พลิกฟ้าผ่าปฐพี [翻天分地]

    ตอนที่ 45 ผู้พิทักษ์ปฐพี

             

            หยางได้เปรียบในการค้นหาแผ่นหยกแดง เพราะเพียงใช้มือสัมผัสก็ล่วงรู้ได้หินก้อนไหนเป็นหินธรรมดาโดยไม่ต้องกะเทาะออกมาดูเหมือนคนอื่นเขาพบหยกแดงได้ในเวลาไม่นาน แต่การนำออกไปโดยไม่มีใครขัดขวางนี่สิเป็นเรื่องยาก

            เขาเดินออกไปเงียบ ๆกับก้อนหนึ่งแต่ก็ถูกขัดขวาง เมื่อยึดก้อนหินไปแล้วก็พบว่าไม่มีแผ่นหยกอยู่ เขากลับไปเอาก้อนหินอีกสองก้อนก็โดนขัดขวางอีกเมื่อยึดไปดูก็เห็นว่าเป็นก้อนหินธรรมดาพอครั้งที่สามหยางฉินเทียนหยิบก้อนหินขึ้นมาสามก้อนแม้จะถามด้วยตนเองก็ไม่มีใครสนใจเขาจึงนำก้อนหินทั้งสามก้อนซึ่งในก้อนหนึ่งมีแผ่นหยกแดงออกมาโดยไม่มีใครสงสัย!

            หลังจากเดินออกมาได้ระยะหนึ่งเห็นว่าพ้นเขตอันตรายแล้วเขาจึงรีบวิ่งไปยังแท่นศิลาที่ใกล้ที่สุดเส้นทางที่มีแต่ก้อนหินเริ่มมีต้นไม้และท้ายที่สุดก้อนหินก็หมดไปปรากฏเพียงป่าโปร่ง

            “หยุดนะ!”ผู้บ่มเพาะคนหนึ่งออกมาขวาง ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นโจร “ส่งหินในมือเจ้ามา!”

            “ถ้าอยากได้นักก็เอาไป!!!”หยางฉินเทียนขว้างก้อนหินในมือไปทางลานหินที่เขาพึ่งจากมาโจรกระจอกกำลังตกใจแต่ก็รีบวิ่งตามก้อนหินไปโดยไม่ได้ไตร่ตรองเลยว่าหินก้อนนั้นมีหยกแดงอยู่หรือเปล่าเพราะมันเป็นหินก้อนเดียวที่หยางฉินเทียนถือมา ส่วนอีกสองก้อนเขาใช้ผ้าซ่อนไว้ที่เอว

            “ขอให้โชคดีนะ!!”หยางฉินเทียนตะโกนไล่หลัง แล้ววิ่งต่อไปยังทิศทางเดิม เพราะอีกสักพักคนที่ลานหินอาจจะรู้ตัวและตามมาแต่ไอ้โจรกระจอกเมื่อกี้ต้องตามมาแน่นอน!

            หากเขาไปยังแท่นศิลาที่ใกล้ที่สุดเจ้าโจรเมื่อกี้จะต้องตามทัน และกลุ่มที่เฝ้าแท่นศิลาก็จะรู้ตัว การแย่งชิงก็จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คิดได้ดังนี้เขาจึงเปลี่ยนไปยังแท่นศิลาอีกทิศหนึ่งซึ่งไกลออกไปเมื่อวิ่งไปได้สักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันในบริเวณเป้าหมายเขาจึงใช้เถาวัลย์เลื้อยไปที่ยอดไม้แล้วใช้ดอกไม้เบ่งบานรับข้อมูลภาพภาพที่ปรากฏคือผู้บ่มเพาะสองกลุ่มกำลังสู้กัน ซึ่งกลุ่มหนึ่งเป็นหยางโม่จื่อ!

            ดูจากรูปการณ์แล้ว หยางโม่จื่อเหมือนจะมีแผ่นหยกแดงกลุ่มของเขาพยายามต่อสู้เพื่อแหวกวงล้อมให้เขาเข้าไปยังแท่นศิลาแต่ทว่าฝ่ายตั้งรับแข็งแกร่งเกินกว่าจะเจาะเข้าไปได้ นี่ยังไม่รวมหยางลู่เหอที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเสาแม้เขายังไม่ได้ลงมือ แต่กลุ่มของหยางโม่จื่อก็ไม่ถือว่าได้เปรียบ และดูเหมือนจะเก็บรักษาแผ่นหยกแดงได้อีกไม่นาน

            “หยางโม่จื่อ เจ้าอย่าให้ข้าเสียเวลาอีกเลย”หยางลู่เหอเอ่ยขึ้น เพราะเขาเบื่อเต็มทีแล้ว “ลูกน้องของเจ้าตีฝ่าเข้ามาไม่ได้เจ้าก็เข้ารอบไม่ได้อยู่ดี มาตัดสินระหว่างเจ้ากับข้าดีกว่าหากใครชนะก็เอาแผ่นหยกแดงไป”

            “จะเอาอย่างนั้นก็ได้”หยางโม่จื่อฝากหยกแดงให้กับลูกน้องคนสนิท เพื่อป้องกันการเสียหายระหว่างการประลองทั้งสองคนขยับออกห่างแท่นศิลามาหนึ่งร้อยก้าวลูกน้องของทั้งสองฝั่งยืนเป็นวงล้อมรอบบุคคลทั้งสอง การประลองกำลังจะเริ่มขึ้น!

            พื้นที่รอบ ๆ หยางโม่จื่อเริ่มสั่นสะเทือนรอยร้าวปรากฏจนแผ่นดินแตกระแหง เขาแผ่รัศมีพลังออกมารอบตัวก้อนดินอันห่อหุ้มด้วยพลังเต๋าก็ลอยขึ้นกลางอากาศ เพียงสังเกตก็พอจะเดาได้ว่ามันเป็นวิชาสายควบคุม

            ตู้มมม!!

            ตู้มมม!!

            ตู้มมม!!

            หยางโม่จื่อโจมตีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลาและอารมณ์เพราะสายควบคุมมักจะใช้พลังเต๋ามากกว่าสายอื่นเนื่องจากสายอื่นจะเป็นการรวบรวมและปลดปล่อยพลังในครั้งเดียวแต่สายควบคุมจะต้องประคองพลังกับสิ่งที่ตนควบคุมไว้ตลอดนั่นหมายความว่าพลังเต๋าจะลดลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งสิ่งที่ควบคุมมีมากยิ่งใช้พลังมาก

            “นี่หรือวิถีพลังสายควบคุมข้ายังไม่รู้สึกคันเลย”

            เสียงของลู่เหอแหวกฝุ่นควันที่ปกคลุมร่างกายอันใหญ่โตของเขาได้ยินมาว่าตระกูลลู่เน้นการป้องกันเมื่อบวกกับพรสวรรค์ในการทำลายล้างของหยางลู่เหอด้วยแล้ว แม้หยางเทียนหลงจะประลองกำลังกับเขาก็มิอาจจะชนะได้แต่การต่อสู้มิได้มีเพียงแค่พละกำลัง มันต้องมีปัญญาด้วย และด้วยสมองตัน ๆของหยางลู่เหอที่ไม่ค่อยได้คิดอะไรนอกจากการต่อสู้เขาจึงไม่อาจเป็นอันดับหนึ่งของผู้บ่มเพาะในรุ่นนี้ได้

            “งั้นลองรับการโจมตีครั้งนี้ดู”

            สิ้นเสียงของหยางโม่จื่อ แผ่นดินก็หลุดร่อนขึ้นมาเป็นก้อนเล็กๆ แล้วหมุนรวมกันเป็นก้อนพลังขนาดใหญ่รัศมีพลังแผ่ขยายจนสร้างแรงกดดันไปทั่วทั้งพื้นที่คู่ต่อสู้ปล่อยก้อนพลังใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่คิดที่จะขัดขวางเพราะเขาบ้าการต่อสู้! เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของตนและคิดว่าพลังระดับนี้เป็นเพียงของเล่นสนุกเพื่อฆ่าเวลาของเขาเท่านั้น!

            “รับมือ!”

            ฟิ้วววว!!

            ก้อนพลังขนาดสองเมตรพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็ว!

            ตู้มมม!!

            แรงปะทะทำให้เกิดการระเบิดของลูกพลังแม้หยางลู่เหอจะถูกดันให้ถอยหลังไปห้าก้าว แต่ก็ยังเผยรอยยิ้มที่มุมปากเพราะเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย!

            ลูกน้องของหยางโม่จื่อเห็นเช่นนั้นก็ขวัญเสียปกติหากเป็นคนอื่นเจอการโจมตีเมื่อครู่คงได้รับบาดเจ็บไม่มากก็น้อยแต่นี่ไม่ได้มีบาดแผลแม้รอยขีดข่วน แล้วลูกพี่ของเขาจะเอาชนะคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?

            “คราวนี้มาตัดสินกันหากเจ้ารับมือได้ข้าคงต้องยอมแพ้”

            หยางโม่จื่อเริ่มหายใจติดขัดเพราะใช้พลังไปพอสมควรหากเป็นอย่างนี้ต่อไปเขาจะต้องแพ้แน่นอน ในเมื่อมันถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะใช้วิชาลับของตระกูลโม่เพื่อเอาชนะให้จงได้

            แผ่นดินเริ่มไหวเป็นวงกว้างจนถึงขอบบริเวณที่ลูกน้องของเขายืนมุงดูแผ่นดินก้อนใหญ่หลุดลอยขึ้นไปในนภากาศไหลวนรวมหยุดเป็นจุดเดียวก่อเกิดรูปร่างคล้ายมนุษย์ วิชาที่เขาใช้ก็คือ“ผู้พิทักษ์ปฐพี” ซึ่งจะดึงดูดพื้นดินบริเวณโดยรอบมาประกอบกันเป็นโกเล็ม! ยิ่งดินแข็งเท่าไหร่โกเล็มยิ่งแข็งแกร่ง!

    ใครจะอยู่ใครจะไปตัดสินได้ในอีกไม่กี่อึดใจนี้แหละ!!

    คล้ายกับเรื่องพลิกฟ้าผ่าปฐพี [翻天分地] ที่คุณอ่าน