ณ บ้านจันทร์ประดับ
เย็นวันศุกร์หลังกลับมาจากโรงเรียนธนวินท์เด็กหนุ่มวัยกำลังน่ารัก ซึ่งเป็หลานชายแท้ๆ ของแสงจันทร์ จันทร์ประดับ รีบอ่าบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เด็กหนุ่มวัยกำลังโตหอบหิวเอาสมุดการบ้านกับขนมที่แวะซื้อมาจากมินิมาร์ทใกล้บ้านทั้งยังมีแก้วชานมไข่มุกร้านประจำหน้าโรงเรียนอีกต่างหาก ธนวินท์มักจะออกมานั่งทำการบ้านที่ศาลาริมน้ำหลังบ้านแห่งนี้เป็ประจำเกือบจะทุกวันด้วยชอบบรรยากาศที่สงบร่มรื่นของที่นี่ถึงแม้ว่าตอนเย็นๆ ลมพัดเย็นสบายชวนให้ง่วงนอนมากกว่าจะออกมานั่งทำการบ้านก็เถอะ แต่ก็ยังดีกว่าต้องอุดอู่อยู่แต่ในห้องนอน ถัดออกไปไม่ไกลกันนัก มีส่วนกุหลาบที่ปลูกไว้ั้แ่เด็กหนุ่มจำความได้ มักจะมีลุงกนกคนขับรถที่พ่วงด้วยตำแหน่งคนสวนเป็คนรับผิดชอบดูแลส่วนแห่งนี้หากจะมีอีกคนหนึ่งคือติณภพชายหนุ่มซึ่งมีศักเป็อาของเด็กหนุ่ม อีกคนที่มักจะเข้ามาดูแลส่วนแห่งนี้อยู่บ่อยครั้งหากคงเป็ภาพชินตาสำหรับเด็กหนุ่มไปแล้วที่จะเห็นติณภพอยู่ในส่วนกุหลาบได้ทั้งวัน
ส่วนหลังบ้านเวลานี้ลมเย็นๆ พัดโกรกยอดไม้ปลิวสไหวบวกกับเสียงนกร้องประสานชวนให้ง่วงนอน ปรากฎภาพชายหนุ่มที่เผลอหลับไหล่อยู่ที่ศาลาริมน้ำ ภาพที่ชายหนุ่มหลุดมาดนิ่งขรึมอาจจะมีให้เห็นไม่บ่อยนัก สองขาเล็กก้าวเร็วๆเดินเข้าหาโดยอัตโนมัติ
“อาภพมาทำอะไรตรงนี้คับ” เด็กหนุ่มพรึมพรำมือเล็กวางข้าวของที่หอบหิ้วมาด้วยลงบนโต๊ะไม้เบามือ กลัวว่าเสียงของเขาจะไปรบกวนคนหลับไหล่ให้ตื่นขึ้นกลางคัน เ้าตัวค่อยๆ ก้มลงมองใบหน้าของชายหนุ่มไปด้วย
“อาคับ~” เสียงเรียกแ่เบา ไม่ได้อยากปลุกให้ตื่นหากแต่อยากมองใบหน้านี้ให้นานๆ เลยทดสอบเสียงเรียกดูด้วยกลัวว่าชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมา
“อาภพคับ มานอนอะไรตรงนี้~” เมื่อเรียกแล้วชายหนุ่มไม่ตื่น ธนวินท์จึงทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆแทน เขาค่อยๆเอนศรีษะลงบนโต๊ะไม้ให้อยู่ในแนวระนาบเดียวกันกับติณภพ ใช้สายตากวาดมองใบหน้าชายหนุ่มอย่างหลงไหล่
“ทำไมขนตาอาภพยาวจัง”ไม่บ่อยนักที่จะได้มองใบหน้าชายหนุ่มใกล้ๆแบบนี้ นิ้วชี้ไล่แตะัับนเปลือกตาของชายหนุ่ม..พรางหัวเราะคิกคักเพราะหากชายหนุ่มตื่นขึ้นมาคงไม่มีภาพแบบนี้ให้ได้เห็น…
ธนวินท์เอาแต่มองติณภพจนเผลอไผล่ไล่สายตาไปบนเรียวปากได้รูป เด็กหนุ่มลากปลายนิ้วผ่านปลายจมูกโด้งเป็สั่นเรื่อยลงมาแตะััแ่เบาบนกลีบปากได้รูป ใบหน้าน่ารักก็ขยับเข้าหาชายหนุ่มเรื่อยๆ จนปากอิ่มเผลอไปแตะกลีบปากของคนหลับเข้าอย่างจัง ติณภพลืมตาขึ้นท่ามกลางความใของธนวินท์
“oOอาภพ!” มือน้อยปิดปากตัวเองไว้ด้วยความใ ไม่คาดคิดกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
“น้องวินคิดจะทำอะไร” ใบหน้านิ่งเรียบประกอบกับน้ำเสียงดุดันของคนเป็ผู้ใหญ่ ทำเด็กหนุ่มถ่อยหลังกรูดจนตกเก้าอี้ เขาไม่ได้ตั้งใจแค่เห็นอาภพหลับอยู่ เลยจะเดินเข้ามาดูซักหน่อย แต่แล้วใจเขามันสั่นแค่ใบหน้าของอาภพก็เรียกร้องให้เขาทำเื่ที่น่าอายแบบนั่นออกไป
สองมือใหญ่คว้าแขนของเด็กชายตัวขาววัยสิบห้าปีขึ้นมาจากพื้นศาลา ติณภพเองใช้ว่าจะไม่ใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เ้าตัวใช้มือบีบไปบนแขนเรียวไม่ให้ถ่อยหนี
“ตอบอา!” ปากเล็กถูกบีบด้วยมือใหญ่ ธนวินท์เจ็บจนชาไปทั้งใบหน้า
“เมื่อกี่คิดจะทำอะไร” เค้นเสียงถามลอดไรฟัน
“จ จูบอาภพคับ!” เด็กหนุ่มกลัวจนปากสั่นตัวสั่น เขาไม่เคยโดนติณภพตวาดเสียงดังใส่มาก่อน หากแต่ชายหนุ่มแค่เพียงนิ่งงั่นใส่เป็เื่ปกติอยู่แล้วคำตอบของเด็กชายยิ่งเติมไฟโกรธให้ติณภพ จนเขายิ่งเพิ่มน้ำหนักมือในการบีบลงบนปลายคางของเด็กหนุ่ม
“เป็เด็กเป็เล็กริอาจจะทำเื่อย่างว่า”
“น้องวินเปล่า”
“เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ทนโธ่ เธอคิดบ้าอะไรอยู่”
“ไม่ได้จะทำอะไร~”
“อย่ามาโกหก”
“น้องวินแค่ แค่รักอาภพ” สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มทำติณภพค่อยๆ คลายแรงบีบลง เขาไม่เคยอยากได้ความรักจากเด็กคนนี้ทั้งๆ ที่ผ่านมาก็ทำเป็เมินเฉยต่อการมีอยู่ของธนวินท์มาโดยตลอด หากแต่บางครั้งก็เผลอไพร่ทำดีด้วย ซึ่งเขาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบเจอเนื่องจากเขายังอาศัยอยู่ในบ้านจันทร์ประดับ ยิ่งเด็กคนนี้โตขึ้นเท่าไหร่ภายในใจเขามันรวดร้าวแค่เพียงเห็นใบหน้าที่เหมือนกับวาดจันทร์ราวกับเป็คนๆ เดียวกัน จนบางครั้งชายหนุ่มก็สบสนจนเผลอไผล่ทำดีด้วยต่างหาก
“หยุดความคิดบ้าๆ ของเธอซะ” ชายหนุ่มเค้นเสียงออกมาจากลำคอ เขาโกรธจนหน้าแดง
“ขอน้องวินรักอาภพไม่ได้เหรอคับ~ ฮึก~” แต่ธนวินท์ยังคงสอื่นเอยประโยคเดิมออกมาไม่หยุด
“ไปทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเมื่อกี่ก่อนจะมาถามคำถามนี้จากฉัน”
“อาภพ~” เขาเหมือนหัวใจสลายคำสารภาพรักของเขาเป็เหมือนอากาศที่ค่อยๆ เจือจางไปช้าๆ อาภพไม่เคยคิดอะไรกับน้องวินจริงๆ หรือแค่กำลังโกรธอยู่กันแน่ ธนวินท์กำลังสับสนเมื่อคิดว่าที่ผ่านมาติณภพดีกับเขามาตลอด จนเขาเผลอมีใจให้ใครจะคิดล่ะว่าเขาจะอกหักตอนม.สี่
เย็นวันนั่นมื้ออาหารค่ำกลายเป็ความอึดอัด แต่ธนวินท์กลับหลีกเลี่ยงที่จะไม่ลงมาราวมโต๊ะไม่ได้ เนื่องจากเขาไม่มีข้ออ้างอะไรในการจะหลบหน้าชายหนุ่ม ใจดวงน้องเต้นไม่เป็จังหวะ เขาไม่กล้าสบสายตาของติณภพเลยด้วยซ้ำ เมื่อต้องนั่งอยู่ตรงข้ามกันบนโต๊ะอาหาร
“เป็อะไรไปน้องวิน อาหารไม่ถูกปากเหรอลูก”
“เปล่าคับคุณยายอร่อย อร่อยมากเพียงแต่น้องวินอิ่มแล้วคับ”
“ถ้างั่นเอาของหวานไหมลูก”
“หึ ไม่ดีกว่าคับ น้องวินอิ่มแล้วจริงๆ คับ”
“น้องวินของยาย ตัวเล็กนิดเดียวเองทานอีกหน่อยเถอะนะ ใช่ไหมตาภพ” ชายหนุ่มเพียงชายตามองเด็กหนุ่มนิ่งๆไม่ได้พูดอะไรออกมา
“คุณท่านครับ ผมมีเื่อยากบอกให้คุณท่านทราบ” พูดพรางสายตามองไปที่เด็กหนุ่มไม่วางตา
“มีอะไรเหรอตาภพ”
“อาภพอย่านะคับ” เด็กหนุ่มนัยตาสั่นระริกมือกำเข้าหากันแน่น เขากลัวเหลือเกินว่าติณภพจะพูดเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นให้แสงจันทร์รับรู้
“น้องวินก็อีกคนเป็อะไรไปลูก” หญิงสูงวัยถามหลานชายด้วยความเป็ห่วง
“คือว่าผม กำลังจะย้ายออกครับ”
“ย้ายออก หมายถึงย้ายออกไปจากที่นี่นะเหรอภพ” แสงจันทร์ละความสนใจจากใบหน้าหลานชายหันกลับมามองหน้าติณภพชายหนุ่มพยักหน้า เขาคิดจะบอกเื่นี้มาสักพักใหญ่แล้ว หากแต่ก็ไม่มีจังหวะจะได้บอกกับแสงจันทร์ไปสักที
ส่วนธนวินม์จากตอนแรกที่โล่งใจเมื่อคำตอบของชายหนุ่มไม่ใช่เื่เมื่อตอนเย็นแต่เมื่อได้ยินเื่ที่ติณภพบอกจะย้ายออกไปใจดวงน้อยก็สั่นไหว่ยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ ได้แต่กัดปากตัวเองไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
“แล้วตาภพจะไปอยู่ที่ไหน”
“ที่จริง ผมซื้อบ้านไว้ที่กรุงเทพแล้วล่ะครับ อยากจะเข้าไปอยู่ตั้งนานแล่ว แต่ตอนนั่นน้องวินยังเด็ก ถ้ายังไงผมคิดว่าตอนนี้น้องวินก็โตแล้วดูแลตัวเองได้แล้ว ผมก็อยากแยกออกไปแล้วครับ”
“น้องวินโตแล้วทำไม อาภพจะไปไหนน้องวินไม่ให้ไปนะ!”
“น้องวินหยุดโวยวายก่อนลูก แล้วตาภพจะย้ายออกเมื่อไหร่ละ”
“คุณท่านครับ ผมคิดว่าสิ้นเดือนนี้เลย”
“อืม อย่างนั่นก็ได้ ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรหร่อก ถึงจะย้ายออกไปแล้ว แค่อยากให้กลับมาเยี่ยมกันบ้างก็พอ”
“ครับ ผมจะกลับมาบ่อยๆ ครับ”
“อืม ก็ดีเหมือนกันกลับมาพาน้องวินไปเที่ยวบ้างนะตาภพ”
“ครับคุณท่าน”
“ถ้ายังไง ปิดเทอมก็ให้น้องวินไปเที่ยวเล่นที่บ้านบ้าง” ชายหนุ่มอึกอักไม่ได้ตอบรับคำถามของแสงจันทร์ออกไปในทันที หากแต่ดวงตาเฉยชาชายตามองเด็กหนุ่มที่หน้างองำแทน
“ครับ”
ผ่านมื้ออาหารไปเด็กหนุ่มรอเวลาที่จะเข้าไปคุยกับแสงจันทร์ในห้องนอนแทบไม่ไหว หลังจากที่ได้รับรู้เื่ราวของติณภพเื่ที่ชายหนุ่มจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก
“ก็อกๆๆ!!” เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้แสงจันทร์ที่กำลังจะนอนต้องลุกออกมาเปิดประตูห้อง ยังไม่ทันที่ประตูห้องนอนจะเปิดออกดีเด็กหนุ่มก็ถามโพร่งขึ้นมาเสียงดังไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะได้ยินบ้าง
“คุณยายคับ ทำไมอาภพต้องไปจากบ้านเราด้วย”
“เข้ามาคุยกันดีๆ ในห้องค่ะน้องวิน” คุณยายโอบไหล่หลายรักเข้ามานั่งลงบนเตียงนอน พรางเช็ดน้ำตาให้ด้วยความเอ็นดู
“คุณยายฮึก~ ทำไมอาภพต้องไปด้วยฮึก~”
“อาภพเขาโตแล้วลูก อีกหน่อยก็ต้องแต่งงานมีครอบครัวเป็ของตัวเอง ย้ายออกไปนั่นแหละดีแล้วค่ะ”
“ไม่เอาคับ น้องวินอยากให้อาภพอยู่กับน้องวิน ฮึก~ คุณยายใจร้าย”
“โถ่ลูก ไม่เอาไม่ร้อง~”
“น้องวินไม่อยากให้อาภพมีครอบครัว ฮึก~ น้องวินอยากให้อาภพเป็ครอบครัวของเราเหมือนเดิมอ่า~”
“น้องวินไม่เอาไม่งอแงซิค่ะลูก อาภพอายุจะสามสิบห้าแล้ว เป็ผู้ใหญ่แล้วถึงเวลาต้องมีครอบครัวเป็ของตัวเองแล้ว เดี่ยวอีกหน่อยถ้าน้องวินโตขึ้นน้องวินก็ต้องมีครอบครัวของตัวเองเหมือนกันค่ะ”
“ไม่เอาคับน้องวินอยากให้อาภพเป็ครอบครัวของน้องวิน ฮึก~” เด็กหนุ่มโผล่เข้ากอดคนเป็ยายร้องไห้สะอึกสะอื่นตัวโยนคนเป็ยายได้แต่กอดปลอบพรางครุ่นคิดบางอย่างไปด้วย
สินเดือนนั่นติณภพก็ขนข้าวของออกไปจากบ้านจันทร์ประดับ ธนวินท์ได้แต่ยืนร้องไห้มองรถของติณภพขับออกไปจนลับตา
หลังจากที่ติณภพย้ายออกไปไม่นานเด็กหนุ่มก็กลายเป็คนเก็บตัว เศร้าสร้อยจนคนเป็ยายและป้าแม่บ้านอดเป็ห่วงไม่ได้