอดสีกันไป พวกเขารู้ดีวิทย์ไม่เคยพูดโกหก และที่สำคัญโกหกผู้เป็นอาจารย์ไม่ได้“พูดเป็นเล่น”จ้อยอุทานขึ้นยิ้มเจื่อนๆ“ไม่เล่นละพี่ของจริง”แพรพูด จ้อยหันมามองหน้าวิทย์ เขาเพียงแต่พยักหน้า“มันขนาดไหนวะวิทย์”อาจารย์ดำพูดขึ้น“ก็เหมือนในหนังสงคราม เรื่องบางระจันนะอาจารย์”วิทย์พูด“เฮ้ย!แบบนั้นไมได้การแล้ว มาไอ้เขียวต้องตั้งเขตแดนอาคมกันก่อน”แดนอาคมคือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับหมอผี หมอผีไทยจริงๆแล้วเป็นแบบสายตั้งรับเสียมากกว่า ประมาณว่าจะอยู่ในวงสายสิน ผีเข้ามาไม่ได้ แล้วเสกอันโน้น ฟาดอันนี้ใส่ผีอะไรแบบนี้  นี่คือสิ่งที่พวกเขาคุ้นชินกัน ก็ปล่อย 2 อาจารย์จัดการไปวิทย์ไม่ได้ห่วงอะไรสองคนนั้นมากยังไงพวกเขาก็มีของดีอยู่ไม่น้อย เอาตัวรอดได้แน่ๆ  วิทย์หันมาหาคนเกือบ 15 คนที่นั่งสุมหัวกันอยู่ตรงหน้า“พวกพี่เป็นตำรวจ และ ทหารกัน ผมมีตัวเลือกให้พวกพี่ ธนู ดาบโล่ มีด สนับ ใครถนัดใช้อะไรเอาอันนั้น เริ่มจากดาบ”วิทย์พูดมี 4 คนเดินออกมา เลือกดาบโล่จากระบบในมือถือวิทย์  เลือกธนูมี 6 คน มีดอีก 3 คน สนับมืออีก 2 คน“เอาละคราวนี้ พวกเราจะสู้กันเป็นกลุ่ม ปักหลักอยู่ตรงนี้ ด้านหน้าสุดดาบโล่ ต่อมามีด สนับมือ และธนู ส่วนอาจารย์สองคน อยู่หลังสุด ไม่มีสายสิน ไม่มีที่ปลอดภัย ไม่ไหวหลบเข้าด้านใน ให้เพื่อนออกมาปะทะแทน ธนูให้แพรบอกว่าใช้ยังไง”วิทย์พูดสาธยายออกมาเร็วปรื๋อ เขาต้องแข่งกับเวลาเพื่ออธิบายเรื่องต่างๆให้ทุกคนเข้าใจ หลายนาทีต่อมา ผู้คนที่เข้าร่วมกับป้อมก็ทยอยเดินกันออกมาตั้งขบวนรพแบบง่ายๆ  เสียงพูดคุยกันเซ็งแต่ ผู้คนหลายพันรวมตัวกันอยู่ที่นี้ พวกเขาต่างหวาดกลัวและเสียขวัญ วิญญาณร้ายพวกนั้นมันก็ไม่ได้บุกจากทางอื่นเพราะสิ่งที่พวกมันต้องการคือการฆ่าคนเหล่านี้ตึง!ตึง!ตึง!ตึง! เสียงกลองลันเป็นจังหวะ กองทัพของป้อมที่ได้รับการฝึกเดินออกมาอย่างเป็นระเบียบ นำหน้าโดยชายร่างใหญ่ผิวขาวหน้าตาห้าวหาร เขามีขวานขนาดใหญ่ถือเอาไว้ในมือ สายตาทอดมองออกไปด้านหน้า อย่างมุ่งหมั่น  บัณฑิต หัวหน้าป้อมแห่งนี้ หน้าที่ของเขาวันนี้คือ ปกป้องทุกชีวิตที่อยู่ด้านหลังของเขาให้รอดไปให้ได้เขาเดินมาด้านหน้ากองทับ ทหารทั้งหมดต่างโห่ร้องเป็นจังหวะสะลับกับเอาดาบเหล็กเคาะกับโล่เกิดเสียงดัง ปึง!ๆ ขึ้นสองครั้ง  ฮูเล ปึงๆ ฮูเล ปึงๆฮูเล ปึงๆบัณฑิต ยกขวานขึ้นทุกเสียงร้องอย่างฮึกเหิมพลันเงียบลง“เพื่อผองเพื่อน เราจะสู้ หลังชนฝา เพื่อลูกเมีย เราจะสู้ สุดใจกล้า เพื่อพี่น้อง เราจะสู้ สุดแรงล้าเพื่อบ้านเมือง เราจะสู้ จนสิ้นเลือด หยดสุดท้าย”เขากู่ร้องออกมาอย่างอาจหาร ฟ้าว!!! หมู่เมฆบนท้องฟ้าม้วนเกลียวกันเข้าอย่างหน้ากลัว กลิ่นคาวเลือดฉุนกึกเข้ามาในจมูกของทุกคน ลมพัดตีต้นไม้ดังแสกสากขึ้น  ฝุ่นหินฝุ่นดินและทรายถูกลมพัดม้วนตลบกันขึ้นในอากาศ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างฉับพลัน....โฮก!!!!เสียงคำรามลั่นดังอึกกระทึกเข่ามา  ทุกคนหันไปมองด้านหน้าในบัดดล พลพรรคหมอผี ต่างยืนตัวแข็งทื่อเลือดในกายเย็นเฉียบ!นักรถที่อยู่แนวหน้ากู่ร้องขึ้นมาสุดเสียง ฆ่า!!!!!พวกเขาวิ่งเข้าประจัญบานกับฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่กลัวเกรง บัณฑิต เงื้อขวานของเขาขึ้นก่อนจะฟันลงไปด้านหน้าเกิดเป็นคลื่นคมขวานขนาดใหญ่ หลายสิบเมตร ฟัน เปรี้ยง!ลงไปในแดนของสัตรู ผีปอบในร่างของหมาดำตัวใหญ่ที่วิ่งนำหน้ามาอย่างห้าวหาญ  ถูกแรงระเปิดจากคมขวานกระเด็นกระดอน ล้มกลิ่งกลับไปไม่เป็นท่า  ทหารแนวหน้าเอาโล่อัศวินของเขาปะทะเข้ากับฝูงหมาดำเกิดเสียงดังโครม! จนพวกมันผงะถอยกลับไปเล็กน้อย มีดดาบในมือจ้วงแทงออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เกิดเสียงดังฉึก! พวกเขาตวัดดึงดาบกลับก่อนจะกระแทกโล่ออกไปด้านหน้าอีกครั้ง ตึง! เกิดเป็นจังหวะ ดัน แทง ดัน แทง ไปเรื่อยๆ แสงจากสรธนู  พุ่งขึ้นบนท้องฟ้าแล้วตกลงไปยังแดนของสัตรูราวกับห่าฝน พวกมันล้มตายกันเป็นเบือ ดูแล้วมนุษย์เหมือนจะได้เปรียบแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย ภูตผีมากมายมหาศาลกรูกันเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ที่ตายไปแล้ว ก็ตายไป ที่มาใหม่ก็มาเพิ่มเรื่อยๆไม่สิ้นสุดมีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นจากที่ไกล ฟ้าว!!!!!“มันมาแล้ว!”แพร ตะโกนก้อง ผีโครงกระดูกขุนศึกถูกคว้างเข้ามายังแดนหลังอีกครั้ง“เตรียมตัว!”วิทย์ตะโกนลั่นตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม! เศษหินเศษดินแตกกระจาย โครงกระดูกในชุดนักรบโบราณเดินขึ้นมาจากหลุมอาจารย์ดำกับอาจารย์เขียวล้วงมือเข้าไปในย่ามเกือบจะพร้อมๆกัน ทั้งสิงล้วงเอาหุ่นควายตัวสีดำเล็กๆออกมาคนละ 2 ตัว ราวกับรู้ใจกันเสียงบริกรรมคาถาดังขึ้นจากปากของคนทั้งสอง“นาสังสิโม สังสิโมนา สิโมนาสัง โมนาสังสิ อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ อิศวรมหาเทวะ ประสิทธิ์ให้แก่กู สัมพะปะวัตติ ควายธนูจงมาช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายทั้งหลายให้แก่กู” ควายธนู 4 ตัวกระโดดผึงออกจามือของพวกแก มันขยายขนาดขึ้น จนโตเท่าช้างหนุ่มๆผิวกายมีสีดำสนิท ตามเนื้อตามตัว เต็มไปด้วยอักขระตัวสีแดงเพลิง  เสียงหายใจแรงๆหนักๆฟืดฟาดดังออกมาจากจมูกของพวกมัน ดวงตาสีแดงฉ่าราวกับเม็ดทับทิมสาดส่องไปทั่วบริเวณ เขาสีดำยาวโค้งสวยตามตำรา มันยืนจังก้าในท่าอหังการ สะบัดหัวฟึดฟัดอย่าน่าหวาดกลัว“ไป!”เสียงตะวาดสั่งการดังออกมาจากปากของทั้งสอง ควายธนู ตัวเขื่องกระโจนเข้าโรมรันกับแม่ทับโครงกระดูกทันที เขาอันยาวโครงของมันสะบัดขวิด บรรดาผีโครงกระดูกอย่างบ้าระห่ำขณะที่ทุกอย่างชุละมุนวุ่นวายอยู่นั้น บนท้องฟ้าก็เกิดเสียงดังแหวกอากาศเข้ามาอีกครั้ง ฟ้าว!ฟ้าว!ฟ้าว!พึบ!พึบ!พึบ!   เมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมอง เลือดในกายเของพวกเขาถึงกับเย็นเฉียบ กระหังมากมายปินวนเวียนอยู่เหนือหัวของพวกเขา พวกมันโฉบลงมา จับเอาร่างผู้โชคร้าย“เฮ๊ย!กระหัง ช่วยด้วยช่วยข้าด้วยยย” กระหังพาบินขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะปล่อยลงมาอย่างไม่ใยดี อ้าก!!!!ตุบ!ร่างของพวกเขาตกกระแทกพื้น ตกตายไปอย่างหน้าเวทนา คนแล้วคนเล่าถูกพวกมันพาบินขึ้นไปก่อนจะปล่อยให้ตกลงมาด้านล่าง เกิดเสียง ตุบ!ตุบ!ตุบ! ดังขึ้นเป็นระยะเมื่อเห็นแบบนั้นอาจารย์ดำก็ถอดเอาพระตัดรุ้งที่คอออกมา ก่อนจะอาราธนา“พุทธัง อาราธะนานัง ธัมมัง อาราธะนานัง สังฆัง อาราธะนานัง พุธธัง ประสิทธิ เม ธัมมัง ประสิทธิ เม สังฆัง ประสิทธิ เม” แกยกพระตัดรุ้งขึ้นเหนือหัว ตะวัดตัดลงไป 9 ครั้งติดๆ เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ขั้นบนท้องฟ้าราวกับถูกฟันด้วยมีด 9 เส้น ร่างของกระหังกว่า ร้อยตัวร่วงผล็อยลงมาสู่พื้นดินเกิดเสียงดังติดๆกันขึ้น ตุบ!ตุบ!ตุบ!ตุบ!...ทุกคนกำลังสู้อย่างลืมตายอยู่นั้น วิทย์ยืนอยู่กลางวงความชุลมุนอย่างสงบ มีสองสาวยืนขนาบข้าง แพรและหมวย ส่วนแพรวไปเป็นการ์ดให้อาจารย์ดำในระยะประชิด เขายืนอยู่ตรงนั้น สายตามองทอดออกไปไกลในความมืด มีมนุษย์คนแล้วคนเล่าล้มลงและตายไป ด้านหน้าสุดของกองทัพมนุษย์ บัณฑิต กำลังปะทะกับแม่ทัพโครงกระดูกตัวใหญ่ยักษ์อย่างมืดฟ้ามัวดิน รอบๆรัศมี 100 เมตรจากพวกเขาทั้งสองไม่มีใครกล้าเข้าใกล้การต่อสู้ของมือขวานทั้งสองเป็นไปอย่างดุเดือดและรุนแรง  เบื้องหลังกองทัพภูตผีพวกนั้น ยังมีตัวร้ายที่เก่งกาจนั่งมองดูสนามรพอยู่  ราชากองกอย 3 หัว มันนั่งอยู่บนบัลลังซากศพ เป็นศพนักรพมนุษย์ที่ถูกฆ่าตายในสนามรพนี้ พวกเขาถูกนำไปกองสุมรวมกันจนกลายเป็นภูเขาลูกย่อมๆ ปากทั้ง 3 ของมันแสยะยิ้ม ในมือถือหัวใจของมนุษย์สดๆที่กำลังดิ้นตุบๆอยู่ ยัดเข้าปากกัดกินอย่างพอใจ เลือดอุ่นไหลปรี๊ดออกมาจากเส้นเลือดที่ถูกตัดขาด แม้จะถูกกัดไปคำแล้วคำเล่า เนื้อหัวใจนั้นยังดิ้นดุ๊กดิ๊กอย่างน่ากลัว เลือดสดๆไหลอาบไปทั่วคางของมัน แน่แล้ว สนามรพที่นี้รอเพียงมันออกมาบดขยี้ก็เท่านั้น และเหมือนมันจะรับรู้ว่ามีใครบางคนกำลังมองมันอยู่ มันยื่นหัวใจดวงนั้นมาทางเขาก่อนจะชูขึ้นแล้วหย่อนมันลงไปในปากช้าๆนัยตาของมันจ้องมองมาที่วิทย์อย่างพึงพอใจ“น่าตายนักนะมึง”วิทยกัดฟันพูด“ยากเล่นใช่ไหมได้พ่อจะจัดให้สาสมใจเลยทีเดียว”วิทย์คิด ก่อนจะเอาใยมะขามออกมาจากช่องเก็บของ เขาระเบิดพลังสมาธิออกมาทั้งหมด ตูม!!!เสียงบริกำคาถาดังขึ้น“มะติยาโน มะติยา มะติทิ โสธายะ สาปะสา โนมะนา เทนะสา ฯ”เพี้ยง!เกิดเสียงดังหวีดหวือขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ใบมะขามในมือของวิทย์กลายเป็นต่อแตนตัวสีทอง โผบินออกจากมือของเขานับแสนๆตัว พวกมันเข้ารุมต่อย รุมกัดกินวิญญาณร้ายในสนามรพอย่างโหดร้าย เสียงร้องเสียงโหยหวนดังออกมาจากปากของพวกมันเป็นครั้งแรก ต่อแตนที่เกิดจากมหาเวทย์ของวิทย์นั้นรุนแรงกว่าครั้งไหนๆที่เขาเคยใช้มาเลย ชั่วอึดใจต่อมา สนามรพก็พลันเงียบสงบลงอีกครั้ง ฝูงต่อแตนสลายหายไปในอากาศ ราวกับว่าไม่เคยมีพวกมันอยู่เกิดเสียเฮดังขึ้นขากปากของทหารฝ่ายมนุษย์ ถึงจะไม่รู้ว่าใครปล่อยต่อแตนออกมาจัดการพวกวิญญาณร้ายเมื่อครู่ แต่ บัณฑิต ไม่ยอมให้เสียโอกาสดีๆแบบนี้แม้แต่น้อย เขาส่งสัญญาณให้ทหารจัดขบวนใหม่โดยเร็ว ขบวนที่ถูกกดดันจนเสียการควบคุมไปตอนนี้กลับเข้ามาเติมเต็มในสนามรพใหม่อีกครั้ง มือซ้ายกำด้ามขวาน แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งหมั่น เขามองทอดสายตาออกไปยังความมืดเบื่องหน้า วิทย์แสยะยิ้มก่อนจะควักเอาซิก้าวิญญาณขึ้นมาจุดสูบ เขาซืดไอวิญญาณเข้าไป เติมเต็มทะเลสมาธิของเขาอย่างหนักหน่วง เมื่อครู่ เขาใช้พลังสมาธิไปถึง 7 ส่วน ทำให้ต้องเติมเต็มมันอีกครั้ง เขารู้ดีว่าศึกนี้มันยังจะกำเนินไปอีกยาวนานทันทีที่เห็นเหล่าบริวารถูกกำจัดไป ราชากองกอย 3 หัว โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ 1 ครั้ง วิญญาณร้ายนับแสน ก็กรูกันลงมาจากภูเขาตรงดิ่งเข้ามายังสนามรพอีกครั้งวิทย์มองจ้องหน้าของ ราชากองกอย 3 หัว ในระยะไกล ก่อนจะเอากล่องเก็บมีดสีดำสนิทออกมาจากมิติเก็บของ วางลงบนพื้นดินดัง ตึง! วิทย์สะพายมันขึ้นบนหลังคล้ายกับซองใส่ลูกธนู ก่อนจะกระตุ้นวิชาอาพรโลหิตขึ้น เกิดชุดคลุมสีแดงฉานสวมทับทั้งร่างเขาเอาไว้ ทุกส่วน มองเห็นเพียงนัยน์ตาสีแดงฉานที่ส่องสว่างออกมาอย่างน่ากลัว เลือดเหลวที่ถักทอเป็นชุดคลุมปลิวไสวไปตามแรงลม เปล่งประกายสีแดงคล้ายกับเปลวเพลิงออกมา เขาไม่ยากให้ใครจำตัวจริงของเขาได้นอกจากคนของเขาเอง บรรดาหมอผีทั้งหลายต่างครางฮือออกมาทั้นทีที่เห็นแบบนั้น“นั้นมันอะไรกัน อาจารย์วิทย์แปลงร่างอย่างนั้นเหรอ”ในใจของทุกคนคิด

    คล้ายกับเรื่องF-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง) ที่คุณอ่าน