“ตะวันเพลิง”
แอนเดอร์สันนำต้นตะวันเพลิงฝังลงไปในตำแหน่งเดิมที่เคยมีต้นตะวันเพลิงปลูกเอาไว้ จากนั้นเขาก็นำต้นอรุณโชติช่วงปลูกไว้ในวงเวทย์หลักทางทิศตะวันออกแล้วใช้ต้นจันทร์สะท้อนปลูกไว้ที่วงเวทย์หลักทางทิศใต้ตามด้วยวางต้นดับอรุณไร้แสงไว้บนวงเวทย์หลักทางทิศตะวันตก
ซึ่งวงเวทย์สวนพฤกษานี้เองมีด้วยกัน 4 วงเวทย์หลักที่ตั้งอยู่ด้านนอก และมี 3 วงแหวนเวทย์อยู่ด้านใน พวกมันทั้ง 3 วงแหวนทำหน้าที่เหมือนด่านในการคัดกรองพลังเวทย์จากวงเวทย์หลักทั้ง 4 ที่จะต้องส่งพลังเวทย์เข้าไปยังใจกลางวงเวทย์สวนพฤกษา จากนั้นวงเวทย์หัวใจที่อยู่ใจกลางวงเวทย์หลักทั้ง 4 และอยู่ใต้หัวใจลีลีวี่จะเปิดใช้งานเพื่อกระจายพลังไปรอบๆ
โดยหลักการทำงานของเวทย์สวนพฤกษาจะมีด้วยกัน 3 ขั้นตอนหลักๆ ขั้นตอนแรกจะเกิดขึ้นที่วงเวทย์หลักทั้ง 4 เมื่อวงเวทย์สวนพฤกษาเปิดใช้งาน วงเวทย์หลักทั้ง 4 จะทำการดูดซับพลังเวทย์จากสมุนไพรทั้ง 4 ที่ปลดปล่อยออกมา แล้วส่งพลังเวทย์จากวงเวทย์เข้าส่วนวงแหวนแรกเพื่อกลั่นให้มันบริสุทธ์
ขั้นตอนที่สองจะเกิดขึ้นพร้อมกับขั้นตอนแรก โดยมีการดูดซับพลังเวทย์จากสมุนไพรทั้ง 4 ต้นเหมือนขั้นตอนแรก แต่มีหนึ่งในสิ่งที่ต่างกันออกไป พลังเวทย์ที่เกิดขึ้นในขั้นตอนที่ 2 จะไม่ได้ถูกส่งไปยังวงแหวนแรก มันจะถูกส่งไปยังวงเวทย์หลักทั้ง 4 โดยจะมีการเริ่มต้นที่วงเวทย์หลักทางทิศเหนือ มันจะทำการดูดซับพลังเวทย์จากต้นเพลิงตะวันเข้าไปเพื่อกลั่นให้บริสุทธ์กว่าเดิมแล้วส่งผ่านไปยังวงเวทย์ที่อยู่ทางทิศตะวันออกเพื่อผสมรวมกับพลังเวทย์ที่ได้จากต้นอรุณโชติช่วงที่ถูกวงเวทย์ดูดซับ หลังจากที่พลังเวทย์ของสมุนไพรทั้ง 2 ผสมรวมกันมันจะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ขึ้นแล้วส่งไปยังวงเวทย์ทิศใต้ที่มีต้นจันทร์สะท้อนปลูกเอาไว้
ด้วยการมาของกระแสเวทย์ที่มาจากวงเวทย์ทิศตะวันออกมันจะหลอมรวมเข้ากับเวทย์ที่ดูดซับจากต้นจันทร์สะท้อนก่อให้เกิดพลังเวทย์อันอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การหล่อเลี้ยง ทว่ากระบวนการเวทย์ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น มันจะส่งพลังเวทย์ไปยังวงเวทย์หลักทางทิศตะวันตกรวมเข้ากับพลังเวทย์จากต้นดับอรุณไร้แสง เมื่อพลังเวทย์จากทั้ง 4 ผสมรวมเข้าด้วยกันหลังจากผ่านวิธีการกลั่นจากวงเวทย์ทั้ง 4 มันจะส่งพลังเวทย์ที่เหลือหลังจากผ่านวงเวทย์หลักเข้าสู่วงแหวนที่ 2 เพื่อกลั่นอีกทอดหนึ่ง
เมื่อการทำงานในขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สองส่งพลังเวทย์ไปยังวงแหวนแรกและวงแหวนที่สอง วงแหวนทั้งสองจะส่งพลังเวทย์เข้าไปรวมกันในวงแหวนที่ 3 แล้วส่งเข้าไปยังวงเวทย์หลักที่มีหัวใจลีลีวี่วางเอาไว้ จากนั้นมันจะกระจายพลังเวทย์ไปรอบๆสวนพฤกษาเพื่อกระตุ้นให้สมุนไพรเติบโตรวดเร็วกว่าปกติ
วิ๊ง!
วงเวทย์สวนพฤกษาเปิดใช้งานจากการกระตุ้นของลุงนอธ ส่งผลให้พลังเวทย์จากสมุนไพรที่อยู่ทางทิศเหนือวิ่งตรงเข้าสู่วงแหวนแรกเกิดเป็นละอองแสงสีแดงเพลิงสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า วงแหวนทางทิศตะวันออกได้ปลดปล่อยพลังเวทย์สีเหลืองเข้าสู่วงแหวนแรกเช่นเดียวกัน ทางฝั่งทิศตะวันตกนั้นได้ปลดปล่อยละอองเวทย์สีฟ้าจากต้นจันทร์สะท้อนมุ่งหน้าสู่วงแหวนแรกไม่นานวงเวทย์ทางทิศตะวันตกก็ปลดปล่อยแสงสีดำจากต้นดับอรุณไร้แสง พริบตาที่วงเวทย์ทั้ง 4 ทำงาน วงแหวนแรกที่รวมเอาพลังเวทย์จากสมุนไพรทั้ง 4 ต้นเข้ามากลั่นก็เริ่มเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าออกมา
ทันใดนั้น วงเวทย์หลักทั้ง 4 ทิศก็เริ่มปลดปล่อยละอองเวทย์ออกมาอีกชุด จนเกิดเป็นเส้นพลังงานเวทย์เชื่อมต่อจากวงเวทย์ทิศเหนือไปยังทิศตะวันออก มุ่งหน้าต่อไปยังทิศใต้แล้วส่งไปยังทิศตะวันตกจากนั้นก็ส่งพลังเวทย์ทั้งหมดที่ผ่านวงเวทย์ทั้ง 4 เข้าสู่วงแหวนที่สองทำให้วงแหวนชั้นที่ 2 เรืองแสงสีทองออกมาเช่นกัน
ภายใต้วงแหวนทั้ง 2 ที่กลั่นพลังเวทย์ที่ได้มากจากทั้ง 4 วงเวทย์หลักในวิธีที่ต่างกัน วงแหวนทั้งสองก็ได้นำเอาพลังเวทย์ไปรวมกันยังวงแหวนที่ 3 เกิดเป็นละอองเวทย์สีทองอมเขียวส่งตรงเข้าสู่เวทย์ที่เป็นหัวใจหลักและอยู่กลางวงเวทย์ทั้งหมด ทันทีที่พลังเวทย์ส่งไปถึงใจกลางวงเวทย์ แอนเดอร์สันถึงขั้นถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะพลังเวทย์ไม่ยอมกระจายตัวไปทั่วสวนพฤกษาแห่งนี้
แม้วงเวทย์ทั้ง 4 จะทำงาน วงแหวนทั้ง 3 จะกลั่นพลังได้เป็นอย่างดี แต่วงเวทย์พฤกษากลับขาดหัวใจหลักของเวทย์ที่จะกระจายพลังงานไปยังส่วนต่างๆ ดังนั้นเขาจึงเดินไปยืนใจกลางวงเวทย์ทั้งหมดเพื่อสำรวจดูการทำงานของพวกมัน
“ตรวจสอบ”
เวทย์ตรวจสอบเปิดใช้งานจนแอนเดอร์สันมองเห็นปริมาณพลังเวทย์ที่ไหลเข้ามาในวงเวทย์หัวใจที่อยู่ใจกลางสวนพฤกษา เขาจำเป็นต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อให้มันกระจายเวทย์ไปรอบๆไม่อย่างนั้นเวทย์ที่ไม่สามารถกระจายไปไหนได้จะเพิ่มอุณหภมิของวงเวทย์จนทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่าน แอนเดอร์สันจึงเดินเก็บต้นสมุนไพรทั้ง 4 กลับเข้ามาในกระถาง ป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาทำลายมันในตอนที่เขาวิจัย
“เป็นยังไงบ้างแอนเดอร์สัน”
ลุงนอธเฝ้ามองแอนเดอร์สันจากระยะไกล ทุกอย่างที่เกิดจากฝีมือแอนเดอร์สันดูน่าทึ่งแต่มันก็ยังไม่ต่างจากที่พวกเขาทำ วงเวทย์สวนพฤกษาที่เปิดใช้งานไม่สามารถปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมารอบๆได้
“ลุงนอธ ผมคิดว่าจะแก้ไขเวทย์ใจกลางที่ใช้วางหัวใจลีลีวี่ แต่ผมต้องการข้อมูลหัวใจลีลีวี่ว่ามันทำอะไรได้บ้าง”
“ได้สิ”
นอธกลับไปรอในห้องสมุดพร้อมกับถือการ์ดเร่งการเรียนรู้ใบสุดท้ายเอาไว้ในมือ หากเขาไม่สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของวงเวทย์เพื่อหาวิธีกระจายพลังเวทย์ได้ เขาต้องรออีกหลายวันเพราะต้องหาวิธีเพิ่มตั๋วสุ่มรางวัลให้ตัวเองเพื่อซื้อการ์ดที่เหลือจากทางระบบ
หลังจากผู้นำตระกูลเฟียร์ได้รับต้นไม้ทั้ง 4 ต้นคืน เขาก็พบว่าทั้ง 4 ต้นไม่ได้รับผลกระทบหลังจากนำไปเปิดใช้งานวงเวทย์สวนพฤกษาเลย ทั้งที่ความจริงพวกมันจะต้องมีร่องรอยความเสียหายเพราะขาดหัวใจลีลี่วี่
—----------------------------
“เอาล่ะนะ หวังว่าความรู้พื้นฐานจะทำให้เราสร้างสิ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างเวทย์ที่ทำให้กระจายพลังเวทย์ได้”
แอนเดอร์สันมองไปยังข้อมูลที่พ่อบ้านนำเข้ามาให้ มันเป็นข้อมูลหัวใจลีลีวี่ เขาต้องการโครงสร้างข้อมูลของมันว่ามีการทำงานอย่างไรถึงสามารถรับพลังเวทย์แล้วกระจายพลังเวทย์ไปรอบๆได้ หลังจากอ่านวิธีการทำงานของมันเขาก็ขอตัวกลับไปยังวิทยาลัยเพราะที่นั่นเต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล ด้วยคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องสมุดเขาสามารถค้นหาเวทมนตร์ที่สามารถกระจายพลังเวทย์เพื่อมาเป็นพื้นฐานในการวิจัยได้
“เอาล่ะ หวังว่าการ์ดใบสุดท้ายจะช่วยฉันได้นะ”
แอนเดอร์สันเปิดใช้งานการ์ดเร่งความคิดใบสุดท้าย จากนั้นเขาก็ดำดิ่งไปกับการอ่านข้อมูลหัวใจลีลีวี่พร้อมกับนำทฤษฎีการกระจายพลังเวทย์ของเวทย์แต่ละธาตุมาอ่าน สิ่งที่เขาต้องทำในตอนใช้การ์ดใบสุดท้ายคือการสร้างส่วนเสริมให้เวทย์สวนพฤกษาเพื่อให้มันสามารถกระจายเวทย์ได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งหัวใจลีลีวี่
ภายใต้การวิเคราะห์และถอดประกอบวงเวทย์สวนพฤกษาออกมานี้ แอนเดอร์สันรู้สึกไม่เบื่อเลยสักนิดเดียว ยิ่งตั้งโจทย์เอาไว้สูงว่าจะวิเคราะห์และสร้างอะไร เขายิ่งรู้สึกตื่นเต้นดีใจ แม้การเขียนวงเวทย์ขึ้นมาจากความคิดและความรู้ของตนเองจะผิดเขากลับรู้สึกสนุกที่ได้ท้าทายตนเอง การที่อยู่ในพลังของการ์ดก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขาไม่เบื่อ ไม่เครียด การที่การ์ดทำให้เขามีสมาธิขั้นสุดยอดสามารถจดจ่อกับสิ่งที่อ่านและทำความเข้าใจได้ตลอดเวลา ทำให้เขาสนุกมากกับการนำเอาความคิดในหัวที่กำลังวิ่งพล่านมาใช้วิเคราะห์
—---------------------------------
“ผู้นำตระกูล เราถอนกองกำลังออกมาทั้งหมดแล้ว”
หลังจากเห็นความสามารถของแอนเดอร์สันที่เหมือนจะพลิกวิกฤติของตระกูลเฟียร์ คำสั่งถอนกำลังก็ถูกส่งไปยังมิสเทอรี่เพื่อให้นักเวทย์ประจำตระกูลกลับออกมาจากพื้นที่เสี่ยงภัย ถึงแม้พวกเขาจะไม่สามารถครอบครองหัวใจลีลีวี่ได้ ผู้นำตระกูลกลับไม่ได้เครียดเลยสักนิด ถึงเขาจะเทหน้าตักไปกับแอนเดอร์สันแล้วเกิดเหตุการณ์ที่แอนเดอร์สันทำไม่สำเร็จ เขากลับไม่เสียใจ ตระกูลเฟียร์พร้อมจะปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตเพื่อเป็นกองกำลังให้กับแอนเดอร์สัน
การที่เด็กอายุ 15 เพียง 1 คนสามารถเข้าใจเวทย์ประจำตระกูลที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนต่อให้เป็นผู้อาวุโสก็มีเพียงจำนวนนับได้ด้วยนิ้ว ยิ่งเป็นการเข้าใจวงเวทย์สวนพฤกษาที่ใช้เวลาเพียง 1 วันที่แอนเดอร์สันแสดงให้เห็นอีก เขาจึงคิดว่าการเปลี่ยนจากนำกำลังไปล่าหัวใจลีลีวี่มาเป็นคุ้มกันและสนับสนุนแอนเดอร์สันน่าจะดีกว่า จากพรสวรรค์ที่แสดงออกมามันน่ากลัวจนมองเห็นทางทวงความยุติธรรมให้กับน้องสาวของตนที่ตายไป
—------------------------
“พวกมันไปไหน หัวใจลีลีวี่คือสิ่งที่พวกมันต้องการทำไมถึงหนีไปแบบนี้กัน”
หนึ่งในกลุ่มคนที่กำลังล่าหัวใจลีลีวี่หันมองไปยังค่ายพักชั่วคราวของตระกูลเฟียร์ที่ไร้ซึ่งผู้คน ทุกคนที่เคยต่อสู้กันเมื่อวันก่อนกลับหายไปส่งผลให้พวกมันไม่สามารถทำภารกิจได้
“ถอนตัวออกไปแล้ว คนของเราพึ่งกลับมารายงานว่าตระกูลเฟียร์ถอนกำลังออกไป”
“แล้วแบบนี้เราจะอธิบายกับนายจ้างยังไง ชิ ทำไมพวกมันถึงหนีไปตอนนี้กัน”
กลุ่มคนที่มาล่าหัวใจลีลีวี่มองจ้องไปยังตำแหน่งของตระกูลเฟียร์ที่หายไป วันนี้พวกมันวางแผนเอาไว้ว่าจะโจมตีให้หนักขึ้นเพื่อลดจำนวนผู้ที่มีความสามารถในการต่อสู้ของตระกลเฟียร์ลงไป อย่างไรก็ตามแผนการกลับล้มเหลวเพราะอีกฝ่ายยอมถอนตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
—-------------------------
วิ๊ง!
วงเวทย์เสริมเรืองแสงสีฟ้าหลังจากแอนเดอร์สันถ่ายเทพลังเวทย์เข้าไปด้านใน ปรากฎว่าวงเวทย์ที่เขาใช้เวลา 30 นาทีวาดขึ้นมาทดสอบใช้งานส่งผลให้เขาฉีกยิ้มหน้าบ้านเมื่อรู้ว่าการ์ดเร่งความคิดใบสุดท้ายทำให้เขาสามารถสร้างวงเวทย์ไว้ใช้สำหรับกระจายพลังเวทย์ให้กับวงเวทย์สวนพฤกษาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงวงเวทย์ต้นแบบ ยังไม่ได้ลองประกอบเข้ากับวงเวทย์สวนพฤกษาจริง ดังนั้นแอนเดอร์สันจึงต้องรีบเดินทางกลับเพื่อนำวงเวทย์นี้ไปทดลองใช้งาน
“ลุงนอธ”
“ว่าไงแอนเดอร์สัน”
สายต่อตรงไปถึงลุง จากนั้นแอนเดอร์สันก็รีบวิ่งไปหน้าวิทยาลัยเพื่อจะกลับไปตระกูลเฟียร์ ทันใดนั้นเขากลับมองเห็นรถลีมูซีนคันหนึ่งจอดอยู่อีกฟากของถนนหน้าวิทยาลัย ทันทีที่กระจกรถเลื่อนลงเผยให้เขาเห็นพี่ชายกำลังกวักมือเรียกแอนเดอร์สันจึงชั่งใจทันที
“ไปดีไหมนะ”
แอนเดอร์สันชั่งใจ แต่เขาคิดว่าการเดินเข้าหาพี่ชายคงไม่มีอันตรายเพราะนี่คือหน้าวิทยาลัย ต่อให้จะเป็นตระกูลใหญ่ก็ไม่กล้าทำอะไรโจ่งแจ้งอย่างเช่นฆ่าคน
“ขึ้นมาสิแอนเดอร์สัน”
แอนเดอร์สันก้าวขึ้นรถ ก่อนจะมองไปยังพี่ 10 ที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่อีกฝั่งของเบาะนั่งในโซนหลังของรถที่ถูกออกแบบมาให้เป็นวงกลมสามารถนั่งมองหน้ากันได้
“มีอะไรกับผมเหรอพี่ 10”
“แหม เรียกซะห่างเหินเลยนะ เรียกเหมือนเดิมจะดีกว่า ฉันโรแลน อย่าได้เรียกพี่ 10 อีกล่ะ”