ลั่วอู่หลินนั่งรออยู่ที่ห้องรับรองของศาลาเทียนจินอยู่สักพัก ชายหนุ่มผมสีทองดูภูมิฐานก็เดินเข้ามาพร้อมกับไอปราณที่เหมือนจะล้นทะลักออกมาจากร่างกาย
ลั่วอู่หลินหรี่ตามองด้วยความสนใจ เนื่องจากสัมผัสได้ถึงแสงอันอบอุ่นจากชายคนนี้และมันทำให้เขาคาดเดาได้เลยว่าอีกฝ่ายบ่มเพาะพลังธาตุแสงอย่างแน่นอนทั้งยังแข็งแกร่งมากๆอีกด้วย
"ขออภัยที่ให้รอนาน ข้าเป็นผู้จัดการของโรงประมูลแห่งนี้เองชื่อ จ้าวหลานหลิน"ชายคนดังกล่าวออกมาใบหน้าเต็มไปด้วยความเป็นมิตร
"หืม แซ่จ้าว แซ่เดียวกันเจ้าเมืองนี้เลย"ลั่วอู่หลินอุทาน
จ้าวหลานหลิงได้ยินก็หัวเราะร่า "ฮ่าๆๆใช่แล้วๆศาลาเทียนจินแห่งนี้เป็นเจ้าเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้า"
ลั่วอู่หลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะนำอาวุธระดับปฐพีขั้นสูงออกมาเบื้องหน้าของจ้าวหลานหลินเพื่อให้เขาได้ตรวจสอบและประเมินราคา ซึ่งอาวุธทั้งสามนี้ประกอบไปด้วย ขวานยักษ์เหลืองทอง กระบี่หยกวารี และดาบสีแดงเพลิง
"อ๊า อาวุธระดับปฐพีขั้นสูง ขอถามได้หรือไม่ว่าท่านได้มันมาอย่างไร"จ้าวหลานหลินกล่าวถาม
"พบโชควาสนาระหว่างทางน่ะ แต่อาวุธเหล่านี้ไม่เหมาะกับข้าจึงนำมาขาย"ชายหนุ่มกล่าว เขาพยายามไม่เผยพิรุธใดๆออกมา ซึ่งจ้าวหลานหลินที่ได้ยินก็พยักหน้าก่อนจะให้พนักงานนำอาวุธทั้งสามติดหมายเลขและนำออกไปในทันที
"ท่านอย่าได้กังวล ข้าแค่ให้พวกเขาเอาของไปเก็บไว้รอการประมูลเท่านั้น บอกตามตรงท่านมาทันเวลาพอดีเพราะงานประมูลของเราจะเริ่มในอีกสามวัน ทั้งในครั้งนี้ยังพิเศษมากกว่าครั้งไหนๆเพราะมีอาวุธระดับสวรรค์มาลงประมูลด้วย"
"อาวุธระดับสวรรค์!!!"ลั่วอู่หลินแสร้งทำเป็นตกใจ
เมื่อเห็นความตื่นตระหนกของชายหนุ่ม จ้าวหลานหลินก็หัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆใช่แล้ว ท่านฟังไม่ผิดหรอก เป็นอาวุธระดับสวรรค์จริงๆ หากมีโอกาสท่านก็สามารถลองประมูลดูได้"เขากล่าวพร้อมกับวางตราสีทองที่มีอักษรคำว่า'เทียน'สลักเอาไว้
"ตรานี้คือตราแขกคนพิเศษของศาลาเทียนจิน ข้ามอบให้ท่านเผื่อวันไหนท่านมีสินค้าที่น่าสนใจเช่นนี้มาแบ่งปันอีกจะได้รับการต้อนรับที่ดีจากศาลาเทียนจินของเรา"
"อ๊า ขอบคุณท่านมาก"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมกับหยิบตานั้นเก็บเข้าแหวนมิติไป ก่อนที่จะลุกขึ้นกล่าวลาอย่างสุภาพและเดินออกไปในทันทีโดยไม่รั้งรอ
"คุณชายเหตุใดท่านจึงให้ตราพิเศษกับคนที่พึ่งพบกันครั้งแรกเช่นนี้ขอรับ"เมื่อลั่วอู่หลินจากไป ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาหาจ้าวหลานหลินและกล่าวถามด้วยความสงสัย
ตราพิเศษนี้มีเพียงไม่มีคนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ถือครองมันได้ และส่วนใหญ่จะเป็นราชาแห่งการสังหารและเหล่าผู้นำนิกาย ดังนั้นชายชราจึงอดแปลกใจไม่ได้ที่คุณชายของเขาให้ของสำคัญกับคนแปลกหน้าไปโดยง่ายเช่นนี้
"ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ข้าแค่รู้สึกสนใจชายคนนี้ก็เท่านั้น เพราะเมื่อข้าอยู่ต่อหน้าของเขามันทำให้ปราณแสงของข้าต้องปั่นป่วนแม้จะเล็กน้อยก็ตาม"จ้าวหลานหลินกล่าวและดื่มชาอย่างสบายใจ
ส่วนตัวของลั่วอู่หลินเมื่อออกจากศาลาเทียนจินมาได้ตัวเขาก็ไม่รอช้า รีบเข้าไปยังหอคอยชั้นที่ห้าในทันที เพราะระหว่างที่เขาพุดคุยกับจ้าวหลานหลิน ไฉ่เยว่เอ่อร์ก็แจ้งเขาว่าบัดนี้การกลั่นพลังของคนที่เขาสังหารเสร็จสิ้นแล้ว รอเพียงเขาไปดูดซับเท่านั้น ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่อยากรอช้าอีกต่อไป เนื่องจากอีกนิดเดียวเขาก็จะบรรลุระดับวีรชนหกดาวแล้ว
"เอาล่ะเริ่มการดูดซับได้"เขากล่าวพร้อมกับนั่งลงและเริ่มกระบวนการดูดซับทันทีทันใด กระแสปราณในร่างกายเริ่มผันผวนขึ้นพร้อมกับรอบข้างที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดทั่วทั้งบริเวณก็พลันกลายเป็นทุ่งน้ำแข็งโดยฉับพลัน
ในขณะที่ลั่วอู่หลินกำลังดูดซับพลังอยู่นั้น ทางด้านของดินแดนระดับสูงที่เบื้องบนท้องฟ้าของตระกูลหลิน ตอนนี้มิติพลันฉีกขาดพร้อมกับการมาทั้งสองชายหนึ่งหญิงสอง ซึ่งนั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก เซียนมู่หรง ลั่วหนิงซิน และเซียนหนิงซีที่ตอนนี้อยู่ด้านหลังของท่านพ่อของนาง
แน่นอนว่าการมาอย่างฉับพลันของเขาเช่นนี้ทำให้ทั้งตระกูลหลินที่กำลังตื่นตระหนกเรื่องของลั่วอู่หลินอยู่ต้องหยุดทุกอย่างและพากันทะยานขึ้นบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วนำโดยหลินเทียนและภรรยา
"ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็นใคร"เมื่อมาถึงหลินเทียนกล่าวขึ้นด้วยท่าทีเกร็งๆ ทว่าเมื่อหลินอี้เฟยและลั่วไห่เฟิงออกมาเสียงของหญิงสาวก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กสาวที่พุ่งเข้าไปสวมกอดหลินอี้เฟยอย่างรวดเร็ว
"ท่านยาย!! คิดถึงจังเลยเจ้าค่ะ"
"ท่านยาย!!"เหล่าผู้คนที่ไม่รู้เรื่องนี้พากันประหลาดใจ โดยเฉพาะใบหน้าสมาชิกตระกูลหลินที่ตอนนี้เรียกได้ว่าตกตะลึงยิ่งกว่าใคร เด็กสาวคนที่หน้าตางดงามคนนี้ดูแล้วก็คล้ายลั่วอู่หลินหรือเจ้าเด็กแสบของพวกเขาอยู่หลายส่วนแถมอายุก็ยังดูไล่เลี่ยกัน และคำตอบเดียวในหัวของพวกเขาแน่นอนว่าย่อมเป็นคำว่า 'พี่น้อง'เท่านั้นแถมยังไม่ใช่พี่น้องธรรมดา อาจจะเป็นฝาแฝดอีกด้วย
"หนิงซีของยาย"หลินอี้เฟยโอบกอดหลานสาวและเผยรอยยิ้มออกมา ด้วยความคิดถึงสองยายหลานจึงกอดกันเช่นนั้นอยู่นานโดยไม่สนใจผู้ใด
"เอ่อ.....นี่ลูกกับหลานของข้าเอง ไม่มีอะไรหรอกพวกท่านเชิญแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ"ลั่วไห่เฟิงกล่าวกับผู้อาวุโสทั้งหลายทำให้พวกเขาแยกย้ายกันกลับไปในทันทีโดยไม่ติดใจหรือสงสัยอะไร
"คาราวะท่านพ่อเจ้าค่ะ/ขอรับ"ทั้งเซียนมู่หรงและลั่วหนิงซินคาราวะไปที่ลั่วไห่เฟิงพร้อมๆกัน ในเวลานี้สมาชิกในตระกูลหลินคงต้องบอกว่าแทบลืมหายใจกันเลยทีเดียวก็ว่าได้ โดยเฉพาะหลินเทียนและหลินเยว่เฟยที่สัมผัสได้ถึงลมปราณที่ไม่ธรรมดาในร่างกายของทั้งสองคนเพียงแค่มองก็ราวฝุ่นและขุนเขา
หลังจากที่คาราวะท่านพ่ออย่างลั่วไห่เฟิงแล้ว ลั่วหนิงซินก็ไม่วายหันไปยกยิ้มให้กับคนในตระกูลหลินทุกคนอย่างเป็นมิตรในทันที ทำให้ทุกคนในตระกูลหลินคลายกังวล
และก็เป็นหลินชิงหลวนที่คอยๆลอยเข้าไปพิจารณาลูกพี่ลูกน้องของนาง "หน้าเหมือนท่านอากับพี่ใหญ่ไห่เฟิงจริงๆ"
"ฮิฮิ แน่นอนสิ ก็ข้าเป็นลูกสาวคนสุดท้องของท่านพ่อกับท่านแม่นี่น่า"ลั่วหนิงซินเอามือป้องปากและกล่าวอย่างขบขัน ทว่ายังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อ
บนท้องฟ้าอีกฝั่งของตระกูลหลินมิติก็พลันถูกฉีกขาดออกมาอีกครา พร้อมกับชายวัยกลางคนสวมอาภรณ์สีแดงฉานห้าคนที่คอยๆลอยออกมาช้าๆใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความหยิ่งผยองยิ่ง
"โอ้ ดูเหมือนว่าตระกูลหลินของพี่สาวจะมีแขกนะ"ลั่วหนิงซินกล่าวอย่างอารมณ์ดี ผิดกับผู้นำตระกูลหลินอย่างหลินเทียนที่ตอนนี้คิ้วขมวดเป็นปม เนื่องจากคนที่มาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้อาวุโสของหอประมูลตระกูลฮั่วซึ่งนำโดยผู้อาวุโสสูงสุด ฮั่วเฟิง นั่นเอง