“ การเลี้ยงหนอนคุณไสย จะต้องใช้เลือดสาวบริสุทธิ์เท่านั้น และ ในวังแห่งนี้มีเพียงองค์หญิงหลี่ซิ่วหลาน ที่กำลังมีระดู ข้าเลยนำเลือดระดูขององค์หญิงมาเลี้ยงเจ้าหนอนคุณไสยนี้” เล่ากงกง เอ่ยไปตามความจริง ด้วยใบหน้าเฉยเมย ไร้ความรู้สึก
“ เจ้าไปเอาเลือดรดูขอนางมาให้ข้าก็แล้วกัน”
“ ต้องรออีกสามวัน กว่าองค์หญิงจะมีเลือดระดูอีกครั้ง”
“ สามวัน ! แล้วเจ้าหนอนคุณไสยนี่ มันจะเริ่มกัดกินเลือดเนื้อภายในของข้าแล้วอีก สามวันมันจะทันรึ?”
“ ข้าก็ไม่แน่ใจ” เล่ากงกงเอ่ยไปตามจริง ยิ่งทำให้ราเชนเริ่มหงุดหงิดไปอีก
“ ถ้าเช่นนั้น เจ้าไปเตรียมการ ข้าจะขอพบกับ องค์หญิงสิบหกคืนนี้ ต้องเอาเลือดของนางมาให้ได้”
“ คงไม่ได้ เพราะต้องใช้เลือดระดูของนางเท่านั้น เลือดปกติใช้ไม่ได้”
“ อะไรนะ มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ? บ้าเอ้ย…แล้ววิธีที่สองเล่า”
“ ท่านต้องหลับนอนกับองค์หญิงสิบหก หนอนคุณไสยมันจะย้อนกลับไปหาเจ้าของเลือดระดูของคนที่เลี้ยงมัน”
“ แล้ว องค์หญิงสิบหกจะเป็นอย่างไร”
“ นางก็จะถูกกลืนกินอวัยวะภายในแทนท่าน ตายภายในสามชั่วยาม”
ราเชนเห็นใบหน้าของเด็กน้อยที่เชิดจมูกใส่เขา แล้วก็ส่ายหัว เขาแม้ไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ว่าเขาก็ไม่คิดจะข่มขืนเด็กแม้แต่น้อย ยิ่งหากต้องทำให้นางต้องตายแล้วด้วย เขาไม่มีทางทำเด็ดขาด นี่คือจุดยืนของนักฆ่าอย่างเขา
“ แสดงว่า หากข้าเข้าห้องหอกับองค์หญิงสิบหก นางก็จะตายแทนข้า นี่เจ้าวางแผนอย่างนั้นรึ?”
“ มิได้ ข้าไม่คิดว่า ฝ่าบาทจะพระราชทานสมรสกับองค์หญิงสิบหกมาก่อน เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ข้าไม่รู้มาก่อน”
“ ไม่รู้เหรอ แต่ตอนนี้จงใจให้ข้าตายใช่ไหม” ราเชนถีบเข้าไปที่ท้องเล่ากงกง จนเข่าทรุดไปกับพื้น แม้นจะจุก แต่เล่ากงกง ก็หาได้แสดงความโกรธเคืองออกมาไม่
“ คงต้องรอให้องค์หญิงมีเลือดระดูออกมา ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ อ้อ มีอีกเรื่องหนึ่ง ข้าได้ข่าวว่า มีพวกหกสำนักใหญ่ และ คนของเกาจิ้งสง แห่งอาณาจักรอุดร กำลังเตรียมตัว กำจัดข้าในวันงานพิธีพระราชทานสมรส เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่” ราเชนมองหน้าเล่ากงกง เพื่อทดสอบว่า เข็มสะกดวิญญาณ ที่เขาฝังลงไปที่สมองนั้น ใช้ได้ดีหรือไม่
“ ถูกต้อง พวกมันร่วมมือกันเพื่อจัดการกันนายท่านโดยเฉพาะ”
“ เพราะอะไร พวกมันต้องการอะไรในตัวข้า”
“ เกาจิ้งอัน ได้เข้าเฝ้าฝ่าบาท พร้อมกับเอกสารลับ ที่องค์ชายมู่ฉิน รายงานสถานะการณ์รบที่เมืองเอ้อเฉิน ต่อ จักรพรรดิฮั่นตี้ พอฝ่าบาทอ่านจบ ก็ถึงกับตะลึงงัน จึงเรียก 6 สำนักใหญ่เข้ามาปรึกษาเป็นการด่วน ทั้งหมดสรุปว่า ต้องกำจัดนายท่านสถานเดียว โดยแสร้งยก องค์หญิงหลี่ซิ่วหลาน ให้กับนายท่าน”
“ เอกสารลับนั่นเขียนว่ายังไง?”
“ ในนั้นเขียนว่า หยางเฟยหลง คือทายาทจอมมารโลหิตที่หายสาบสูญไปเป็นพันปี ตอนนี้มันถือกำเนิดในอาณาจักรปัจจิมแล้ว อีกไม่นาน ทั้งห้าอาณาจักรต้องพินาศย่อยยับ แม้นพวกเราจะสูญเสียทหารไปมากมาย แต่ต่อไป ทั้งห้าอาณาจักรจะต้องพานพบกับภัยพิบัติ ยิ่งกว่ากองทัพฮาน หลายสิบเท่า”
“ บัดซบ ที่แท้พวกมันรู้แล้ว ไอ้บ้าเกาจิ้งอัน มันได้รับเอกสารลับมาได้ยังไง?”
“ มันเป็นเอกสารที่ถูกคัดลอกขึ้นมาใหม่ โดยสายลับของตระกูลเกา ที่แฝงตัวอยู่กับ กองทัพฮาน”
“ คงเป็นเจ้าฮั่วเหยียนแน่ๆ เฒ่าสองหัวนี่เจอคราวหน้าต้องฆ่าให้ตายปล่อยเอาไว้ไม่ได้อีก แต่คราวนี้จะทำยังไงกันดี หนีไปก็ไม่ได้ ขืนรอเวลาเจอองค์หญิงในวันพิธี ความลับของข้าก็คงถูกเปิดเผยออกมาแน่ ไม่ได้ จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหากตาแก่ที่อยู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์รู้เข้าละก็ ได้ลงมาฆ่าเราตายแน่ๆ”
“ ข้าแนะนำว่า พวกเราควรกลับไปที่ตำหนักรับรองก่อนดีกว่า ฝ่าบาทบอกให้ข้ามาตามตัวนายท่านกลับไป เกรงว่านายท่านจะหลบหนี”
“ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนเจ้าไม่ตอบแทนที่ข้าช่วยอาณาจักรของเจ้า แต่กลับคิดจะขายข้าให้กับคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่ข้าอุตส่าห์ช่วยเจ้าขับไล่กองทัพฮานขนาดนี้ ไม่น่าช่วยพวกมันเลย” ราเชนเอ่ยด้วยความแค้นใจ แต่ตอนนี้เขาต้องกลับไปกับเล่ากงกงแล้ว แม้นว่าเขาจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่อย่างน้อย เขาก็สามารถใช้เข็มสะกดวิญญาณควบคุมเล่ากงกงเอาไว้ได้ ทำให้ตอนนี้เขาล่วงรู้แผนการณ์ของพวกศัตรูทุกๆ คนแล้ว เพียงแต่มีปัญหาคือต้อง นำโลหิตระดูขององค์หญิงสิบหกมาเพื่อล่อเจ้าหนอนคุณไสยออกมาเท่านั้น ระหว่างทางกลับ ราเชนยังอดสงสัยเรื่องหนึ่งไม่ได้
“ เจ้าเกาจิ้งอัน มันมาบอกเรื่องนี้ให้กับจักรพรรดิหลี่เอี้ยน แล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร”
“ มันบอกว่าจะขอนำนายท่านกลับไปอาณาจักรอุดรทั้งมีชีวิต มอบให้กับ จักรพรรดิต้วนอี้เฉิน โดยจะตัดแขนและขาของนายท่านทิ้งไป”
“ ชั่วช้าจริงๆ แล้วทำไมต้องรอวันพระราชทานสมรสด้วย?”
“ พวกมันเกรงกลัวพลังของนายท่าน จะวางยาพิษในสุรามงคลให้ท่านดื่ม แล้ววันอภิเษก มันตรงกับ วันสุริยะฆาต ทำให้นายท่านไม่อาจใช้พลังมารโลหิตได้ และจะใช้หลวงจีนวัดธรรมกายสิบรูปจัดการกับท่าน”
“ คิดวางยาพิษกับข้า”
ราเชนยิ้มขึ้นมา เพราะเขาไม่กลัวพิษใดๆ ในโลกนี้อยู่แล้ว เพราะเขากลืนเลือดงูยักษ์สองหัว พิษทั้งหลายไม่อาจทำอะไรเขาได้แน่ๆ หากเป็นเช่นนี้ แสดงว่า เจ้าเก้าจิ้งอัน ก็คง ยังไม่ได้บอกกับผู้ใดเรื่องขุมทรัพย์ของตระกูลหยาง เฮอะ ก็มาลองดูกัน ว่าหลวงจีน10 รูปของเจ้า จะมีปัญญาจับข้าได้หรือเปล่า
ราเชนกลับไปตำหนักรับรอง เจ้าขันทีเสี่ยวเจียวกับเสี่ยวจางก็รู้สึกตัวแล้วกลับมานั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าเล่ากงกง
“ ต่อไปพวกเจ้าทั้งสองคน ทำตามคำสั่งของท่านราชบุตรเขยทุกอย่าง อย่าให้ใครมาทำร้ายท่านได้ รู้ไหม”
“ ทุกอย่าง?”
“ ใช่แล้ว จำเอาไว้ ราชบุตรเขยคือเจ้านายของข้า ก็เท่ากับเป็นเจ้านายของเจ้าด้วยเช่นกัน”
ขันทีน้อยทั้งสองมองหน้ากันอย่างแปลกใจ แต่ก็รีบรับคำสั่งของเล่ากงกงไม่กล้าขัดขืนใดๆ
ราเชนไล่ให้ขันทีน้อยทั้งสองออกไป แล้วกล่าวกับเล่ากงกงต่อว่า
“ เจ้าไปรายงานฝ่าบาท ว่าข้ากลับมาแล้ว อย่าได้ทำตัวผิดปกติ ตอนนี้ข้าอยากได้แผนผังของวังหลวง และสถานที่จัดงานพิธี ” เล่ากงกง รับคำสั่งแล้วก็กำลังจะออกไป
ทันใดนั้น ขันทีน้อยเสี่ยวเจียง ก็มารายงานว่า มีหญิงสาวชื่อว่า เชียนเชียนกับเสี่ยวฉี มาขอพบ
ราเชนให้เล่ากงกงกลับไป ส่วนเขาก็ออกไปพบกับเชียนเชียน ที่ห้องโถงทันที
ราเชนพอไปถึงก็พบกับเชียนเชียน ที่มากับ เสี่ยวฉี น้องของต้าเฉิง ราเชนมองเชียนเชียน ที่ดูงดงามมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ราเชนยิ้มให้กับทั้งสอง แต่ว่าเชียนเชียน กับ เสี่ยวฉี หาได้มีรอยยิ้มออกมาไม่
“ บอกข้ามา เหตุใดท่านจึงได้สังหารท่านนักพรตทงที” เชียนเชียนรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชายิ่ง
“ จะถามไปทำไม เขาต้องการเอาชีวิตรอด ต้องการเป็นใหญ่ เห็นไหม ตอนนี้เขาเป็นราชบุตรเขยไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องพบกับคนเช่นนี้” เสี่ยวฉี ก็มองเขาเปลี่ยนไปเช่นกัน
ราเชนก็คร้านที่จะอธิบายมากนัก เพราะรู้ว่าวันพิธี พวกนางคงต้องเข้าข้างอาจารย์ของตน เพื่อจัดการกับมารโลหิตอย่างเขาแน่ๆ จึงได้เอ่ยออกไปว่า
“ ข้าไม่อยากให้อาจารย์ต้องทรมาน”
“ เจ้าเลยฆ่าอาจารย์ของตัวเองเนี่ยนะ” เชียนเชียนเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ
“ คนอกตัญญูแบบนี้ พวกเราอย่างไปยุ่งเกี่ยวเลยจะดีกว่า ปล่อยให้เวรกรรมสนองเขาเอง” เสี่ยวฉีพยายามดึงแขนเชียนเชียนออกไป
“ ข้าช่วยชีวิตพี่และบิดาเจ้าเอาไว้ แทนที่เจ้าจะขอบคุณ แต่กลับมาต่อว่าข้า ใครกันแน่ที่อกตัญญู” ราเชนชักไม่พอใจ ที่เสี่ยวฉีพูดเช่นนี้
“ นั่นเป็นเพราะท่านอยากได้ผลงาน อยากเป็นราชบุตรเขยมากกว่า นึกหรือว่า ข้าไม่รู้ทัน ฮึ”
ราเชนได้แต่ส่ายหัว เป็นอย่างนี้ก็ดี หากต้องสู้กันในวันข้างหน้า จะได้สังหารพวกนางโดยไม่ต้องลังเล
“ หยางเฟยหลง เห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ข้าขอเตือน ให้รีบหนีไปเสียแต่บัดนี้ อย่าได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ องค์หญิงหลี่ซิ่วหลาน” เชียนเชียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ราเชนมองแววตาของนางนั้น ก็ทราบดีว่าในส่วนลึกของใจนาง ยังมีความเป็นห่วง ไม่อยากให้เขาต้องมาตายในวันพิธี
“ เชียนเชียน” เสี่ยวฉีรีบเอ่ยออกมา คล้ายกับว่าไม่อยากให้เพื่อนพูดเช่นนี้
“ ข้าหวังว่า เจ้าจะเชื่อคำเตือนของข้าในครั้งนี้”
เชียนเชียนเอ่ยจบก็หมุนตัวเดินจากไป ราเชนได้แต่เอ่ยตามหลังมาว่า
“ น้ำใจของเจ้า ข้าขอน้อมรับเอาไว้ แต่ข้าเป็นคนชั่วอัปลักษณ์ เนรคุณฆ่าอาจารย์ ตอนนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นราชบุตรเขย ชาตินี้แม้นต้องตายก็ถือว่าคุ้มค่าที่กำเนิดมาแล้ว”
เชียนเชียน นั้นยังคงเดินต่อไปไม่สนใจคำพูดที่ได้ยิน แต่น้ำตาของนางนั้นพร่างพรูออกมา ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของนาง ราเชนแม้นอยู่ด้านหลัง ยังคงมองเห็นหยาดน้ำตาของเชียนเชียน ที่ไหลกระเซ็นปลิวออกมา
เสี่ยวฉีรีบเข้ามากอดเชียนเชียน แล้วพากันเดินออกไป ไม่สนใจราเชนอีก
ราเชนไม่สนใจเรื่องนี้อีก เพราะตอนนี้ชีวิตของเขานั้นคาบเกี่ยวบนเส้นด้าย อันตรายยิ่งนัก ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่น หากว่าเขาล่อเจ้าหนอนคุณไสยออกมาได้ เขาจะรีบหนีไปจากที่นี่ทันที
กลางคืน เล่ากงกง ก็นำแผนที่รายละเอียดของวังหลวงมามอบให้กับราเชน
แล้วแจ้งเตือนว่า ในพระราชวังมีองครักษ์เงาที่มีเคลื่อนไหวราวภูติพราย และ ยังมีสี่ผู้พิทักษ์ลึกลับอีก สี่คน ฝีมืออยู่ในขั้นปราณราชัน เฝ้ารักษาความปลอดภัยอยู่ทั้งสี่ทิศ ต้องระมัดระวังด้วย ราเชนได้ฟังก็ได้แต่พยักหน้ารับทราบ แต่หาได้กลัวไม่
คืนนั้นราเชนได้ ศึกษาแผนที่ทั้งหมด พบว่า มีแผนที่อุโมงค์ใต้ดินที่สามารถหลบหนีออกจากวังหลวงออกไปได้ แต่ว่ามันมีทางลงอุโมงค์อยู่ที่ตำหนักจักรพรรดิ ฮองเฮา และตำหนักรัชทายาท ซึ่งยังคงปิดสนิท เพราะยังไม่มีผู้ใดได้เป็นรัชทายาทในตอนนี้
กลางดึกราเชนให้เจ้าโมโม่นอนที่เตียงของเขา ส่วนตัวเขาออกไปสำรวจตำหนักรัชทายาท เพื่อตรวจสอบอุโมงค์ลับในตำหนักรัชทายาท ที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว เวรยามที่เฝ้าดูด้านนอก ก็มีเพียงแค่องครักษ์ยามแค่ สองนายเท่านั้น ราเชนใช้วิชาท่าเท้าวายุเหินข้ามกำแพงไปอย่างสบายๆ หามีใครตรวจพบไม่ พอเปิดประตูเข้าไป ก็มีเสียงชายชราคนหนึ่งเอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แต่มีพลังปราณที่กล้าแข็งแผ่กระจายออกมา จนราเชนเองถึงกับสะท้านไปทั่วร่าง ไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพละการ
“ เจ้าเป็นใคร กล้าบังอาจบุกเข้ามาตำหนักรัชทายาท”……..